Google Ads
Google Ads
คำค้นยอดนิยม
กฎหมาย กฎหมายครอบครัว กฎหมายชั้นสูง กฎหมายต่างประเทศ กฎหมายทรัพย์ กฎหมายที่ดิน กฎหมายปกครอง กฎหมายพิสดาร กฎหมายฟื้นฟูกิจการ กฎหมายภาษีอากร กฎหมายมรดก กฎหมายมหาชน กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายลักษณะพยาน กฎหมายลักษณะละเมิด กฎหมายล้มละลาย กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง กฎหมายแรงงาน การสอบสวน ข้อสอบตั๋วทนาย คำคม กฎหมาย คำบรรยายตั๋วทนาย คำพิพากาษาฎีกา จ้างทนาย ตั๋วทนายภาคทฤษฎี ตั๋วทนายภาคปฏิบัติ ทนายความ นิติกรรม สัญญา นิติปรัชญา บทความกฎหมาย พระราชกำหนด พระราชบัญญัติ ย่อมาตรา ย่อหลักกฎหมาย รัฐธรรมนูญ รับว่าความ วิธีพิจารณาความอาญา วิธีพิจารณาความแพ่ง ศาล สอบผู้พิพากษา สอบอัยการ สำนักงานกฎหมาย สำนักงานทนายความ สุภาษิตกฎหมาย หนี้ หลักกฎหมาย เตรียมสอบตั๋วทนาย เตรียมสอบเนติ เนติบัณฑิต ภาค1 เนติบัณฑิต ภาค2 แนวข้อสอบตั๋วทนาย แนวข้อสอบเนติฯ แบบฟอร์มศาล แบบฟอร์มสัญญา

ผู้สนับสนุน


ติดต่อทีมงาน
สนใจลงโฆษณา...
ติดต่อ admin@lawsiam.com
Line ID : Lawsiam.com

โดย ลอว์สยาม ดอทคอม


โน้ตย่อคำบรรยาย และ คำพิพากษาฎีกาประกอบ กม.อาญา ม.288-366 ภาคค่ำ ครั้งที่ 1 | สังคมนักกฎหมายยุคใหม่ Lawsiam.com :- ถาม-ตอบ ปัญหากฎหมาย ปรึกษาคดี ว่าความทั่วราชอาณาจักร, Law , justice, judge
 



  

  
   โน้ตย่อคำบรรยาย และ คำพิพากษาฎีกาประกอบ กม.อาญา ม.288-366 ภาคค่ำ ครั้งที่ 1


โน้ตย่อคำบรรยาย และ คำพิพากษาฎีกาประกอบ กม.อาญา ม.288-366 ภาคค่ำ ครั้งที่ 1
วันเสาร์ ที่ 31 พ.ค. 51 เวลา 8.00 น. ? 9.50 น. ( หากจดบันทึก โน้ตย่อ ผิดพลาดขออภัย )
รศ.ดร.กมลชัย รัตนสกาววงศ์
หมายเหตุ สืบค้น คำพิพากษาศาลฎีกาจาก ระบบสืบค้นคำพิพากษา ของ ศาลฎีกา
โครงสร้างการบรรยาย
1.โครงสร้างการกระทำผิดในทาง อาญา
2.สิ่งที่ กม.คุ้มครองหรือคุณธรรมทางกม.
3.ความสัมพันธ์ระหว่างกม.อาญากับละเมิด
4.หลัก กม.อาญา
5.การกระทำที่ขาดองค์ประกอบ
6.เจตนารวม
โครงสร้างของการกระทำที่เป็นความผิดในทางอาญา มี 3 หัวข้อ
1.องค์ประกอบ ( องค์ปก.ภายใน )
2.การตรวจสอบ ( ผู้กระทำมีอำนาจที่จะกระทำได้หรือไม่ )
3.โทษ ( ผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษมากน้อยเพียงใด )

