Google Ads
Google Ads
คำค้นยอดนิยม
กฎหมาย กฎหมายครอบครัว กฎหมายชั้นสูง กฎหมายต่างประเทศ กฎหมายทรัพย์ กฎหมายที่ดิน กฎหมายปกครอง กฎหมายพิสดาร กฎหมายฟื้นฟูกิจการ กฎหมายภาษีอากร กฎหมายมรดก กฎหมายมหาชน กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายลักษณะพยาน กฎหมายลักษณะละเมิด กฎหมายล้มละลาย กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง กฎหมายแรงงาน การสอบสวน ข้อสอบตั๋วทนาย คำคม กฎหมาย คำบรรยายตั๋วทนาย คำพิพากาษาฎีกา จ้างทนาย ตั๋วทนายภาคทฤษฎี ตั๋วทนายภาคปฏิบัติ ทนายความ นิติกรรม สัญญา นิติปรัชญา บทความกฎหมาย พระราชกำหนด พระราชบัญญัติ ย่อมาตรา ย่อหลักกฎหมาย รัฐธรรมนูญ รับว่าความ วิธีพิจารณาความอาญา วิธีพิจารณาความแพ่ง ศาล สอบผู้พิพากษา สอบอัยการ สำนักงานกฎหมาย สำนักงานทนายความ สุภาษิตกฎหมาย หนี้ หลักกฎหมาย เตรียมสอบตั๋วทนาย เตรียมสอบเนติ เนติบัณฑิต ภาค1 เนติบัณฑิต ภาค2 แนวข้อสอบตั๋วทนาย แนวข้อสอบเนติฯ แบบฟอร์มศาล แบบฟอร์มสัญญา

ผู้สนับสนุน


ติดต่อทีมงาน
สนใจลงโฆษณา...
ติดต่อ admin@lawsiam.com
Line ID : Lawsiam.com

โดย ลอว์สยาม ดอทคอม


Lawyer Blog

 
การเข้าว่าคดีแพ่งของลูกหนี้ (มาตรา25) พรบ ล้มละลายฯ | สังคมนักกฎหมายยุคใหม่ ที่ LawSiam.com , ข้อมูลการเข้าว่าคดีแพ่งของลูกหนี้ (มาตรา25) พรบ ล้มละลายฯ, บทความ การเข้าว่าคดีแพ่งของลูกหนี้ (มาตรา25) พรบ ล้มละลายฯ

    การเข้าว่าคดีแพ่งของลูกหนี้ (มาตรา25) พรบ ล้มละลายฯ

     พฤหัสบดี ที่ 21 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2554 

ให้คะแนนบทความนี้

Blog หมายเลข 313 | คะแนน Rating: 2.3/5 ดาว (จากจำนวนโหวต 25 votes)

Tag : กฎหมายล้มละลาย: กฎหมายฟื้นฟูกิจการ: กฎหมาย


มาตรา25 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีแพ่งทั้งปวงอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลุกหนี้ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาล ในขณะที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ และเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจงดการพิจารณาคดีแพ่งนั้นไว้หรือจะสั่งประการใดตามที่เห็นสมควรก็ได้

