ยักยอกหรือฉ้อโกง , กฎหมายอาญา | กระดานสนทนากฎหมาย - Lawyer Webboard ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
ยักยอกหรือฉ้อโกง
หมวดหมู่กระดานสนทนา : กฎหมายอาญา





ตั้งกระทู้โดย :otto / index เมื่อวันที่ : 11/09/2012 12:01:50 เข้าชม : 3408 ครั้ง



เรียนรบกวนสอบถามเนื่องจากไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้ครับ

       
เรื่องมีอยู่ว่ามีบริษัทแห่งหนึ่งว่าจ้างให้ผมทำงานโดยมีตัวแทนของบริษัท เข้ามาติดต่อ โดยติดต่อผ่านน้องที่รู้จักกันอีกที (ตัวแทนบริษัทก็รู้จักน้องคนนี้) และทุกครั้งเมื่อทำงานเสร็จผมก็จะส่งเอกสารเบิกให้กับตัวแทนบริษัท ซึ่งตัวแทนบริษัทจะนำเอกสารไปใส่รายการเบิกลงเป็นชื่อของน้องที่รู้จักกัน และเป็นผู้อนุมัติการเบิกส่งให้กับทางบริษัทอีกทีนึง เมื่อเงินค่าจ้างออกทางบริษัทก็จะโอนเข้าบัญชีน้องที่รู้จักกันแล้วทางน้อง ที่รู้จักกันก็จะโอนส่วนของผมมาให้ผมอีกทอดนึง ซึ่งระยะแรกไม่ได้มีปัญหาอะไร จนมาถึงงวดปลายกุมภาพันธ์ผมก็ส่งเรื่องเบิกตามปกติ แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับค่าจ้าง ผมจึงติดตามทวงถามอยู่เรื่อยๆ จนถึงเดือนสิงหาคมผมจึงพึ่งมารู้ว่ารายการเบิกดังกล่าวถูกเบิกออกมาตั้งแต่ เมษายนแล้ว โดยตัวแทนบริษัทเป็นผู้แจ้งเองว่าค่าจ้างดังกล่าวเบิกออกมาให้น้องตั้งแต่ เมษายนแล้ว เมื่อสอบถามกับน้องจึงได้รับแจ้งว่าเค้าไม่กล้าบอกผมว่าได้รับแล้วเนื่องจาก ตอนที่บริษัทโอนเงินมาให้เค้า ทางตัวแทนบริษัทมาดักเอาเงินส่วนของผมไปสาม หมื่นกว่าบาทคงเหลืออยู่กับเค้าบางส่วนเท่านั้น(ยอดที่คงเหลือกับน้องตอนนี้ เค้าเคลียร์กับผมแล้ว) ซึ่งผมพยายามติดตามทวงถามหลายครั้งแล้วทางตัวแทนบริษัทก็ยังนิ่งเฉย และเรื่องนี้ผมก็ได้แจ้งให้ทางบริษัทผู้ว่าจ้างรับทราบแล้ว (ผจก.บริษัทเป็นน้าของตัวแทนบริษัท) ผมจึงอยากรบกวนสอบถามว่ากรณีแบบนี้เข้าข่ายฉ้อโกงหรือยักยอกทรัพย์หรือไม่ แล้วผมสามารถติดตามหรือเอาผิดกับตัวแทนบริษัทและหรือทางบริษัทได้หรือไม่ อย่างไร



ปล.หลังจากงวดการเบิกที่มีปัญหาเอกสารเบิกส่วนที่ยัง ค้างอยู่ถัดจากนั้นทางบริษัทจึงเริ่มโอนมาที่บัญชีผมโดยตรง และยังมีบางส่วนยังติดค้างกันอยู่(ซึ่งผมคงต้องติดตามทวงถามต่อไป) แต่ปัจจุบันผมไม่ได้รับทำงานให้กับบริษัทนี้แล้ว




แจ้งให้ทราบ : กระดานสนทนา (Webboard) สมาชิกทุกคนใช้เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ผู้ใช้งานเป็นผู้นำเสนอข้อมูลและตอบข้อซักถาม ,ร่วมกันแบ่งปันข้อมูล ความรู้ ตอบข้อซักถาม ทางเว็บไซต์ลอว์สยาม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการโพสตั้งกระทู้-แสดงความเห็นต่างๆ ดังข้อความที่ปรากฎข้างต้น. หากท่านใดมีปัญหาในการใช้งาน สามารถติดต่อทีมงาน ที่ [email protected]