องค์ประกอบภายใน ต้องมีเจตนา เว้นแต่ มีกม.บัญญัติว่า การประมาทเป็นความผิด
องค์ประกอบภายนอก หากผลของการกระทำไม่เกิดขึ้น เราเรียกว่า ? พยายาม ?
ดู ป.อ.ญ. ม. 63 ปก. ผลที่เกิดขึ้นกับการกระทำต้องมีความสัมพันธ์กันเกิดขึ้น
ผู้กระทำมีอำนาจที่จะกระทำได้หรือไม่ มี 4 เหตุใหญ่
1.  มีกม.บัญญัติให้กระทำได้ อย่างชัดแจ้ง
2.  การกระทำ ตาม ม. 68 ( การป้องกันโดยชอบด้วยกม.ทำให้ไม่มีความผิด )
3.  ไม่ได้บัญญัติไว้ใน ป.อาญา
1.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1403/2508 ( ความยินยอมของผู้เสียหาย )
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันออกเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สั่งจ่ายเงิน 15,000 บาทแก่นายยูซุปผู้เสียหาย ครั้นเช็คถึงกำหนดผู้เสียหายได้นำเข้าธนาคารไทยทนุ เพื่อเรียกเก็บเงินธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เพราะจำเลยฝากเงินไว้ไม่พอจ่ายจำเลยเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การออกเช็คนี้คู่กรณีตกลงไม่เอาความอาญาต่อกัน เป็นข้อตกลงที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย และผู้เสียหายน่าจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าจะเป็นเช็คที่ไม่มีเงินจะไม่ดำเนินคดีอาญากันพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียหายกับจำเลยตกลงในขณะออกเช็คว่าจะฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวกับเรื่องเช็คโดยไม่ดำเนินคดีอาญาในกรณีไม่มีเงินจ่ายตามเช็ค คดีเรื่องนี้เป็นความผิดอันยอมความได้การตกลงเช่นนั้นไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยไม่มีความผิด พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นรับเฉพาะข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาโจทก์ข้อที่ว่าศาลอุทธรณ์ตีความในสัญญาที่คู่กรณีตกลงกันไม่ถูกต้องนั้นแล้ว เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่านายยูซุปได้ตกลงกับจำเลยว่าจะไม่ฟ้องคดีอาญาเกี่ยวกับเรื่องเช็คไม่มีเงิน และประชุมปรึกษาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การยอมความในความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 วรรคสอง และ 39(2) นั้น เป็นการกระทำภายหลังที่ความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว มิใช่การที่จะกระทำกันไว้ล่วงหน้าก่อนการกระทำผิดข้อตกลงล่วงหน้าก่อนมีการกระทำผิดจะถือเป็นการยอมความตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้วไม่ได้ และบุคคลจะตกลงกันไว้ก่อนว่าจะไม่ฟ้องคดีอาญา ถ้าหากจะมีการกระทำผิดเกิดขึ้นต่อไปข้างหน้านั้น ข้อตกลงนั้นก็หามีผลก่อให้เกิดหนี้ที่จะผูกพันคู่กรณีให้จำต้องงดเว้นไม่ฟ้องคดีอาญาเช่นว่านั้นแต่ประการใดไม่ เพราะอำนาจฟ้องคดีอาญาจะมีอยู่หรือไม่ นั้น มิได้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายลักษณะหนี้ในทางแพ่ง หากอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาอีกส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดี ข้อตกลงว่าจะไม่ฟ้องคดีอาญานั้น อาจถือเป็นความยินยอมให้กระทำการที่ตามปกติต้องด้วยบทบัญญัติว่าเป็นความผิดได้มีหลักกฎหมายทั่วไปเป็นเหตุยกเว้นความผิดอาญาอยู่ตามฎีกาที่ 616/2482 และ 787/2483 ว่า ความยินยอมอันบริสุทธิ์ของผู้เสียหายให้ผู้ใดกระทำการที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดนั้นถ้าความยินยอมนั้นไม่ขัดต่อความสำนึกในศีลธรรมอันดีและมีอยู่จนถึงขณะกระทำการอันกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดนั้นแล้วความยินยอมนั้นย่อมเป็นข้อยกเว้นมิให้การกระทำนั้นเป็นความผิดขึ้นได้ คดีนี้ ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยดังได้ความว่า ถึงแม้จะไม่ผูกพันโจทก์ให้ยินยอมอยู่เช่นนั้นตลอดไป แต่โจทก์ได้ยินยอมให้จำเลยออกเช็คโดยจะไม่ฟ้องเป็นความผิดอาญา เป็นความยินยอมที่มีอยู่จนถึงขณะที่จำเลยออกเช็คโดยรู้ว่าไม่มีเงินในธนาคารอันเป็นการกระทำโดยเจตนาที่เป็นองค์ความผิดประการหนึ่งซึ่งจำเลยได้กระทำลงตามความยินยอมของโจทก์ ความผิดในกรณีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ ถือได้ว่าความยินยอมของผู้เสียหายในการกระทำฐานนี้ ไม่ขัดต่อความสำนึกในศีลธรรมอันดีแต่ประการใดการกระทำที่โจทก์ฟ้องนั้นจึงไม่เป็นความผิดในทางอาญา พิพากษายืน
4.ผุ้กระทำต้องมีหน้าที่ 2 อย่างขึ้นไป แต่ว่าหน้าที่ขัดแย้งกัน จำต้องทำหน้าที่อย่างหนึ่งอย่างใด จำต้องเลือก หน้าที่ การกระทำที่มีคุณธรรมมากที่สุด เรียกว่า ?คุณธรรมทางกม.?
โทษ 1.ความรับผิดชอบชั่วดี Ex. เด็ก อายุ 7-14 ปี ( อายุผู้กระทำผิด ได้รับโทษไม่เท่ากัน)
2.ไม่รู้ข้อผิดถูก เหตุที่ กม.ให้อภัย ( ให้อภัยความจำเป็นสมควรแก่เหตุ )
นอกจากนี้ไปพิจารณาดูว่ามันเป็นความผิดกรรมเดียวกันหรือผิดกม.หลายบทหรือไม่
คุณธรรมทางกม.
มีหลายอย่าง ในความผิดในแต่ละฐาน การช่วยพิจารณาถึงฐานความผิด แบ่งหมวดหมู่ของกม.
ความรับผิดในทางอาญา ในทาง แพ่ง ? ละเมิด
กม.เดิมมิได้แบ่งแยก แพ่ง-อาญา ( สมัย สุโขทัย อยุธยา ) ต่อมาได้ทำการแยกเพราะทฤษฏี ( ตกภาษา คิดไม่ออก ) การลงโทษไม่เหมือนกัน อาญา เน้น เจตนา
ความยุติธรรมในทางแพ่ง การชดเชย ค่าทดแทน ? ละเมิด
ม.2 การใช้ กม.อาญา การขาดองค์ ปก. ได้มีการนำหลักการใช้ กม.อาญา บัญญัติไว้ใน ร.ธ.น.
หลัก ทฤษฏี ขาดองค์ ปก. มีข้อที่ขัดกับ ทฤษฏี บุคคลที่มีจิตใจชั่วร้าย
EX. ยิงศพ โดยคิดว่าศพนั้นยังไม่ตาย ( เจตนายิงคน แต่ความจริง คนนั้นได้ตายไปก่อนหน้านี้แล้ว )

