ติดต่อเรา : [email protected]
สอบถามผู้รู้กฎหมายหน่อยครับ ผมชื่อธีระวีครับ นายศักดิ์สิทธิ์ (พ่อ) นายชูศักดิ์ (ลุง)
ขอเท้าความหน่อยครับ เนื่องจากสมัยก่อนพ่อกับลุงได้ทำธุรกิจร่วมกัน
ทั้งในจังหวัดตรังและจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยพ่อกับลุงได้ซื้อบ้านคนละ 2 หลังซึ่ง อยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 1 หลัง(ชื่อพ่อ) ตั้งอยู่บนที่ดินของวัด
อีก3 หลัง อยู่ที่จังหวัดตรัง (ชื่อลุง 2 หลัง ชื่อพ่อ 1 หลัง) ตั้งอยู่บนที่ดินของการรถไฟ ต่อมาเมื่อปีพ.ศ. 2534 ลุงต้องการที่จะระดมทุนเพื่อไปทำธุรกิจเพิ่มจึง นำบ้านทั้ง 4 หลัง ไปเข้าธนาคาร(ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์จำกัด) โดยนำสิทธิการเช่าไปเป็นประกัน โดยบ้านของพ่อนั้นพ่อก็ได้เซ็นหนังสือมอบอำนาจมอบสิทธิการเช่าอาคารเป็นประกัน เพื่อจะไปค้ำประกันนายชูศักดิ์(ลุง)
ต่อมา ปี 2540 เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ธุรกิจเลยเจ้ง ทำให้ธนาคารเจ้งไปด้วย
จึงไม่ได้จ่ายชำระหนี้ จนต่อมาได้รับหนังสือเมื่อปี2552 จาก บสท.(บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยจำกัด) ว่ามียอดค้างชำระหนี้ หกล้านเจ็ดแสนบาท แต่พอไปคุยทาง บสท.บอกว่าให้เอาเงินมา 10ล้านบาท ทางลุงก็เลยเงียบเฉยไป จนกระทั่ง บ้านที่จังหวัดนครศรีธรรมราชที่ตั้งอยู่บนที่ดินของวัดจะหมดสัญญา(สัญญา30ปี) ทางวัดเลยขอว่าให้เอาสัญญาสิทธิการเช่าตัวจริงมาหรือถ่ายเอกสารมา ทางวัดจะทำการต่อสัญญาให้ ผมก็เลยไปคุยกับทาง บสท.ขอถ่ายเอกสารมาให้ทางวัด (ปัจจุบัน บสท.โอนหนี้ให้กับ บสก.) ในปี2552 เป็นชื่อนายศักสิทธิ์(พ่อ) เหมือนเดิม แต่ต่อมา พ่อก็ได้โอนสิทธิการเช่าให้ผม เมื่อปี 2553 โดยปัจจุบันเป็นชื่อนายธีระวี เรียบร้อยแล้ว
โดยผมที่ข้อสงสัยว่า ถ้าเราต้องการจะโอนสิทธิการเช่าไปให้คนอื่นต่อ(เซ้งสิท) สามารถทำได้หรือป่าว แล้วถ้าทำไปแล้วจะมีปัญหาอะไรมั้ย แล้วถ้าสิทธิการเช่ายังเป็นชื่อผมต่อไปทาง บสก.จะมาเรียกร้องจากผมได้หรือไม่
หน้าปัจจุบัน : จำนวนข้อมูลทั้งหมด 1 หน้า
Username :
Password :
เลือกประเภท:
[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์]
สมัครใช้งาน | ลืม Username/Password?