Google Ads
Google Ads
คำค้นยอดนิยม

Warning: mysql_connect() [function.mysql-connect]: Access denied for user 'dbw_lawsiam2010'@'localhost' (using password: YES) in /home/lawsiam/domains/lawsiam.com/public_html/includes/config-tag.php on line 4

Warning: mysql_select_db() [function.mysql-select-db]: Access denied for user 'root'@'localhost' (using password: NO) in /home/lawsiam/domains/lawsiam.com/public_html/includes/config-tag.php on line 5

Warning: mysql_select_db() [function.mysql-select-db]: A link to the server could not be established in /home/lawsiam/domains/lawsiam.com/public_html/includes/config-tag.php on line 5

Warning: mysql_query() [function.mysql-query]: Access denied for user 'root'@'localhost' (using password: NO) in /home/lawsiam/domains/lawsiam.com/public_html/includes/config-tag.php on line 6

Warning: mysql_query() [function.mysql-query]: A link to the server could not be established in /home/lawsiam/domains/lawsiam.com/public_html/includes/config-tag.php on line 6

Warning: mysql_query() [function.mysql-query]: Access denied for user 'root'@'localhost' (using password: NO) in /home/lawsiam/domains/lawsiam.com/public_html/modules/tag/configfunc1.php on line 5

Warning: mysql_query() [function.mysql-query]: A link to the server could not be established in /home/lawsiam/domains/lawsiam.com/public_html/modules/tag/configfunc1.php on line 5

Warning: mysql_fetch_array(): supplied argument is not a valid MySQL result resource in /home/lawsiam/domains/lawsiam.com/public_html/modules/tag/configfunc1.php on line 6

Warning: ksort() expects parameter 1 to be array, null given in /home/lawsiam/domains/lawsiam.com/public_html/modules/tag/configfunc1.php on line 9

Warning: array_values() [function.array-values]: The argument should be an array in /home/lawsiam/domains/lawsiam.com/public_html/modules/tag/configfunc1.php on line 22

Warning: Wrong parameter count for min() in /home/lawsiam/domains/lawsiam.com/public_html/modules/tag/configfunc1.php on line 22

Warning: array_values() [function.array-values]: The argument should be an array in /home/lawsiam/domains/lawsiam.com/public_html/modules/tag/configfunc1.php on line 23

Warning: Wrong parameter count for max() in /home/lawsiam/domains/lawsiam.com/public_html/modules/tag/configfunc1.php on line 23

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/lawsiam/domains/lawsiam.com/public_html/modules/tag/configfunc1.php on line 32

ผู้สนับสนุน


ติดต่อทีมงาน
สนใจลงโฆษณา...
ติดต่อ admin@lawsiam.com
Line ID : Lawsiam.com

โดย ลอว์สยาม ดอทคอม


สรุปจูริสวิ.อาญา ๑ | สังคมนักกฎหมายยุคใหม่ Lawsiam.com :- ถาม-ตอบ ปัญหากฎหมาย ปรึกษาคดี ว่าความทั่วราชอาณาจักร, Law , justice, judge
 



  

  
   สรุปจูริสวิ.อาญา ๑


จูริส วิ.อาญา เล่ม 1

-ผู้เสียหาย 2(4)

-ต้องมีการกระทำผิดทางอาญา โดยผู้นั้นได้รับความเสียหาย และไม่มีส่วนในการความผิดเกิดขึ้น

-ความผิดฐานฉ้อโกง คือ ผู้ถูกหลอกโดยตรง รวมถึงเจ้าของเงินด้วย ผู้รับผิดชอบดูแล ก็เป็นผู้เสียหายได้ แต่ถ้าหน่วยงานรัฐไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เช่น มณฑลทหารบก ไม่เป็นผู้เสียหาย

-การฝากเงิน ผู้รับฝากเป็นผู้เสียหาย แต่ถ้าเอาบัตรเอทีเอ็มของผู้ฝากไปกดเงิน ผู้ฝากเป็นผู้เสียหาย ปลอมเช็คไปเบิกเงิน ในความผิดฐานฉ้อโกง ผู้ถูกปลอมชื่อไม่เป็นผู้เสียหาย แต่เป็นผู้เสียหายฐานปลอมเอกสาร ความเสียหายจากความผิด ต้องเป็นความเสียหายโดยตรง ถ้าฟ้องว่าผลการหลอกลวงทำให้ถูกฟ้องเสียค่าใช้จ่าย ไม่ใช่ความเสียหายโยตรง

- กรณีต้องเป็นผู้เสียหายด้วย ถ้าให้เงินเพื่อเข้ารับราชการโดยไม่ต้องสอบคัดเลือก ไม่เป็นผู้เสียหายแต่ถ้าไม่ปรากฏว่า ให้เงินเพื่อเข้าทำงานโดยไม่ต้องสอบ ก็เป็นผู้เสียหาย ถูกหลอกให้เล่นพนัน เป็นผู้เสียหาย ยกเว้น เข้าเล่นพนันเพื่อโกงบุคคลอื่น

-ความผิดฐานเบิกความเท็จและแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ คือ เป็นคู่ความ หรือเจ้าพนักงานในการยุติธรรมนั้นเอง และขยายถึงทำให้บุคคลภายนอกได้รับความเสียหายด้วย เช่น ร้องขอครอบครองปรปักษ์ทำให้เจ้าของที่ดินได้รับความเสียหาย ในการดำเนินคดีที่ไม่ใช่เนื้อหาคดี เช่น คำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา หรือคำร้องขอเลื่อนคดีหรือขอคำร้องขอยื่นคำให้การ คู่ความอีกฝ่ายไม่ใช่ผู้เสียหาย โจทก์เป็นผู้ถือหุ้นฟ้องเรียกค่าเสียหายแทนบริษัท ค่าเสียหายตกได้แก่บริษัท จำเลยเบิกความเท็จในเรื่องค่าเสียหาย โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย สัญญายอมซึ่งศาลพิพากษาว่าเป็นโมฆะ แม้จำเลยจะเติมข้อความในสัญญาและเบิกความเท็จ โจทก์ก็ไม่ใช่ผู้เสียหาย แต่การเบิกความในคดี แม้ศาลยกฟ้อง ก็เป็นผู้เสียหาย

-แจ้งความเท็จ เป็นความผิดต่อเจ้าพนักงาน ยกเว้นราษฎรได้รับความเสียหายโดยตรง เช่น ข้อความทำให้ถูกดำเนินคดีอาญา เช่น ข้อหาลักทรัพย์., เช็ค, โจทก์ในฐานะผู้ครอบครองสถานที่ เสนอหลักประกันการขอทุเลาบังคับคดีโดยแจ้งราคาสูงเกินความจริง ทำให้โจทก์ไม่สามารถบังคับคดีได้ โจทก์เป็นผู้เสียหาย การแจ้งความโดยไม่ระบุถึงโจทก์โดยตรง เช่น แจ้งโฉนดหาย แม้โจทก์ครอบครองโฉนด โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย เพราะข้อความไม่กระทบถึงตัวโจทก์ ขายที่ดินไปแล้ว หลับแจ้งว่า น.ส.3 หรือ ส.ค.1 หาย เพื่อขอใบแทน ผู้ซื้อที่ดินได้รับความเสียหาย ผู้ขายนำชี้ที่ดินรุกเข้าไปในที่สาธารณะ ผู้ซื้อที่ดินไม่เสียหาย เพราะมีสิทธิปฏิเสธไม่ซื้อที่ดินเพิ่มขึ้น แม้ไม่ระบุเจาะจงถึงผู้ใด แต่ถ้าทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย เช่น เสียสิทธิในที่ดิน ก็เป็นผู้เสียหายแล้ว พยานไม่มาเบิกความอ้างว่า ป่วย ซึ่งเป็นความเท็จ หรือหมายรียกให้ส่งเอกสาร แต่แจ้งว่า ไม่มีเอกสาร คู่ความไม่ใช่ผู้เสียหาย ชายจดทะเบียนสมรสซ้อน ภริยาเดิมและภริยาให้เป็นผู้เสียหาย ยกเว้นภริยาใหม่ ทราบข้อเท็จจริง ก็ไม่เป็นผู้เสียหาย

-ความผิดฐานฟ้องเท็จในคดีอาญา แม้ศาลยกฟ้อง ผู้ถูกฟ้องเป็นผู้เสียหาย

-ความผิดฐานยักยอก เจ้าของกรรมสิทธิ์ และผู้ครอบครองดูแลขณะที่ยักยอก เป็นผู้เสียหาย เงินกองทุนหมู่บ้านแม้ไม่เป็นนิติบุคคล คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านซึ่งเป็นผู้ครอบครองเป็นผู้เสียหายได้ คดีแพ่ง ศาลสั่งคุ้มครองประโยชน์ ให้นำเงินมาวางศาล เงินยังไม่เป็นของโจทก์ การที่จำเลยไม่นำมาวาง โจทก์จึงไม่เป็นผู้เสียหาย คดีแพ่ง ทนายความไม่มีอำนาจรับเงิน ทนายยักยอกไป ตัวความไม่เป็นผู้เสียหาย ยกเว้นได้มอบหมายให้ทนายรับเงิน ตัวแทนหรือลูกจ้างรับเงินไว้ในทางการที่จ้างเงินตกเป็นสิทธิของตัวการหรือนายจ้างทันที ตัวการหารือนายจ้างเป็นผู้เสียหาย เช่น ห้างฯ ที่รับสิสนค้ามาขายฝาก แล้วลูกจ้างยักยอกเงินที่ขายสินค้าได้ ผู้ให้เงินไม่ใช่ผู้เสียหาย แต่ถ้าบุคคลอื่นยักยอกทรัพย์ของนายจ้างหรือของตัวการ ลูกจ้างหรือตัวแทน เช่น พนักงานธนาคาร, ผู้จัดการร้านค้าไม่เป็นผู้เสียหาย ยกเว้นมีข้อตกลงพิเศษให้ต้องรับผิดเมื่อไม่สามารถนำเงินมามอบตัวการได้ครบถ้วน ตัวแทนเป็นผู้เสียหายได้ ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดก จึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดก ยักยอกทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัด หุ้นส่วนผู้จัดการไม่ใช่ผู้เสียหาย ยักยอกทรัพย์สินของนิติบุคคล ผู้ถือหุ้นไม่ใช่ผู้เสียหาย แต่ถ้ากรรมการหรือผู้แทนนิติบุคคลยักยอกทรัพย์เสียเอง ผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งเป็นผู้เสียหายได้ เจ้าของทรัพย์ตาย ทายาทเป็นผู้เสียหายแม้ไม่ได้เข้าครอบครองทรัพย์มรดก ความผิดยักยอกเกิดขึ้นก่อนเจ้ามรดกตาย ทายาทไม่ใช่ผู้เสียหาย สิทธิการฟ้องคดีอาญาไม่ตกทอดมาแก่ทายาท ผู้เช่าซื้อเป็นผู้เสียหายในความผิดที่ยักยอกทรัพย์ที่เช่าซื้อ บุตรที่บิดารับรองตามความเป็นจริง ฟ้องผู้จัดการมรดกในความผิดฐานยักยอกได้

-ความผิดกฐานลักทรัพย์, ทำให้เสียทรัพย์ รับของโจร บุกรุก เจ้าของหรือผู้ครอบครองเป็นผู้เสียหายได้ เช่น ผู้รับจ้างขนส่งของ การครอบครอง คือผู้ครอบครองดูแล เช่น ให้เป็นผู้ดูแลร้านอาหาร ผู้เช่าครอบครองทรัพย์ที่เช่าแม้ศาลจะพิพากษาขับไล่แล้วก็ตาม ยกเว้นคืนทรัพย์ให้ผู้ให้เช่าแล้ว ผู้อาศัยผู้เช่าอีกทอดหนึ่ง ไม่ใช่ผู้เสียหาย ผู้ดูแลทรัพย์ตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีแต่งตั้ง เป็นผู้ดูแลตามสัญญา เป็นผู้เสียหายได้ ผู้ครอบครองที่ดินสาธารณะของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยในความผิดฐานบุกรุก เพราะสิทธิครอบครองใช้ยันรัฐไม่ได้ แต่ถ้าปลูกต้นไม้ บนที่ดิน ในส่วนต้นไม้ เป็นผู้เสียหายได้

-ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ เจ้าของและผู้ครอบครองดูแลเป็นผู้เสียหาย คนที่พักอาศัย ไม่ใช่ผู้เสียหาย โจทก์เป็นเจ้าขอที่ดิน แต่ไม่ได้ครอบครองรถและเต็นท์ที่ตั้งผู้ จึงไม่เป็นผู้เสียหาย ในทางภารจำยอม เจ้าของที่ดินที่ใช้ทางไม่เป็นผู้เสียหาย

-ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ผู้ถูกปลอมลายมือชื่อเป็นผู้เสียหายหรือข้อความเกี่ยวถึงตัวผู้เสียหาย ส่วนการใช้เอกสารปลอม คือ ผู้ที่ถูกจำเลยนำไปแสดง รวมถึงผู้เสียหายจากเอกสารนั้นด้วย เช่น เป็นผลให้พ้นจากการเป็นกรรมการบริษัท หรือทำให้เสียที่ดิน ปลอมบัตรเครดิต ธนาคารเป็นผู้เสียหาย ยื่นเรื่องขอเลิกบ้าน ซึ่งไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ผู้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดี ไม่ใช่ผู้เสียหาย เพราะไม่ใช่ตัวความ ปลอมรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น คำขอจดทะเบียนบริษัท บรรดาผู้ถือหุ้นและกรรมการเป็นผู้เสียหาย ลายเซ็นต์ไม่มีกฎหมายให้ทำแทนกันได้ แต่เมื่อยอมให้เซ็นต์แทนกัน จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย แก้เวลาทำงารนให้มาทำงานเร็วขึ้น ซึ่งต่างไม่ถึงกำหนดเวลาปฏิบัติราชการ จึงไม่น่าจะเกิดความเสียหาย โจทก์จึงไม่เป็นผู้เสียหาย

-เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ราษฎรอาจได้รับความเสียหายเป็นพิเศษได้ เช่น เจ้าพนักงานที่ละเว้นไม่จับกุมผู้กระทำความผิดหรือจดข้อความอันเป็นเท็จ แต่โดยทั่วไป ราษฎร ไม่ใช่ผู้เสียหาย เช่น ผู้รับจ้างให้ติดตามจับตัว การที่โจทก์ถูกจับ โดยตำรวจปล่อยตัวผู้ต้องหาอื่นนั้น ไม่เกี่ยวข้องกัน เนื่องจากโจทก์จะถูกดำเนินคดีเป็นเรื่องพยานหลักฐานใฝนส่วนของโจทก์ ไม่เกี่ยวกับการปล่อยตัวผู้ต้องหาอื่น

-ความผิดตามพรบ. เช็ค เฉพาผู้ทรงในขณะปฏิเสธการจ่ายเงินเท่านั้น แม้จะเป็นเช็คผู้ถือก็ตาม และแม้จะได้รับเงินขากผู้สลักหลังก็ตาม ก็ยังเป็นผู้เสียหายอยู่ เอาเช็คเข้าบัญชีบุคคลอื่นเรียกเก็บเงินแทน ก็ยังเป็นผู้เสียหายอยู่ ผู้ทรงถึงแก่ความตายก่อนธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ทายาทเป็นผู้เสียหาย โดยทายาทแต่ละคนมีสิทธิดำเนินคดีแยกต่างหากจากกัน เช็คผู้ถือจ่ายให้บริษัท กรรมการบริษัทไม่ใช่ผู้เสียหาย ผู้ทรงเช็คเป็นสิทธิเฉพาะตัว ไม่ใช่ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา สามีของผู้ทรงเช็คไม่ใช่ผู้เสียหาย ออกเช็คหลายฉบับชำระหนี้มูลหนี้เดียว เมื่อจำเลยถูกฟ้องตามเช็คฉบับหนึ่งแล้ว โจทก์ใม่ใช่ผู้เสียหายในเช็คฉบับหลังอีก รับโอนเช็มาฟ้องคดีอาญา ถือว่าไม่สุจริต เช็คไม่มีมูลหนี้กัน เช่น มูลหนี้ขัดต่อความสงบฯ ผู้รับเช็คไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย เช็ครวมดอกเบี้ยเกินอัตราเข้าไปด้วย ไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย

