การถามติง
การถามติง คือ การที่คู่ความฝ่ายที่อ้างพยาน ได้ถามพยานปากนั้นอีกครั้งหนึ่งภายหลังที่พยานปากนั้นได้ถามค้านไปหมดแล้ว หรือจะกล่าวว่าคือการถามภายหลังจากการถูกซักถามค้านไปแล้ว หรือการที่ฝ่ายเราอ้างพยานได้ซักถามพยาน และพยานได้ถูกซักถามค้านไปจากฝ่ายตรงข้ามเราจนจบคำถาม ซึ่งโดยผลจากการถูกซักค้านนี้เองทำให้พยานของเราที่เบิกความเพลียงพล้ำไป เช่น ตอนให้การถูกซักถามเบิกความว่าจำหน้าคนร้ายได้แม่นยำ แต่พอมาถูกถามค้าน เขากลับเบิกความไม่แน่ใจว่ามองหน้าคนร้ายชัดหรือไม่ เพราะเห็นเพียงด้านของหน้าคนร้ายเท่านั้น หรือพยานอาจเบิกความตอบถูกถามค้านว่า จำหน้าคนร้ายได้คลับคล้ายคลับคลา อย่างนี้เป็นต้น
ในการถามติง ถามได้เฉพาะเรื่องที่ได้ถามค้านไว้ อย่างเช่นตัวอย่าง คงถามได้ในเรื่องการจำหน้าของคนร้ายเท่านั้นจะถามพยานในเรื่องอย่างอื่นซึ่งไม่เป็นคำถามในเรื่องการจำหน้าคนร้ายย่อมไม่ได้ เพราะเป็นการถามอย่างอื่น
ข้อจำกัดของการถามติง
1.จะใช้คำถามนำไม่ได้ เพราะเบ็นพยานฝ่ายที่เราอ้าง ยกเว้นคู่ความอีกฝ่ายยินยอมหรือศาลอนุญาต
2.จะถามได้เฉพาะข้อความที่เกิดจากการถามค้านเท่านั้น(ป.วิพ ๑๑๘)โดยผลจากการที่พยานถูกถามค้านว่า ทำให้พยานเบิกความข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ หรือทำให้ทราบเบื้องหลังข้อเท็จจริง ซึ่งถูกปิดบังซ่อนเร้นไว้ หรือเพราะพยานอาจประสงค์จะเบิกความเท็จ เพื่อช่วยเหลืออีกฝ่ายเหนึ่งจะด้วยเหตุผลเพราะได้รับอามิสสินจ้าง หรือเพราะความสงสาร หรือเพราะเหตุใดๆ
ประโยชน์ของการถามติง
การถามติงมีประโยชน์อย่างมากเพื่อให้ฝ่ายที่อ้างพยานได้ถามติงพยานอีกครั้งในกรณีที่พยานตอบถามค้านไป ซึ่งทำให้เกิดข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ และเพื่อให้พยานได้มีโอกาสอธิบายให้สิ้นข้อสงสัย หรือข้อความที่ตอบข้อซักถามเป็นอย่างหนึ่ง พอตอบข้อซักถามค้านเบ็นอีกอย่างหนึ่ง เช่นนี้เพราะพยานอาจเบิกความทำให้มีข้อสงสัยหรือกลับคำ หรือพยานอาจหลงลืมข้อที่น่าจำได้ หรือพยานอาจไม่เข้าใจคำถามค้านของอีกฝ่าย หรือเพราะฝ่ายถามค้านใช้คำถามถามให้เป็นสองแง่สองมุมจนพยายามตอบไปอย่างไม่แน่ใจ ตอบไปอย่างผิดๆ ไม่แน่ใจเพราะหลงลืม เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อาจถามติงพยานให้ชี้แจงข้อที่หลงลืมผิดพลาดไปได้
เมื่อได้มีการถามติงไปแล้วจนเสร็จ ห้ามมิให้คู่ความผ่ายใดถามพยานนั้นอีกต่อไป แต่ทั้งนี้มีข้อยกเว้น คู่ความฝ่ายใดจะขออนุญาตศาลขอถามพยาน เป็นเรื่องขออนุญาตศาลถามอันเป็นข้อจำกัดของการถามติงอย่างหนึ่ง (ป.วิพ ๑๑๗) สิทธิของคู่ความฝ่ายที่อ้างพยานของตนจะตักเดือนพยานก่อนถามติงย่อมทำได้ แต่ต้องไม่เป็นการข่มขู่
การถามติงจะชักถามเป็นคำถามใหม่ไม่ได้นอกเหนือจากที่ได้ถามไว้ข้างต้น กล่าวคือการถามติงนั้นย่อมถามได้เพราะเพียงเพื่อการที่คู่ความอีกฝ่ายได้ถามค้านไว้เฉพาะในเรื่องถามค้านนั้น
เหตุผลที่จะต้องถามติงพยานอีก บางกรณีคู่ความฝ่ายที่อ้างพยานของตนจะถามติงพยานภายหลังจากที่ถูกถามค้านแล้วนั้น ถ้าการถามด้านนั้นพยานเบิกความผิดไปจากการซักถามครั้งแรกเล็กน้อย และมิใช่เป็นเรื่องสารสำคัญอะไร เช่น พยานเบิกความตอนถูกถามค้านว่า พยานเห็นคนร้ายห่างตัวพยาน ๑๐ เมตรใช่ไหม แม้พยานจะตอบไปว่าใช่ก็ตาม ซึ่งพยานปากนี้ได้เบิกความในตอนแรก เมื่อถูกซักถามตอบว่าเห็นคนร้ายยืนห่างประมาณ ๕ หรื่อ ๖ เมตร ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องไปถามติงพยานอีก เหตุผลที่จะถามติงพยานนั้นจึงต้องเป็นเรื่องที่สำคัญ ๆ เท่านั้น
--------------------------------------------------------------------- ข้อมูลความรู้ แบ่งปันสมาชิก เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำบรรยาย ฝึกอบรมตั๋วทนาย ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------
เยี่ยมชม/ดาวน์โหลด : 584 ครั้ง
|