หัวข้อ : เปรียบเทียบ “จงใจ” กับคำว่า “เจตนา” - วิชา ละเมิด (อ.เพ็ง เพ็งนิติ) สมัยที่1/70
หมวดหมู่ : สกัดหลัก กฎหมายแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)



      เปรียบเทียบ “จงใจ” กับคำว่า “เจตนา” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วรรคสอง ที่ว่า “กระทำโดยเจตนาได้แก่การกระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำ และในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น”

        เจตนาในทางอาญา มี ๒ กรณี คือ ต้องเป็นการกระทำโดยรู้สำนึก ขณะ เดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผลกรณีหนึ่ง กับย่อมเล็งเห็นผลอีกกรณีหนึ่ง เมื่อเทียบกับ คำว่าจงใจในทางแพ่งที่ใกล้เคียงคือเจตนาประสงค์ต่อผล

        แต่เจตนาประสงค์ต่อผลในทางอาญา คือ ผู้กระทำจะต้องประสงค์ให้เกิดผลเช่นนั้น ประสงค์จะให้เกิดความเสียหายถึงขนาดที่ตนต้องการจึงจะถือว่าประสงค์ต่อผล ถ้าผลเกิดมากกว่าที่คาดคิด ส่วนที่เกินเลย ไม่ถือว่าเป็นการกระทำโดยเจตนา เช่น เจตนาทำร้ายร่างกายเขา คือต้องการให้เขา เกิดอันตรายแก่กาย ส่วนจะเป็นอันตรายแก่กายมากน้อยแค่ไหนถือว่าเจตนาให้เขา เกิดอันตรายแก่กาย แต่ถ้าถึงตาย เช่น หัวฟาดพื้นตาย ความตายนั้นผู้กระทำไม่ประสงค์ต่อผล ไม่ผิดฐานฆ่าโดยเจตนา แต่เป็นเรื่องกฎหมายบัญญัติว่าจะต้องรับผิดฐานฆ่าโดยไม่เจตนา   แต่ในทางละเมิดถ้าเกินเลยจากที่ประสงค์ให้เกิดก็ถือว่าจงใจเหมือนกัน เพียงแต่ได้กระทำโดยรู้ว่าจะเกิดเสียหายแก่เขาก็พอ ไม่ว่าจะเสียหายมากหรือน้อยก็ตาม

        แต่เมื่อเทียบเจตนาย่อมเล็งเห็นผล ไม่ตรงเลย ในทางแพ่งไม่ถือว่าจงใจ   เพราะว่าการเล็งเห็นผลนี้ในทางแพ่งนี้ไม่เป็นจงใจให้เกิดความเสียหายนั้น แต่จะประมาทเล็นเล่อหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาจเป็นประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงได้

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๓๑/๒๕๓๕ “การที่ทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันและต่างลุกขึ้นทำท่าจะทำร้ายกัน แล้วจำเลยที่ ๒ ชักปืนจากเอวยิงไปทางโต๊ะของผู้เสียหายเพียง ๑ นัด โดย มิได้ยิงซ้ำ ทั้งที่มีกระสุนบรรจุอยู่อีก ๕ นัด ผู้เสียหายกับพวกวิ่งหนีขึ้นชั้นลอย จำเลย ที่ ๒ ก็มิได้ไล่ตาม เมื่อยิงนัดแรกแล้วตามพวกออกจากร้านทันที สาเหตุที่ทะเลาะกันก็ไม่ร้ายแรงถึงกับต้องฆ่ากัน จำเลยที่ ๒ น่าจะกระทำเพื่อต้องการข่มอีกฝ่ายหนึ่งเท่านั้น โดยไม่ประสงค์ต่อผลที่จะฆ่าอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ที่จำเลยที่ ๒ ใช้ปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรง ยิงไปทางกลุ่มผู้เสียหายซึ่งมีประมาณ ๑๐ คน โดยไม่ใยดีว่ากระสุนปืนจะถูกผู้ใดหรือไม่ แม้จะเป็นการยิงเพียงนัดเดียวก็อาจถูกผู้อื่นถึงแก่ความตายได้ ทั้งกระสุนปืนดังกล่าว ถูกแขนขวาของ ผู้เสียหาย จึงเป็นการกระทำที่ย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นเป็นการ กระทำโดยเจตนาฆ่าตาม ปอ. มาตรา  ๕๙  วรรคสอง”

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๐๔/๒๕๐๙ “จำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนา ตาม ปอ. มาตรา ๒๙๐ ถือว่าจำเลยได้กระทำละเมิดต่อผู้ตายแล้ว เพราะการที่จำเลย ใช้มีดแทงผู้ตายก็เป็นการกระทำโดยจงใจทำร้ายผู้ตาย โดยผิดกฎหมายอยู่ในตัวแล้ว แม้จะไม่มีเจตนาฆ่าก็ได้ชื่อว่ากระทำละเมิด แต่การละเมิดนั้นถึงกับมีเจตนาฆ่าหรือทำให้ตายโดยไม่มีเจตนานั้นเป็นเรื่องเจตนาในการกระทำผิดทางอาญา เจตนากระทำกับจงใจกระทำ จะตีความอนุโลมอย่างเดียวกันมิได้”

 

        สรุป เป็นการอธิบายคำว่า จงใจ กับคำว่า เจตนา อย่างชัดเจน จำเลยถูกฟ้องในคดีอาญาฐานฆ่าคนโดยเจตนา ศาลฎีกาในคดีอาญานั้นฟังยุติว่า จำเลยไม่มีเจตนาฆ่า เลยลงโทษฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนาตาม ปอ. มาตรา ๒๙๐ ผู้เสียหายก็เลยฟ้องละเมิด โดยจงใจ จำเลยก็เอาจุดที่ศาลในคดีอาญาตัดสินไว้ว่าเขาไม่มีเจตนาฆ่าจะฟังว่าจงใจ ได้อย่างไร ศาลฎีกาว่าจงใจกับเจตนาจะตีความอนุโลมอย่างเดียวกันไม่ได้ แม้ในคดีอาญาจะฟังว่าจำเลยไม่เจตนาฆ่า แต่เมื่อจำเลยแทงแล้วเขาถึงแก่ความตาย ก็ถือว่า จงใจทำให้เขาเสียหายแก่ชีวิตแล้ว

 

อ้างอิง :   วิชา ละเมิด (อ.เพ็ง เพ็งนิติ) สมัยที่1/70





เปรียบเทียบ “จงใจ” กับคำว่า “เจตนา” - วิชา ละเมิด (อ.เพ็ง เพ็งนิติ) สมัยที่1/70 | เตรียมสอบ 3 สนาม ฎีกา5ดาว ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 151 ครั้ง
ลงวันที่ 18/06/2017 14:34:01




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน

ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ

Username :

Password :

เลือกประเภท:

 



[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ คลิก!]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ลงทะเบียนใช้งานในระบบ (ฟรี) ที่นี่..

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

    คำค้น :
    ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ข้อคิด คำคม วลีกฎหมาย

ข้อคิด อ.มล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ เนติบัณฑิต สมัยที่ 1/70

อ่านรายละเอียด..


กลุ่มสังคมออนไลน์

       



ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 20007 คน


ผู้ใช้งานเว็บไซต์ ล่าสุด