-ความผิดฐานหมิ่นประมาทเมื่อไม่ระบุโดยเฉพาะเจาะจงจึงไม่ผิด ยกเว้นหมิ่นประมาทกลุ่มบุคคล เช่น หมิ่นประมาทพระทั้งวัด หรือทนายความในจังหวัดร้อยเอ็ด

- ความผิดต่อสู้ขัดความเจ้าพนักงาน เฉพาะเจ้าพนักงานที่ถูกจำเลยต่อสู้ขัดขวาง

-ความผิดฐานเอาไปซึ่งเอกสารของผู้อื่น คณะนายทหารผู้ครอบครองดูแลเป็นผู้เสียหายได้

-ความผิดที่รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย เช่น รถยนต์, ปืน, เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์, ทำลายศพ, กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน, ขัดหมายหรือคำสั่งศาล, กฎหมายศุลกากร, มาตรา 158, พรบ.อาหาร, ยาเสพติดให้โทษ แม้เป็นพนักงาสนสอบสวนเจ้าของเรื่องก็ไม่ใช่ผู้เสียหาย

-ผู้เสียหายโดยนิตินัย คือ ไม่มีส่วนในการกระทำความผิดไม่ว่าด้วยทางใดๆ การมีส่วนในการกระทำความผิด เช่น ขับรถโดยประมาท, มีส่วนในการทำร้ายร่างกายหรือร่วมชุลมุนต่อสู้ สมัครใจวิวาทหรือต่างคนต่างด่าซึ่งกัน, หญิงยอมให้ผู้อื่นทำแท้งลูก, ผู้กู้ยอมให้คิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ถ้าฟ้องในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ก็ฟ้องได้ แสวงหาหลักฐานโดยการล่อซื้อ ทำได้เนื่องจากจำเลยมีเจตนากระทำความผิดอยู่ก่อนแล้ว แต่ถ้ายังฟังไม่แน่ชัดว่า จำเลยมีเจตนากระทำความผิดอยู่แล้ว การให้ไปล่อซื้อก็เป็นการก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด ต่างคนต่างหมิ่นประมาท ไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ยกเว้นกระทำขาดตอนแล้ว เช่น เขียนกันคนละบทความ

-คำร้องทุกข์ 2(7)

-แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยมีเจตนาให้ตำรวจดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดได้รับโทษ แต่ถ้าฟ้องเพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความ หรือแจ้งเป็นหลักฐาน ไม่เป็นการร้องทุกข์ แต่ถ้าให้ดำเนินคดีแม้ขอรับเช็คคืนไปฟ้องคดีแพ่ง ก็เป็นการร้องทุกข์

-คำร้องทุกข์ไม่จำต้องระบุชื่อ แต่ถ้าระบุชื่อเพียงบางคน คนที่ไม่ถูกระบุ ก็ไม่ถือว่าได้ร้องทุกข์ไว้ด้วย คดีอาญาแผ่นดิน ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ทุกคนแม้ไม่ได้ระบุชื่อไว้ หนังสือมอบอำนาจไม่ได้ระบุให้ดำเนินคดีแก่จำเลย ไม่ชัดแจ้งว่า มีเจตนาให้จำเลยรับโทษ

-เจตนาให้ผู้กระทำผิดรับโทษ ดูขณะแจ้งความ แม้เบิกความในชั้นศาลว่าไม่มีเจตนารับโทษ คำร้องทุกข์ไม่เสียไป แต่อาจเป็นยอมความตาม มาตรา 39(2) เมื่อร้องทุกข์โดยชอบแล้ว แม้มีการผ่อนผันให้บ้าง ก็เป็นแค่การรอดำเนินคดีไว้เท่านั้น

-คำร้องทุกข์ อาจอยู่ในคำให้การต่อพนักงานสอบสวนได้ ผู้เสียหายเป็นนิติบุคคล จะมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจไปแจ้งความได้ โดยการมอบอำนาจต้องทำตามข้อบังคับของบริษัท แต่ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ หุ้นส่วนผู้จัดการร้องทุกข์ ไม่ได้ระบุว่า ร้องทุกข์แทนห้างฯ ก็ไม่ได้ทำแทนห้างฯ การพิจารณาร้องทุกข์ต้องพิจารณาหนังสือมอบอำนาจและหนังสือมอบอำนาจช่วงประกอบกัน

-ฎีกา 7630/2549 เมื่อร้องทุกข์โดยชอบแล้ว ไม่รับคำร้องทุกข์ไว้ จึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ปอ. มาตรา 157

-ผู้มีอำนาจัดการแทนผู้เสียหาย 4,5,6

-สามีจะฟ้องคดีแทนภริยาเมื่อได้รับอนุญาตโดยชัดแจ้ง ตามมาตรา 4

-มาตรา 5(1) ผู้แทนโดยชอบธรรมมีอำนาจัดการแทนผู้เยาว์ในความผิดที่ได้กระทำต่อผู้เยาว์ แสดงว่า ผู้เยาว์ฟ้องคดีเองไม่ได้ แม้ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม หากยื่นมาเป็นข้อบกพร่องเรื่องความสามารถ ศาลสั่งแก้ได้ จะสั่งไม่รับคำร้องทันทีไม่ได้ ในส่วนการร้องทุกข์ ผู้เยาว์ดำเนินการได้เอง ผู้แทนโดยชอบธรรมจะถอนคำร้องทุกข์ขัดต่อความประสงค์ของผู้เยาว์ไม่ได้ การเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม ถือตามกฎหมายไม่ถือตามความเป็นจริง แต่บุพการีตามมาตรา 5(2) ถือตามความเป็นจริง สามีภริยาถือตามกฎหมาย ส่วนผู้สืบสันดาน ถือตามความเป็นจริง

-มาตรา 5(2) ใช้กรณีถูกทำร้ายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการได้ ไม่ใช่ในกรณีอื่น เช่น ความผิดฐานฉ้อโกง และบาดแผลที่ทำให้ถึงตายต้องเกิดจากการกระทำของจำเลยด้วย เช่น เข้าทำร้ายโดยไม่เป็นตัวการร่วมจึงรับผิดในส่วนที่ผู้ตายได้รับอันตรายแก่กาย ส่วนบาดแผลมิใช่ผลการกระทำของจำเลย โจทก์ร่วมจึงไม่อาจดำเนินคดีแทนผู้ตายได้ ข้อสำคัญคือ ผู้เสียหายต้องเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยด้วย ถ้ามีส่วนในการกระทำความผิด เช่น ขับรถโดยประมาท บุคคลอื่นจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนได้ บิดาฟ้องคดีแทนบุตร ต่อมาบิดาตาย บุตรของบิดา เข้ามาเป็นโจทก์แทนไม่ได้

-มาตรา 5(3) ผู้แทนดำเนินคดีแทน ผู้จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคลทำผิดเสียเอง ผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนมีอำนาจจัดการแทนได้

-สิทธิการดำเนินคดีอาญาไม่เป็นมรดกตกทอดไปบังทายาท แต่เมื่อผู้ตายได้ร้องทุกข์ในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ สิทธิถอนคำร้องทุกข์เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท

-ความผิดฐานหมิ่นประมาท ผู้เสียหายได้ตายก่อร้องทุกข์ กฎหมายบัญญัติให้ บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร ร้องทุกข์ได้

-การฟ้องคดีอาญามอบอำนาจได้ ผู้เสียหายถูกพิทักษ์ทรัพย์ ผู้เสียหายก็ดำเนินคดีอาญาต่อไปได้

-การตั้งผู้แทนเฉพาคดี มาตรา 6 คือ ผู้เยาว์ไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรมหรือมีแต่ไม่สามารถทำหน้าที่รวมทั้งประโยชน์ขัดกับผู้เยาว์ ญาติหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง ร้องขอให้ศาลตั้งผู้แทนเฉพาะคดีได้ ต้องเป็นกรณีที่ผู้เยาว์หรือผู้วิกลจริต หรือผู้ไร้ความสามารถยังมีชีวิตอยู่ ถ้าตายระหว่างไต่สวนการตั้งผู้แทนเฉพาะคดี ศาลต้องยกคำร้อง แต่ถ้าตัวแล้ว ผู้เสียหายตายลง เป็นกรณีเข้ามาตรา 29 การไต่สวนคำร้องไม่ต้องส่งสำเนาคำร้องและกำหนดวันนัดไต่สวนให้ผู้ใดทราบ เมื่อศาลตั้งผู้แทนเฉพาะคดีแล้ว จะขอพิจารณาใหม่ไม่ได้ บิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายฟ้องคดี ศาลสั่งประทับฟ้องแล้ว ถือปริยายว่าศาลตั้งผู้แทนเฉพาะคดีแล้ว

-การดำเนินคดีอาญาแก่นิติบุคคล มาตรา 7 ไม่มีการจับกุม จึงไม่มีการผลัดฟ้อง ตามวิ.แขวง คงใช้วิธีออกหมายเรียกผู้จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคลมาเพื่อการสอบสวน คำว่า ผู้จัดการหรือผู้แทน ต้องมีอำนาจตามหนังสือรับรองบริษัทด้วย

-สิทธิของผู้ต้องหาหรือผู้ถูกจับ มาตรา 7/1 ไม่มีกฎหมายบัญญัติว่า ต้องระบุไว้ในบันทึกคำให้การ

-สิทธิของจำเลยมาตรา 8 มีสิทธิคัดคำให้การของตนได้ ส่วนคำให้การพยานอื่น ต้องหมายเรียกสำนวนการสอบสวน ตาม ปวิอ. มาตรา 175

-การดำเนินคดีผู้วิกลจริต มาตรา 14 ต้องไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ศาลต้องงดพิจารณาคดี ศาลสั่งให้แพทย์ตรวจได้ แต่ถ้าแพทย์ไม่สามารถวินิจฉัย ก็ไม่ต้องเรียกแพทย์มาตรวจ เมื่อพบว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นคนวิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ศาลอาจเห็นเองหรือมีผู้เสนอข้อเท็จจริงให้ศาลทราบ ศาลต้องเรียกแพทย์ตรวจก่อน นายประกันที่ไม่สามารถนำตัวจำเลยมาส่งศาลได้ จะขอให้ศาลไต่สวนว่า จำเลยเป็นบุคคลวิกลจริตไม่ได้

-การใช้ล่ามแปล มาตรา 13

-ล่ามต้องสาบานก่อนด้วย ถ้าไม่ได้สาบานรับฟังไม่ได้ คดีมีพยานสำคัญปากเดียว ศาลต้องสั่งย้อนสำนวน แต่กฎหมายไม่ได้บังคับว่า จำเลยเป็นชาวต่างประเทศ จะต้องมีการแปลในการพิจารณาทุกครั้ง

-ในชั้นสอบสวน ล่ามไม่ได้สาบาน การสอบสวนก็ยังคงชอบด้วยกฎหมาย แต่คำให้การใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาไม่ได้

-การนำวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับ มาตรา 15

-ในเรื่องที่ไม่นำมาใช้ เช่น ในคดีที่ผู้เสียหายฟ้องคดี ผู้เสียหายอื่นจะร้องสอดเข้ามาในคดีไม่ได้ จะอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาไม่ได้ อายุความจะนำเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงมาใช้ไม่ได้ แต่การนับอายุความต้องนับวันรุ่งขึ้น

-ในเรื่องที่นำมาใช้ เช่น ฟ้องซ้อนนำมาใช้ด้วย อัยการฟ้องคดีแล้ว อัยการอื่นนำคดีเรื่องเดียวกันมาฟ้องอีกไม่ได้ ผู้เสียหายฟ้องคดีแล้ว ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมไม่ได้ แต่ผู้เสียหายคนอื่น ฟ้องเป็นอีกคดีได้ คดีที่ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ยกว่ากล่าวโดยชอบในศาลล่างด้วย เนื่องจากปวิอ. มาตรา 195 ใช้เฉพาะข้อกฎหมาย เช่น โจทก์ร่วมไม่ได้อุทธรณ์ คดีของโจทก์ร่วมจึงยุติไม่อาจฎีกาได้ คดีจำเลยรับสารภาพ จำเลยจะอุทธรณ์ว่า ไม่ได้กระทำผิดไม่ได้ ถือว่าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกมาโดยชอบในศาลล่าง คดีศาลสั่งริบทรัพย์ ผู้ร้องขอคืนของกลาง จะสู้ว่า การยึดทรัพย์ไม่ชอบไม่ได้ เพราะเป็นปัญหาที่ยุติแล้ว

อำนาจสืบสวนสอบสวน มาตรา 17-21

-การสืบสวน มาตรา 17 ตำรวจแม้รับแต่งตั้งทำหน้าที่อื่น เช่น ตำรวจน้ำ ตำรวจดับเพลิง ก็มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา และไม่จำกัดท้องที่ด้วย

-อำนาจสอบสวน มาตรา 18 ความผิดในประเทศ ในความผิดที่ความผิดเกิด เชื่อ อ้าง ว่าได้เกิดขึ้น หรือผู้ต้องหามีที่อยู่หรือถูกจับ ถ้าสอบสวนโดยพนักงานสอบสวนที่ไม่มีอำนาจไม่ว่าทั้งหมดหรือเป็นการสอบสวนเพียงบางส่วนก็ตาม เช่น การสอบพยานของผู้กล่าวหา แต่สอบผู้ต้องหาในเขตอำนาจก็ตาม แม้ว่าจำเลยจะไม่คัดค้านการสอบสวน การสอบสวนย่อมไม่ชอบ การเข้ามอบตัว ตำรวจแจ้งข้อหาและควบคุมตัวดำเนินคดีถือว่าถูกจับแล้ว ตำรวจจึงมีอำนาจสอบสวนคดีได้ การสอบสวนจะทำที่ใดก็ได้ เช่น ทำในต่างจังหวัด

-ความผิดเกิด เชื่อ อ้าง เช่น สถานที่ปฏิเสธว่าไม่ได้รับฝาก , สถานที่วางยาพิษ ส่วนสถานที่ตายเป็นผลเกิดมิใช่ความผิดเกิด ความในราชอาณาจักร กองปราบปรามฯ มีอำนาจสอบสวนได้ตามข้อบังคับการแบ่งงานของตำรวจ ขายยาเสพติด ความผิดเกิดขึ้น แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการครอบครองในยาเสพติดในที่อื่น ยกเว้นบรรยายว่า มีส่วนครองครองยาเสพติดในท้องที่อื่นด้วย

-พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ตามมาตรา 18 วรรคสาม มีเพียงท้องที่เดียว ยกเว้นความผิดเกี่ยวพัน ความผิดนอกราชอาณาจักร ส่วนสถานที่ผู้ต้องหามีที่อยู่หรือถูกจับ ต้องมีเหตุผลความจำเป็นหรือเพื่อความสะดวกประกอบด้วย

-ความผิดเกี่ยวพันหลายท้องที่ มาตรา 19 กรณีไม่แน่ว่าทำผิดที่ใด เช่น แจ้งความเท็จและไปเบิกความที่ศาล, เหตุเกอดในทะเลคาบเกี่ยวหลายจังหวัด, เป็นผู้เก็บเงินในต่างจังหวัดแล้วยักยอกไม่มอบให้, ที่ดินตั้งอยู่ติดต่อกันหลายจังหวัด

-ความผิดต่อเนื่องหลายท้องที่ ตามมาตรา 19(3) เช่น ความผิดลักทรัพย์และรับของโจรต่างท้องที่กัน , ออกเช็คไม่มีเงิน คือ สถานที่ออกเช็คกับสถานที่ปฏิเสธการจ่ายเงิน ไม่รวมสถานที่สลักหลัง แต่ถ้าผู้เสียหายมาฟ้องคดีเอง ต้องฟ้องสถานที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเท่านั้น, การขายยาเสพติอดและครอบครองยาเสพติดต่างท้องที่กัน, รบกวนคลื่นโทรศัพท์มือถือ คือ สถานที่รบกวนคลื่นและสถานที่เป็นผลให้โทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายถูกรบกวน

-ความผิดหลายกรรมกระทำในท้องที่ต่างๆ กัน ตามมาตรา 19(4) เช่น ความผิดฐานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน และใช้เอกสารเท็จ ยักยอกทรัพย์ผู้อื่น หรือ ความผิดแจ้งความเท็จ ฉ้อโกง และความผิดตามพรบ.เช็ค

