Google Ads
Google Ads
คำค้นยอดนิยม
กฎหมาย กฎหมายครอบครัว กฎหมายชั้นสูง กฎหมายต่างประเทศ กฎหมายทรัพย์ กฎหมายที่ดิน กฎหมายปกครอง กฎหมายพิสดาร กฎหมายฟื้นฟูกิจการ กฎหมายภาษีอากร กฎหมายมรดก กฎหมายมหาชน กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายลักษณะพยาน กฎหมายลักษณะละเมิด กฎหมายล้มละลาย กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง กฎหมายแรงงาน การสอบสวน ข้อสอบตั๋วทนาย คำคม กฎหมาย คำบรรยายตั๋วทนาย คำพิพากาษาฎีกา จ้างทนาย ตั๋วทนายภาคทฤษฎี ตั๋วทนายภาคปฏิบัติ ทนายความ นิติกรรม สัญญา นิติปรัชญา บทความกฎหมาย พระราชกำหนด พระราชบัญญัติ ย่อมาตรา ย่อหลักกฎหมาย รัฐธรรมนูญ รับว่าความ วิธีพิจารณาความอาญา วิธีพิจารณาความแพ่ง ศาล สอบผู้พิพากษา สอบอัยการ สำนักงานกฎหมาย สำนักงานทนายความ สุภาษิตกฎหมาย หนี้ หลักกฎหมาย เตรียมสอบตั๋วทนาย เตรียมสอบเนติ เนติบัณฑิต ภาค1 เนติบัณฑิต ภาค2 แนวข้อสอบตั๋วทนาย แนวข้อสอบเนติฯ แบบฟอร์มศาล แบบฟอร์มสัญญา

ผู้สนับสนุน


ติดต่อทีมงาน
สนใจลงโฆษณา...
ติดต่อ admin@lawsiam.com
Line ID : Lawsiam.com

โดย ลอว์สยาม ดอทคอม


ฎีกาอาญา ภาค 1/62 ป้องกันโดยชอบฯ | สังคมนักกฎหมายยุคใหม่ Lawsiam.com :- ถาม-ตอบ ปัญหากฎหมาย ปรึกษาคดี ว่าความทั่วราชอาณาจักร, Law , justice, judge
 



  

  
   ฎีกาอาญา ภาค 1/62 ป้องกันโดยชอบฯ


======ป้องกันโดยชอบ=====

พอสมควรแก่เหตุ

ผู้เสียหายใช้สนับมือชกต่อยจำเลย และจะชกซ้ำอีก จำเลยใช้มีดแทงสวนไป (๙๓๐๘/๒๕๔๖)

ผู้ตายจะใช้มีดฟันจำเลย จำเลยใช้มีดฟันผู้ตาย ( ๘๘๗๙/๒๕๔๒ )

ผู้ตายพกปืนเข้าไปทำอนาจารภรรยาจำเลย จำเลยเข้าแย่งปืนแล้วยิงผู้ตาย

(๘๐๘/๒๕๔๐)

๓๔๗๕/๒๕๓๒ ผู้เสียหายเข้าไปในบ้านจำเลยและยิงปืน ๑ นัด และแสดงอาการจะทำร้ายจำเลย จำเลยใช้ปืนยิงไป ๖ นัด โดยไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายล้มลงหรือจะหยุดการคุกคามเมื่อใด และผู้เสียหายยังสามารถหลบหนีออกไปจากบ้านของจำเลยได้ เช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำไปเพื่อป้องกันตน และเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุ จำเลยจึงไม่มีความผิด

๖๑๕/๒๕๐๓ ผู้ตายล่ำใหญ่กว่าจำเลยและประพฤติผิดศีลธรรมต่อนางสาวสมจิตรบุตรเลี้ยงของจำเลยขึ้นก่อน เมื่อเกิดต่อว่ากันขึ้นแล้ว ผู้ตายแทงจำเลยก่อน และเมื่อกอดปล้ำกัน แล้วจำเลยดิ้นไม่หลุด จำเลยจึงต้องแทงผู้ตายไปบ้างเป็นการป้องกันตัว อาวุธของทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างเดียวกัน บาดแผลก็ขนาดเดียวกัน ถือได้ว่าเป็นการพอสมควรแก่เหตุ


เกินสมควรแก่เหตุ

ผู้ตายไม่มีอาวุธเข้าทำร้ายจำเลย จำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้ตายที่หน้าอก (๒๓๕๓/๒๕๓๐)