1.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7144/2545   แจ้งแก้ไขข้อมูล

( ข่มขืนศพ คิดว่า ศพ นั้นยังมีชีวิตอยู่แค่สลบไป ไม่ผิด ฐานข่มขืน )
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 277,288, 289, 91, 92 เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย
จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษจริงตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง, 289(6) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน 13 ปี จำคุกตลอดชีวิต ฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น ให้ประหารชีวิต รวมสองกระทงคงประหารชีวิตสถานเดียวและเมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้วย่อมไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายได้อีก จำเลยให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาและไม่ปรากฏเหตุบรรเทาโทษอื่นที่สมควรจะลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 จึงไม่ลดโทษให้ คำขออื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(6) ฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่นกระทงเดียวให้ประหารชีวิต ข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์และจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้ฟังได้ว่า วันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง ขณะที่เด็กหญิง อ. ผู้ตาย อายุ 12 ปี อยู่เฝ้าบ้านเกิดเหตุคนเดียว ได้มีคนร้ายเข้าไปในบ้าน ต่อมาเวลาประมาณ 2.30 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้นนางดารา เทศกาล มารดาของผู้ตายกลับจากทำงานมาถึงบ้านก็พบผู้ตายซึ่งแต่งกายนุ่งกางเกงขาสั้นสวมเสื้อยืดแขนสั้นถึงแก่ความตายแล้ว โดยศพผู้ตายนอนอยู่บนที่นอนมีร่องรอยถูกข่มขืนกระทำชำเรา คราบเลือดของผู้ตายติดอยู่ที่กางเกงชั้นในผู้ตาย พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความแล้วมาตรวจที่เกิดเหตุและจับกุมจำเลยกล่าวหาฆ่าผู้ตาย และข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายที่อายุไม่เกิน 13 ปี เป็นคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพทั้งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน
มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยเป็นคนร้ายหรือไม่ เห็นว่าแม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานมาเบิกความว่าได้เห็นจำเลยเข้าไปในบ้านผู้ตายในคืนเกิดเหตุเลยดังที่จำเลยฎีกาก็ตาม แต่ตามคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกสมนึก นวลคำที่ไปตรวจที่เกิดเหตุสอบถามนางดารามารดาของผู้ตายได้ความว่าจำเลยได้มาชอบพอนางดารา นางดาราพาจำเลยมาที่บ้าน เมื่อจำเลยพบผู้ตาย จำเลยเคยชมผู้ตายว่าโตเป็นสาวและหน้าตาดี ร้อยตำรวจเอกสมนึกเกิดสงสัยจำเลยว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงไปพบจำเลยที่บ้านจำเลยซึ่งอยู่ห่างบ้านผู้ตายประมาณ 500 เมตร เพื่อสอบถามและเมื่อนำไปสถานีตำรวจสอบสวนแล้วจำเลยรับสารภาพว่าเป็นผู้ฆ่าและข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายตามคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.16 คำให้การของจำเลยดังกล่าวก็ถือว่าเป็นพยานหลักฐานที่ใช้ยันจำเลยเพื่อพิสูจน์การกระทำผิดของจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 ซึ่งจำเลยให้การถึงรายละเอียดในการกระทำผิดของจำเลยเป็นการยากที่พนักงานสอบสวนจะจัดทำขึ้นเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการที่จำเลยให้การถึงการแต่งตัวและจัดท่านอนให้แก่ผู้ตายก่อนที่จำเลยจะหลบหนีออกจากบ้านผู้ตายว่าจำเลยได้จัดการนำกางเกงชั้นในและกางเกงชั้นนอกของผู้ตายมาสวมไว้ตามเดิม พร้อมกับนำร่างผู้ตายนอนในสภาพปกติและใช้ผ้าห่มปิดร่างกายผู้ตายในช่วงหน้าอกไปถึงปลายเท้า ซึ่งสภาพศพของผู้ตายที่จำเลยจัดไว้ดังกล่าวนี้ก็ปรากฏว่าตรงกับคำให้การของนางดาราที่กลับมาบ้านเห็นศพของผู้ตายตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวน ที่จำเลยยอมรับว่านางดาราได้ให้การไว้เช่นนั้นจริงว่า ได้พบผู้ตายนอนอยู่บนเตียงในมุ้งมีผ้าคลุมลำตัวไว้ทั้งศพของผู้ตายก็นุ่งกางเกงชั้นในและกางเกงชั้นนอกอยู่ด้วยเช่นนี้จึงทำให้เห็นว่าหากจำเลยมิได้เกี่ยวข้องกับการตายของผู้ตายแล้วก็ไม่น่าที่จะให้การได้ถูกต้อง ยิ่งกว่านั้นเมื่อพนักงานสอบสวนส่งคราบเลือดที่ติดอยู่ที่กางเกงชั้นในของจำเลยซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจยึดมาจากจำเลยที่จำเลยนุ่งอยู่ในวันถูกจับกุมส่งไปตรวจพิสูจน์หารหัสพันธุ์กรรม (ดีเอ็นเอ) ก็ได้ความว่าได้รหัสพันธุ์กรรมตรงกับคราบเลือดของผู้ตาย โดยพันตำรวจตรีหญิงดรุณี ถิรวิทยาคม แห่งสถาบันนิติเวชวิทยาสำนักงานแพทย์ใหญ่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้การยืนยันการตรวจพิสูจน์ว่าน่าเชื่อว่าคราบเลือดที่ติดอยู่กับกางเกงชั้นในของจำเลยเป็นของผู้ตาย ซึ่งรหัสพันธุ์กรรมหรือดีเอ็นเอนี้เป็นลักษณะเฉพาะของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกัน โดยเฉพาะเรื่องนี้เป็นรหัสพันธุ์กรรมของผู้ตาย แต่กลับมาปรากฏอยู่ที่กางเกงชั้นในของจำเลย การที่จำเลยฎีกาอ้างเหตุที่มีคราบเลือดของผู้ตายติดอยู่ที่กางเกงชั้นในของจำเลยว่าเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจยึดกางเกงชั้นในของจำเลยไปนั้น ไม่มีคราบเลือดใด ๆ เลย แต่เจ้าพนักงานตำรวจสร้างหลักฐานขึ้นมาโดยนำกางเกงชั้นในของจำเลยไปเช็ดเลือดของผู้ตายภายหลังแล้วส่งไปตรวจพิสูจน์นั้น ร้อยตำรวจเอกสมนึกผู้จับกุมจำเลยเบิกความว่าได้ยึดกางเกงชั้นในของจำเลยที่เปื้อนเลือดไว้ ซึ่งบันทึกการจับกุมที่จำเลยลงชื่อไว้ก็ระบุว่าได้ยึดกางเกงชั้นในของจำเลยที่เปื้อนเลือดไว้เช่นกัน นอกจากนี้ในคำให้การของจำเลย จำเลยก็ได้ให้การยอมรับว่าเจ้าพนักงานตำรวจได้ยึดกางเกงชั้นในของจำเลยที่เปื้อนเลือดด้วย ซึ่งบันทึกการจับกุมและบันทึกคำให้การของจำเลยเป็นเอกสารที่จัดทำขึ้นในวันรุ่งขึ้นหลังจากเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยนั้นเอง อันเป็นเวลาหลังเกิดเหตุไม่นานนัก ประกอบกับนายศรีเมฆ สุดไทย ผู้ใหญ่บ้านพยานโจทก์ซึ่งเป็นญาติกับจำเลยที่ไปบ้านผู้ตายหลังจากได้รับแจ้งเหตุของผู้ตายในคืนนั้นก็เบิกความว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยเวลาประมาณ 9 นาฬิกา ต่อมาทราบว่าจำเลยรับสารภาพว่าเป็นผู้ข่มขืนฆ่าผู้ตาย โดยเจ้าพนักงานตำรวจพบคราบเลือดติดอยู่ที่กางเกงด้วยเช่นนี้จึงเป็นพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นได้ว่า เจ้าพนักงานตำรวจยึดกางเกงชั้นในของจำเลยส่งไปตรวจพิสูจน์ก็เนื่องจากเห็นมีคราบเลือดติดอยู่ตั้งแต่ตรวจพบครั้งแรกเมื่อจับกุมจำเลยแล้ว มิใช่เป็นการสร้างหลักฐานโดยการเอากางเกงชั้นในของจำเลยไปเช็ดเลือดของผู้ตายเพื่อปรักปรำจำเลยดังเช่นที่จำเลยอ้างในฎีกาของจำเลยแต่อย่างใด นอกจากนี้เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพแล้ว จำเลยยังนำพนักงานสอบสวนไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพของจำเลยให้พนักงานสอบสวนถ่ายรูปไว้อีกด้วย โดยจำเลยก็มิได้นำพยานหลักฐานเข้าสืบหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ให้เห็นเป็นอย่างอื่น พฤติการณ์ตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยดังกล่าวมามีน้ำหนักพอที่ทำให้ศาลเชื่อได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง แล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันว่า จำเลยเป็นคนร้ายฆ่าผู้ตายนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยใช้หมอนขนาดใหญ่ปิดหน้าผู้ตายก็เป็นเพียงทำให้ผู้ตายขาดอากาศหายใจ ขาดสติแน่นิ่งไปเท่านั้น โดยผู้ตายยังไม่ถึงแก่ความตายทันทีเมื่อจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายแล้ว จำเลยจึงบีบคอซ้ำอีกจนผู้ตายถึงแก่ความตายจำเลยจึงมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราจนเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง นั้น เห็นว่า