Google Ads
Google Ads
คำค้นยอดนิยม
กฎหมาย กฎหมายครอบครัว กฎหมายชั้นสูง กฎหมายต่างประเทศ กฎหมายทรัพย์ กฎหมายที่ดิน กฎหมายปกครอง กฎหมายพิสดาร กฎหมายฟื้นฟูกิจการ กฎหมายภาษีอากร กฎหมายมรดก กฎหมายมหาชน กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายลักษณะพยาน กฎหมายลักษณะละเมิด กฎหมายล้มละลาย กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง กฎหมายแรงงาน การสอบสวน ข้อสอบตั๋วทนาย คำคม กฎหมาย คำบรรยายตั๋วทนาย คำพิพากาษาฎีกา จ้างทนาย ตั๋วทนายภาคทฤษฎี ตั๋วทนายภาคปฏิบัติ ทนายความ นิติกรรม สัญญา นิติปรัชญา บทความกฎหมาย พระราชกำหนด พระราชบัญญัติ ย่อมาตรา ย่อหลักกฎหมาย รัฐธรรมนูญ รับว่าความ วิธีพิจารณาความอาญา วิธีพิจารณาความแพ่ง ศาล สอบผู้พิพากษา สอบอัยการ สำนักงานกฎหมาย สำนักงานทนายความ สุภาษิตกฎหมาย หนี้ หลักกฎหมาย เตรียมสอบตั๋วทนาย เตรียมสอบเนติ เนติบัณฑิต ภาค1 เนติบัณฑิต ภาค2 แนวข้อสอบตั๋วทนาย แนวข้อสอบเนติฯ แบบฟอร์มศาล แบบฟอร์มสัญญา

ผู้สนับสนุน


ติดต่อทีมงาน
สนใจลงโฆษณา...
ติดต่อ admin@lawsiam.com
Line ID : Lawsiam.com

โดย ลอว์สยาม ดอทคอม


สรุปคำบรรยาย ก.ม.สัมมนาวิธีพิจารณาความอาญาของ อ.กุมพล ครั้งที่ 1 | สังคมนักกฎหมายยุคใหม่ Lawsiam.com :- ถาม-ตอบ ปัญหากฎหมาย ปรึกษาคดี ว่าความทั่วราชอาณาจักร, Law , justice, judge
 



  