ผู้ตายด่าและท้าทายให้จำเลยออกมาต่อสู้กันแล้วเข้ากระชากคอเสื้อจำเลย จำเลยใช้มีดขนาดใหญ่มีความยาวทั้งคมมีดและด้าม ๑ ฟุต แทงที่ลำตัวผู้ตาย ๙ แผล ( ๕๑๘๘/๒๕๔๐ )

ผู้ตายเมาสุรามากจนครองสติไม่ได้เข้ากอดจูบกอดปล้ำจำเลย ขณะนั้นจำเลยแต่งกายใส่กางเกงเรียบร้อย การกระทำของผู้ตายไม่ถึงขั้นจะข่มขืนกระทำชำเราจำเลย กรณียังไม่พอถือว่าเป็นภยันตรายที่จะใกล้จะถึงสำหรับการจะถูกข่มขืนกระทำชำเรา คงเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงเฉพาะที่ผู้ตายกระทำอนาจารเท่านั้น ขณะนั้นผู้ตายเมาสุรามากจนแทบจะครองสติไม่ได้จำเลยอาจกระทำการใดเพื่อป้องกันโดยไม่จำต้องให้ผู้ตายถึงตายก็ได้ การที่จำเลยใช้มีดแทงผู้ตายในที่สำคัญจนผู้ตายถึงแก่ความตายจึงเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ ( ๒๐๐๑/๒๕๓๐)




เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน

๓๒๐๖/๒๕๓๖ จำเลยเข้าจับกุมผู้เสียหายซึ่งเล่นการพนัน ผู้เสียหายต่อสู้โดยฟันจำเลยที่กกหูขวา การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงถูกผู้เสียหายที่หน้าท้อง ในขณะที่มีภยันตรายเพียงนัดเดียว ก็เพียงพอแก่การที่จำเลยจะป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่จำเลยยังยิงขาผู้เสียหายขณะผู้เสียหายกำลังหันหลังจะวิ่งหนีและจำเลยยังเข้าทำร้ายผู้เสียหายขณะล้มลงอีก โดยผู้เสียหายหมดโอกาสทำร้ายจำเลย การกระทำของจำเลยในตอนนี้จึงเป็นการกระทำเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตาม ป.อ. มาตรา ๖๙

๒๐๖๖/๒๕๓๓ ผู้ตายกับพวกรวม ๓ คน ถีบประตูห้องพักของจำเลยเพื่อจะเข้าไปทำร้ายจำเลยจนกลอนประตูหลุด ประตูเปิด แล้วเข้าไปทำร้ายจำเลยและจะทำร้ายภรรยาจำเลยซึ่งมีครรภ์อยู่เป็นการกระทำทีอุกอาจและเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ทั้งเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง การที่จำเลยใช้มีดแทงคนทั้งสาม แม้จะแทงหลายทีก็เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยในขณะนั้นจึงไม่มีความผิด

หลังจากผู้ตายวิ่งออกมาจากห้องพักของจำเลยแล้ว จำเลยติดตามออกมาและใช้มีดแทงผู้ตายอีก ๓ ที เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย แม้การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกระชั้นชิดกับการกระทำของจำเลยในตอนแรกซึ่งเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อจำเลยแทงผู้ตายในขณะที่หมดโอกาสทำร้ายจำเลยแล้ว การกระทำของจำเลยในตอนนี้จึงเป็นการกระทำเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตาม ป.อ. มาตร ๖๙