คำตอบ-ความคิดเห็น :-

   หน้าปัจจุบัน :     จำนวนข้อมูลทั้งหมด 1 หน้า

 
ความคิดเห็น ที่ 0


กรณี ถ้าสรุปได้ว่าคุณเป็นคู่สัญญากับบริษัท ก็ต้องถือว่าน้องหรือน้องร่วมกับตัวเเทนบริษัท ได้ทำการยักยอกเงินของคุณไป เเต่ถ้าได้ความว่าคู่สัญญากับบริษัทคือน้องคนที่คุณกล่าวถึง ก็อาจเป็นการที่น้องผิดสัญญาว่าจ้างทำของ ถือว่าเป็นคดีเเพ่ง คุณชอบที่จะเรียกร้องให้น้องคนที่คุณกล่าวอ้างรับผิดชอบชำระค่าว่าจ้างให้คุณได้ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันะ์ระหว่าง บริษัท ตัวเเทน หรือน้อง หรือคุณ เท่าที่ให้ข้อมูลมาในกระทู้นี้ ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นคู่สัญญากับใครเเน่ อาจจำเป็นต้องดูเอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)มาประกอบด้วย ภพ 081-9323142

โดย : ภพ อัพเดทวันที่ : 12/09/2012 16:44:19
 
ความคิดเห็น ที่ 0


ในทางปฏิบัติ ถ้าคิดจะดำเนินคดี ก็แจ้งทั้งข้อหายักยอกและฉ้อโกงได้ แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเทียบเคียง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2490 พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง โจทก์ นางอ้วน จันทรศรี จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 80, 304, 313, 314, 320 ป.วิ.อ. มาตรา 39(6), 158(5) ฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงให้เขาส่งทรัพย์ให้โดยมีเจตนาฉ้อโกงหรือมิฉะนั้นจำเลยคิดทุจริตยักยอกทรัพย์ที่เขามอบให้ ขอให้ลงโทษตาม มาตรา 304,314 ดังนี้ ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ฟ้องเรื่องยักยอกหรือฉ้อโกงโจทก์หาว่าจำเลยกระทำผิดมาถึงวันก่อนฟ้องเดือนเศษ แม้ไม่ปรากฏว่ารู้เรื่องความผิดเมื่อไรก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ________________________________ ฟ้องโจทก์มีความว่า ข้อ 1. เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2487 เวลากลางวัน จำเลยได้รับต่างหูเพชร 1 คู่ราคา 3,500 บาท ฯลฯ ของนางคำมูลไป ข้อ 2. วันเวลาใดไม่ปรากฏระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2487 ถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2489 จำเลยได้เอาทรัพย์รายนี้ไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ทั้งนี้โดยเมื่อวันเวลาดังกล่าวในข้อ 1 จำเลยได้มีเจตนาทุจริตฉ้อโกงด้วยใช้อุบายหลอกลวงโดยเอาความเท็จมาแจ้งกล่าวว่ามีผู้ต้องการซื้อ จำเลยจะเอาไปจัดการขายให้ นางคำมูลหลงเชื่อจึงส่งทรัพย์ให้หรือมิฉะนั้นระหว่างวันเวลาดังกล่าวในข้อ 2 จำเลยได้มีเจตนาทุจริตยักยอกทรัพย์รายนี้ที่นางคำมูลได้มอบไปให้จัดการขาย ฯลฯ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304, 314 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมโดยบรรยายความผิดมาสองฐาน และไม่ปรากฏวันกระทำผิดแน่ชัด พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ความผิดฐานฉ้อโกงและความผิดฐานยักยอกนั้น ต่างก็เป็นเรื่องได้รับทรัพย์เขาไว้แล้วไม่คืน ต่างกันแต่ว่า เจ้าของได้ส่งทรัพย์ให้ด้วยอุบายหลอกลวงหรือมอบให้ด้วยความพอใจให้เก็บรักษาทรัพย์นั้น ซึ่งจะต้องพิเคราะห์ถึงเจตนาประกอบการกระทำว่า จะต้องด้วยความผิดลักษณะฐานใดหรือไม่ ฟ้องโจทก์ได้บรรยายการกระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดตามวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 แล้ว และที่โจทก์หาว่าจำเลยกระทำผิดมาจนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2489 ซึ่งเป็นเวลาก่อนฟ้องเพียงเดือนเศษนั้น ข้อที่ไม่ปรากฏในฟ้องว่ารู้เรื่องความผิดเมื่อใด ไม่เป็นเหตุให้ยกฟ้อง พิพากษากลับ ให้ยกคำพิพากษาศาลล่าง ( ชัยประชา - ธรรมบัณฑิต - นนทปัญญา )

โดย : Manotham อัพเดทวันที่ : 19/09/2012 14:18:01

 




แสดงความคิดเห็นทางกฎหมาย


ผู้แสดงความเห็น :
E-mail:
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
 



 

... กรุณาเข้าสู่ระบบ ...
สงวนสิทธิ์การตอบกระทู้ สำหรับสมาชิกที่ ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ (Login) แล้วเท่านั้น .


การ Spam เว็บไซต์ มีความผิดตามกฎหมาย ระบบของเราได้บันทึก IP ของท่านทุกครั้งเมื่อมีการใช้งาน