  
   สรุปคำบรรยาย ก.ม.สัมมนาวิธีพิจารณาความอาญาของ อ.กุมพล ครั้งที่ 1


สรุปคำบรรยาย ก.ม.สัมมนาวิธีพิจารณาความอาญาของ อ.กุมพล ครั้งที่ 1
สรุปโดย คุณทวิรัตน์ สุวรรณมณี
วิชา ก.ม.สัมมนาวิธีพิจารณาความอาญาของ อ.กุมพล ครั้งที่ 1
(คำแนะนำจากรุ่นพี่นะค่ะว่า ควรจะอ่านหนังสือ ก.ม. วิธีพิจาณาความอาญาของอาจารย์ ธานิศ ร่วมด้วยค่ะ)
ป.วิ.อ. ม.28 ผู้ที่มีสิทธิฟ้องคดีตามกฏหมายไทยคือ
1. พนักงานอัยการ
2. ผู้เสียหาย
ข้อควรจำ อ.เน้นให้เวลาตอบข้อสอบนั้นต้องตอบข้อกฏหมายมาด้วยถึงจะได้คะแนน
ผู้เสียหายแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1 บุคคลธรรม
2.นิติบุคคล และนิติบุคคลก็แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ นิติบุคคลตาม ป.พ.พ. และ นิติบุคคลตาม ก.ม. มหาชน
EX ส่วนราชการตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2504 มาตรา 7 สำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวง, ทบวง, กรม, หน่วยงานราชการอื่นที่มีฐานเป็นกรม
3. นิติบุคคลตาม ก.ม.พิเศษ EX รัฐวิสาหกิจ, มหาวิทยาลัย, แต่เจ้ากรมที่เกี่ยวกับการทหารไม่ใช่ EX เจ้ากรมการสื่อสาร วัดที่เป็นสำนักสงฆ์ มิใช่นิติบุคคล ถ้าเป็นผู้เสียหายก็เป็นผู้เสียหายธรรมดาเหมือนบุคคลธรรมดา
4. แต่วัดที่มีพระภิกษุจำกัด กล่าวถึงวัดพระแก้วเป็นนิติบุคคล แต่มีปัญหาว่า เจ้าอาวาสถือว่าเป็นเจ้าพนักงานหรือไม่ ซึ่งศาลฏีกาได้มีการตีความว่าเจ้าอาวาสคือเจ้าพนักงาน ดังนั้น เวลาที่เจ้าอาวาสไล่พระออกจากวัด, ผู้บุกรุกออจากวัด ถ้าบุคคลที่ถูกเจ้าอาวาสไล่นั้นไม่ไป บุคคลนั้นก็มีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ตาม ป.อ. คยวามผิดลหุโทษ แต่ในปัจจุบันก็ได้มีการเถียงกันว่า เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานเสมอไปหรือไม่ และในปัญหาเรื่องวัดร้างใครเป็นตัวแทนนิติบุคคล ซึ่งศาลฏีกาว่าวัดร้างอยู่ในความดูแลของกรมศาสนา ตาม. พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ตามมาตรา 2 ทวิ ถ้าได้มีการยักยอกเงินค่าเช่าที่ของวัดร้างกรมการศาสนาจึงเป็นผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฏีกา 6545-6546/2546
จำเลยเป็นลูกจ้างของกรมศาสนาที่ติดต่อซื้อที่ดินจากวัดร้างการที่จำเลยนำใบเสร็จค่าเช่าที่ดินจากวัดร้างที่จำเลยปลอมขึ้นถือได้ว่าจำเลยรับเงินแทนกรรมศาสนาจากผู้เช่า เมื่อจำเลยยักยอกเงินจึงเป็นการที่จำเลยยักยอกเงินจากกรมศาสนา กรมศาสนาจึงเป็นผู้เสียหายกรมการศาสนาจึงเป็นผู้ร้องทุกข์ และนอกจากนั้นในกรณีที่เป็นตัวแทนไปขายสินค้าแล้วมีการยักยอกเงินค่าสินค้าปัญหาที่เกิดขึ้นคือเป็นการยักยอกทรัพย์/ยักยอกเงิน ซึ่งในเรื่องดังกล่าว ศาลฏีกาได้มีคำตัดสินอยู่ 2 กรณี
1. ในกรณีที่ลูกค้าได้ส่งสินค้าและตัวแทนได้เอาสินค้าไปส่งแล้วนำเงินจากลูกค้าไปใช้หรือเข้ากระเป๋าตัวเองไปเป็นการยักยอกเงิน
2. ไม่ได้มีลูกค้าที่จะซื้อสินค้าจริงๆ แต่ได้มีการโกหกเจ้าของสินค้าหรือบริษัทว่ามีลูกค้าสั่งสินค้าแล้วนำเอาสินค้านั้นไปขายเอง ถือได้ว่าเป็นการลักสินค้าจากบริษัท และใช่เป้นอันเดียวกับกรณีการฝากเงิน, การรับฝากเงิน
การฝากเงิน, การรับฝากเงิน คือ ก. ได้ฝากเงินไว้กับ นาย ข นาย ค ได้มาหลอกนาย ข ว่า นาย ก ให้มาเอาเงินที่ฝากไว้ เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ถามว่าใครเป็นผู้เสียหาย
ถ้าผู้ที่ร้องทุกข์มิได้เป็นผู้เสียหายตามมาตรา 2 (4) ผู้นั้นก็ไม่มีอำนาจที่จะร้องทุกข์ เมื่อไม่มีอำนาจที่จะร้องทุกข์เจ้าพนักงานสอบสวนก็ไม่มีอำนาจในการสอบสวนและรับคำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 121 การสอบสวนนั้นมิชอบด้วยกฏหมาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 121 และพนักงานอัยการก็ไม่มีอำนาจยื่นฟ้องคดีเอง