แม้ผลจากการตรวจสภาพศพของพันตำรวจเอกณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ แห่งสถาบันนิติเวชวิทยาสำนักงานนายแพทย์ใหญ่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะระบุเหตุการตายของผู้ตายว่าขาดอากาศหายใจจากถูกกดรัดทางเดินหายใจตามเอกสารหมาย จ.24 ก็ตามแต่ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานถึงการตายของผู้ตายเท่านั้น โดยมิได้แสดงให้เห็นว่าผู้ตายถึงแก่ความตายก่อนหรือขณะหรือภายหลังที่จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายแล้วซึ่งโจทก์มิได้มีพยานอื่นใดมาสืบให้เห็นแน่ชัดว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายแล้วจึงบีบคอผู้ตายซ้ำอีกจนผู้ตายถึงแก่ความตายดังเช่นที่โจทก์ฎีกา แต่หากพิจารณาผลการตรวจสภาพศพผู้ตายดังกล่าวในส่วนคอที่ระบุว่ากล่องเสียงปกติ หลอดลมปกติ เนื้อเยื่อบริเวณคอช้ำข้างกล่องเสียงด้านขวาขนาด 0.5 x 0.7 เซนติเมตร แล้วเห็นได้ว่าเนื้อเยื่อบริเวณคอช้ำนั้นมีขนาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้นทั้งสภาพกล่องเสียงและหลอดลมต่างก็ปกติเช่นนี้ เหตุการตายของผู้ตายน่าจะไม่ใช่เกิดจากที่จำเลยบีบคอผู้ตายดังเช่นที่โจทก์อ้างในฎีกา ดังนั้น การที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนตอนหนึ่งฟังได้ว่า จำเลยใช้หมอนปิดส่วนใบหน้าผู้ตายแล้วใช้มือทั้งสองกดทับบริเวณจมูกและปากผู้ตายเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้อง แต่ผู้ตายยังดิ้นรนขัดขืน จำเลยจึงใช้มือกดหมอนไม่ให้ผู้ตายหายใจออกด้วยต้องการให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย เมื่อใช้เวลากดนานประมาณ 3 นาที ผู้ตายก็แน่นิ่งไป ซึ่งตามลักษณะรูปร่างของผู้ตายที่ยังเป็นเด็กจำเลยที่มีรูปร่างใหญ่กว่าผู้ตายมาก การที่จำเลยใช้กำลังกดหมอนที่จมูกและปากของผู้ตายเป็นเวลานานถึง 3 นาที เช่นนี้ จึงน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว การที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนตอนหนึ่งตามที่โจทก์อ้างในฎีกาว่าผู้ตายได้สลบไปเท่านั้นและได้ข่มขืนต่อไป ต่อเมื่อข่มขืนเสร็จแล้ว จึงทราบว่าผู้ตายได้ถึงแก่ความตายแล้วเนื่องจากไม่ได้ยินเสียงร้องและแน่นิ่งไปนั้น เป็นการที่จำเลยตอบคำถามของพนักงานสอบสวนที่ถามว่าหลังจากที่จำเลยใช้หมอนกดปิดปากและจมูกของผู้ตายแล้ว จำเลยทราบหรือไม่ว่า ผู้ตายได้ถึงแก่ความตายทันทีหรือไม่ โดยจำเลยตอบว่า ไม่ทราบ แต่จำเลยคิดว่าผู้ตายได้สลบไปเท่านั้น การที่จำเลยตอบคำถามของพนักงานสอบสวนดังกล่าวจึงทำให้เห็นได้ว่า ผู้ตายได้ตายไปแล้ว การที่จำเลยคิดว่าผู้ตายเพียงสลบไปจึงข่มขืนกระทำชำเราผู้ตาย แม้ขณะที่ข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายนั้น จำเลยไม่ทราบว่าผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว เป็นแต่มาทราบภายหลังจากการข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายเสร็จว่าผู้ตายตายแล้ว ก็หาทำให้จำเลยมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายไม่ เพราะผู้ตายได้ถึงแก่ความตายไปก่อน ไม่มีสภาพเป็นบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 15 ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
อนึ่ง เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพตลอดมาตั้งแต่ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวนจนถึงชั้นพิจารณาของศาล ซึ่งคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนตามเอกสารหมายจ.16 เป็นประโยชน์ในการพิจารณาของศาลอย่างมากในการรับฟังข้อเท็จจริงเพื่อวินิจฉัยถึงการกระทำผิดของจำเลย ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษ สมควรที่จะลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78"
พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6
เจตนารวม ( Doluse ? ? ) ? เจตนาตอนต้น และผลที่เกิดขึ้น
End.. ^^ By dream-world
อนึ่ง หากมีข้อติชมเสนอแนะประการใด ก็ตอบกลับมาได้นะครับ ผมจะได้ปรับปรุงแก้ไขแนวทางการศึกษาของผมให้ดียิ่งขึ้น