๒๐๖๖/๒๕๓๓ ผู้ตายกับพวกรวม ๓ คน ถีบประตูห้องพักของจำเลยเพื่อจะเข้าไปทำร้ายจำเลยจนกลอนประตูหลุด ประตูเปิด แล้วเข้าไปทำร้ายจำเลยและจะทำร้ายภรรยาจำเลยซึ่งมีครรภ์อยู่เป็นการกระทำทีอุกอาจ และเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ทั้งเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง การที่จำเลยใช้มีดแทงคนทั้งสาม แม้จะแทงหลายทีก็เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยในขณะนั้นจึงไม่มีความผิด หลังจากผู้ตายวิ่งออกมาจากห้องพักของจำเลยแล้ว จำเลยติดตามออกมาและใช้มีดแทงผู้ตายอีก ๓ ที เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย แม้การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกระชั้นชิดกับการกระทำของจำเลยในตอนแรกซึ่งเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อจำเลยแทงผู้ตายในขณะที่หมดโอกาสทำร้ายจำเลยแล้ว การกระทำของจำเลยในตอนนี้จึงเป็นการกระทำเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตาม ป.อ. มาตรา ๖๙ ( ที่ถือว่าเป็นป้องกันก็เพราะจำเลยกระทำต่อเนื่องกับการป้องกันโดยชอบในตอนแรก ยังไม่ขาดตอน จำเลยยังไม่ได้เปลี่ยนเตนา ขณะนั้นภยันตรายลดลงไปเป็นอันมากแต่ก็ยังมีภยันตรายอยู่ แม้จะมีอยู่เพียงเล็กน้อย แต่ก็ภยันตรายก็ยังไม่หมดไปโดยเด็ดขาด จึงยังเป็นป้องกันอยู่ การที่ภยันตรายเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย จำเลยไม่จำต้องใช้วิธีการป้องกันที่รุนแรง จำเลยใช้วิธีการป้องกันโดยการแทงผู้ตายถึง ๓ ที จึงเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน แต่ถ้าหากข้อเท็จจริงเปลี่ยนไปเป็นว่า จำเลยแทงผู้ตาย ๓ ที เพราะความโกรธ ที่ถูกผู้ตายทำร้ายก่อน กรณีนี้ไม่ใช่เป็นป้องกัน เพราะจำเลยไม่ได้มีเจตนาที่จะกระทำเพื่อป้องกัน แต่เป็นบันดาลโทสะ )


ถ้าภัยที่จะต้องป้องกันหมดไปแล้วไม่เป็นป้องกัน

ฎีกาที่ ๗๑๘๓/๒๕๔๔ จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายถูกที่ไหล่ซ้ายเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจำเลยให้การชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ. ๘ ไปตามความจริง มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า บันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ. ๘ ปรากฏข้อความว่า คืนเกิดเหตุขณะที่จำเลยเฝ้าเครื่องวิดน้ำอยู่คนละฝั่งคลองกับบ้านของมารดาจำเลยเห็นคนถือตะเกียงแก๊สเดินผ่านบ้านของมารดาจำเลยไป จำเลยสังเกตดูอยู่ตลอดเพราะที่บ้านของจำเลยทรัพย์สินหายบ่อย แล้วจำเลยพายเรือข้ามคลองมาซุ่มอยู่ที่ชายคลอง สักพักมีคนเดินถือตะเกียงแก๊สเข้าไปใต้ถุนบ้านของมารดาจำเลยและดับตะเกียง จำเลยเดินไปดักคนที่ถือตะเกียงด้านหน้า แล้วตะโกนถามว่าใคร คนที่เดินอยู่ใต้ถุนบ้านของมารดาจำเลยพูดว่าไม่ใช่ขโมย จำเลยเห็นคนดังกล่าวถือมีดอยู่ด้วย จึงได้นำอาวุธปืนที่ติดตัวมายิงไป ๑ นัด ถูกที่บริเวณไหล่ซ้าย ต่อมาจึงทราบว่าเป็นผู้เสียหายซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กับบ้านของมารดาจำเลย ข้อความที่ปรากฏในคำให้การของจำเลยตามเอกสารหมาย จ. ๘ ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า แม้ผู้เสียหายจะถือมีดเข้าไปในบ้านของมารดาจำเลยในเวลากลางคืนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรก็ตาม แต่เมื่อจำเลยมาพบได้มีการพูดจาโต้ตอบกันและผู้เสียหายได้บอกแก่จำเลยแล้วว่าไม่ใช่ขโมย เหตุที่ทำให้จำเลยเข้าใจผิดว่าผู้เสียหายเป็นคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์จึงหมดไปแล้ว ไม่มีภยันตรายที่จำเลยจำต้องกระทำเพื่อป้องกันอีก การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายจึงไม่เป็นการกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐

การกระทำต่อเนื่องจากเจตนาป้องกัน

๘๕๓๔/๒๕๔๔ พฤติการณ์ของจำเลยที่พยายามช่วยเหลือ ถ. ซึ่งถูกกลุ่มวัยรุ่นตีศีรษะด้วยขวดสุราและรุมทำร้ายในบ้านของจำเลยโดยจำเลยใช้อาวุธปืนยิงขู่ขึ้นฟ้า ๓ นัด และขณะนั้นจำเลยถืออาวุธปืนขู่พร้อมที่จะยิงขึ้นฟ้าอีกเพื่อระงับเหตุมิให้กลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย ถ. แต่จำเลยถูกกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาทุบที่ด้านหลังจนเป็นเหตุให้ล้มลง และกระสุนจากอาวุธปืนที่จำเลยถืออยู่ได้ลั่นขึ้น ๑ นัด ถูกผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายและถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน ย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนและของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ทั้งเป็นกรณีที่จำเลยกระทำพอสมควรแก่เหตุ แม้การกระทำของจำเลยก่อให้เกิดผลร้ายแก่ผู้เสียหายและผู้ตายโดยพลาดตาม ป.อ. มาตรา ๖๐ จำเลยก็ไม่มีความผิด เพราะการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตาม ป.อ. มาตรา ๖๘ มิใช่จำเลยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ

การกระทำที่ไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึงอ้างป้องกันไม่ได้

๒๙๘๗/๒๕๔๓ จำเลยใช้มีดฟันผู้เสียหายทั้งสองในขณะโต้เถียงกัน ไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึง ไม่เป็นป้องกัน

จำเลยใช้มีดฟันผู้เสียหายที่ ๑ แล้วไปฟันผู้เสียหายที่ ๒ ขณะที่ผู้เสียหายที่ ๒ เดินอยู่ห่างจากผู้เสียหายที่ ๑ ประมาณ ๕ เมตร อันเป็นการกระทำต่อผู้เสียหายแต่ละคนแยกออกจากกันได้ เป็นความผิดต่างกรรมกัน เป็นพยามฆ่า ๒ กระทง

สำคัญผิดว่ามีภยันตรายที่ใกล้จะถึงอ้างป้องกันได้

๕๒๑๕/๒๕๓๙ ผู้ตายมีนิสัยเป็นนักเลง อันธพาล ใจคอดุร้าย วันเกิดเหตุผู้ตายได้กล่าวคำอาฆาตจำเลยกับบุตรจำเลยแล้วดื่มสุราก่อนมาหาจำเลย เมื่อผู้ตายเข้ามาในบริเวณบ้านจำเลย จำเลยบอกให้ผู้ตายหยุด แต่ผู้ตายไม่ยอมหยุดและเดินตรงเข้าหาจำเลยระยะห่างเพียง ๕ วา พฤติการณ์ของผู้ตายส่อลักษณะอาการที่มุ่งร้ายต่อชีวิตของจำเลย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยมีความชอบธรรมที่จะป้องกันภยันตรายได้ตามสมควรจำเลยอายุ ๖๘ ปี อยู่ในวัยชรา ส่วนผู้ตายอายุ ๒๖ ปี เป็นชายฉกรรจ์ ในภาวะเช่นจำเลยต้องประสบในขณะนั้นย่อมต้องเข้าใจว่า ผู้ตายคงจะต้องมีอาวุธติดตัวมาและจะมาฆ่าจำเลย โอกาสไม่อำนวยให้จำเลยได้ตั้งสติไตร่ตรองได้ว่า ผู้ตายมีอาวุธร้ายแรงแค่ไหน การที่จำเลยยิงปืนใส่ผู้ตายเพียง ๑ นัด กระสุนปืนถูกผู้ตายและผู้ตายถึงแก่ความตายนั้น ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยพอสมควรแก่เหตุ เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

วิวาทอ้างป้องกันไม่ได้ เพราะเป็นการสมัครใจที่จะเข้าเสี่ยงภัย แต่ถ้าไม่ได้สมัครใจวิวาทจะเป็นเรื่องจำต้องกระทำป้องกัน จึงอ้างป้องกันได้

๓๑๘๗/๒๕๓๐ พฤติการณ์ที่จำเลยสมัครใจวิวาท ท้าทาย และใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมกำลังจะทำร้ายจำเลยก่อน จึงเป็นการแสดงเจตนาฆ่า จำเลยจะอ้างว่าเป็นการป้องกันหาได้ไม่

๑๓๐๕/๒๕๓๗ การที่จำเลยพูดโต้เถียงกับผู้ตายอันเป็นทำนองท้าทายผู้ตายแสดงว่าจำเลยสมัครใจจะทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย เมื่อจำเลยยิงผู้ตายถึงแก่ความตายจึงไม่สามารถอ้างว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้