ในการตอบข้อสอบนั้น ต้องตอบก่อนว่าใครเป็นผู้เสียหายตามาตรา 2(4) และคดีนั้นเป็นคดีที่ยอมความได้หรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นคดีที่ยอมความกันได้ พนักงานสอบสวนจะสอบสวนได้ก็ต่อเมื่อมีการร้องทุกข์ตามมาตรา 121 ว.2 หากไม่มีการร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนก็ไม่มีอำนาจที่จะสอบสวน เมื่อพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจที่จะสอบสวน พนักงานอัยการก็ไม่มีอำนาจฟ้องคดี ตาม ป.วิ.อ. ม.120
ผู้เสียหายต้องเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย(ต้องได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดนั้น) เพราะถ้าไม่ได้เป็นผู้เสียหายจากกระทำความผิดนั้นก็ไม่อาจที่จะร้องทุกข์และฟ้องคดีได้และไม่อาจขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้
1. ความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย (Mala Porhita) เป็นความผิดที่ state ห้ามมิให้กระทำโดยหลักแล้วดูไม่รู้โดยใช้สัญชาตญาณไม่รู้ รัฐจะเป็นผู้กำหนดว่าการกระทำนี่เป็นความผิด EX ห้ามเล่นการพนัน
2. ความผิดที่บุคคลธรรมดาเป็นผู้เสียหาย (Mala Insane) ใช้สัญชาตญาณก็สามารถรับรู้ได้ EX ลักทรัพย์ การฆ่าคน ตาย
ถ้าเป็นความผิดที่กระทำต่อรัฐ แต่ทั้งเอกชนและรัฐได้รับความเสียหาย ศาลฏีกาตีความว่าทั้งเอกชน+รัฐ เป็นผู้เสียหายสามารถฟ้องคดีได้ EX แจ้งความเท็จมาตรา 157 ตาม ป.อ. (อาจจะมีการแก้ ก.ม. ไม่ให้เอกชนฟ้องได้)
คำพิพากษาศาลฏีกา 4881/2541
การที่เจ้าพนักงาน/ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนั้นให้ราษฏร(เอกชน) ฟ้องได้แต่ในกรณืความผิดฐานแจ้งความเท็จต้องพิจารณาเป็นรายวคดีไป ไม่ใช่ราษฏร(เอกชน) สามารถจะฟ้องได้ทุกกรณี แต่โดยหลักแล้วเอกชนก็จะเสียดายด้วย
คำพิพากษาศาลฏีกา /2548
ในการจดทะเบียนซ้อน ภรรยาน้อย/หลวง ก็เป็นผู้เสียหายในข้อหาแจ้งความเท็จแต่ในข้อหาแจ้งความเท็จที่เอกชนไม่เสียหายรัฐเสียหายอย่างเดียว เช่น A มากู้เงิน B แล้ว นาย A เอาโฉนดมาวางไว้หรือเอาทะเบียนรถมาวางไว้ / บัตร ATM แล้วต่อมา นาย A แจ้งหาย พอแจ้งหายต่อเจ้าหน้าที่แล้วจะกลายเป็นแจ้งความเท็จแน่นอนศาลฏีกาตีความว่า นาย B ไม่มีสิทธิฟ้องฐานแจ้งความเท็จ รัฐ(พนักงานอัยการ) เท่านั้นที่มีสิทธิฟ้อง
คำพิพากษาศาลฏีกา 658/2547
ศาลฏีกาพิพากษาว่า ตัวคนที่ยึดสมุดเงินฝากไม่ได้เป็นผู้เสียหายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 2(4) ในข้อหาแจ้งความเท็จ เพราะไม่มีสิทธิในสมุดเงินฝากที่ยึดไปเลย
คำพิพากษาศาลฏีกา 2071 / 2532
ตัวคนที่ยึดโฉนดที่ดินไม่มีสิทธิฟ้องคดีศาลฏีกาตีความว่าตัวคนที่ยึดโฉนดที่ดินไม่มีสิทธิใดๆ เลยในตัวเอกสารที่ยึดไว้นั้น เพราะเอกสารที่ยึดไว้นั้นไม่ใช่เป็นหลักประกันแห่งหนี้ ตาม ป.พ.พ. (จำนำ, จำนอง) มรเรื่องผู้เสียหายที่ยุ่งที่สุด และเป็นปัญหาขึ้นสู่ศาลฏีกามากที่สุด คือ ในเรื่องเช็ค ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการใช้เช็ค พ.ศง2534 เช็คตาม ป.พ.พ. มีการเปลี่ยนมือกันได้และเจ้าหนี้สามารถฟ้องไล่ตามสายได้ตาม ป.พ.พ.
แต่ในเรื่องอาญา ไม่ใช่จะ strictกว่าทางแพ่ง
เพราะในทางอาญาผู้ที่จะเป็นผู้เสียหายทางอาญาได้จะต้องเป็นผู้จ่ายเช็คในขณะที่ธนาคารได้มีการปฏิเสธการจ่ายเงินเท่านั้น ใครถือผู้นั้นจึงเป็นผู้เสียหายแต่เพียงผู้เดียว