6.1) ที่ว่าคดีแพ่งทั้งปวงอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้—(สังเกตมาตรา22,24และ25 ไม่ห้ามบุคคลล้มละลายที่จะร้องขอให้ศาลตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้จัดการมรดก)
-กรณีโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งถูกศาลพิทักษ์ทรัพย์ โดยมิได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายมาด้วย ไม่ใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ ไม่จำต้องเรียกจ.พ.ท.เข้ามาในคดีแทนจำเลย
6.1.1) อำนาจของ จ. พ. ท. ที่จะเข้าว่าคดี จำกัดแต่เฉพาะคดีแพ่งที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของลุกหนี้เท่านั้น ไม่รวมถึงคดีอาญาด้วย(แปลว่ากระบวนการดำเนินคดีอาญาของโจทก์หรือจำเลยซึ่งถูกพิทักษ์ทรัพย์ยังคงดำเนินต่อไป)
-ข้อสำคัญ คดีที่โจทก์ซึ่งฟ้องคดีอาญาจำเลยถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด(โจทก์ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด) จำเลยจะอ้างว่าคดีอาญาระงับเพราะโจทก์ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไม่ได้เพราะไม่ต้องด้วยป.วิอาญามาตรา39-ฎีกา 2349/47
6.1.2) การเข้าว่าคดีของจ.พ.ท.ตาม25นี้ ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา145 ที่จะต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมเจ้าหนี้หรือกรรมการเจ้าหนี้ในกรณีตามที่กำหนดไว้ในบทบัญญัติดังกล่าว(เหตุผลเพราะไม่ใช่การเริ่มต้นฟ้องคดีใหม่หรือถอนฟ้องคดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้แล้วซึ่ง145(4)กำหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กระทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเจ้าหนี้-ฎีกา4230/48)
6.1.3) ผลเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีแทนลูกหนี้ จ.พ.ท.ย่อมอยู่ในฐานะคู่ความในคดีแทนลุกหนี้ และในการดำเนินกระบวนพิจารณาหากจ.พ.ท.ว่าความเองโดยมิได้แต่งทนายความ ก็ไม่ชอบที่ศาลจะกำหนดค่าทนายความให้แก่จ.พ.ท.
6.1.4) นิติกรรมของลูกหนี้ที่ฝ่าฝืนต่อมาตรา24 ตกเป็นโมฆะ หากเจ้าหนี้ถือว่าลุกหนี้กระทำละเมิด ทำให้เจ้าหนี้เสียหาย กรณีเช่นนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิเพียงฟ้องลูกหนี้(ซึ่งถูกพิทักษ์ทรัพย์)เป็นจำเลยโดยตรงได้ แต่จะฟ้องจ.พ.ท.เป็นจำเลยไม่ได้ และถือว่ามิใช่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลตาม25 และเมื่อเป็นหนี้ภายหลังศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว จึงเป็นความรับผิดของลูกหนี้ซึ่งมิได้เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลายโดยตรง(สังเกต ฎีกา4851/45นี้ นิติกรรมการจำนองของลูกหนี้ตกเป็นโมฆะ

แต่ผู้รับจำนองฟ้องให้ลูกหนี้รับผิดฐานละเมิดได้ เพราะละเมิดเป็นนิติเหตุเกิดขึ้นโดยผลของกฎหมาย ไม่ใช่นิติกรรมจึงไม่อาจเป็นโมฆะได้ กรณีเช่นนี้ ไม่อยู่ในอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้รับจำนองต้องฟ้องลูกหนี้เป็นจำเลย)

6.2) มาตรา25 เป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะเข้าว่าคดีต่อไปหรือไม่ก็ได้ เมื่อจ.พ.ท.แถลงต่อศาลไม่ขอเข้าว่าคดี ลุกหนี้จะเข้าว่าคดีต่อไปด้วยตนเองไม่ได้ รวมทั้งจะยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาด้วยตนเองก็ไม่ได้
--การที่ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าไปว่าคดีแพ่งที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาล แยกเป็น2 กรณีคือ
6.2.1) กรณีลูกหนี้เป็นโจทก์ฟ้องคดีแพ่ง เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ จ.พ.ท.อาจให้ศาลสั่งจำหน่ายคดี แล้วจ.พ.ท.มาดำเนินการทวงหนี้ตาม118,119
6.2.2) กรณีลุกหนี้ถูกฟ้องเป็นจำเลย ถ้าหากว่าหนี้นั้นเป็นหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ได้ เมื่อลูกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจขอให้ศาลสั่งจำหน่ายคดีเพื่อให้เจ้าหนี้มาขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายก็ได้

6.3) มาตรา25 บัญญัติให้ศาลจะมีคำสั่งประการใดตามที่เห็นสมควร(มิใช่สั่งงดการพิจารณาคดีเพียงประการเดียว)
-แต่ข้อสำคัญกรณีศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตตามคำขอของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่แถลงไม่ขอเข้าว่าคดีแทนจำเลยซึ่งพิทักษ์ทรัพย์และขอให้จำหน่ายคดี(เท่ากับศาลสั่งยกคำร้องของจ.พ.ท.นั่นเอง) เมื่อจ.พ.ท.ทราบคำสั่งของศาลนั้นแล้ว ศาลชั้นต้นก็ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาในนัดต่อๆมา จ.พ.ท.มิได้มาศาล แต่ศาลได้ประกาศแจ้งวันนัดให้จำเลยทราบหน้าศาลทุกครั้ง ย่อมถือได้ว่าจ.พ.ท.ได้เข้าว่าคดีแทนจำเลยแล้ว เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยหรือจ.พ.ท.แพ้คดี ผู้ซึ่งเป็นโจทก์ย่อมมีสิทธิขอรับชำระหนี้ได้ตาม93(ภายในสองเดือนนับแต่คดีถึงที่สุด)-ฎีกา1916/34---(สังเกต หากมูลหนี้นั้นเจ้าหนี้ไม่สามารถขอรับชำระหนี้ได้ เช่นอาจจะไม่ใช่หนี้เงิน เช่นนี้ จ.พ.ท.จะขอให้ศาลสั่งจำหน่ายคดีไม่ได้)...---และกรณีลูกหนี้ซึ่งถูกฟ้องเป็นคดีแพ่งเอาไว้และถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ แต่จ.พ.ท.ไม่ได้ขอเข้าว่าคดีหรือขอให้จำหน่ายคดี ศาลก็มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป-ฎีกา939/30



