รวมประเด็น* ฎีกาน่าสนใจ กลุ่ม วิ.อาญา ภาค3-4 | สกัดหลัก-คำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาวที่น่าสนใจ (เอกสารเตรียมสอบ 3 สนาม) ที่ LawSiam.com :- ล่าสุด
ย้อนกลับสู่หน้า >> เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่ม วิ.อาญา >> รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* ป.วิ.อาญา ภาค 3-4 (มาตรา 157 ถึง 225)
ชื่อไฟล์ : รวมประเด็น* ฎีกาน่าสนใจ กลุ่ม วิ.อาญา ภาค3-4
หมวด : รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* ป.วิ.อาญา ภาค 3-4 (มาตรา 157 ถึง 225)
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) กลุ่มที่ 10, 12 ,14 ,16 ,17, 18 กลุ่มรวม (ใช้งานทั้งหมด) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
 
 


กลุ่มเตรียมสอบ 3 สนาม (กฎหมายวิ.อาญา และ กฎหมายพิเศษ อื่นๆ)

รายละเอียดเบื้องต้น

 

รวมประเด็น* คำพิพากษาฎีกาน่าสนใจ พร้อมออกสอบ ทุกสนาม

กลุ่ม ป.วิ.อาญา ภาค3-4

------------------------

ประเด็นที่น่าสนใจ

       กรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง แต่อ้างเหตุต่างกันต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 หรือไม่?

คำพิพากษาฎีกาที่ 2534/2559

       ศาลชั้นต้นยกฟ้องคดีส่วนอาญาโดยเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายจำเลยไม่มีความผิด ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นย่อมไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยจึงไม่มีสิทธิ์ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม แม้จะพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยเหตุผลต่างกันแต่ก็เท่ากับว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์ ดังนั้นจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220

 

บรรยายคำฟ้อง ในเรื่องของผู้ใช้โดยมิได้ระบุตัวผู้ถูกใช้ไว้จะเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 693/2559
       โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดด้วยการโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กลุ่มคนชมรม ค. กระทำความผิดในคดีนี้ โดยบรรยายครบองค์ประกอบความผิดในแต่ละข้อหา จึงเป็นฟ้องที่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แล้ว โดยหาจำต้องระบุตัวบุคคลผู้ถูกใช้หรือลงมือกระทำความผิดไม่

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1517/2560
       การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 15 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 23 จะกระทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และศาลจะขยายระยะเวลาให้ตามคำร้องหรือไม่ เป็นดุลพินิจที่จะพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ขยายระยะเวลา แม้จะน้อยกว่าระยะเวลาที่โจทก์ขอ ก็ไม่เป็นเหตุที่โจทก์จะอุทธรณ์ให้ขยายระยะเวลาต่อไปได้อีก หากระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้ขยายนั้นไม่เพียงพอ และมีพฤติการณ์พิเศษ ก็ชอบที่โจทก์จะขอขยายระยะเวลาได้ใหม่

 

บรรยายคำฟ้อง ในเรื่องของผู้ใช้โดยมิได้ระบุตัวผู้ถูกใช้ไว้จะเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 693/2559
       โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดด้วยการโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กลุ่มคนชมรม ค. กระทำความผิดในคดีนี้ โดยบรรยายครบองค์ประกอบความผิดในแต่ละข้อหา จึงเป็นฟ้องที่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แล้ว โดยหาจำต้องระบุตัวบุคคลผู้ถูกใช้หรือลงมือกระทำความผิดไม่