ปัญหาว่า ในเช็คเขียนชื่อ นาย A หรือ ผู้ถือ พอนาย A ไปเรียกให้ธนาคารจ่ายเงินสดตามเช็ค ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน นาย A ก็โอนเซ็คดังกล่าวนั่นให้นาย B นาย B ก็ไปขั้นเงินกับธนาคาร ธนาคารก็ปฏิเสธอีก นาย B เอามาร้องทุกข์ และฟ้องศาล
ANSWER นาย A เท่านั้นที่เป็นผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฏีกา 4074/2546
พิพากษาความผิดอันเกี่ยวกับเช็คนั้น เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ใครเป็นผู้ทรงในขณะที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเท่านั้นที่จะเป็นผู้เสียหายแต่เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้วมีการส่งต่อกันไปคนที่รับเช็คต่อหลังจากวันที่ปฏิเสธการจ่ายเงินแล้วไม่ใช่ผู้เสียหายมีปัญหาอายุการรัองทุกข์ (เพราะเช็คเป็นคดีที่ยอมความกันได้ ดังนั้นมีอายุความในการร้องทุก 3 เดือนดั้งนั้นจึงมีปัญหา) ในกรณีที่ผู้ทรงเช็คตายก่อน, ตายหลัง, ที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน
1. ถ้าเป็นกรณีที่ผู้ทางเช็คได้ตายก่อนที่ทางธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คตัวเช็คจะตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฏหมายแพ่ง และพาณิยช์ในเรื่องมรดก ถ้าทายาทรับเว็คแล้วดังกำหนด ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ทายาทเป็นผู้เสียหายโดยกฏหมายเป็นผู้เสียหายด้วยตัวเขาเอง เป็นคำพิพากษาศาลฏีกาที่ 3619/2543 ถ้าผู้ทรงเช็คที่ตายมีทายาทหลายคน ทายาทแต่ละคนก็มีสิทธิฟ้องคดีดังกล่าวโดยแยกกันไม่ต้องฟ้องร่วมกันได้ถึงแม้ว่าทายาทอีก 2 คน ฟ้องก่อ ทายาทคนที่ 3 ก็มีสิทธิฟ้องต่อคดียังคงอยู่
2. ถ้าเป็นกรณีที่ผู้ทรงเช็คตายหลังจากที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินความผิดเกิดขึ้น และเจ้ามรดกได้ดำเนินคดี เกิดตายเสียก่อนปัญหา ทายาทจะดำเนินคดีกับจำเลยได้หรือไม่ ศาลฏีกาได้มีการวินิจฉัยว่า อำนาจในการดำเนินคดีไม่อาจตกทอดแก่ทายาทได้ ทายาทนินคดีต่อไปไม่ได้ และไม่ใช่กรณีมาตรา 29 เพราะเนื่องจากเจ้าของมรดกไม่ได้ฟ้องคดีไว้จะใช้มาตรา 29 ได้ก็ต่อเมื่อเจ้ามรดกได้มีการฟ้องคดี
คำพิพากษาศาลฏีกา 3619/2543 คำพิพาษาศาลฏีกา 478/2515
สิทธิฟ้องคดีอาญาไม่ตกทอดเป็นมรดก ถ้าคดีอาญาเกิดขึ้นแล้วเป็นสิทธิเฉพราะต่างหากของเจ้าของมรดก เจ้าของมรดกไม่ดำเนินคดีทายาทจะดำเนินคดีมิได้ เพราะสิทธิในการดำเนินคดาญาไม่ได้เป็นมรดกตกทอด และจะใช้มาตรา 29 ก็ไม่ได้ เพราะเจ้ามรดกไม่ได้มีการฟ้องคดีเอาไว้ มันเป็นสิทธิเฉพาะตัวของเจ้ามรดก ในการดำเนินคดีอาญา เมื่อเจ้ามรดกมิได้ดำเนินคดีไว้ก็จบ ทายาทดำเนินคดีต่อไปไม่ได้ ถ้าหกากมีข้อสอบต้องมีการตอบมาตรา 29 ด้วย
คำพิพากษาศาลฏีกา 478/2515
สิทธิฟ้องคดีอาญาไม่ตกทอดเป็นมรดกถ้าคดีอาญาเกิดขึ้นแล้วเจ้ามรดกไม่ได้ดำเนินคดีต่อมาเมื่อเจ้ามรดกตายทายาทจะดำเนินคดีมิได้ เพราะสิทธิในการดำเนินคดีอาญาเป็นสิทธิเฉพาะตัวของเจ้ามรดกไม่ตกทอดแก่ทายาท แลเมื่อผู้เสียหายสิทธิในการฟ้องคดีอาญาก็ระงับตามาตรา 39 (5) แห่ง ป.วิ. อ. นอกจากนั้นก็ไม่สามารถที่จะใช้มาตรา 29 ได้ เพราะตอนเจ้ามรดกตาย เจ้ามรดกยังไม่ได้ยืนฟ้อง มาตรา 29 จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเจ้ามรดกได้ยืนฟ้องคดีก่อนจะตาย คำพิพากษาศาลฏีกา 2219/2521 การฟ้องคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 456 ไมได้ให้อำนาจผู้จัดการมรดกฟ้องแทนผู้เสียหาย สิทธิฟ้องคดีอาญาไม่ตกทอดมายังทายาท
การออกเช็คเพื่อคำประกันเงินกู้ไม่สามารถฟ้องศาลในความผิดอันเกี่ยวกับการใช้เช็คได้ เพราะเนื่องจากการฟ้องในความผิดนี้นั้น มูลหนี้ตามเช็คต้องมีอยู่และใช้บังคับได้