-ตำรวจที่รับผิดชอบสำนวน คือ ถ้าถูกจับได้ คือ ตำรวจท้องที่ที่จับตัวได้ ให้ดูท้องที่มิใช่ผู้จับกุม และการจับต้องเป็นการจับในข้อหาเดียวกัน ถ้าจับในข้อหาอื่นจะถือว่าจับไม่ได้ เช่น จับในข้อหาซ่องโจร ไม่รวมข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร แต่ถ้ายังจับตัวไม่ได้ และมีท้องที่อื่นพบการกระทำความผิดก่อน หากจับตัวได้ในภายหลัง ก็ต้องส่งตัวมาดำเนินคดีที่ในท้องที่ที่พบการกระทำความผิดก่อน เช่น ท้องที่ที่รับแจ้งความ แต่ถ้าไม่รับแจ้งความยังถือว่าไม่พบกระทำความผิดแล้ว ถ้าท้องที่นั้นได้เริ่มการสอบสวนตั้งแต่จับตัวไม่ได้ ก็ถือว่าพบการกระทำความผิดก่อนแล้ว ในเรื่องนี้สำคัญ คือ ถ้าพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสรุปสำนวน ถือว่าการสอบสวนไม่ชอบ อัยการไม่มีอำนาจฟ้อง

-ความผิดนอกราชอาณาจักร ตามมาตรา 20 ความผิดที่กฎหมายให้ถือว่าเกิดในราชอาณาจักร เช่น ความผิดในเรือไทยหรืออากาศยานไทย ไม่เป็นความผิดนอกราชอาณาจักร เมื่อเป็นความผิดนอกราชอาณาจักรแล้ว ให้อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวน โดยมอบหมายให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนได้ ในระหว่างรอคำสั่ง พนักงานสอบสวนที่ผู้ต้องหาถูกจับ หรือท้องที่ได้รับคำร้องทุกข์ มีอำนาจสอบสวนได้ ข้อสำคัญ คือ การสั่งคดีต้องสั่งโดยอัยการสูงสุด โดยการฟ้องคดีต้องฟ้องต่อศาลอาญา หรือศาลในท้องที่ที่ได้ทำการสอบสวนได้ ตาม ปวิอ. มาตรา 22(2)

-เขตอำนาจศาล มาตรา 22-27

-ศาลที่รับชำระคดี ตามมาตรา 22 คือ ศาลที่ความผิด เกิด เชื่อ หรือ อ้างว่าได้เกิดขึ้น ยกเว้นสถานที่ที่จำเลยมีที่อยู่ หรือถูกจับ ศาลมีดุลพินิจรับคดีได้ เรือนจำเป็นภูมิลำเนาจำเลยต่อเมื่อคดีถึงที่สุด ตามปพพ. มาตรา 47 แต่ศาลก็มีดุลพินิจรับคดีไว้พิจารณาได้ คดีฟ้องศาลอาญา ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องยังไม่ถือว่าใช้ดุลพินิจรับคดี ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคสาม ที่อยู่ มีความหมายเช่นเดียวกับภูมิลำเนา คดียังไม่ถึงที่สุด ไม่ถือว่าเรือนจำเป็นภูมิลำเนา จำเลยถูกจับในความผิดข้อหาอื่นและขออายัดตัวมาดำเนินคดีที่ถูกกล่าวหานี้ไม่ถือว่าถูกจับในข้อหานี้ เช่น ถูกจับในความผิดฐานพยายามฆ่า มิใช่ความผิดที่ถูกกล่าวหาลักทรัพย์ในคดีนี้ ความผิดฐานหมิ่นประมาท ท้องที่ที่จำหน่ายหนังสือพิมพ์ทุกแห่งเป็นที่เกิดเหตุ, ความผิดตาม พรบ.เช็ค สถานที่ตั้งของธนาคารที่ปฏิเสธการจ่ายเงินเป็นสถานที่ความผิดเกิดขึ้น ผู้เสียหายจะฟ้องที่สถานที่ออกเช็คไม่ได้ แต่ถ้าร้องทุกข์ในสถานที่ออกเช็คได้ เป็นความผิดต่อเนื่อง พนักงานสอบสวนสามารถสอบสวนในความผิดดังกล่าวได้ อัยการสั่งฟ้องได้ เข้าข้อยกเว้น ปวิอ. มาตรา 22(1)

-ความผิดเกี่ยวพัน มาตรา 24 คดีมีอัตราโทษสูงกว่า สามารถฟ้องคดีบทเบาต่อศาลจังหวัดได้โดยไม่ต้องผลัดฟ้อง ตาม วิ.แขวง มาตรา 7

-การขอโอนคดี ตามมาตรา 23 กล่าวคือ ขอโอนคดีไปยังศาลความผิดเกิด คู่ความขอได้ แต่ถ้าขอโอนคดีไปศาลนอกความผิดเกิด โจทก์เท่านั้นที่ขอได้ โดยอ้างว่าการพิจารณาสะดวกกว่า แม้จำเลยจะค้านก็ตาม ศาลสั่งให้โอนคดีได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องต่อศาลเนื่องจากมิใช่สถานที่ความผิด เกิด เชื่อ หรืออ้างว่าความผิดเกิดขึ้น แต่ถ้าขอโอนคดีด้วยเหตุความไม่สวบฯ ต้องยื่นคำร้องให้ประธานศาลฎีกาสั่ง ตามมาตรา 26

-ผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา มาตรา 28

-ผู้เสียหายฟ้องคดีแล้ว ผู้เสียหายอื่นร้องเข้าเป็นโจทก์ร่วมไม่ได้ แต่ฟ้องเป็นคดีต่างหากได้ เมื่อคดีใดคดีหนึ่งศาลตัดสินแล้ว ก็เข้ามาตรา 39(4)

-ผู้เสียหายฟ้องคดีแล้วตายลง ตามมาตรา 29 บุพการี ผู้สืบสันดาน สามี ภริยา ขอเข้าดำเนินคดีแทนต่อได้ ผู้สืบสันดานของจำเลยรับมรดกความไม่ได้เป็นคดีอุทลุม แต่ถ้ายังไม่ได้ฟ้องคดี ไม่ว่าจะแจ้งความร้องทุกข์หรือไม่ เช่น ปลอมพินัยกรรมก่อนเจ้ามรดกตาย บุคคลดังกล่าวไม่สามารถดำเนินคดีเองได้ ผู้จัดการแทนผู้อื่นตายลงผู้สืบสันดาน สามี ภริยา ขอเข้าดำเนินคดีแทนต่อไปไม่ได้ คำว่า บุพการี ผู้สืบสันดาน ถือตามความเป็นจริง ส่วนสามีภริยาถือตามกฎหมาย แต่อาจเข้ามาในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ได้อีกชั้นหนึ่ง ตาม ปวิพ. มาตรา 56 ประกอบ ปวิอ. มาตรา 15 การขอเข้าดำเนินคดีต่อไป ไม่อยู่ในจำกัดหนึ่งปีนับแต่ผู้เสียหายตาย ไม่นำ ปวิพ.มาตรา 42 มาใช้บังคับ โดยผู้รับมรดกความขอให้ศาลจำหน่ายคดีก็ได้ ถ้าไม่มีผู้รับมรดกความ คดีอาญาแผ่นดิน ก็ไม่เป็นเหตุขัดข้องในการดำเนินคดีต่อไป ศาลสูงก็พิจารณาคดีต่อไปได้ ในคดีความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายตายระหว่างการพิจารณาของศาลสูง สิทธิการดำเนินคดีอาญาไม่ระงับ แต่ถ้าตายระหว่างการดำเนินคดีของศาลชั้นต้นและไม่มีผู้รับมรดกความ ในประเด็นนี้อาจารย์เกียรติขจร เห็นว่า ต้องจำหน่ายคดี

-มาตรา 29 วรรคสอง เป็นการตั้งผู้แทนเฉพาะคดี คือ เมื่อศาลตั้งผู้แทนเฉพาะคดีแล้ว ผู้เสียหายตายลง หากผู้เสียหายตายก่อนศาลตั้งผู้แทน ศาลต้องยกคำร้อง เรื่อนี้นำไปใช้ในคดี ตามปวิอ. มาตรา 90 และการร้องขอคืนของกลางด้วย

-โจทก์ร่วม มาตรา 30, 31 ผู้เสียหายร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีที่อัยการฟ้อง คดีเบิกความเท็จ ทายาทที่ต้องผูกพันข้อเท็จจริงในคดีอาญา เป็นผู้เสียหายได้ บรรยายว่า ไม่ทราบว่า ผู้เสียหายเป็นตายร้ายดีอย่างไร จะอ้างว่าผู้จัดการแทน ตามมาตรา 5(2) ไม่ได้ การเข้าเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม ตามมาตรา 5(1) ต้องเป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายด้วย ความผิดตาม พรบ.อาวุธปืนรวมทั้งปอ. มาตรา 371 , พรบ.ศุลกากร, ความผิดฐานทำลายศพ, พรบ.จรจาจรทางบก เอกชนเป็นผู้เสียหายไม่ได้ แม้ศาลสั่งอนุญาตก็ถือว่าอนุญาตเฉพาะในข้อหาที่อนุญาตได้เท่านั้น ผู้มีส่วนในการกระทำความผิดด้วย ไม่เป็นผู้เสียหาย เช่น เข้าวิวาท, มีส่วนประมาท

- เมื่อยื่นคำร้องแล้วศาลอนุญาตต่อมาปรากฏว่า ศาลยกคำร้อง การดำเนินกระบวนพิจารณาที่ทำแล้วไม่เสียไป สิทธิของผู้เสียหายระงับแล้ว เข้าเป็นโจทก์ร่วมไม่ได้ เช่น ระงับเนื่องจากคดีที่โจทก์ร่วมได้ฟ้องเอง โจทก์ร่วมไม่มาศาล ศาลจึงยกฟ้อง จะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการไม่ได้ โจทก์ขอเป็นโจทก์ร่วมต่อมาถอนคำร้องเป็นโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมจะขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมใหม่ไม่ได้ ต้องห้ามตาม ปวิอ. มาตรา 36 โจทก์ร่วมต้องยื่นคำร้องก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา จะยื่นคำร้องเข้าเป็นโจทก์ร่วมเพื่อใช้สิทธิอุทธรณ์อย่างเดียวไม่ได้ ขัดต่อมาตรา 30 การสั่งคำร้องให้เข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลต้องสั่งโดยชัดแจ้ง ยกเว้นมีพฤติการณ์โดยปริยายยอมรับ เช่น เข้ามาสืบพยานตลอดคดี ถ้าศาลยกคำร้อง ไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ย่อมอุทธรณ์ฎีกาได้

-โจทก์ร่วม ไม่มีสิทธิขอแก้ฟ้องของอัยการ ศาลพิพากษายกฟ้อง การขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมตกไป แต่โจทก์ร่วมมีสิทธิระบุพยานเพิ่มเติมหรือขอสืบพยานเพิ่มเติมได้ คดีที่อัยการไม่มีอำนาจขอคืนทรัพย์สิน คำขอของโจทก์ร่วมที่ขอถือเอาคำฟ้องของอัยการย่อมตกไปด้วย อัยการยื่นคำร้องขอให้คืนราคาทรัพย์สินเกินกว่าอำนาจของศาลแขวงได้ แต่โจทก์ร่วมไม่มีอำนาจถือเอาคำขอส่วนแพ่งเป็นคำขอของตนได้ เมื่อศาลยกคำขอ โจทก์ร่วมอุทธรณ์ฝ่ายเดียวไม่ได้ อัยการและโจทก์ร่วม มีฐานะเป็นโจทก์ เมื่ออัยการไม่มาศาลวันนัดสืบพยาน แต่โจทก์ร่วมมาศาล ถือว่าโจทก์มาศาล สิทธิในการยื่นอุทธรณ์เป็นเฉพาะส่วนของอัยการและโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมจะถือเอาฎีกาของโจทก์ไม่ได้ และถ้าโจทก์ร่วมไม่อุทธรณ์คดีย่อมยุติสำหรับโจทก์ร่วม ไม่มีสิทธิฎีกา เนื่องจากไม่เป็นประเด็นที่ยกโดยชอบในศาลล่าง อัยการไม่อุทธรณ์ โจทก์ร่วมอุทธรณ์ฝ่ายเดียวได้ คดีที่ร้องขอให้คืนทรัพย์สิน โจทก์ร่วมต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล คดีโจทก์ร่วมอุทธรณ์ฝ่ายเดียว เมื่อศาลสูงตัดสินให้สืบพยานใหม่ อัยการก็สืบพยานต่อไปได้ เมื่อเป็นโจทก์ร่วมแล้ว จะมาฟ้องเรื่องเดียวกันอีกไม่ได้ เป็นฟ้องซ้อน คำร้องเป็นโจทก์ร่วม ทำเป็นคำร้อง ทนายลงชื่อได้ ไม่ต้องห้าม ตาม ปวิอ. มาตรา 158(7) ผู้เยาว์ฟ้องคดีเองไม่ได้ แม้ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ศาลชอบสั่งแก้ไขข้อบกพร่องก่อน จะยกคำร้องเสียทีเดียวไม่ชอบ ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องเป็นโจทก์ร่วมในคดีที่ผู้เสียหายฟ้องไม่ได้ จึงไม่ใช่โจทก์ร่วม ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ฎีกา จะอาศัย ปวิพ.มาตรา 57 (2 ไม่ได้ คดีที่ผู้เสียหายฟ้องคดี อัยการขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมก่อนคดีเสร็จเด็ดขาด ตามปวิอ. มาตรา 31

-การรวมพิจารณา ตามมาตรา 31 เมื่อคดีรวมพิจารณาต้องฟังพยานหลักฐานทุกสำนวน แต่ถ้าไม่รวมพิจารณา เมื่อคดีใดตัดสินแล้ว สิทธิในการฟ้องอีกคดีหนึ่งเป็นอันระงับ ตามปวิอ. มาตรา 39(4)

-การถอนฟ้อง มาตรา 35, 36

-คดีอาญาแผ่นดิน โจทก์ขอถอนฟ้องหลังจากที่ศาลพิพากษาแล้วไม่ได้ แต่อาจถือว่าเป็นการถอนอุทธรณ์หรือถอนฎีกา คดีศาลสูงให้สืบพยานใหม่ โจทก์ย่อมถอนฟ้องได้ คดีความผิดต่อส่วนตัว โจทก์ขอถอนฟ้องได้ก่อนคดีถึงที่สุด เป็นผลให้สิทธิการดำเนินคดีอาญาระงับ และคำพิพากษาของศาลล่างระงับไปในตัว คดีศาลอุทธรณ์ตัดสินว่า จำเลยผิด ตามปอ. มาตรา 362 ซึ่งเป็นความผิดยอมความได้ โจทก์ขอถอนฟ้องได้ สิทธิการดำเนินคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ โดนคดีถึงที่สุด เมื่อคตรบกำหนดอุทธรณ์ฎีกา แม้เป็นต้องห้ามอุทธรณ์ฎีกา เนื่องจากอาจีมการขอให้รับรองได้ ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งคำร้องขอถอนฟ้องได้ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา เนื่องจากเกินกำหนด จำเลยได้อุทธรณ์คำสั่ง คดีจึงยังไม่ถึงที่สุด จำเลยหลบหนี ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว คดียังไม่ถึงที่สุด โจทก์จึงขอถอนฟ้องได้ โจทก์ยื่นคำร้องว่า ไม่ประสงค์ดำเนินคดีต่อไป แปลความว่า ประสงค์ขอถอนฟ้อง จึงอนุญาตให้ถอนฟ้องได้ โจทก์แถลงขอถอนฟ้องด้วยวาจาได้ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลและมีคำสั่งคดีไม่มีมูล โจทก์อุทธรณ์ฎีกา ศาลยังไม่ประทับฟ้อง โจทก์ขอถอนอุทธรณ์ฎีกาได้ คดีความผิดต่อส่วนตัว ศาลสูงจำหน่ายคดี คำพิพากษาของศาลล่างระงับไปในตัว โจทก์ร่วมขอถอนคำร้องเป็นโจทก์ร่วม เท่ากับการถอนฟ้อง แต่ถ้าไม่ได้เป็นโจทก์ร่วม จะถอนฟ้องไม่ได้ อาจแปลความว่า เป็นการถอนคำร้องทุกข์ การอนุญาตให้ถอนฟ้องเป็นดุลพินิจศาล แต่ถ้าจำเลยให้การแก้คดีและคัดค้านการถอน ศาลต้องยกคำร้อง

