หน้าปัจจุบัน : จำนวนข้อมูลทั้งหมด 1 หน้า
ความคิดเห็น ที่ 0 |
เรื่องที่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วก็ให้ใช้กฎหมายเฉพาะ ไม่ต้องใช้กฎหมายทั่วไป
เช่น ปอ.ม.157 เป็นความผิดของเจ้าพนักงานทั่วไป
ปอ.ม.149, ม.158 เป็นความผิดเฉพาะเรื่องของเจ้าพนักงาน
ถ้าเจ้าพนักงานกระทำความผิดตาม ปอ.ม.149 , 158 ก็ลงโทษตาม ปอ.ม.149 , 158 โดยไม่ต้องใช้ ปอ.ม.157 อันเป็นบททั่วไป ทั้งที่ถ้ากระทำผิดตาม ปอ.ม.149 หรือ 158 ก็ย่อมจะผิดตาม ปอ.ม.157 ด้วย
ผมขอยกเพียงมาตราดังกล่าวซึ่งเห็นชัด
-------------------------------------
กรณี ปอ.ม.149 โทษหนักกว่า ปอ.ม.157 ถึงแม้ไม่ใช้หลักกฎหมายเฉพาะยกเว้นกฎหมายทั่วไป แต่ใช้เรื่อง ปอ.ม.90 การกระทำความผิดกรรมเดียวแต่ผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้บทที่มีโทษหนักที่สุด ซึ่งกรณีทำผิดทั้ง ปอ.ม.157 และ 149 ก็ต้องลงโทษตาม ปอ.ม.149
แต่กรณี ปอ.ม.158 โทษเบากว่า ปอ.ม.157 ถ้าใช้หลัก ปอ.ม.90 โทษ ก็ต้องลงโทษตาม ปอ.ม.157 ซึ่งหนักกว่า ปอ.ม.158 ก็จะไม่ถูกใช้ ดังนั้นเมื่อเข้าองค์ประกอบความผิด ตาม ปอ.ม.158 อันเป็นบทเฉพาะ ก็ไม่ต้องบังคับตาม ปอ.ม.157อันเป็นบททั่วไป
-----------------------------------------------
ในความเห็นของผม เรื่องกฎหมายเฉพาะยกเว้นกฎหมายทั่วไป เป็น
ทฤษฎิตามแนวคิดของนักวิชาการ แต่ ไม่มีตัวบทกฎหมายมารับรอง และกฎหมายเฉพาะก็ไม่ใช่กฎหมายเพื่อลดโทษ
ผมคิดว่าในกรณีผิดกฎหมายหลายบท ตามกฎหมายน่าจะถือ ตาม ปอ.ม.90 คือ ลงโทษตามบทที่โทษหนักกว่า ในกรณีที่ ลงโทษ ตาม ปอ.ม.158 น่าจะใช้กับกรณีที่ไม่เข้าองค์ประกอบตาม ปอ.ม.157 เช่น เจ้าพนักงานทำลายเอกสารซึ่งตนมีหน้าที่จะปกป้องรักษาไว้ อันเป็นความผิดตาม ปอ.ม.158 แต่เจ้าพนักงานอาจจะไมได้มีเจตนาพิเศษ คือ โดยทุจริต หรือ เจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง อันเป็นองค์ประกอบความผิดตาม ปอ.ม.157 หรือ ในทางการนำสืบ ไม่นำสืบถึงเจตนาพิเศษ ครับ |
| โดย : Wic_. อัพเดทวันที่ : 18/12/2012 13:21:30 |