คำพิพากษาศาลฏีกา 3414-3415/2528
เป็นเรื่องการออกเช็คที่มูลหนี้นั้นไม่มีอยู่จริง และไม่สามารถใช้บังคับได้ ผู้เสียหายโดยนิตินัยเป็นหลักของ ก.ม. ประเทศไทย ศาลฏีกากล่าวว่าในการมาศาลต้องมาด้วยมือสะอาด แต่ศาสตราจารย์ ดร. อมร จันทสมบูรณ์ ท่านค้านมาว่า ? หลักเกณฑ์ในเรื่องการมาศาล ต้องมาด้วยมือสะอาดนั้น? เป็นสุภาษิตกฎหมาย ลาติน แต่มันใช้ในทาง กฏหมายแพ่ง ในเรื่องผู้เสียหายโดยนิตินัยนั้น ศาลฏีกาได้เอามาใช้ในทุกๆ เรื่อง ดังนั้นจึงมีความสำคัญมาก
ในกรณีผู้เสียหายฟ้องคดีเอง ไม่ว่าจะเป็นความผิดอันยอมความได้หรือไม่ได้ยอมความนั้น ถ้าผู้เสียหายมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง
ในกรณีที่ผู้เสียหายไปร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนเพื่อให้เจ้าพนักงานสอบสวนฟ้องคดีให้ ถ้าผู้ที่ไปร้องทุกข์นั้นมิใช่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ผู้นั้นก็มีสิทธิร้องทุกข์เมื่อไม่มีสิทธิร้องทุกข์ ได้ไปร้องทุกข์ การไปร้องทุกข์นั้นก็ไม่ชอบด้วยกฏหมาย เป็นผลให้เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจที่จะสอบสวนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 121 ว.2 หากสอบสวนไป การสอบสวนก็มิชอบด้วยกฏหมาย (ก็ถือว่าเป็นการที่ไม่มีการสอบสวน) เมื่อไม่มีการสอบสวน เจ้าหน้าที่พนักงานอัยการก็ไม่มีอำนาจฟ้องคดีตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120 การเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยคือ การที่ผู้นั้นไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด
คำพิพากษาศาลฏีกา 954/2502 ในกรณีที่มีการขับรถประมาทร่วม ผู้เสียหาย(ซึ่งมีความประมาทในการขับรถร่วมกับอีกฝ่ายหนึ่ง)ไม่สามารถฟ้องความผิดฐานประมาทเองได้ เพราะ กฏหมายไม่ถือว่า ผู้นั้นเป็นผู้เสียหาย ตามมาตรา 2(4) เพราะผู้นั้นมีส่วนรวมในการกระทำความผิด (ผู้เสียหายโดยนิตินัย) ดังนั้นทางแก้ ถ้าอยากจะเอาตัว ผู้กระทำความผิดนั้นมาลงโทษ คือ ต้องไปกล่าวโทษ ผู้กระทำความผิดดังกล่าวต่อพนักงานอัยการอันเป็นความผิดอาญาแผ่นดินไม่ใช่ความผิดที่ยอมความกันได้
แต่ ต้องการจะฟ้องเองจะกระทำไม่ได้เด็ดขาดเพราะไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย หรือถ้าบุตรผู้ตาย หรือ บาดเจ็บ พ่อซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมตาม(มาตรา5วรรค2)
ก็จะกระทำมิได้เพราะลูกม่ได้เป็นผู้เสียหายตามมาตรา2 (4) เนื่องมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด
พ.ร.บ. จราจรทางบอกวางหลักไว้ว่าเมื่อถึงทางร่วม, ทางแยก ให้ชะลอความเร็วทั้งสองฝ่าย
ถึงแม้ว่าจะขับรถทางตรงก็ตาม ถ้าไม่ชะลอความเร็วเมื่อมาถึงทางร่วม, เมื่อมาถึงทางแยก แล้วเกิดการตาย
พ่อนาย A ซึ่งเป็นผู้ขับรถทางตรงก็ไม่มีสิทธิฟ้อง นาย B ขับรถทางแยกตามมาตรา 5 ว.2 แห่ง ป.วิ.อ. เพราะนาย A ก็ไม่มีสิทธิฟ้องนาย B เพราะถือว่านาย A ก็ประมาทร่วมกับนาย B ดังนั้น นาย A จึงมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด นาย A ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2(4) ถึงแม้ว่าอัยการจะฟ้องคดีแล้วบิดาของโจทก์ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลก็ไม่ให้เข้าแต่อัยการฟ้องได้ เพราะในกรณีนี้ถือว่ารัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหาย อัยการจึงมีสิทธิฟ้องแต่เพียงผู้เดียว ผู้เสียหายไม่มีสิทธิฟ้องเอง และขอเข้าเป็นโจทก์ฟ้องร่วมกับอัยการก็ไม่ได้




