หน้าปัจจุบัน : จำนวนข้อมูลทั้งหมด 1 หน้า
ความคิดเห็น ที่ 0 |
ลูกจ้างทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับผู้เสียหาย ว่าจะใช้ค่าเสียหายให้พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ถือเป็นการทำสัญญาประนีประนอมในศาล ตามปวิเเพ่ง มาตรา138 ถ้าข้อตกลงไม่ขัดต่อกฎหมาย ศาลจะพิพากษาไปตามยอม และห้ามมิให้อุทธรณ์ฎีกา เว้นเเต่เข้าข้อยกเว้นตามปวิเเพ่งมาตรา138ว1(1)-(3)
ก็ถ้าลูกจ้างและผู้เสียหาย ซึ่งเป็นคู่ความในคดีเขาประนีประนอมกันเเล้ว และท่านเป็นฝ่ายใดในคดี(ไม่เห็นเเจ้งความเกี่ยวพันมา) จึงจะไปอุทธรณ์ได้ล่ะครับ
ภพ 081-9323142 |
| โดย : ภพ อัพเดทวันที่ : 04/09/2012 20:12:45 |
ความคิดเห็น ที่ 0 |
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 ได้ขับรถโดยสารประจำทางไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถยนต์ที่โจทก์ขับมาเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 11,308 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 10,550 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ
จำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์เสียหายไม่เกิน 5,000 บาท โจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว ตามสำเนาบันทึกประจำวันสถานีตำรวจนครบาลพญาไท เป็นผลให้มูลหนี้ละเมิดระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ระงับสิ้นไป โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้องและคำให้การของโจทก์จำเลยแล้ว ฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารประจำทางเฉี่ยวชนกับรถยนต์ที่โจทก์ขับมาเป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์เสียหาย แล้วพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพญาไท ได้ลงบันทึกในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี แล้วให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อไว้ตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี ศาลเห็นว่า ตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีดังกล่าว มีข้อความว่า "...หลังเกิดเหตุ นางแก้วตายินยอมรับผิดและยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โดยจะทำการตกลงชดใช้ให้นายนพพร เป็นเงิน 6,000 บาท โดยนัดจะชำระเงินในวันที่10 มิถุนายน 2536 (ค่าเสียหายประมาณ 10,550 บาท) ถ้าหากนางแก้วตาไม่ชำระภายในกำหนด นายนพพรจะได้ทำการฟ้องร้องทางแพ่งต่อไป..." ดังนั้น การที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อไว้ในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีแสดงว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ตกลงกันตามข้อความนั้นแล้ว ซึ่งตามข้อความดังกล่าวก็ได้ความว่าจำเลยที่ 1 ยินยอมรับผิดในความประมาทเลินเล่อและยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 6,000 บาท จากค่าเสียหายประมาณ 10,550 บาท ในวันที่ 10 มิถุนายน 2536 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระตามกำหนด โจทก์จะฟ้องร้องทางแพ่ง เห็นได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ตกลงชำระค่าเสียหายกันเป็นจำนวนที่แน่นอนแล้ว หากไม่ชำระตามกำหนดก็จะถูกฟ้องร้องทางแพ่งถือได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ตกลงกันระงับข้อพิพาทอันเกี่ยวกับค่าเสียหายซึ่งเกิดจากมูลละเมิดขับรถชนกันให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 มีผลทำให้การเรียกร้องในหนี้อันเกิดจากมูลละเมิดขับรถชนกันระงับสิ้นไป และทำให้โจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้สิทธิตามที่แสดงไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น เมื่อหนี้อันเกิดจากมูลละเมิดระงับไปแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 โดยอาศัยหนี้อันเกิดจากมูลละเมิดนั้น และย่อมทำให้ความรับผิดของจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิด และจำเลยที่ 2 ซึ่งต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในฐานะนายจ้างระงับไปด้วย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้เช่นกัน พิพากษาให้ยกฟ้อง "
ผมจะอุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 11,308 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 10,550 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ |
| โดย : dika อัพเดทวันที่ : 04/09/2012 21:39:18 |
ความคิดเห็น ที่ 0 |
กรณีที่ท่านให้มา แสดงว่าผู้ทำละเมิดกับผู้เสียหายได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันตามปพพ.มาตรา850-852 แล้ว ผลคือผู้เสียหายยอมสละสิทธิเรียกร้องเดิม(มูลละเมิด)ที่มีต่อผู้ทำละเมิดแล้ว และได้สิทธิเรียกร้องใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น
ปพพ.มาตรา425 นายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างในผลเเห่งการละเมิดซึ่งลูกจ้างได้ทำไปในทางการที่จ้างนั้น
ดังนั้น เมื่อสิทธิเรียกร้องตามมูลละเมิดระงับไปแล้วตามสัญญาประนีประนอมยอมความ นายจ้างของผู้ทำละเมิด จึงไม่มีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดอีกต่อไป
ภพ 081-9323142 |
| โดย : ภพ อัพเดทวันที่ : 05/09/2012 23:37:15 |
ความคิดเห็น ที่ 0 |
กรณีที่ท่านกล่าวมา แน่นอนเป็นไปตามฎีกา แต่ขาพเจ้าอยากทราบว่าถ้าท่านต้องการให้นายจ้างรับผิดร่วมกับลูกจ้างให้ได้แล้ว ท่านจะทำอย่างไร ^^ |
| โดย : dika อัพเดทวันที่ : 05/09/2012 23:48:28 |
ความคิดเห็น ที่ 0 |
ลูกจ้างทำสัญญายอมนั้น กระทำเป็นตัวแทนของนายจ้าง
อุทธรกลับแน่นอน จาก นบท.61 |
| โดย : นบท.61 อัพเดทวันที่ : 10/09/2012 23:30:03 |