ติดต่อเรา : [email protected]
ผู้ค้ำประกันผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อให้แก่เจ้าของ (ผู้ให้เช่าซื้อ) แทนผู้เช่าซื้อไปจนครบจำนวน จะฟ้องขอให้บังคับผู้เช่าซื้อให้ส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อและให้ผู้ให้เช่าซื้อโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนรถให้แก่ตนได้หรือไม่?
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10700/2546 ----- โจทก์ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันชำระหนี้แล้ว ย่อมมีสิทธิเพียงไล่เบี้ยเอาจากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกหนี้เพื่อต้นเงินกับดอกเบี้ยและเพื่อการที่ต้องสูญหายหรือเสียหายไปอย่างใด ๆ เพราะการค้ำประกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 693 วรรคหนึ่ง เท่านั้น แม้ในวรรคสองบัญญัติว่า ผู้ค้ำประกันย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือลูกหนี้ด้วย และสัญญาค้ำประกันระบุให้ผู้ค้ำประกันมีสิทธิได้รับช่วงสิทธิที่เจ้าของมีอยู่ไม่ว่าตามกฎหมายหรือตามสัญญาเกี่ยวกับสัญญาเช่าซื้อ ก็คงมีความหมายเพียงว่าผู้ค้ำประกันชอบที่จะใช้สิทธิบรรดาที่เจ้าหนี้มีอยู่โดยมูลหนี้รวมทั้งประกันแห่งหนี้นั้นได้ในนามของตนเองตามมาตรา 226 เท่านั้น การที่โจทก์เข้ารับช่วงสิทธิของจำเลยที่ 1 หาทำให้โจทก์มีสิทธิในรถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ 2 เช่าซื้อไปจากจำเลยที่ 1 ไม่ เนื่องจากรถจักรยานยนต์ได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 ตั้งแต่ที่โจทก์ได้ชำระค่าเช่าซื้อแทนจำเลยที่ 2 ไปครบถ้วนแล้วโดยผลของมาตรา 572 โจทก์ไม่อาจใช้สิทธิของจำเลยที่ 1 บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแก่จำเลยที่ 2 ทั้งไม่มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์และให้จำเลยที่ 2 ส่งมอบรถจักรยานยนต์แก่โจทก์
สรุป ----- ผู้ค้ำประกันมีสิทธิแต่เพียงฟ้องไล่เบี้ยเอาจากผู้เช่าซื้อเพื่อต้นเงินและดอกเบี้ยที่ชำระแทนไปตามสิทธิของตนเท่านั้น ไม่มีสิทธิฟ้องบังคับให้ผู้ให้เช่าซื้อจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนรถจักรยานยนต์แก่ตน และไม่มีสิทธิฟ้องบังคับให้ผู้เช่าซื้อส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อ ที่มา ฏีกา5ดาว
หน้าปัจจุบัน : จำนวนข้อมูลทั้งหมด 1 หน้า
Username :
Password :
เลือกประเภท:
[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์]
สมัครใช้งาน | ลืม Username/Password?