คำพิพากษาศาลฏีกา 340/2502
เป็นกรณีความผิดเกี่ยวกับการให้สินบนเจ้าหน้าที่พนักงาน จำเลยหลอกลวงโจทก์ว่าสนิทกับผู้พิพากษา, อัยการ ทำให้บุตรโจทก์หลุดคดี โจทก์หลงเชื่อให้เงินจำเลย การกระทำของโจทก์ถือได้ว่าเป็นการร่วมกับจำเลยให้สินบนเจ้าหน้าที่พนักงานอันอาจถือได้ว่าโจทก์ใช้ให้จำเลยกระทำความผิด โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายแต่ถือเป็นการล่อซื้อของผิดกฏหมายจากผู้ที่กระทำความผิด ศาลฏีกาถือ ว่าเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานจากเจ้าหน้าที่พนักงานดังนั้นไม่ถือว่ารัฐเป็นฝ่ายก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด รัฐจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย รัฐมีสิทธิฟ้องคดี
***** พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ เป็นคดีที่ยอมความกันได้
คำพิพากษาศาลฏีกา 6523/2545
เป็นกรณีละเมิดลิขสิทธิ์เหมือนกัน แต่จำเลยเป็นพวก Hack โปรแกรมอยู่แล้ว โจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ไปล่อซื้อ จำเลยขายให้ ศาลฏีกาถือว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิดอยู่แล้ว ไม่ใช้ผู้เสียหายก่อให้จำเลยทำกระทำความผิดสมัครใจต่อกันฟ้องกันไม่ได้ เพราะทั้งคู่มีความส่วนในการกระทำความผิดโดยนิตินัยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2(4) ถ้าโจทย์ต้องการที่จะลงโทษจำเลยจริง จะต้องใช้มาตราแห่ง ป.อ. แต่ต้องไปกล่าวโทษแก่พนักงานสอบสวนเพราะมาตรา 143 เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน รัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหายเอกชนไม่มีสิทธิฟ้องแต่ผู้เสียหายเป็นฝ่ายที่จะกล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนให้พนักงานสอบสวนสอบสวนคดีในเรื่องนี้ได้และจะเอาตัวโจทก์มาเป็นพยานหลักฐาน
ส่วนในกรณีละเมิดลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ตาม คำพิพากษาศาลฏีกา 4085/2545
ศาลฏีกาพิพากษาว่าจำเลยไม่มีเจตนาละเมิดลิขสิทธิโปรแกรมคอมพิวเตอร์ผู้เสียหายไปยั่วยุให้จำเลยทำความผิด โจทก์เป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดโดยที่ผู้อื่นไม่ได้มีเจตนากระทำความผิดมาก่อนเท่ากับโจทก์มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยเพราะโจทก์ไปก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดกรณีสมัครใจยอมให้ผู้อื่นกระทำความผิด