-ผลการถอนฟ้อง จะนำมาฟ้องอีกไม่ได้ แม้ว่าศาลจะยังไม่ได้ไต่สวนมูลฟ้อง การถอนฟ้องต้องเป็นการถอนฟ้องโดยเด็ดขาด การถอนฟ้องเพื่อเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการย่อมทำได้ ไม่ใช่การถอนฟ้องเด็ดขาด โดยอาจระบุในคำร้องเองหรือยื่นคำร้องเข้าเป็นโจทก์ร่วมในเวลาที่กระชั้นชิดได้ เช่น ยื่นในวันเดียวนั้นเอง แต่ถ้าไม่ปรากฏพฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าถอนฟ้องเด็ดขาด ถอนฟ้องเนื่องจากฟ้องผิดศาล ย่อมฟ้องใหม่ได้ แต่ถ้าถอนฟ้องเพื่อสอบถามตัวความ รอฟังผลคดีอื่น หรือถอนฟ้องเพื่อนำมาฟ้องใหม่ ถอนคำร้องเข้าเป็นโจทก์ร่วม เป็นการถอนฟ้องเด็ดขาด ผู้เสียหายหลายคน สิทธิการดำเนินคดีแต่ละคนแยกต่างหากจากกัน การถอนฟ้องไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายอื่น ยกเว้นผู้เสียหายคนเดียว แต่มีผู้จัดการแทนหลายคน เมื่อผู้จัดการแทนถอนฟ้องแล้ว ย่อมตัดสิทธิผู้จัดการแทนคนอื่น เช่น บุพการีฟ้องคดี ต่อมาถอนฟ้อง ผู้สืบสันดาน จะฟ้องคดีอีกไม่ได้

-คดีอาญาเลิกกัน มาตรา 37, 38

-เป็นการเปรียบเทียบปรับ เป็นอำนาจพนักงานสอบสวนในความผิดเล็กน้อย คือความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่มีโทษปรับอย่างเดียว พนักงานอัยการไม่มีอำนาจสั่งเปรียบเทียบได้ ถ้าเปรียบเทียบคดีเกินอำนาจแล้ว สิทธิดำเนินคดีอาญาไม่ระงับ ความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ถ้าบทหนักไม่อยู่ในอำนาจแล้ว ก็เปรียบเทียบบทเบาไม่ได้เพื่อให้ความผิดทั้งหมดระงับไม่ได้ การเปรียบเทียบปรับไม่ชอบ ความผิดที่ไม่อยู่ในอำนาจ เช่น ผู้เสียหายตายหลังจากเปรียบเทียบปรับ ความผิดอาญาไม่ระงับ และการเปรียบเทียบปรับ ไม่ใช่คำพิพากษาของคดีอาญา ไม่อยู่ในบังคับ ปวิอ. มาตรา 46

สิทธิดำเนินคดีอาญามาฟ้องระงับ ตามมาตรา 39

-สิทธิดำเนินคดีอาญาระงับ ศาลต้องจำหน่ายคดี ไม่ใช่ยกฟ้อง คดีในศาลสูงก็จำหน่ายคดี ก็มีผลให้คำพิพากษาศาลล่างระงับไปในตัว ถ้าเป็นคดีขาดอายุความมาแต่แรกแล้ว ศาลย่อมต้องยกฟ้อง กรณีโจทก์ตาย สิทธิการดำเนินอายษมาฟ้องไม่ระงับ จำเลยถึงแก่ความตาย สิทธิการดำเนินคดีอาญาระงับ ตามมาตรา 39(1) จึงต้องให้คืนอาวุธปืนของกลาง และคำร้องขอให้คืนทรัพย์ย่อมตกไป แม้มีการขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม แต่ถ้าผู้เสียหายฟ้องคดีแพ่งเอง ต้องมีการรับมรดกความ ตาม ปวิพ. มาตรา 42

-คดีความผิดต่อส่วนตัว ได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง ยอมความ ในส่วนความผิดอาญาแผ่นดิน แม้ดำเนินการดังกล่าว สิทธิการดำเนินคดีอาญาย่อมไม่ระงับ ต้องดูเป็นรายข้อหา คดีที่อัยการเป็นโจทก์ ผู้เสียหายถอนฟ้องไม่ได้ ศาลแปลว่า เป็นการถอนคำร้องทุกข์ การใช้คำว่า ไม่ติดใจเอาความ แปลว่า ถอนคำร้องทุกข์ การถอนต้องมีเจตนาไม่เอาผิดับจำเลยต่อไป การถอนคำร้องทุกข์เพื่อนำคดีมาฟ้องเอง ไม่ทำให้การดำเนินคดีอาญาระงับ เมื่อถอนคำร้องทุกข์ในคดีความผิดต่อส่วนตัวแล้ว สิทธิการดำเนินคดีอาญามาฟ้องระงับ แม้ผู้ต้องหาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง สิทธิการถอนคำร้องทุกข์ในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เป็นสิทธิตกแก่ทายาทได้ ทายาทหรือผู้จัดการมรดกถอนคำร้องทุกข์ได้ เมื่อถอนคำร้องทุกข์เป็นผลให้คำขอส่วนแพ่งของอัยการนย่อมตกไป บิดามารดผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์โดยขัดต่อความประสงค์ของผู้เยาว์ไม่ได้ ตกลงว่าจะไปถอนคำร้องทุกข์เป็นการยอมความแล้ว แม้ยังไม่ไปถอนคำร้องทุกข์ และแม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ตาม แต่ถ้าตกลงถอนคำร้องทุกข์โดยมีเงื่อนไข เช่น ต้องให้ชำระหนี้ก่อน ถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมความตามกฎหมาย เนื่องจากไม่มีข้อตกลงสละสิทธิดำเนินคดีทันที การบอกกับตำรวจว่าไม่ติดใจเอาเรื่อง ไม่เป็นการถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความ ผู้เสียหายมีหนังสือถึงจำเลยว่า ไม่เอาโทษ ไม่เป็นการถอนคำร้องทุกข์ และไม่เป็นการยอมความ หนังสือใช้คำว่า ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายแล้วไม่ติดใจเอาความ เป็นการยอมความแล้ว การถอนคำร้องทุกข์จะถอนต่อพนักงานสอบสวน อัยการ หรือศาลก็ได้ แม้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล ไม่ต้องสอบผู้เสียหายอีก เนื่องจากไม่มีกำหมายใดกภหนดให้ต้องถอนคำร้องทุกข์ต่อศาลเท่านั้น คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา ศาลต้องสั่งคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ก่อน มิฉะนั้นเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ศาลล่างอนุญาตให้ถอนคำร้องทุกข์โดยปริยายแล้ว ศาลสูงจำหน่ายคดีได้ทันที การถอนคำร้องทุกข์ในคดีความผิดต่อส่วนตัวทำได้จนกว่าคดีถึงที่สุด ตามมาตรา 35 วรรคสองด้วย ถอนคำร้องทุกข์แล้ว ศาลต้องจำหน่ายคดี จะสั่งยกฟ้องไม่ได้ และไม่ต้องสั่งยกคำพิพากษาของศาลล่าง

-ยอมความในความผิดต่อส่วนตัว ตามมาตรา 39(2) ไม่ต้องทำเป็นหนังสือและไม่มีแบบ สิทธิดำเนินคดีอาญาระงับเฉพาะข้อหาที่ยอมความได้เท่านั้น เช่น ฟ้องฉ้อโกง ปลอมเอกสารและใช้เอสารปลอม คดีระงับเฉพาะข้อหาฉ้อโกงเท่านั้น คดีกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท เช่น บุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ ศาลสูงตัดสินว่า บุกรุกบทธรรมดาเป็นความผิดอันยอมความได้ สิทธิการดำเนินคดีอายษมาฟ้องระงับได้ สัญญาว่าจะถอนฟ้อง แม้ยังไม่ถอนฟ้อง ก็เป็นการยอมความแล้ว ทนายโจทก์มีอำนาจยอมความตามใบแต่งทนายได้ เมื่อยอมความแล้ว โจทก์ไม่สามารถถอนคำร้องขอถอนฟ้องได้อีก คดีอัยการเป็นโจทก์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องว่า ได้รับชำระหนี้จากจำเลยแล้วไม่ติดใจเอาความ เป็นการยอมความแล้ว การวางเงินให้ผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายไม่ยอมรับ ไม่เป็นการยอมความ การยอมความมีเงื่อนไข เช่น ยอมความต่อเมื่อจำเลยต้องไม่ไปพูดให้เสียหายอีกหรือต้องให้จำเลยชำระเงินก่อน หรือเมื่อเช็คฉบับใหม่เรียกเก็บเงินได้ หรือเมื่อจำเลยออกจากที่ดินภายในกำหนดหรือจำเลยไปดำเนินการสู่ขอแต่งงาน หรือต้องหยุดบุกรุกก่อนจึงไม่เอาเรื่อง เหล่านี้เป็นยอมความมีเงื่อนไข หากไม่มีเงื่อนไข ถือว่าสิทธิดำเนินคดีอาญามาฟ้องระงับทันที แม้ภายหลังไปปฏิบัติตามข้อตกลง เช่น จำเลยไม่ออกจากที่ดินตามข้อตกลง ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องเอง ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ทั้งที่ไม่เคยร้องทุกข์ เป็นการยอมความแล้ว การยอมความในทางแพ่ง ไม่กล่าวถึงคดีอาญา คดีอาญาไม่ระงับ บางกรณีศาลตีความเจตนาว่ายอมความในคดีอาญาด้วย เช่น มีการแปลงหนี้ใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ สำหรับความผิดตามพรบ.เช็ค ถ้าหนี้สิ้นความผูกพัน เช่น มีการชำระหนี้หรือแปลงหนี้ใหม่ ทำสัญญายอม คดีอาญาเลิกกันตามพรบ.เช็ค มาตรา 7 ข้อตกลงผ่อนชำระเงินตามเช็ค ไม่ใช่แปลงหนี้ใหม่ การออกเช็คแทนเช็คพิพาทถือว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว ภริยาของผู้เสียหายยอมความไม่ได้ ยกเว้นโดยความรับรู้ของผู้เสียหาย เช่น ได้ซ่อมแซมหอพักโดยความรับรู้ของเจ้าของหอพัก เมื่อยอมความโดยถูกต้องแล้ม แม้ผู้เสียหายจะแถลงว่า ขอศาลจะพิจารณา ศาลก็ต้องจำหน่ายคดี แต่ถ้าไม่มีการยอมความ ผู้เสียหายฝ่ายเดียว ยื่นคำร้องว่าไม่ติดใจเอาโทษไม่ใช่ยอมความ แต่เป็นเหตุปราณีตามปอ.มาตรา 78 การยอมความต้องหลังความผิดเกิด ถ้ายอมก่อนความผิดเกิด จะเป็นเรื่องความยินยอมเป็นเหตุยกเว้นความรับผิดในทางอาญา การนำเงินมาคืนผู้เสียหายหรือตกลงจะคืน โดยผู้เสียหายไม่ยินยอมด้วยไม่ใช่การยอมความ แต่เป็นเหตุปราณีโทษเท่านั้น

-ฟ้องซ้ำในคดีอาญา ตามมาตรา 39(4) คือ ศาลชั้นต้นได้ตัดสินคดีแล้ว ก็ทำให้สิทธิการดำเนินคดีอาญาในคดีอื่นระงับ แม้จะเป็นคำพิพากษาในชั้นตรวจคำฟ้องหรือไต่สวนมูลฟ้อง และจำเลยถูกดำเนินคดีอย่างแท้จริงมิใช่การสมยอมกัน เช่น นำพยานที่ไม่รู้เรื่องมาเบิกความเพียงปากเดียวเป็นการดำเนินคดีโดยสมยอม การพิพากษา หมายถึง เป็นการวินิจฉัยในเนื้อหาของความผิด เช่น พยานหลักฐานฟังไม่ได้ว่าจำเลยทำผิดล โจทก์ไม่มีพยานมาสืบ, ฟ้องขาดองค์ประกอบความผิด ฟ้องไม่บรรยายเวลาหรือสถานที่กระทำความผิด แต่ถ้าฟ้องระบุเวลาในอนาคตเป็นฟ้องเคลือบคลุมฟ้องใหม่ได้ ฟ้องลักทรัพย์หรือรับของโจร ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลยกฟ้องเนื่องจากฟ้องเคลือบคลุม ฟ้องใหม่ได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เช่น คดีอยู่นอกเขตอำนาจศาล,ไม่บรรยายอำนาจฟ้องโจทก์, ไม่ลงชื่อโจทก์หรือผู้เรียงตามปวิอ. มาตรา 158(7) แต่ถ้าคดีเดิมอยู่ระหว่างพิจารณา การมาฟ้องคดีใหม่เป็นฟ้องซ้อน โจทก์ไม่มาศาล ศาลต้องยกฟ้องตามปวิอ. มาตรา 166 แต่ถ้าศาลจำหน่ายคดี โจทก์ฟ้องใหม่ได้ คำว่า ในความผิดซึ่งได้ฟ้อง เป็นการกระทำความผิดในกรรมเดียว มิได้หมายถึงฐานความผิด เป็นความผิดกรรมเดียวกันฟ้องอีกไม่ได้ แต่ถ้าหลายกรรมต่างกันย่อมฟ้องใหม่ได้ เช่น รับของโจร เป็นการรับของโจรในคราวเดียวกัน ลักทรัพย์ของผู้เสียหายหลายคนในคราวเดียวกันเป็นกรรมเดียว เป็นกรรมเดียว แต่ถ้าลักทรัพย์ของผู้เสียหายทีละคน แม้เวลาต่อเนื่องใกล้ชิดกัน เป็นความผิดหลายกรรม การใช้ไม้ตีผู้เสียหายหลายคนติดต่อกัน ถือว่าหลายกรรม แต่ถ้าทำร้ายโดยไม่แยกว่าใครเป็นใครเป็นเจตนาเดียว กระทำชำเราหญิงในแต่ละครั้งไม่ต่อเนื่องกันเพื่อปกปิดมิให้ใครรู้ เป็นหลายกรรม พาไปจังหวัดต่างๆ เพื่อข่มขืนกระทำชำเราและข่มขู่ไม่ให้หนี เป็นความผิดแยกจากกันได้ บุกรุกของผู้เสียหายหลายคน เป็นต่างกรรมกันได้ ฟ้องทำร้ายร่างกาย ต่อมาผู้เสียหายตายหลังจากศาลพิพากษา เป็นกรรมเดียวแม้ข้อหาต่างกันก็ตาม บุกรุกเข้าไปชิงทรัพย์หรือข่มขืนเป็นกรรมเดียว มีอาวุธกระบอกเดียวกันครั้งก่อนและครั้งหลังต่อเนื่องกัน เป็นกรรมเดียว ฟ้องจำเลยลักเอาเช็ค ไปปลอมเบิกถอนเงินจากธนาคาร เมื่อฟ้องลักทรัพย์แล้ว จะมาฟ้องใช้เอสารปลอมไม่ได้ ฟ้องปลอมเอกสาร ศาลพิพากษาแล้ว จะฟ้องข้อหาใช้เอกสารปลอมไม่ได้ ความผิดที่รวมการกระทำหลายอย่าง จะฟ้องการกระทำอื่นที่รวมอยู่ด้วยไม่ได้ เช่น ฟ้องปล้นทรัพย์ จะฟ้องว่าทำร้ายอีกไม่ได้ หรือฟ้องทำร้ายแล้วจะฟ้องชิงทรัพย์อีกไม่ได้ เบิกความเท็จหลายตอนเป็นกรรมเดียว ลักปืนกับความผิดฐานครอบครองปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นต่างกรรมกัน คดีฟ้องฉ้อโกงผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ จึงมิใช่มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง คดีตามพรบ.จัดหางานฯ จึงไม่ระงับ จำเลยในคดีก่อนและคดีหลังต้องเป็นจำเลยคนเดียวกัน แม้โจทก์จะเป็นอัยการหรือผู้เสียหาย จำเลยอื่นจะฟ้องจำเลยด้วยกันเป็นคดีใหม่ไม่ได้ ศาลลงโทษละเมิดอำนาจศาลแล้ว อัยการและผู้เสียหายมาฟ้องอีกดได้ เพราะคดีละเมิดอำนาจศาลไม่มีโจทก์ฟ้อง

-คดีขาดอายุความ ศาลลงโทษตามข้อหาที่ได้ความ เมื่อเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ในกำหนดตามปอ. มาตรา 96 และคดีอาญาบัญญัติเรื่องอายุความไว้แล้ว จึงไม่นำอายุความสะดุดหยุดลงหรือบทขยายอายุความตามปพพ. มาใช้บังคับ