6.4) การที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีแพ่งเพราะเหตุจำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตาม25 ศาลมีอำนาจที่จะสั่งคืนค่าขึ้นศาลบางส่วนได้ตามที่เห็นสมควรตามป.วิแพ่ง151วรรคสาม

6.5) ศาลคดีแพ่งสั่งจำหน่ายคดีเพื่อให้โจทก์ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย หากต่อมาศาลฎีกาพิพากษากลับให้ยกฟ้องคดีล้มละลาย และจ.พ.ท.มีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ เช่นนี้โจทก์ในคดีแพ่งก็ชอบที่จะขอให้ศาลนั้นยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปได้ และเมื่อจำเลยคัดค้านว่าหนี้ที่โจทก์คดีแพ่งขอรับชำระหนี้นั้น ถึงที่สุดโดยศาลอุทธรณ์ฟังว่าหนี้ที่โจทก์คดีแพ่งขอรับชำระหนี้นั้นถึงที่สุดโดยศาลอุทธรณ์ฟังว่าไม่มีมูลหนี้ หากได้ความจริงตามคำคัดค้านของจำเลย โจทก์คดีแพ่งก็ต้องผูกพันตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย่อมไม่มีเหตุที่จะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นต้องไต่สวนให้ได้ความจริงก่อน-ฎีกา1819/27

6.6) ระหว่างโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายต่อศาลชั้นต้น ล.ฟ้องโจทก์ขอให้ล้มละลายและศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาด ดังนี้ นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาดเป็นต้นไป จ.พ.ท.แต่ผู้เดียวมีอำนาจเข้าว่าคดีแทนโจทก์ แต่โจทก์กลับกลับดำเนินกระบวนพิจารณาตลอดมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จนกระทั่งเสร็จสิ้นในชั้นอุทธรณ์ จ.พ.ท.จึงเข้าว่าคดีแทนโจทก์ เช่นนี้ ถือได้ว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยมาตรา22,25







เขียนโดย: tulawyer



จำนวนที่เข้าชม : 3041   


มุมแนะนำ ปล. จะทยอยส่งข้อมูลให้ต่อๆไป ให้นะครับ @ลอว์สยาม ดอทคอม
1. Facebook @ลอว์สยาม ดอทคอม เป็นเพื่อนกับเราได้
2. กด Like ถูกใจ เพจ ลอว์สยาม ดอทคอม ติดตามข้อมูล ดาวน์โหลด กฎหมาย คำคม ต่างๆ
3. กลุ่มนักกฎหมาย แบ่งปันข้อมูล เตรียมสอบ Mp3 เก็ง เนติฯ ทนาย อัยการ ผู้พิพากษา


5 blog นักกฎหมายใหม่ ล่าสุด

      ฎีกา 3 สนาม น่าสนใจ ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง, 309 ทวิ By :Law [ 25 / ม.ค. / 2557 ] 
      สกัดหลัก ระยะเวลาใน ป.วิ.อ. เตรียมสอบ 3 สนาม By :Law [ 25 / ม.ค. / 2557 ] 
      การยื่นบัญชีระบุยาน ตามมาตรา 173/1 By :Law [ 25 / ม.ค. / 2557 ] 
      สำคัญผิดในข้อเท็จจริง มาตรา ๖๒  By :Law [ 25 / ม.ค. / 2557 ] 
      ฎีกา การกระทำโดยป้องกัน By :Law [ 25 / ม.ค. / 2557 ]