เช่นเดียวกับ กรณีกู้ดอกเบี้ยเกินอัตรา (อ.ไม่เห็นด้วย เดี๋ยวคงแก้กฏหมายให้ลูกหนี้เป็นผู้เสียหายได้ด้วย ล.น. ช่วย state ในการป้องกันปราบปรามในการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา)
เจ้าของธนบัตรปลอมถูกนาย A ขโมยธนบัตรปลอมเจ้าของธนบัตรปลอมเป็นผู้เสียหายหรือไม่ และถ้าต่อมานาย C มาขโมยต่อจากนาย A นาย C เป็นผู้เสียหายหรือไม่
นายC เป็นในทางลักทรัพย์นั้นเจ้าของทรัพย์ไม่จำเป็นต้องได้ทรัพย์มาโดยชอบด้วยกฏหมายอย่างเดียว เจ้าของที่ครอบครองทรัพย์ที่ได้มาโดยผิดกฏหมายนั้นมีสิทธิดีกว่าคนอื่นยกเว้นเจ้าของเดิมแต่เพียงผู้เดียวหากมีใครมาขโมยต่อมีความผิดฐานลักทรัพย์
EX สมมุติ นาย A ไปตัดไม้ในป่าสงวน นาย A มีความผิดตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ ต่อมา นาย A ลากไม้วางไว้ใต้ถุนบ้าน นาย B เห็นก็เลยอยากได้จึงเอาไม้ดังกล่าวไป
คำถาม นาย B เป็นขโมยหรือไม่ จะมีความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่?
คำตอบ มี นาย B มีคามผิดฐานลักทรัพย์ แม้ว่าไม้ของนาย A นั่นจะเป็นไม้ต้องห้ามตามกฏหมาย ไม่ให้ผู้ใดทำการตัดไม้ดังกล่าวก็ตามแต่ตาม ป.อ. ฐานความผิดลักทรัพย์ไม่ได้กำหนดผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์/ผู้ครอบครองทรัพย์ที่ถูกลัก ต้องได้มาโดยชอบด้วยกฏหมาย ถึงแม้ว่าผู้นั้นจะไม่ได้ทรัพย์มาโดยชอบด้วยกฏหมายก็ตาม ผู้ที่ได้มีการแย่งการครอบครองทรัพย์ดังกล่าวจากผู้นั้นโดยทุจริต ผู้นั่นก็มีความผิดฐานลักทรัพย์
คำพิพากษาศาลฏีกา 1083/2510
ควมยินยอมที่สมัครใจเล่นกีฬานั้นเป็นความยินยอมที่ยอมรับกันได้ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน
การแข่งรถแล้วแหกโค้งไปชนคนดูตาย 10 คน ไม่ผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา เพราะถือว่าผู้ไปดูได้มีการยินยอมที่จะเข้าไปเสี่ยงภัยเอง ความยินยอมที่จะเข้าเสี่ยงภัยได้ถือว่าเป้นความยินยอมที่ยอมรับกันได้ตามกฏหมาย (เป็นความยินยอมที่ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีต่อประชาชน)
หมอผ่าตัด ไม่ฟ้องหมอ ทั้งที่เป้นความผิดฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสเพราะเนื่องจากต้องนอนโรงพยาบาลแต่ก็เป็นความยินยอมโดยสมัครใจจากคนไข้เอง หมอจึงไม่ผิด (เว้นแต่มีการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง) แต่ตอนนี้มีหมอเกี่ยวกับศัลยกรรม(รู้สึกว่าจะเป็นประตูน้ำโพลีคลีนิค)ที่ไปตัดอัณฑะให้ผู้ชาย(ที่ต้องการเป็นผู้หญิง) ทางแพทย์สภาทำเรื่องไปยังกฤษฏีกาว่าการที่แพยท์ศัลยกรรมได้ตัดอัณฑะให้แก่เด็กอายุไม่ถึง 18 ปี เพื่อความสวยงามและต้องการเป็นหญิงเท่านั้น ถือว่าเป็นการรักษาตาม พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 หรือไม่
กฤษฏีกาตีความ การตัดอวัยวะเพศไม่ถือเป็นการรักษาเมื่อไม่ถือการรักษาถือว่าเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ม. 297 (2) เสียอวัยวะสืบพันธ์
แต่มีคำถามต่อไปว่า เด็กผู้ชายอายุไม่เกิน 18 ปี ฟ้องได้หรือไม่
มันก็ต้องตีความ ดช.เป็นผู้เสียหายหรือไม่ และ ดช.เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือไม่ เพราะเนื่องจากดช.ได้ยินยอมให้มีการกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายหรือไม่ ยังไม่มีคำตอบ(ให้นักศึกษาตอบเอง) แต่อ.แนะนำให้ร้องทุกข์ผ่านเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน เพื่อให้เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพราะถือว่าคดีทำร้ายร่างกายนั้นเป็นคดีอาญาต่อแผ่นดิน ดังนั้นรัฐจึงเป้นผู้เสียหายจึงสามารถฟ้องแพยท์ศัลยกรรมดังกล่าวได้