-คดีแพ่งเ***่ยวเนื่องกับคดีอาญา มาตรา 40-51

-คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา ในส่วนคดีแพ่งต้องเป็นไปตามปวิพ. เช่น คำให้การจำเลยต้องแจ้งชัดในการปฏิเสธรวมทั้งเหตุแห่งการนั้น จะปฏิเสธลอยเหมือนคดีอาญาไม่ได้ อายุความในคดีแพ่ง ถ้าไม่ยกถือว่าไม่มีประเด็น แต่คดีอาญาไม่จำเป็นต้องยกขึ้นต่อสู้ โดยจำเลยมีสิทธิยื่นคำให้การส่วนแพ่งในวันสืบพยานได้ คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา เมื่อสิทธิการดำเนินคดีอาญาระงับ คำขอส่วนแพ่งของอัยการ ย่อมตกไปด้วย เช่น ผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกง แต่ถ้าผู้เสียหายฟ้องคดีเอง เมื่อจำเลยตาย ในส่วนคดีแพ่งต้องมีการรับมรดกความ ตามปวิพ. มาตรา 42 สิทธิการอุทธรณ์ฎีกาของคดีแพ่งและคดีอาญาแยกจากกัน เช่น คดีแพ่งต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง แต่คดีอาญาไม่ต้องห้าม การรับฟังข้อเท็จจริง ต้องถือตามคดีอาญา ตาม ปวิอ. มาตรา 46 หรือถ้าคดีอาญาต้องห้ามฎีกา แต่คดีแพ่งไม่ต้องห้ามฎีกา การฟังข้อเท็จจริงคดีแพ่ง ต้องถือตามคดีอาญา จะเถียงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ฎีกาในส่วนคดีแพ่งอาจไม่เป็นสาระแก่คดีได้ ศาลชั้นต้นตรวจฟ้องในคดีอาญา แล้วยกฟ้องย่อมไม่รับคำฟ้องในส่วนคดีแพ่งไว้พิจารณาได้ ต้องสั่งไม่รับฟ้องและคืนค่าขึ้นศาล

-การเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหาย ตามมาตรา 43,44 โดยอัยการจะขอรวมไปกับคดีอาญาหรือยื่นคำร้องในขณะคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาก็ได้ โดยจำกัดเพียง 9 ฐานความผิด รวมถึงความผิดเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ด้วย แต่ไม่รวมความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ฟ้องให้ลงโทษ ตามปอ. มาตรา 147 ศาลลงโทษตามมาตรา 148 ศาลสั่งให้คืนทรัพย์สินไม่ได้ ความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ถ้าบทเบาเป็นความผิดตามที่ระบุไว้ แต่บทหนักไม่ใช่ความผิดที่ระบุไว้ ศาลก็สั่งให้คืนทรัพย์ได้ เช่น ลงโทษปลอมเอกสาร ศาลสั่งให้คืนทรัพย์ตามความผิดฐานฉ้อโกงได้

หรือลงโทษตามพรบ.จัดหางาน ศาลสั่งให้คืนทรัพย์ตามความผิดฐานฉ้อโกงได้ แต่ถ้าศาลยกฟ้องในความผิดที่เป็นฐานตามมาตรา 43 ศาลก็สั่งให้คืนทรัพย์ไม่ได้ เช่น ฟ้องตามพรบ.จัดหางาน ไม่ได้ฟ้องฐานฉ้อโกง จึงให้คืนทรัพย์ไม่ได้ กรณีพนักงานอัยการไม่ได้ขอให้ลงโทษตามความผิดตามมาตรา 43 แต่คำฟ้องได้บรรยายความผิดตามมาตรา 43 รวมอยู่ด้วย ศาลก็สั่งให้คืนทรัพย์ได้ เช่น ฟ้องพยายามฆ่า แต่ได้บรรยายถึงการชิงทรัพย์มา และมีคำขอให้คืนทรัพย์ด้วย ศาลสั่งให้คืนทรัพย์ได้ ความผิดรับสินบน, ความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร อัยการไม่มีอำนาจร้องขอคืน และทรัพย์ที่ขอคืนได้ เฉพาะให้คืนหรือใช้ราคาเท่านั้น ไม่รวมค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และจะขอให้ออกจากที่พิพาทไม่ได้ ค่าแรงงานที่ค้างจ่ายหรือค่าบริการต่างๆ ก็จะขอไม่ได้เพราะมิใช่ทรัพย์สินที่สูญเสียไป คดีรับของโจร ค่าไถของคืน ไม่ใช่ทรัพย์ที่เสียไปจากการกระทำความผิด ลักสัญญากู้ คือตัวสัญญากู้ไม่ใช่เงินตามสัญญากู้ เงินที่คนร้ายได้มาจากการขายทรัพย์สิน มิใช่ทรัพย์ที่ถูกปล้น สั่งให้คืนไม่ได้ จะสั่งริบต้องเข้าฐานความผิดตามกฎหมายปปง. หลอกสมัครเข้าเป็นสมาชิกฌาปณกิจสงเคราะห์ โดยอ้างว่า ไม่เป็นโรค ซึ่งขัดความจริง เป็นผลให้ได้รับเงิน กรณีนี้การได้เงินไม่ได้เป็นการจากการถูกหลอกเนื่องจากการหลอกลวงเป็นผลให้การเข้าเป็นสมาชิกเท่านั้น เงินค่าตั๋วเครื่องบินที่ถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ พนักงานอัยการสามารถขอคืนได้ สลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลแล้ว มีราคาเท่ากับเงินรางวัลที่ได้รับ หลอกให้นำที่ดินไปจดจำนอง มิใช่ทรัพย์สินที่สูญเสียไป อัยการมีสิทธิเรียกเฉพาะทรัพย์หรือราคาทรัพย์เท่านั้น จะเรียกดอกเบี้ยด้วยไม่ได้ ยกเว้น ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ถือว่าผู้เสียหายได้เรียกดอกเบี้ย แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล จำเลยกระทำความผิดฐานพยายามวิ่งราวทรัพย์แต่เป็นผลให้ทรัพย์หายไป อัยการร้องขอคืนได้ ฟ้องลักทรัพย์หรือรับของโจร จำเลยรับสารภาพฐานรับของโจร ศาลสั่งให้คืนทรัพย์เฉพาะข้อหารับของโจรเท่านั้น เมื่อผู้เสียหายได้รับทรัพย์คืนแล้ว ก็ไม่อาจบังคับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ได้อีก เช่น ได้รับลวดทองแดงคืนแล้ว แต่จะไม่ได้สายไฟคืนก็ตาม ระหว่างพิจารณาคดี ผู้เสียหายแถลงติดใจขอให้ชำระหนี้เพียงบางส่วน เมื่อจำเลยไม่ชำระ จำเลยต้องคืนเงินให้โจทก์ร่วมเท่าที่แถลงเท่านั้น กรณีศาลยกฟ้องคดีอาญา ศาลมีอำนาจสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ได้ แต่ถ้าสิทธิดำเนินคดีอาญาระงับ ศาลจะจำหน่ายคดี จะสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ไม่ได้ เช่น คดีขาดอายุความ, ผุ้เสียหายถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความในความผิดต่อส่วนตัวหรือจำเลยถึงแก่ความตาย แม้ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมก็ตาม แต่คดีแพ่งผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องคดีเอง คดีส่วนแพ่งไม่ตกไป เช่น จำเลยตายก็ต้องมีการรับมรดกความ คดีที่ศาลยกฟ้องเนื่องจากเป็นเรื่องทางแพ่งอย่างเดียว ศาลสั่งให้คืนทรัพย์ไม่ได้ เช่น เป็นเรื่องการเรียกเก็บเงินตามแชร์หรือเป็นการผิดสัญญาทางแพ่งมิใช่ความผิดฐานฉ้อโกง ในการใช้ราคา หากไม่ปรากฏว่ามีราคาเท่าใด ศาลก็จะสั่งไม่ใช้ราคา เช่น มีสามารถสืบได้ว่าลักไปเท่าใดราคาเท่าใด ถ้าผู้เสียหายได้รับชดใช้เกินกว่าราคาทรัพย์ ศาลก็สั่งให้คืนอีกไม่ได้ น ซื้อของมาแทนให้แล้ว การร้องขอของอัยการไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แม้ผู้เสียหายร้องขอเป็นโจทก์ร่วม ก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เมื่อศาลพิพากษาแล้ว โจทก์ร่วมอุทธรณ์ฝ่ายเดียวต้องเสียค่าธรรมเนียม กรณีดอกเบี้ยอัยการขอไม่ได้ โจทก์ร่วมจึงต้องเสียค่าธรรม อัยการยื่นคำขอแล้ว ผู้เสียหายมาฟ้องคดีอีกเป็นฟ้องซ้อน ถ้าคดีอาญาถึงที่สุดแล้ว เป็นฟ้องซ้ำ ยกเว้นในส่วนดอกเบี้ยที่ไม่เป็นฟ้องซ้อน และอัยการยื่นคำร้องตามมาตรา 43 ได้แม้คดีเกินอำนาจศาลแขวง แต่เมื่อทุนทรัพย์เกินอำนาจศาลแขวง ผู้เสียหายจะถือขอของอัยการเป็นคำขอของตนเองไม่ได้ จึงยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาแต่ฝ่ายเดียวไม่ได้ ในส่วนการบังคับคดีต้องรอคดีถึงที่สุด ตามปวิอ. มาตรา 245 วรรคหนึ่ง จะใช้ปวิพ. มาตรา 271 ไม่ได้

-การเรียกค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญา (มาตรา 44/1-2,47,50-51,249-251,253-4, 258) ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาขอให้บังคับให้จำเลยชำระค่าเสียหายได้ ต้องยื่นก่อนสืบพยาน คดีไม่มีการสืบพยาน ต้องยื่นก่อนศาลวินิจฉัยชี้ชาดคดีเข้าไปในคดีอาญา ไม่ต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งใหม่ และคำร้องต้องไม่ซ้ำกับของอัยการ ค่าสินไหมที่พึงเรียกร้อง คือ ค่าเสียหายต่อชีวิต ต่อร่างกาย และค่าเสียหายที่มิใช่ตัวเงิน ส่วนหนี้กระทำการมีนักกำหมายหลายท่านเห็นว่า ไม่รวมถึง เช่น การขับไล่ และการจะยื่นคำร้องขอให้ชำระค่าเสียหายเกินอำนาจศาลแขวงนั้น ในหนังสือนี้เห็นว่า สามารถทำได้โดยเทียบเคียงกับกรณีที่อัยการร้องขอให้คืนทรัพย์สิน การยื่นคำร้องดังกล่าวเป็นคำฟ้อง โดยต้องแสดงรายละอียดตามสมควรเกีร่ยวกับความเสียหายและค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้อง จึงไม่อยุ่ในบังคับ ปวิพ. มาตรา 172 วรรคสอง และคำร้องบกพร่อง ศาลสั่งให้แก้ไขได้ เมื่อศาลรับคำร้องและแจ้งให้จำเลยทราบ ให้จำเลยให้การ เมื่อสืบคดีอาญาแล้ว ก็สามารถสืบพยานในส่วนแพ่งต่อไปได้ตามที่จำเป็นและไม่เป็นการขาดพิจารณาด้วย ผู้เสียหายยากจนก็ร้องขอให้ศาลตั้งทนายได้ ในการดำเนินคดีไม่มีการขาดนัดยื่นคำให้การ ในการยื่นคำร้องไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ยกเว้นศาลเห็นว่า เป็นการเรียกสูงเกินควร แต่ถ้าผู้เสียหายฟ้องคดีอาญาเอง คำร้องส่วนแพ่งต้องเสียค่าธรรมเนียม ยกเว้นได้ยื่นคำร้องเพื่อขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลได้ เมื่อศาลสั่งให้คืนหรือใช้ราคาแล้ว ผู้เสียหายเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา แต่ในการบังคับคดีต้องเป็นค่าธรรมเนียมตาม ปวิพ. เนื่อง จากเห็นว่า ผู้เสียหายได้รับชำระหนี้

-คำพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ตามมาตรา 47 แม้ศาลยกฟ้องคดีอาญา ศาลสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายได้ เช่น ยกฟ้องเนื่องจากฟ้องไม่สมบูรณ์ ศาลก็สั่งคืนเงินแก่ผู้เสียหายได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องทางแพ่งล้วนๆ อัยการไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์คืน จำเลยใช้บัตรเครดิตปลอมต่อร้านค้า และธนาคารใช้เงินต่อร้านค้าแล้ว ธนาคารจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง ธนาคารต้องฟ้องเป็นคดีต่างหาก ร้องขอให้คืนทรัพย์ แต่ทางพิจารณาได้ความว่า เป็นของบิดาผู้เสียหาย ศาลก็สั่งคืนแก่บิดาผู้เสียหายได้ จำเลยรับสารภาพว่า กระทำผิดตามฟ้อง ก็หามีผลว่า จำเลยรับว่าได้เอาเงินไป จึงต้องพิจารณาพยานในส่วนแพ่ง โจทก์รับซื้อฝากที่ดินโดยสำคัญผิด นิติกรรมขายฝากจึงตกเป็นโมฆะ จำเลยจะคืนเงินต่อเมื่อโจทก์คืนที่ดินที่รับซื้อฝากไว้คืน ทั้งไม่ปรากฏว่า โจทก์ชำระเงินค่าซื้อฝากเท่าใด ศาลจึงไม่สามารถสั่งให้จำเลยคืนเงินได้