File Microsoft World http://upload.mthai.com/F1/4842981bb4e08




โดย : dream-world  เมื่อวันที่ : อาทิตย์ ที่ 1 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2551  เข้าชม : 11332


สมัครสมาชิก LAWSIAM GROUP เพื่อรับข้อมูล เอกสาร คำบรรยาย ข่าวสาร Mp3ฟรี
Email อีเมล:
เยี่ยมชมกลุ่มนี้




มุมแนะนำ ปล. จะทยอยส่งข้อมูลให้ต่อๆไป ให้นะครับ @ลอว์สยาม ดอทคอม
1. Facebook @ลอว์สยาม ดอทคอม เป็นเพื่อนกับเราได้
2. กด Like ถูกใจ เพจ ลอว์สยาม ดอทคอม ติดตามข้อมูล ดาวน์โหลด กฎหมาย คำคม ต่างๆ
3. กลุ่มนักกฎหมาย แบ่งปันข้อมูล เตรียมสอบ Mp3 เก็ง เนติฯ ทนาย อัยการ ผู้พิพากษา


หัวข้อกระทู้กฎหมายใหม่ 5 อันดับล่าสุด

sbobet
ขอคำแนะด้วยค่ะ
MP3 ไฟล์เสียงคำบรรยายเนติฯ 1/66 และ 2/66 ส่งฟรี EMS
บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รับสมัคร หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย ประจำสำนักงานใหญ่ ด่วนน !!!!!!!!!!!!
เรื่องสัญญาจะซื้อจะขาย




Lawyer Comment # 1
อาทิตย์ ที่ 1 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2551 เวลา 20:23:41
เยี่ยมๆ ครับ โน๊ตย่อ มาแบ่งปันอีกนะครับ
โดย : นาย.แบ่งปัน   ไอพี : 117.47.40.145


Lawyer Comment # 2
อาทิตย์ ที่ 1 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2551 เวลา 21:33:00
ใจดีจัง โนต๊มีประโยชน์มากค่า
โดย : เจ๊กล้วยทอด   ไอพี : 124.120.170.241


Lawyer Comment # 3
จันทร์ ที่ 2 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2551 เวลา 06:24:43
thank alot
โดย : mu   ไอพี : 117.47.129.251


Lawyer Comment # 4
จันทร์ ที่ 2 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2551 เวลา 21:41:43
เจ๋งไปเลยนะ...ใจดีจัง เราเรียนภาคค่ำที่เชียงใหม่ โน้ตย่อของเธอเยี่ยมเลย ต้องช่วยเราได้มากแน่ๆ ขอบคุณนะ
โดย : อืม   ไอพี : 192.168.4.35


Lawyer Comment # 5
อังคาร ที่ 3 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2551 เวลา 11:35:00
ดีมากมายค่ะ
โดย : nidy   ไอพี : 58.137.0.19


Lawyer Comment # 6
อังคาร ที่ 3 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2551 เวลา 15:27:48
เป็นประโยชน์มากคะ
โดย : ta   ไอพี : 192.168.1.160


Lawyer Comment # 7
อังคาร ที่ 3 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2551 เวลา 15:33:12
เป็นประโยชน์มากคะ
โดย : ta   ไอพี : 192.168.1.160


Lawyer Comment # 8
อังคาร ที่ 3 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2551 เวลา 15:40:31
มีสาระประโยชน์มากคะ
โดย : ta   ไอพี : 192.168.1.160


Lawyer Comment # 9
อังคาร ที่ 3 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2551 เวลา 15:43:18
ขอรับรหัสผ่าน
โดย : ta   ไอพี : 192.168.1.160


Lawyer Comment # 10
พฤหัสบดี ที่ 5 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2551 เวลา 20:24:42
ขอบคุณค่ะ แล้วโนตมาแบ่งกันอ่านอีกนะคะ
โดย : photon   ไอพี : 202.129.1.171

กำลังแสดงหน้าที่ 1/2 ->
<< 1 2 >>


 


Re หัวข้อ :
รูปประกอบ :
Limit 100 kB
ไอคอน :
ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
รายละเอียด :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ชื่อของท่าน :