จากคุณ : kankokub




โดย : ช่วยแจก  เมื่อวันที่ : พฤหัสบดี ที่ 25 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2551  เข้าชม : 5293


สมัครสมาชิก LAWSIAM GROUP เพื่อรับข้อมูล เอกสาร คำบรรยาย ข่าวสาร Mp3ฟรี
Email อีเมล:
เยี่ยมชมกลุ่มนี้




มุมแนะนำ ปล. จะทยอยส่งข้อมูลให้ต่อๆไป ให้นะครับ @ลอว์สยาม ดอทคอม
1. Facebook @ลอว์สยาม ดอทคอม เป็นเพื่อนกับเราได้
2. กด Like ถูกใจ เพจ ลอว์สยาม ดอทคอม ติดตามข้อมูล ดาวน์โหลด กฎหมาย คำคม ต่างๆ
3. กลุ่มนักกฎหมาย แบ่งปันข้อมูล เตรียมสอบ Mp3 เก็ง เนติฯ ทนาย อัยการ ผู้พิพากษา


หัวข้อกระทู้กฎหมายใหม่ 5 อันดับล่าสุด

บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รับสมัคร หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย ประจำสำนักงานใหญ่ ด่วนน !!!!!!!!!!!!
เรื่องสัญญาจะซื้อจะขาย
ถูกบังคับเซ็นต์สัญญาห้ามไปทำงานกับคู่แข่ง
ธงเนติ วิแพ่งภาค2 สมัยที่ 66
สกัดหลักกฎหมาย มาตราที่น่าสนใจ ข้อ ๑ ป.วิ.แพ่ง ภาคทั่วไป (มาตรา ๑ ถึง ๑๖๙/๓) เตรียมสอบเนติฯ 2/66



กำลังแสดงหน้าที่ 1/0 ->
<< 1 >>

 


Re หัวข้อ :
รูปประกอบ :
Limit 100 kB
ไอคอน :
ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
รายละเอียด :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ชื่อของท่าน :