-การฟังข้อเท็จจริงคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา ตามมาตรา 46 ต้องเป็นเรื่องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาเท่านั้น ฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉล ไม่ใช่จากมูลโกงเจ้าหนี้, ฟ้องเรื่องกู้ยืมไม่ใช่มูลจากอาญา ฟ้องโดยอาศัยมูลจากสัญญาจ้างแรงงาน ไม่ใช่คดีอาญา แม้มีข้อหาลักทรัพย์หรือยักยอกก็ตาม ฟ้องเรียกเงินตามเช็ค ไม่เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา แม้คดีแพ่งจะถือตามข้อเท็จจริงในคดีอาญา แต่การปรับบทย่อมต่างกันได้ เช่น คดีอาญาใช้เรื่องเจตนา ส่วนคดีแพ่งใช้การประมาทแม้ไม่เจตนาก็ต้องรับผิด คดีอาญาฟังว่า สมัครใจวิวาท คดีแพ่งก็ถือว่าความยินยอมไม่เป็นละเมิด การรับฟังข้อเท็จจริงคดีอาญา มีหลักเกณฑ์ คือ คดีอาญาต้องถึงที่สุด ถ้าศาลจำหน่ายคดี เช่น จำเลยบางคนตาย ก็ต้องจำหน่ายคดี คดีอาญาถึงที่สุดแม้เป็นชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เช่น ฟ้องเท็จเบิกความเท็จ เมื่อคดีอาญายกฟ้อง จึงไม่เป็นละเมิด หรือฟ้องบุกรุก คดีอาญาฟังว่า ที่เป็นของจำเลย คดีแพ่งไม่เป็นละเมิด คดีอาญาที่ตัดสินต้องเป็นประเด็นโดยตรงและชัดแจ้ง เช่น คดีอาญาฟังว่า จำเลยไม่มีเจตนาบุกรุก ก็ยังมิได้วินิจฉัยว่าที่ดินเป็นของใคร คดีอาญายกฟ้องเนื่องจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เช่น การ้องทุกข์ไม่ชอบ จึงไม่อาจรับฟังเรื่องการครองครอง ที่ดินมายุติได้ คดีอาญาพยานหลักฐานไม่พอฟัง เช่น ฟังไม่ได้ว่าเป็นที่ของโจทก์, ฟังไม่ได้ว่าจำเลยขับรถโดยประมาท ถือว่าวินิจฉัยโดยชัดแจ้งแล้ว คดีอาญามีประเด็นว่า จำเลยลักทรัพย์หรือไม่ ประเด็นที่ว่า นาข้าวเป็นของผู้ใดไม่ใช่ประเด็นโดยตรง ข้อเท็จจริงคดีอาญาฟังว่า จำเลยประมาท คดีแพ่งต้องฟังว่า จำเลยประมาทแต่อาจสู้ได้ว่า โจทก์มีส่วนประมาทด้วยได้ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาค่าเสียหายระหว่างกัน คดีอาญาฟ้องว่า จำเลยขับรถฝ่าไฟแดง คดีแพ่งฟ้องว่า จำเลยขับรถเร็ว คนละประเด็นกัน คดีอาญาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานมีความสงสัยตามสมควร ถือว่าคดีอาญามิได้วินิจฉัยคดีโดยชัดแจ้ง เช่น ยกประโยชน์ความสงสัยให้จำเลยว่า จำเลยเป็นคนร้ายหรือไม่ แต่ถ้าพิพากษาว่า พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักรับฟังลงโทษได้ เป็นการวินิจฉัยโดยชัดแจ้งว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิดแล้ว ศาลตัดสินว่า เหตุรถชนอาจเกิดจากควาประมาทของจำเลยหรือบุคคลอื่นเท่าๆกัน ศาลจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้น จึงยังไม่ยุติ คดีประเด็นที่รับฟังต้องเป็นประเด็นโดยตรง ถ้าเป็นประเด็นปลีกปล่อย เช่น บุกรุกเนื้อที่เท่าใด ย่อมสืบพยานในคดีแพ่งได้ และผู้ทีผูกพันข้อเท็จจริงในคดีอาญาต้องเป็นคู่ความเดียวกัน คดีอาญาถือว่าพนักงานอัยการดำเนินคดีแทนผู้เสียหายแม้ผู้เสียหายไม่ได้เข้ามาเป็นโจทก์ร่วม คดีที่ผู้เสียหายไม่อาจเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมได้ เช่น ความผิดตามพรบ.จรจาจรทางบก คำพิพากษาในคดีอาญาไม่ผูกพัน เช่น ขับรถชนโดยประมาท ทำให้บาดเจ็บ และรถเสียหาย ในส่วนรถเสียหาย โจทก์จึงไม่ต้องผูกพันในข้อเท็จจริงคดีอาญา คดีอาญาศาลฟังว่า ผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการประมาทด้วยจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยไม่มีอำนาจฟ้อง ข้อเท็จจริงในคดีอาญาจึงต้องผูกพัน คดีอาญาฟังว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินโจทก์ แม้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้รับโอนที่ดินมาจากจำเลยในคดีอาญา ต้องถือว่าเป็นผู้สืบสิทธิ โจทก์ไม่ใช่บุคคลภายนอกคดี จึงต้องผูกพัน ข้อสำคัญ คือ คำพิพากษาในคดีส่วนอาญาไม่ผูกพันบุคคลภายนอกด้วย เช่น นายจ้าง, ผู้รับประกันภัย เป็นผลให้โจทก์ต้องสืบว่า ลูกจ้างหรือผู้เอาประกันต้องรับผิดด้วย ถ้าสืบไม่ได้ นายจ้างหรือผู้อาประกันหลุดพ้นจากความรับผิด แต่ถ้าฟังว่า คดีอาญาฟังว่าลูกจ้างหรือผู้เอาประกันไม่ต้องรับผิด นายจ้างก็ไม่ต้องรับผิดด้วย ศาลต้องยกฟ้อง คดีอาญาฟังว่า เป็นที่สาธารณะ คดีแพ่งจะฟ้องเพิกถอนคำสั่งว่าไม่เป็นที่สาธารณะไม่ได้ ในทางกลับกัน การพิพากษาคดีอาญาไม่ต้องถือข้อเท็จจริงตามคดีแพ่ง เช่น ฟ้องว่า เอกสารปลอม ไม่ต้องพิจารณาว่าคดีแพ่งได้ตัดสินอย่างไร และไม่จำเป็นต้องถือตามข้อเท็จจริงในคดีอาญาเรื่องอื่นด้วย แม้จะมีมูลกรณีเดียวกันหรือเกี่ยวข้องกัน เพราะการพิจารณาต้องพิจารณาจากพยานในสำนวนเป็นสำคัญ และไม่รวมถึงความเห็นของพนักงานสอบสวนเพราะไม่ใช่คำพิพากษาของศาลในคดีส่วนอาญา การเปรียบเทียบปรับก็ไม่ใช่คำพิพากษาส่วนอาญา คดีที่ฟ้องคดีแพ่งเป็นคดีต่างหาก ศาลอาจงดการพิจารณาให้รอการพิจารณาพิพากษาคดีอาญาได้ สำหรับคดีแพ่งที่ต้องรับฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญานั้น แม้คดีแพ่งต้องห้ามอุทธรณ์ฎีกา ก็ต้องนับฟังข้อเท็จจริงตามคดีอาญา เช่น คดีอาญาฟังว่า ที่ดินเป็นของโจทก์ คดีแพ่งต้องฟังว่า ต้นไม้เป็นของโจทก์ด้วยเพราะต้นไม่เป็นส่วนควบของที่ดิน จำเลยจะสืบว่า เป็นที่สาธารณะไม่ได้

-อำนาจศาลในการสั่งคืนของกลาง ตามมาตรา 49 แม้จะไม่มีการฟ้องคดีส่วนแพ่ง ศาลมีอำนาสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของได้

-ผู้เสียหายเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ตามมาตรา 50 ในความผิดรุกล้ำคลองชลประทานไม่ใช่ความผิดตามมาตรา 43 กรมชลประทานร้องขอดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นบังคับคดีได้

-อายุความคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ตามมาตรา 51 ใช้เฉพาะผู้กระทำผิดเท่านั้น ไม่รวมผู้อื่น เช่น นายจ้าง ราษฎรฟ้องคดีอาญา ศาลประทับฟ้องแต่ไม่ได้ตัวจำเลย อายุความคดีอาญายังไม่ขาด คดีแพ่งอายุความย่อมสะดุดหยุดลง แต่การฟ้องเรียกคืนการครอบครอง ตามปพพ. มาตรา 1375 ไม่ใช่อายุความ จึงนำเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงมาใช้บังคับไม่ได้ คดีอาญายกฟ้องเนื่องจากโจทก์ไม่ได้ร้องทุกข์ในกำหนดเวลา คดีของโจทก์จึงใช้อายุควาทางแพ่ง โจทก์ฟ้องคดีแพ่ง อ้างว่า จำเลยกระทำผิดทางอาญา ซึ่งมีอายุควาที่ยาวกว่า ศาลต้องสืบพยานก่อนว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดอาญาหรือไม่ เนื่องจากหากจำเลยกระทำผิดทางอาญา โจทก์ย่อมฟ้องคดีได้ตามอายุความของคดีอาญา

-หมายเรียกและหมายอาญา

-จับ ขับ จำคุก ค้น คือ จับบุคคล ค้นในเคหสถานหรือที่รโหฐาน

-หมายเรียก ออกโดยพนักงานสอบสวน, ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ศาล ซึ่งใช้ได้ในชั้นสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง และการพิจารณาคดีของศาล หรือตามที่ปวิอ.กำหนด ตำรวจชั้นผู้ใหญ่สอบสวนเองไม่ต้องออกหมายเรียก เฉพาะผู้ต้องหาไม่มาตามหมายเรียกให้สันนิษฐานว่าหลบหนีซึ่งเป็นเหตุออกหมายจับ ตาม ปวิอ. มาตรา 66(2) โดยการส่งหมายเรียกต้องส่งแก่ผู้ต้องหาเอง ถ้าส่งไม่ได้ต้องให้ญาติรับแทน เฉพาะการส่งหมายเรียกพยานของศาล พนักงานอัยการมีหน้าที่แจ้งหัวหน้าพนักงานสอบสวนให้เป็นผู้ส่งหมายเรียกและติดตามพยาน ถ้านำสืบยาก ก็สามารถสืบพยานล่วงหน้าก่อนวันนัดได้

-หมายอาญา ตามมาตรา 57-65 ผู้มีอำนาจออก คือ ศาล โดยผู้มีอำนาจขออก คือ ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวนในคดีที่ร้องจอออกหมายนั้น และต้องมาศาลให้ศาลสอบถามเหตุที่ขออกหมายค้นหรือหมายจับ ยกเว้นมีเหตุอันสมควรก็สอบถามโดยวิธีที่เหมาะสม เช่น ทางโทรศัพท์สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เหตุในการออกหมายจับ ต้องมีพยานหลักฐานตามสมควร ว่าบุคคลกระทำความผิดมีโทษอย่างสูงเกินสามปี หรือเชื่อว่าจะหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อภยันตรายประการอื่น การไม่มาตามหมายเรียกให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าจะหลบหนี การเสนอหลักฐานในการออกหมายจับ ไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดเช่นเดียวกับการพิจารณาพิสูจน์ความผิดหรือบริสุทธิ์ เมื่อออกหมายจับแล้วจะระบุเพียงรูปพรรณได้ ก็แจ้งไปยังผู้จัดการตามหมาย เช่น ส่งสำเนาหมายที่รับรองถูกต้องได้ โดยหมายจับใช้ได้จนกว่าจะจับได้ เว้นคดีแต่ขาดอายุความหรือศาลเพิกถอนหมายแล้ว รวมถึงเข้ามอบตัวด้วย

-การจับโดยไม่ต้องมีหมาย ตามมาตรา 78 คือ ได้กระทำผิดซึ่งหน้าหรือกำลังจะกระทำความผิด หรือมีความจำเป็นเร่งด่วนไม่สามารถขอหมายจับได้หรือหลบหนีประกัน ความผิดซึ่งหน้าถ้าเป็นความผิดในที่รโหฐาน ก็เข้าไปค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น เช่น ตำรวจเห็นผู้กระทำผิดกำลังขายวัตถุออกฤทธิ์ หรือขณะล่อซื้อยาเสพติดให้โทษหรือเห็นขณะโยนยาเสพติดออกไปหน้าต่าง หรือแอบดูเห็นคนเล่นการพนัน ถึงแม้มีอำนาจจับ ตำรวจต้องไม่ใช้วิธีจับรุนแรงเกินจำเป็น ถ้าใช้วิธีรุนแรงเกินจำเป็น ราษฎรมีสิทธิป้องกันได้ การค้นตัวบุคคลในที่สาธารณะไม่ต้องมีหมายคน เมื่อพบความผิดซึ่งหน้าย่อมจับได้ เช่น พบแผ่นซีดีอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เหตุทะเลาะยุติไปแล้ว ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า ส่วนการจับในกรณีเร่งด่วน คือ มีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลนั้นกรำผิด และมีเหตุเชื่อว่าหลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหรือก่อภยันตรายประการอื่น ก็จับโดยไม่ต้องมีหมาย เมื่อจับกุมแล้ว จะทำบันทึกจับกุม แม้ตำรวจที่ไม่ได้ร่วมจับกุมมาลงชื่อในบันทึกจับกุม ก็ไม่กระทบการจับกุม การที่ผู้กระทำความผิดมาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวน ถ้ามีเหตุออกมายจับได้ ก็ต้องไปศาลขอออกหมายขัง ตาม ปวิอ. มาตรา 134 วรรคท้าย

-จับในที่รโหฐาน คือสถานที่ที่ประชาชนไม่มีความชอบธรรมเข้าไปได้ ต้องเข้าตามปวิอ. มาตรา 92 ด้วย คือ มีหมายค้นหรือเข้าข้อยกเว้นที่ไม่ต้องขอหมายค้น

-เจ้าพนักงานเป็นผู้จับ จะขอความช่วยเหลือจากบุคคลใกล้เคียงได้ ตามปวิอ.มาตรา 82 ส่วนราษฎรจะจับได้ต่อเมื่อเป็นความผิดซึ่งหน้าซึ่งอยู่ท้ายประมวลหรือเจ้าพนักงานร้องขอให้จับ ตามปวิอ. มาตรา 79

-วิธีการจับ คือ ต้องแจ้งว่าเขาถูกจับ ตาม ปวิอ. มาตรา 83 วรรคหนึ่ง ถ้าผู้กระทำผิดต่อสู้ขัดขวาง ก็ไม่ต้องแจ้งว่า เขาถูกจับ เมื่อจับแล้วก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหา และสิทธิที่จะให้การหรือไม่ให้การ สิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความหรือญาติ เจ้าพนักงานจะบันทึกการจับกุมและนำตัวผู้กระทำความผิดส่งสถานีตำรวจ แม้การจับกุมไม่ชอบ การสอบสวนก็ไม่เสียไป เป็นคนละขั้นตอนกัน บันทึกชั้นจับกุม ว่ารับสารภาพรับฟังไม่ได้ แต่กฎหมายดังกล่าวไม่ใช้ย้อนหลัง คือ ก่อนที่แก้กฎหมาย ศาลจึงนำบันทึกการจับกุมมารับฟังประกอบลงโทษได้ ส่วนถ้อยคำอื่น เช่น รับว่า ของกลางเป็นของตน หรือรับว่าอยู่ในเหตุการณ์ ก็รับฟังได้เมื่อแจ้งสิทธิดังกล่าว หากไม่แจ้งสิทธิถ้อยคำก็รับฟังไม่ได้

-ควบคุมและขัง คือ ควบคุมทำโดยตำรวจ ส่วนขังออกโดยศาล เหตุในการออกหมายขัง คือ เหตุในการออกหมายจับ คือ มีหลักฐานตามสมควรว่ากระทำความผิดซึ่งมีโทษอัตราสูงกว่าสามปี หรือหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อภยันตรายประการอื่น ตามปวิอ.มาตรา 71 ประกิอบมาตรา 66 ศาลก็มีดุลพินิจออกหมายปล่อยได้ เช่น เป็นเด็ก หญิงมีครรภ์ คนป่วย โดยส่งให้บุคคลอื่นรับตัวไว้ได้ มีกำหนดไม่เกินหกเดือนหรือจนกว่าคดีเสร็จการพิจารณา

-กำหนดเวลาควบคุม กล่าวคือ คดีลหุโทษ ควบคุมเท่าเวลาที่สอบถามคำให้การ คดีโทษจำคุก ต้องนำตัวไปศาลเพื่ออกหมายขังในสี่สิบแปดชั่วโมง คดีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ออกหมายขังได้ครั้งเดียว คดีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ขังได้ไม่เกิด 48 วันหรือ 4 ผลัด ส่วนคดีโทษจำคุก เกินว่า 10 ปี ขังไม่ไม่เกิน 84 วัน หรือ 7 ผลัด โดยผลัดที่ 5-7 ต้องอ้างเหตุจำเป็นด้วย และการไต่สวน ผู้ต้องหามีสิทธิแต่งตั้งทนายมาซักค้านได้ ถ้าต้องสอบสวนในท้องที่อื่น จะจอให้โอนการขังไปท้องที่ที่ทำการสอบสวนก็ได้ ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวน ยังไม่ถือว่าถูกจับจะขอให้ออกหมายขังไม่ได้ จึงได้มีการแก้ไข ปวิอ. มาตรา 134 วรรคท้าย ให้พนังกานสอบสวนนำตัวไปศาลเพื่ออกหมายขังในวันนั้น ถ้าศาลปิดทำการแล้ว ก็ร้องขอต่อศาลในวันรุ่งขึ้น เมื่อศาลอนุญาตให้ฝากขังแล้ว ผู้ต้องหาอ้างว่า รับสารภาพเพราะถูกทำร้าย ก็ไม่มีเหตุเพิกถอนการฝากขังซึ่งทำโดยชอบ คำสั่งศาลที่ไม่อนุญาตให้ทำหารฝากขัง พนักงานสอบสวนหรืออัยการจะอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้ ระยะเวลาของฝากขัง เริ่มนับแต่เวลาที่ผู้ถูกจับมาถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน ไม่ใช่นับแต่เวลาที่จับกุม ถ้าพ้นกำหนดเวลาต้องปล่อยตัว จะควบคุมต่อไปไม่ได้ แต่เมื่อมายื่นฟ้องก็ต้องควบคุมตัวมาฟ้องด้วย จะอ้างควบคุมคัวในเหตุอื่นไม่ได้ ถ้าพนักงานสอบสวนขอฝากขังแล้ว แม้ผู้ต้องหาหลบหนี ก็ถือว่า อยู่ในอำนาจศาลแล้ว พนักงานอัยการไม่ต้องนำตัวจำเลยมาศาลในวันฟ้อง ก่อนศาลประทับรับฟ้อง เช่น สั่งฟ้องให้คืนมาทำใหม่ ศาลไม่มีอำนาจออกหมายขังจำเลย

-การขังระหว่างพิจารณา ตามปวิอ. มาตรา 88 ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์มาตรา 71 วรรคหนึ่งประกอบ มาตรา 66 ว่าด้วยเหตุในการออกดหมายขังเช่นเดียวกัน เมื่ออัยการได้ยื่นฟ้องและศาลประทับฟ้องแล้ว ศาลออกหมายขังระหว่างพิจารณาคดี จึงเป็นขั้นตอนที่แยกต่างหากจากการจับกุมและควบคุมของพนักงานสอบสวน ผู้ร้องจะอ้างว่า เป็นการคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายไม่ได้ จำเลยถูกฟ้องเป็นคดีหนึ่งแล้ว ศาลออกหมายขัง ในคดีที่ถูกฟ้องอีก ศาลก็ออกหมายขังอีกได้ จึงต้องขังวันที่ขังระหว่างพิจารณาออกจากโทษที่ได้รับ