๒๖๖๙/๒๕๓๘ ก่อนเกิดเหตุประมาณ ๑๐ วัน จำเลยที่ ๑ เคยทะเลาะและชกต่อยกับจำเลยที่ ๒ เนื่องมาจากจำเลยที่ ๒ ค้างชำระค่าอาหารที่ร้านของจำเลยที่ ๑ วันเกิดเหตุก่อนเวลาเกิดเหตุจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถจักรยานยนต์ผ่านหน้าร้านของจำเลยที่ ๑ แล้วชะลอความเร็วของรถลงและตะโกนเข้ามาในร้านของจำเลยที่ ๑ ว่า สบายนะ เดี๋ยวมา ต่อมาอีกสักครู่ ค.ภรรยาของจำเลยที่ ๒ ขับรถจักรยานยนต์ผ่านหน้าร้านของจำเลยที่ ๑ และตะโกนเข้ามาในร้านอีกว่าซุมกระจอกหมายความว่าพวกกระจอก จากนั้นจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้เข้ามายืนอยู่ที่หน้าร้านและเรียกคนในร้านออกไป เมื่อคนในร้านไม่ออกไปจำเลยที่ ๓ ได้เข้ามาใช้มีดไล่แทงบุตรชายของจำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยที่ ๒ ถือมีดยืนคุมเชิงอยู่หน้าร้าน เมื่อจำเลยที่ ๑ เข้าห้ามก็ถูกจำเลยที่ ๓ ใช้มีดฟัน

จำเลยที่ ๑ จึงเข้าไปคว้ามีดปังตอซึ่งมีไว้สำหรับสับเนื้อออกมานอกร้าน และเห็นจำเลยที่ ๓ วิ่งไล่ ว. โดยมีจำเลยที่ ๒ ยืนถือมีดคุมอยู่ จำเลยที่ ๑ วิ่งผ่านจำเลยที่ ๒ แต่ผ่านไม่ได้จึงเกิดการต่อสู้กับจำเลยที่ ๒ ระหว่างต่อสู้ ท.ได้เข้ามาช่วยจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ด้วย เมื่อปรากฏว่าก่อนจะเกิดเหตุจำเลยที่ ๒ และ ค.ภรรยาจำเลยที่ ๒ เป็นฝ่ายก่อเหตุและหาเรื่องจำเลยที่ ๑ กับพวกขึ้นก่อน แม้จำเลย

ที่ ๑ มีสาเหตุทะเลาะชกต่อยกับจำเลยที่ ๒ มาก่อนวันเกิดเหตุก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ ๒ และ ค.ยังเจ็บแค้นจำเลยที่ ๑ แล้วนำไปก่อเรื่องจนทำให้เกิดเหตุทำร้ายกันในเวลาต่อมา โดยจำเลยที่ ๑ กับพวกหาได้สมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้ด้วยไม่ หากแต่เป็นการกระทำที่จำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายที่ใกล้จะถึงและได้กระทำพอสมควรแก่เหตุแล้ว การกระทำของจำเลยที่ ๑ ย่อมเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งไม่อาจเป็นทั้งการกระทำโดยบันดาลโทสะและป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายในขณะเดียวกันได้

๖๓๗/๒๕๓๗ การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งไม่อาจเป็นทั้งการกระทำโดยบันดาลโทสะและป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายในขณะเดียวกันได้เนื่องจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายที่ผู้กระทำจะใช้สิทธิป้องกันได้จะต้องเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงและขณะใช้สิทธิป้องกัน ภยันตรายนั้นยังมิได้สิ้นสุดลงหากภยันตรายนั้นผ่านพ้นไปแล้วผู้กระทำก็ไม่อาจใช้สิทธิป้องกันได้ อย่างไรก็ดี ภยันตรายดังกล่าวแม้จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ก็ถือได้ว่าเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมอย่างหนึ่ง หากผู้ถูกข่มเหงได้กระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้นคือในระยะเวลาต่อเนื่องที่ตนยังมีโทสะอยู่ ย่อมถือว่าเป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ

๕๖๙๘/๒๕๓๗ จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นบิดาของจำเลยที่ ๒ ได้วิวาทชกต่อยกับผู้เสียหาย จำเลยที่ ๒ เข้าห้ามปรามมิให้ผู้เสียหายทำร้ายร่างกายจำเลยที่ ๑ ผู้เสียหายกลับชกต่อยและเตะจำเลยที่ ๒ จนเซไป แล้วหวนกลับไปทำร้ายจำเลยที่ ๑ อีก จำเลยที่ ๒ จึงใช้เก้าอี้ตีผู้เสียหายถูกที่บริเวณศีรษะและหน้าผาก เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ดังนี้ การที่จำเลยที่ ๑ วิวาทชกต่อยกับผู้เสียหาย เป็นการสมัครใจวิวาท มิใช่ผู้เสียหายประทุษร้ายจำเลยที่ ๑

ฝ่ายเดียว แม้ผู้เสียหายจะหวนกลับไปทำร้ายร่างกายจำเลยที่ ๑ อีก ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในขณะที่วิวาทกัน จำเลยที่ ๒ จึงไม่มีสิทธิที่จะป้องกันจำเลยที่ ๑ ได้ ส่วนที่จำเลยที่ ๒

ใช้เก้าอี้ตีผู้เสียหายเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะจำเลยที่ ๒ เข้าไปห้ามปรามมิให้ผู้เสียหายทำร้ายจำเลยที่ ๑ จึงถูกผู้เสียหายชกต่อยและเตะจำเลยที่ ๒ จนเซไป แล้วผู้เสียหายได้หวนกลับมาจะทำร้ายจำเลยที่ ๑ ภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายที่เกิดแก่จำเลยที่ ๒ เองคือการถูกผู้เสียหายชกต่อยและเตะจนเซไปได้ผ่านพ้นไปแล้ว การที่จำเลยที่ ๒ ใช้เก้าอี้ตีผู้เสียหายในขณะที่ผู้เสียหายกลับเข้าไปทำร้ายจำเลยที่ ๑ อีกเช่นนี้ ไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ตาม ป.อ. มาตรา ๗๒

3655/2530 ผู้ตายถือขวดแตกจะแทงจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 วิ่งหนีผู้ตายไล่ตาม จำเลยที่ 1 คว้าไม้ท่อนจะตีผู้ตาย ผู้ตายวิ่งหนีไป จึงถือได้ว่าสิทธิในการป้องกันตนของจำเลยที่ 1 ขาดตอนไปแล้ว การที่จำเลยที่ 1 โมโหวิ่งไล่ตามไปตีผู้ตายจนถึงแก่ความตาย จึงเป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 (พฤติการณ์ของผู้ตายเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรม )

๑๙๙๒/๒๕๓๒ ผู้ตายใช้อาวุธปืนตบหน้าบุตรจำเลยเป็นบาดแผลมีโลหิตไหลที่ใบหน้าเมื่อบุตรจำเลยวิ่งหนีขึ้นบนบ้าน ผู้ตายซึ่งมีอาวุธปืนยังติดตามเข้าไปในบ้านอีก แล้วเกิดโต้เถียงกับจำเลย จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายในขณะนั้น ดังนี้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒ ( ที่ไม่เป็นป้องกันเพราะภยันตรายที่ผู้ตายทำร้ายบุตรจำเลยได้ผ่านพ้นไปแล้ว เพราะเมื่อผู้ตายเข้าไปในบ้านจำเลยนั้น ผู้ตายไม่ได้ติดตามไปทำร้ายบุตรจำเลย แต่ได้ไปยืนโต้เถียงกับจำเลย และไม่มีข้อเท็จจริงว่าผู้ตายจะใช้อาวุธปืน

ยิงจำเลยหรือบุตรจำเลย แสดงว่าไม่มีภยันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของจำเลยหรือบุตรจำเลย และจำเลยก็ไม่ได้ยิงผู้ตายโดยเจตนาที่จะป้องกัน เป็นการยิงไปเพราะความโกรธที่เห็นผู้ตายทำร้ายบุตรจำเลย คดีไม่มีประเด็นว่า จำเลยยิงผู้ตายเพราะผู้ตายมีอาวุธบุกรุกเข้าไปในบ้านจำเลยอันเป็นความผิดฐานบุกรุก และเป็นภยันตรายที่จำเลยจะป้องกันทรัพย์สินของตนได้ ถ้าหากมีประเด็นดังกล่าว และข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยยิงผู้ตายเพราะมีเจตนาที่จะป้องกันทรัพย์สินของจำเลยแล้ว การกระทำของจำเลยก็อาจเป็นป้องกันเกินสมควรแก่เหตุได้ )


เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายถือเป็นภยันตรายที่สามารถป้องกันได้

๒๙๑๔/๒๕๓๗ โรงค้าไม้มีรั้วรอบขอบชิดและนอกจากใช้เป็นสถานประกอบการค้าแล้ว ยังใช้เป็นที่พักอาศัยด้วย ในยามที่โรงค้าไม้หยุดดำเนินกิจการภายในบริเวณโรงค้าไม้ ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือด้านหลังย่อมไม่ใช่สาธารณสถาน แต่กลับเป็นที่รโหฐานตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๒(๑๓)

แม้โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจจะมีอำนาจจับกุมจำเลยในกรณีที่มีผู้ขอให้จับโดยแจ้งว่าจำเลยได้กระทำความผิดและแจ้งด้วยว่าได้ร้องทุกข์ไว้ตามระเบียบแล้วตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๗๘(๔) ก็ตาม แต่กรณีดังกล่าวก็ต้องมิใช่เป็นการจับกุมในที่รโหฐาน เพราะตามมาตรา ๘๑ บัญญัติว่าจะมีหมายจับหรือไม่ก็ตาม ห้ามมิให้จับในที่รโหฐาน เว้นแต่จะได้ทำตามบทบัญญัติอันว่าด้วยการค้นในที่รโหฐาน ซึ่งพฤติการณ์ของโจทก์ร่วมซึ่งกระทำไปไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นดังกล่าว การที่โจทก์ร่วมกับพวกทำการจับกุมจำเลยในที่รโหฐานจึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ ทั้งปราศจากอำนาจที่จะทำได้ตามกฎหมาย ถือไม่ได้ว่าเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่ แม้จำเลยจะต่อสู้ขัดขวางการจับกุมและทำร้ายโจทก์ร่วมการกระทำของจำเลยก็เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย


จากคุณ kiattisak

......................Thank you so much........................


จากคุณ : หลอ




โดย : เก็บมาฝาก  เมื่อวันที่ : ศุกร์ ที่ 4 เดือน กันยายน พ.ศ.2552  เข้าชม : 14781


สมัครสมาชิก LAWSIAM GROUP เพื่อรับข้อมูล เอกสาร คำบรรยาย ข่าวสาร Mp3ฟรี
Email อีเมล:
เยี่ยมชมกลุ่มนี้




มุมแนะนำ ปล. จะทยอยส่งข้อมูลให้ต่อๆไป ให้นะครับ @ลอว์สยาม ดอทคอม
1. Facebook @ลอว์สยาม ดอทคอม เป็นเพื่อนกับเราได้
2. กด Like ถูกใจ เพจ ลอว์สยาม ดอทคอม ติดตามข้อมูล ดาวน์โหลด กฎหมาย คำคม ต่างๆ
3. กลุ่มนักกฎหมาย แบ่งปันข้อมูล เตรียมสอบ Mp3 เก็ง เนติฯ ทนาย อัยการ ผู้พิพากษา


หัวข้อกระทู้กฎหมายใหม่ 5 อันดับล่าสุด

sbobet
บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รับสมัคร หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย ประจำสำนักงานใหญ่ ด่วนน !!!!!!!!!!!!
เรื่องสัญญาจะซื้อจะขาย
ถูกบังคับเซ็นต์สัญญาห้ามไปทำงานกับคู่แข่ง
ธงเนติ วิแพ่งภาค2 สมัยที่ 66




Lawyer Comment # 1
เสาร์ ที่ 30 เดือน เมษายน พ.ศ.2554 เวลา 17:59:07
อยากยื่นประกันตัวชั้นศาลฏีกาต้องทำงัย
โดย : มัทนี   ไอพี : 180.180.186.205


Lawyer Comment # 2
พุธ ที่ 19 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2555 เวลา 22:34:34
โดย : ดิว   ไอพี : 27.55.129.132


Lawyer Comment # 3
พุธ ที่ 17 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2556 เวลา 20:10:12
ขอบคุณนะครับ กับความรู้ที่ฝากไว้
โดย : นัส    ไอพี : 110.168.62.50

กำลังแสดงหน้าที่ 1/1
<< 1 >>


 


Re หัวข้อ :
รูปประกอบ :
Limit 100 kB
ไอคอน :
ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
รายละเอียด :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ชื่อของท่าน :