-การจัดการตามหมายขังหรือหมายจำคุก ตามมาตรา 89-89/2 เมื่อออกหมายขังต้องส่งเข้าเรือนจำ ในกรณีจำเป็นจะสั่งให้ขังในสถานที่อื่นได้ ซึ่งสถานที่อื่น ต้องมิใช่สถานีตำรวจ การขอให้สั่งขอให้ที่อื่น จำเลยหรือผู้ต้องหาไม่มีสิทธิขอ นอกจากนี้ในการจำคุกสามารถให้จำคุกนอกสถานที่เรือนจำหรือให้จำคุกเฉพาะวันที่กำหนดหรือจำคุกโดยวิธีอื่นได้ แต่ต้องได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามหรือรับโทษมาไม่น้อยกว่าสิบปี

-การค้นในที่รโหฐาน ต้องขอศาลออกหมายค้น เช่น ระบุว่า จำเลยมีพฤติการณ์ว่าน่าสงสัยเก็บตัวอยู่บ้าน ตอนกลางคืนออกจากบ้านไม่ยุ่งกับเพื่อบ้าน และไม่ปรากฏว่าประกอบอาชีพใด จึงสงสัยว่ามีของผิดกำหมาย ขอออกหมายค้นได้ หมายที่ออกระบุเลขบ้านไม่ถูกต้อง ก็เป็นการค้นที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ตำรวจจะแก้หมายค้นเองไม่ได้ การขอออกหมายค้นไม่ต้องขอออกหมายจับด้วย เมื่อพบยาเสพติดซึ่งเป็นความผิดซึ่งหน้าสามารถขออกหมายจับได้ ตามปวิอ. มาตรา 78(1) เมื่อตำรวจได้ค้นบ้านเสร็จแล้วไม่พบของผิดกฎหมาย เจ้าของบ้านจะยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนสาเหตุการออกหมายค้นไม่ได้ กรณีที่ไม่ต้องมีหมายค้น คือ ขณะกำลังกระทำความผิด คือ มีเสียงร้องให้ช่วยหรือขณะไล่แล้วหนีเข้าไปในที่รโหฐาน หรือเห็นซึ่งหน้า เช่น กำลังขายวัตถุออกฤทธิ์ หรือโยนสิ่งของ หรือมีสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด ถ้าเนิ่นช้าจะถูกโยกย้ายไปเสียก่อน เช่น เห็นจำเลยขุดแปลงผักและนำสิ่งของใส่หลุมที่ขุดแล้วกลบไว้ หรือเป็นการค้นเนื่องจากขยายผลการจับกุมยาเสพติด หรือเมื่อที่รโหฐานผู้จะต้องถูกจับเป็นเจ้าบ้าน ซึ่งรวมถึงคู่สมรสด้วย การเข้าตรวจค้นโดยชอบ จึงมีอำนาจทำลายกุญแจเข้าไปได้ ไม่มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ เจ้าของบ้านยินยอมให้ค้น ก็เป็นการค้นโดยชอบด้วยกฎหมาย

-วิธีการค้นในที่รโหฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจใช้ไม้กระแทนประตูที่ล็อคอยู่ได้ และต้องค้นในเวลากลางวัน จะค้นในเวลากลางคือต้องเป็นกรณีที่ค้นยังไม่เสร็จ โดยอาจค้นต่อเนื่องกันไปได้ เช่น ค้นตัวแต่เวลา 18.02 น. แสดงว่าลงมือค้นตั้งแต่เวลาดังกล่าวแล้ว ย่อมค้นต่อไปได้ หรือเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง เช่น ขณะล่อซื้อยาเสพติดหรือกำลังเล่นการพนัน ในข้อหาความผิดลหุโทษและไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาหลบหนี ไม่เป็นเหตุฉุกเฉินอย่างยิ่ง เช่น มีสุราเถื่อนเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าเห็นกำลังกลั่นสุราในเวลากลางคืน ย่อมเป็นเหตุฉุกเฉินอย่างยิ่ง ในการค้นต้องมี่หัวหน้าการค้น คือ ผู้มีชื่อตามหมายค้น เจ้าพนักงานที่ค้นไม่ต้องมีหมายทุกคน ค้นต่อหน้าจำเลยซึ่งเป็นบุตรของเจ้าของบ้านได้เป็นการค้นต่อหน้าบุคคลในครอบครัว แม้จำเลยยังไม่บรรลุนิติภาวะก็ตาม เนื่องจากจำเลยรู้เข้าใจการกระทำและรู้ผิดสอบ การค้นต่อหน้าบุคคลในครอบครัวซึ่งคนหนึ่งตาบอดหูหนวก และบุคคลอื่นอีกคนหนึ่งก็เป็นการชอบ การค้นมิได้กระทำต่อหน้าผู้ครองสถานที่ เป็นการค้นที่ไม่ชอบ การเชิญบุคคลอื่นมาก็ต้องมาดูด้วยขณะค้นด้วย พยานหลักฐานจึงไม่มีน้ำหนักรับฟังลงโทษ

-ค้นตัวบุคคล ในที่สาธารณะสถานต้องมีเหตุอันสมควรด้วย ตามปวิอ. มาตรา 93 เช่น ค้นร้านเกมส์ มีแผ่นซีดีที่ละเมิดต่อกฎหมายซึ่งเป็นความผิดซึ่งหน้า ย่อมีอำนาจจับได้ ห้องโถงในสถานที่ค้าประเวณี เป็นที่สาธารณสถาน เหตุสงสัย เช่น มีอาวุธปืนและของผิดกฎหมาย ถ้าค้นที่ในรโหฐาน ก็ตามปวิอ. มาตรา 100 วรรคสอง เพื่อพบหลักฐานที่ซุกซ่อนในร่างกายได้ ถ้าค้นผู้ต้องหา ก็ตาม ปวิอ. มาตรา 85 กรณีค้นผู้หญิง ต้องให้หญิงอื่นเป็นผู้ค้น

-ร้องขอปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังหรือขังโดยผิดกฎหมาย ตามปวิอ. มาตรา 90 บุคคลใดก็ได้ยื่นคำร้องเพื่อประโยชน์ของผู้ถูกคุมขังให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งได้ การถูกควบคุมหรือขัง อาจเป็นโดยเจ้าพนักงานหรือบุคคลธรรมดา ก็ขอให้ปล่อยได้ แม้อยู่ในอำนาจศาลทหาร ก็ร้องขอปล่อยต่อศาลยุติธรรมได้ ถ้าระหว่างไต่สวน ผู้ร้องได้รับการปล่อยตัวแล้ว ก็ไม่ต้องไต่สวนคำร้องต่อไป และระหว่างไต่สวนอาจร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว ซึ่งเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามอุทธรณ์ ตามปวิอ. มาตรา 196

-การปล่อยชั่วคราว ตามมาตรา 106-119 ทวิ ผู้มีอำนาจสั่งให้ปล่อยชั่วคราว คือ ผู้มีอำนาจในขั้นตอนนั้น กล่าวคือ การควบคุมเป็นอำนาจของตำรวจหรืออัยการ การขังเป็นอำนาจของศาล คดีที่มีโทษจำคุกเกินกว่าสิบปี ศาลชั้นต้นต้องฟังพนักงานสอบสวน อัยการ หรือโจทก์ว่าจะค้านหรือไม่ รวมทั้งผู้ที่เป็นพยานสำคัญด้วย การสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว คือ ต้องสั่งโดยเร็ว ไม่เรียกประกันเกินสมควร ถ้าไม่ให้ประกัน ต้องให้เหตุผลทราบเป็นหนังสือโดยเร็ว กำหนดเวลาการปล่อยตัวชั้นพนักงานสอบสวน มีระยะเวลาไม่เกินสามเดือน ขยายได้อีกไม่เกินสามเดือน เมื่อครบหกเดือนแล้วยังฟ้องคดีไม่ได้ สัญญาประกันตัวเป็นอันสิ้นสุดลง พนักงานสอบสวนต้องคืนหลักประกันให้แก่ผู้ประกัน เมื่อพ้นเวลาดังกล่าวแล้ว พนักงานสอบสวนก็สามารถดำเนินการสอบสวนต่อไปได้ มิได้มีกฎหมายบังคับว่าต้องขอศาลออกหมายขังเสมอไป เมื่อได้รับกาประกันตัวแล้ว ก็อาจขอถือหลักทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัวชั้นอื่นได้ เมื่อผู้ต้องหาหรือจำเลยหลบหนีประกัน ก็ขอให้จับตัวได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ รวมทั้งผู้ขอประกันก็มีอำนาจจับตัวได้ ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว ก็สามารถอุทธรณ์ต่อหน่วยงานท่าสูงกว่าได้ การยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่อยู่ในบังคับปวิอ. มาตรา 198, 216 คือ ไม่ต้องอุทธรณ์ในกำหนดหนึ่งเดือน ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนการประกันตัว เมื่อศาลอุทธรณ์ยืน ก็ไม่เข้ามาตรา 119 ทวิ ไม่เป็นที่สุด แต่ถือว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามอุทธรณ์ ตามปวิอ. มาตรา 196 คำสั่งของศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยในเนื้อหาคำร้อง จึงไม่ใช่คำสั่งยื่นตามศาลชั้นต้นที่ไม่ให้ปล่อยชั่วคราว จึงไม่เป็นที่สุด ส่วนการอุทธรณ์สั่งปรับผู้ประกัน ถ้าผิดสัญญาประหันชั้นศาล ศาลสามารถบังคับคดีได้โดยไม่ต้องฟ้อง และให้ถือว่าหัวหน้าสำนักงานประตำศาลยุติธรรม เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเกี่ยวกับหนี้ตามสัญญาประกันตัว ถ้าผิดสัญญาชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนโดยตำแหน่งสามารถฟ้องคดีได้ เนื่องจากเป็นตำแหน่งหน้าที่ราชการที่กฎหมายกำหนดไว้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือพนักงานสอบสวนที่ย้ายไปแล้ว ไม่มีอำนาจฟ้องคดี เมื่อผู้ประกันไม่ส่งตัวตามกำหนดเวลา ผู้ประกันต้องชำระเงินตามสัญญาประกัน แต่จะถือว่าผิดนัด เมื่อครบกำหนดเวลาบอกกล่าวให้ชำระหนี้หรือวันฟ้องคดี คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยเกี่ยวกับการผิดสัญญาประกันเป็นที่สุด ตามปวิอ. มาตรา 119 การอุทธรณ์คำสั่งศาลเกี่ยวกับการผิดสัญญาประกัน ต้องอุทธรณ์ไปตามลำดับชั้นศาล จะอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาไม่ได้ ไม่นำ ปวิพ. มาตรา 223 ทวิ มาใช้บังคับ สัญญาประกันผู้ต้องบหา มิใช่จำนอง จึงนำ ปพพ. มาตรา 733 มาใช้บังคับไม่ได้ โจทก์มีสิทธิบังคับชำระหนี้ได้จนสิ้นเชิง ผู้ประกันตายก่อนผิดสัญญาประกัน เป็นสิทธิเฉพาะตัว สัญญาประกันไม่ตกทอดแก่ทายาท สัญญาประกันตัวมีผลแต่ละชั้นศาล เมื่อนำตัวมาตามกำหนดนัดก็หมดความผูกพัน ประกันตัวระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น เมื่อผู้ประกันไม่ส่งตัวตามกำหนดนัด แม้ศาลพิพากษายกฟ้อง ก็เป็นการผิดสัญญาประกัน ถ้านำผู้ต้องหามาส่งตัวภายหลัง ก็เป็นเหตุลดเบี้ยปรับได้ ถ้าไม่ส่งตัวตามกำหนดนัด ผู้ประกันจะอ้างว่า สิทธิการดำเนินคดีกับจำเลยเป็นอันระงับไม่ได้ แต่ถ้าจำเลยตายก่อนวันนัดพิจารณา ผู้ประกันไม่ผิดสัญญาประกัน เมื่อผิดสัญญาประกันแล้ว แม้ภายหลังมีกฎหมายนิรโทษกรรม ยกเว้นความผิด ผู้ประกันก็ไม่พ้นความผิด คดีพนักงานสอบสวนสั่งไม่ฟ้อง ผู้ประกันก็ต้องส่งตัวผู้ต้องหาตามกำหนดนัด แต่ถ้าจำเลยถูกควบคุมตัวในคดีอื่น ไม่ถือว่าผิดสัญญาประกัน ศาลสั่งปรับผู้ประกัน ผู้ประกันต้องอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาหนึ่งเดือน ตามปวิอ. ศาลสั่งปรับผู้ประกันแล้ว ต่อมาผู้ประกันส่งตัวจำเลยและขอลดค่าปรับ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ผู้ประกันอุทธรณ์ได้ภายในกำหนดเวลานับแต่วันที่ศาลสั่งไม่ลดค่าปรับ คดีศาลสั่งปรับผู้ประกันแล้ว ผู้ประกันยื่นคำร้องขอลดค่าปรับ ศาลมีคำสั่ง ผู้ประกันอุทธรณ์ได้ และคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด ตามปวิอ. มาตรา 119 ผู้ประกันยื่นคำร้องขอลดค่าปรับ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ผู้ประกันมีสิทธิยื่นคำร้องได้อีกไม่เป็นดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ยกเว้นอ้างเหตุลดค่าปรับเหตุเดิม ค่าปรับตามสัญญาประกันตัว หากสูงเกินส่วนศาลลดได้ ตามปพพ. มาตรา 383

-การสอบสวน มาตรา 120-147

-พนักงานอัยการฟ้องคดีได้ต้องมีการสอบสวนก่อน ตามปวิอ. มาตรา 120 การขอแก้ไขคำฟ้อง ต้องมีการสอบสวนในข้อหาที่เพิ่มเติมเช่นกัน เมื่อสอบสวนแล้ว ย่อมขอแก้ไขได้แม้เกินอำนาจศาลแขวงก็ตาม ซึ่งศาลต้องยกฟ้อง และให้ไปฟ้องศาลที่มีเขตอำนาจ ร้องทุกข์ในความผิดยักยอกถือว่าสอบสวนแล้วว่าเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ถือว่ามีการสอบสวนโดยชอบ ร้องทุกข์ไม่ลงชื่อหรือบัตรสนเทห์ก็เป็นเหตุไม่ต้องสอบสวน การสอบสวนโดยพนักงานสอบสวนที่ไม่มีเขตอำนาจ เท่ากับไม่มีการสอบสวนโดยชอบ เช่น การซื้อยาเสพติด ไม่เป็นความผิดต่อเนื่องกับท้องที่อื่น พนักงานสอบสวนในท้องที่อื่น จึงไม่เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบสำนวนได้ ในคดีความผิดต่อส่วนตัว ต้องมีการร้องทุกข์โดยชอบตามปวิอ. มาตรา 121 วรรคสอง คือ ผู้ร้องทุกข์ต้องเป็นผู้เสียหาย เช่น หลอกลวงให้ลูกค้าซื้อสินค้าราคาแพง เงินที่หลอกเป็นของลูกค้า มิใช่ของนายจ้าง การกระทำความผิดต่อนิติบุคคล หุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นไม่เป็นผู้เสียหาย หุ้นส่วนผู้จัดการร้องทุกข์ในนามส่วนตัวย่อมไม่ชอบ ผู้แทนนิติบุคคลร้องทุกข์ ต้องทำตามข้องบังคับของนิติบุคคลด้วย เช่น กรรมการลงนามมอบอำนาจถูกต้องตามข้อบังคับของบริษัท ผู้แทนนิติบุคคลกระทำผิดเสียเอง หุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น ร้องทุกข์ได้ เช็ครวมดอกเบี้ยที่คิดเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ผู้เสียหายจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย การมอบอำนาจให้ฟ้องคดี ไม่รวมถึงมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ด้วย ผู้รับมอบอำนาจเป็นบริษัท ก กรรมการในฐานะส่วนตัวร้องทุกข์ไม่ได้ การแจ้งความเป็นหลักฐานหรือกัมนิให้คดีขาดอายุความ มิเจตนาให้ผู้กระทำผิดรับโทษ ไม่เป็นคำร้องทุกข์ คำให้การชั้นสอบสวนเป็นคำร้องทุกข์ได้ การกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทหรือความผิดที่เกี่ยวเนื่องกัน การที่ผู้เสียหายร้องทุกข์โดยระบุบางข้อหา ถือว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ในข้อหาอื่นด้วยแล้ว เช่น ร้องทุกข์ฐานทำให้เสียทรัพย์ รวมถึงบุกรุกด้วย ร้องทุกข์ตามพรบ.เช็ค รวมฉ้อโกงด้วย การร้องทุกข์โดยชอบแล้ว แต่พนักงานสอบสวนระบุข้อหาไม่ครบถ้วน ก็ไม่ทำให้การร้องทุกข์เสียไป ผู้เสียหายหลายคนเฉพาะคนที่ลงชื่อเท่านั้นที่เป็นผู้ร้องทุกข์ บริษัทมอบอำนาจไม่ถูกต้องตามข้อบังคับจึงเป็นการร้องทุกข์ที่ไม่ชอบ หนังสือมอบอำนาจไม่ปิดอากรแสตมป์ก็รับฟังได้ เนื่องจากเป็นคดีอาญา ไม่อยู่ในบังคับ มาตรา 118 ป.รัษฎากร คำร้องทุกข์ไม่มีแบบ จึงไม่ต้องทำเป็นหนังสือ แม้ไม่ลงประจำวันก็ตาม หนังสือร้องเรียนให้ดำเนินคดีกับจำเลยเป็นการร้องทุกข์แล้ว ผู้เยาว์ร้องทุกข์เองได้ ผู้แทนโดยชอบธรรมจะถอนคำร้องทุกข์ซึ่งต่อความประสงค์ของผู้เยาว์ไม่ได้ การ้องทุกข์กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องร้องทุกข์ต่อพนังกานสอบสวนเท่านั้น จะร้องทุกข์ต่อพนังกานสอบสวนที่ไม่ได้เข้าเวรก็ได้ และจะร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนที่ไม่มีอำนาจสอบสวนก็ได้ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ใช่พนักงานสอบสวนร้องทุกข์ไม่ได้ คดีอาญาไม่ใช่คดีความผิดต่อส่วนตัวไม่ต้องมีคำร้องทุกข์ ผู้เสียหายเป็นตำรวจ ร้องทุกข์ต่อตนเองได้ การแก้หรือถอนคำร้องทุกข์ จะทำเมื่อใดก็ได้ ตามปวิอ. มาตรา 126 แต่ต้องทำก่อนคดีถึงที่สุด คดีอยู่ระหว่างฎีกา ยังไม่ถือว่าคดีถึงที่สุด และมีผลเฉพาะข้อหาที่ยอมความได้เท่านั้น ที่ทำให้สิทธิการดำเนินคดีอาญาเป็นอันระงับ เช่น ฟ้องข้อหายักยอกและรับของโจร เฉพาะข้อหายักยอกเท่านั้น ที่ศาลจำหน่ายคดี สิทธิถอนคำร้องทุกข์ในความผิดต่อส่วนตัวเกี่ยวทรัพย์สิน ตกทอดแก่ทายาท จึงขอถอนคำร้องทุกข์ได้ ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน อัยการ หรือศาลก็ได้ ศาลไม่ต้องเรียกผู้เสียหายมาสอบถามอีก โจทก์ร่วมขอถอนฟ้องในความผิดต่อส่วนตัว ถือว่าถอนคำร้องทุกข์นั่นเอง

-การแจ้งข้อหา คือแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำ และแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหา แต่ไม่จำต้องแจ้งข้อหาทุกกระทงความผิด เมื่อได้แจ้งบางข้อหาแล้วก็มีอำนาจสอบสวนได้ทุกข้อหา แต่ถ้าเป็นความผิดที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ก็ต้องแจ้งทุกข้อหา การเกี่ยวพันกันหรือไม่ ให้ดูจากเรื่องที่เกิดขึ้นว่าเกิดข้องกันอย่างไร แจ้งข้อหาลักทรัพย์ จะหากพบการกระทำความผิดฉ้อโกงที่การกระทำไม่เกี่ยวข้องกันเลย ก็ต้องแจ้งทุกข้อหา การไม่แจ้งข้อหาทำให้อัยการไม่มีอำนาจฟ้อง แต่ศาลลงโทษตามความผิดที่พิจารณาตามปวิอ. มาตรา 192 วรรคสาม ผู้ต้องหาเป็นนิติบุคคล การแจ้งข้อหาต้องแจ้งต่อกรรมการผู้มีอำนาจด้วย สอบสวนพยานหลายคนพร้อมกันชน มีพยานอื่นอยู่ด้วย การสอบสวนไม่เสียไป การจับหรือกดารตรวจค้นไม่ชอบไม่ทำให้การสอบสวนเสียไป การสอบสวนไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องสอบสวนมากน้อยเพียงใด พนักงานสอบสวนไม่ต้องสอบพยานโจทก์ทุกปาก เช่น นำพยานในสำนวนที่ศาลพิพากษาคดีแล้วมาประกอบได้ แต่ต้องสอบสวนผุ้ต้องด้วย ถ้าไม่สอบสวนผู้ต้องหา ก็ไม่เป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบ สอบจำเลยในฐานะพยานไม่ถือว่าสอบสวนในฐานะจำเลยแล้ว คดีราษฎรเป็นโจทก์ แลไต่สวน ศาลสั่งคดีมีมูลแล้ว พนักงานสอบสวนยังคงต้องสอบสวนผู้ต้องหาอยู่ การสอลบสวนโดยพนักงานสอบสวนที่ยังไม่ได้เข้าเวรก็เป็นการสอบสวนที่ชอบ การไม่ทำแผนที่ที่เกิดเหตุตามระเบียบ การสอบสวนไม่เสียไป ล่ามแปลคำให้การในชั้นสอบสวนไม่ได้สาบาน ก็ไม่ทำให้การสอบสวนไม่ชอบ การสอบสวนไม่เสร็จตามกำหนดเวลาจนต้องปล่อยตัวผู้ต้องหา ก็ไม่เกี่ยวกับการสอบสวน

-คำกล่าวโทษ คือไม่ใช่ผู้เสียหายเป็นคนแจ้ง

-การให้พนักงานสอบสวนอื่นทำแทนในสิ่งเล็กน้อยหรือส่งประเด็นไปสอบสวน การแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเป็นสิ่งเล็กน้อย จึงมอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้

-การสอบสวนในคดีที่ต้องมีการชันสูตรพลิกศพ เมื่อมีการชันสูตรพลิกศพแล้ว ดำเนินการไม่เสร็จ ก็ห้ามไม่ให้ฟเองคดีตามปวิอ. มาตรา 129 คดีตาวระหว่างนำตัวผู้ตายไปส่งโรงพยาบาล ไม่ถือว่าตายระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน จึงไม่ต้องยื่นคำร้องต่อศาลขอไต่สวนการตาย

-การสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่าง โดยเร็ว มิชักช้า แม้เพิ่มเริ่มการนสอบสวนหลังจากจำเลยติดคุกหนึ่งปีเศษ ก็ยังไม่ชักช้า และพนักงานสอบสวนมีสิทธิรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่างที่พิสูจน์ความผิดหรือบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาได้ ในการรวบรวมมีอำนาจตรวจตัวผู้ต้องหา ผู้เสียหาย เรียก ยึดอายัดสิ่งของที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบังคับให้ตรวจหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ถ้าไม่ยอมตรวจ ให้สันนิษฐานว่า ข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง

-การสอบพยานบุคคล ตามมาตรา 133 ในการถามพยานต้องให้พยานให้การด้วยความเต็มใจให้ถ้อยคำตามที่อยากจะให้ คดีสอบพยานเด็ก ตามมาตรา 133 ทวิ ต้องมีผู้เกี่ยงเข้ามาร่วมฟังการสอบสวน มีบันทึกหลักฐานการสอบสวน โดยจำกัดประเภทคดีเกี่ยวกับเพศ หรือคดีเกี่ยวกับทรัพย์ที่มีการทำร้ายรวมอยู่ด้วย หรือคดีที่เด็กร้องขอ ถ้าไม่มีผู้เข้าร่วม ต้องบันทึกเหตุจำเป็นอย่างยิ่งไว้ด้วย

-การสอบผู้ต้องหา คือ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำและมีการแจ้งข้อหา และต้องมีหลักฐานตามสมควรว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดด้วย ผู้ต้องหาเข้ามอบตัว ก็เป็นการถูกจับแล้ว เมื่อเห็นว่าจำเป็นต้องไปศาลเพื่ออกหมายขัง พนักงานสอบสวนต้องสอบถามทนายความก่อนการสอบสวนตามมาตรา 134/1 กล่าวคือ คดีที่มีโทษจำคุกหรือคดีสอบสวนเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีในวันสอบสวน ต้องมีทนายความทุกครั้ง คดีที่โทษจำคุก จะจัดหาทนายความเมื่อผู้ต้องหาต้องการ ผลการฝ่าผืนคือ พยานหลักฐานการสอบสวนรับฟังไม่ได้ ตามมาตรา 134/4 วรรคท้าย ผู้ต้องหาเด็ก ต้องมีบุคคลที่เกี่ยวข้องร่วมฟังการสอบสวนด้วย ตามมาตรา 133 ทวิ ประกอบ 134/2 การเริ่มการสอบสวนผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความเข้าฟังตามมาตรา 134/3 และพนักงานสอบสวนต้องแจ้งสิทธิที่จะให้การหรือไม่ให้การ มีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบสวนได้ การฝ่าผืนไม่ดำเนินการดังกล่าวก็มีผลให้ถ้อยคำรับฟังเป็นพยานไม่ได้เท่านั้น แม้มีการเตือนดังกล่าวแล้ว ถ้อยคำดังกล่าวก็ใช้เป็นพยานบอกเล่าเท่านั้น แต่ก็รับฟังได้เนื่องจากเป็นคำรับที่ปรปักษ์กับผู้ต้องหาเอง คดีที่ต้องสืบพยานประกอบในชั้นศาล โจทก์ต้องสืบพยานอย่างอื่นประกอบคำรับสารภาพด้วย การเตือนผู้ต้องหาครั้งแรกแล้ว แม้มีการสอบพยานเพิ่มเติม ก็ไม่ต้องเตือนอีก คำให้การในฐานะพยานไม่ใช่ในฐานะผู้ต้องหา จึงใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่อรังฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ และพนักงานสอบสวนต้องไม่จูงใจให้ผู้ต้องหาไม่ให้การตามที่ผู้ต้องหาอยากให้การ ตามมาตรา 135 การจูงใจให้นำส่งของผิดกฎหมายมามอบให้ไม่เป็นการจูงใจ ญาติพี่น้องบอกให้ผู้ต้องหารับสารภาพ ผู้ต้องหาก็รับสารภาพ ก็มิใช่เกิดจากการจูงใจขอเจ้าพนักงานเช่นกัน

-การสั่งคดีของอัยการ คือ คดีไม่มีตัวผู้กระทำความผิด พนักงานสอบสวนก็ส่งสำนวนพร้อมความเห็นให้พนักงานอัยการ ยกเว้นคดีมีโทษจำคุกไม่เกินสามปี ก็ทำความเห็นงดการสอบสวนได้ ความผิดรู้ตัวผู้กระทำผิด ถ้าไม่มีตัวผู้ต้องหา ให้เสนอความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องหรือยุติการสอบสวนให้อัยการสั่ง

-คดีที่รู้ตัวผู้ต้องหา และผู้ต้องหาอยู่ในความควบคุม ตามมาตรา 142 ต้องส่งสำนวนและส่งตัวผู้ต้องหา ผู้ต้องหาหลบหนีระหว่างสอบสวน ก็ต้องส่งตัวให้อัยการด้วย เมื่ออัยการรับสำนวนแล้ว จะมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มได้ หรือจะเรียกพยานมาสอบเองได้ แต่อัยการจะเรียกผู้ต้องหามาสืบเองไม่ได้ อัยการก็มีคำสั่งให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือขอให้ศาลออกหมายขังก็ได้ คดีวิสามัญฆาตกรรม อัยการสูงสุดที่จะสั่งคดีได้เท่านั้น คดีทำร้ายโดยเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่คดีฆาตกรรม อัยการก็สามารถสั่งได้ และการกล่าวอ้างถูกวิสามัญ ต้องมีการอ้างในชั้นสอบสวนด้วย ถ้าไม่มีการกล่าวอ้างมารเลย พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอบย่างธรรมดา โดยมิได้ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสั่งจึงชอบแล้ว คดีที่อาจเปรียบเทียบปรับได้ตามกฎหมาย อัยการตจะสั่งเปรียบเทียบปรับเองไม่ได้ ต้องส่งห้ำพนักงานสอบสวนดำเนินการหรือจะเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนได้ คดีที่อยู่ในอำนาจคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ แต่คณะกรรมการไม่ยอมเปรียบเทียบปรับ พนักงานอัยการจะสั่งให้พนักงสอบสวนดำเนินการเปรียบเทียบปรับไม่ได้

-คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความเห็นแย้งคำสั่งขอพนักงานอัยการได้ โดยให้อัยการสูงสุดชี้ชาดได้ ยกเว้นคดีจะขาดอายุความหรือเหตุจำเป็นอื่น ก็ให้ฟ้องคดีไปก่อน ส่วนคำสั่งฟ้องคดีเป็นเด็ดขาดไม่มีการทบทวน คำสั่งของอัยการไม่ฟ้องคดีเด็ดขาด ห้ามไม่ให้สอบสวนในเรื่องเดียวกันอีก เว้นแต่มีพยานหลักฐานใหม่ แม้คดีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มีความเห็นแย้งในความผิดฐานยักยอกโดยมีความเห็นแย้งในความผิดฐานอื่น จะถือว่าเห็นชอบด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้องในข้อหายักยอกไม่ได้ อัยการสูงสุดฟ้องคดีทุกข้อหาได้ ตามพรบ.อัยการ มาตรา 12 อัยการสูงสุด เป็นผู้ดำเนินคดีทุกชั้นศาล อัยการสูงสุดจึงให้อัยการเจ้าของสำนวนส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งได้ พนักงานอัยการจังหวัดมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี โดยยังไม่ส่งสำนวนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ยังถือว่าคดีอยู่ในอำนาจอยู่ จึงแก้เป็นสั่งฟ้องคดีได้ อัยการสูงสุดชี้ขาดความเห็นแย้งให้สั่งฟ้อง อัยการสูงสุดจะกลับคำสั่งตนเองอีกไม่ได้ คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง อัยการก็มีสิทธิไม่อุทธรณ์ได้ไม่เป็นละเมิดต่อผู้เสียหาย คำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีจะนำมาเป็นข้อยุติว่าจำเ




โดย : ของฝากจาก Thaijustice  เมื่อวันที่ : อังคาร ที่ 12 เดือน มกราคม พ.ศ.2553  เข้าชม : 4263


สมัครสมาชิก LAWSIAM GROUP เพื่อรับข้อมูล เอกสาร คำบรรยาย ข่าวสาร Mp3ฟรี
Email อีเมล:
เยี่ยมชมกลุ่มนี้




มุมแนะนำ ปล. จะทยอยส่งข้อมูลให้ต่อๆไป ให้นะครับ @ลอว์สยาม ดอทคอม
1. Facebook @ลอว์สยาม ดอทคอม เป็นเพื่อนกับเราได้
2. กด Like ถูกใจ เพจ ลอว์สยาม ดอทคอม ติดตามข้อมูล ดาวน์โหลด กฎหมาย คำคม ต่างๆ
3. กลุ่มนักกฎหมาย แบ่งปันข้อมูล เตรียมสอบ Mp3 เก็ง เนติฯ ทนาย อัยการ ผู้พิพากษา


หัวข้อกระทู้กฎหมายใหม่ 5 อันดับล่าสุด

Online services and everything you want.
เกมการพนั้น
ชี้ช่องทางทำมาหากิน ลงทุนอะไรดี ที่นี่มีคำตอบ
sbobet
ขอคำแนะด้วยค่ะ




Lawyer Comment # 1
พุธ ที่ 17 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553 เวลา 18:18:05
ขอบคุณมากมากเลยนะคะ
โดย : p   ไอพี : 192.168.43.57

กำลังแสดงหน้าที่ 1/1
<< 1 >>


 


Re หัวข้อ :
รูปประกอบ :
Limit 100 kB
ไอคอน :
ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
รายละเอียด :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ชื่อของท่าน :