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 697/2560
         คำฟ้องของโจทก์บรรยายว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกรรม คือ ชิงทรัพย์กรรมหนึ่งแล้วจึงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายอีกกรรมหนึ่ง โจทก์หาได้บรรยายคำฟ้องว่า จำเลยชิงทรัพย์ผู้เสียหายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจไม่ คำฟ้องของโจทก์เพียงแต่บรรยายว่าจำเลยชิงทรัพย์ของผู้เสียหายโดยมีอาวุธ อันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง เท่านั้น จึงลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสาม ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้อง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสาม ประกอบมาตรา 340 ตรี และวางโทษตามมาตราดังกล่าว จึงยังไม่ถูกต้อง และปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้หยิบยกปัญหาข้อนี้ขึ้นฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9425/2559
        แม้ความผิดฐานลักทรัพย์จะต้องเป็นทรัพย์ของผู้อื่น แต่กฎหมายมิได้บังคับเด็ดขาดว่าต้องระบุชื่อเจ้าของทรัพย์เสมอไป เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏในชั้นอุทธรณ์ว่าบริษัท ส. นายจ้างของจำเลยเป็นเจ้าของเงินที่จำเลยลักไป แตกต่างจากข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องว่าบริษัท ช. เป็นนายจ้างของจำเลยและเป็นเจ้าของเงินที่จำเลยลักไป จึงเป็นเพียงรายละเอียมิใช่เป็นข้อแตกต่างในข้อสาระสำคัญ ทั้งจำเลยให้การรับสารภาพแสดงว่าจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลจึงลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง

 

        การฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาโจทก์จะต้องฟ้องคดีแพ่งมาพร้อมกับคดีอาญาตั้งแต่แรกหรือไม่? หากโจทก์ไม่ได้ฟ้องคดีแพ่งมาตั้งแต่แรกจะมาขอแก้ไขเพิ่มเติมส่วนแพ่งในภายหลังได้หรือไม่

        ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา

คำพิพากษาฎีกาที่ 11066/2558

        คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญานั้น หมายถึงคดีที่การกระทำผิดอาญานั้นก่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องทางแพ่งติดตามมาด้วย เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องคดีส่วนอาญาแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้องและหมายเรียกจำเลยแก้คดีย่อมเป็นการสั่งรับฟ้องคดีส่วนอาญาและคำฟ้องคดีส่วนแพ่งด้วยโดยไม่จำต้องสั่งรับฟ้องคดีส่วนแพงอีก ดังนี้ในการฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาโจทก์จึงต้องฟ้องคดีแพ่งมาพร้อมกับคดีอาญาตั้งแต่แรก แต่คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องเฉพาะคดีในส่วนอาญาจนศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้องและจำเลยให้การต่อสู้คดีแล้ว โจทก์จึงมายื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องให้จำเลยรับผิดคดีในส่วนแพ่ง ซึ่งการขอเพิ่มเติมฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 164 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 นั้น ฟ้องเดิมจะต้องสมบูรณ์อยู่แล้วเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยเฉพาะคดีอาญาแล้วต่อมาได้ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องโดยขอให้จำเลยรับผิดในทางแพ่ง โดยอ้างว่าจำเลยต้องจ่ายเงินให้แก่บริษัท บ. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห. และนาย ท. จำเลยจึงต้องคืน เงินพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ ดังนี้คำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการกล่าวอ้างความรับผิดทางแพ่งของ จำเลยขึ้นมาใหม่โดยจะมาขอเพิ่มเติมฟ้องเช่นนี้ไม่ได้ 

 

      โจทก์ฟ้องว่าจำเลยพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน(สองกรรม) ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยมีเพียงเจตนาทำร้ายผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเท่านั้น แต่ผลแห่งการกระทำดันพลาดไปถูกผู้อื่นถึงแก่ความตาย ดังนี้ ศาลจะลงโทษจำเลยได้หรือไม่ ?

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6020/2559
        พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ร่วมเดินทางไปกับพวกไปที่เกิดเหตุโดยทราบมาก่อนแล้วว่าพวกของจำเลยที่ 1 จะไปทำร้ายผู้เสียหาย และหลังเกิดเหตุก็หลบหนีไปด้วยกัน ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะร่วมทำร้ายผู้เสียหายกับพวกซึ่งมีการคิดไตร่ตรองไว้ก่อนแล้ว จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาเพียงต้องการทำร้ายผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเท่านั้น แต่เมื่อผลการกระทำของพวกจำเลยที่ 1 ไม่ทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ แต่พลาดไปถูกผู้ตายจนเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผลแห่งการกระทำนั้น จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานร่วมกันพยายามทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ป.อ. มาตรา 296 ประกอบมาตรา 80 และฐานทำร้ายผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยไม่มีเจตนาฆ่า แต่เป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายโดยพลาด ตาม ป.อ. มาตรา 290 วรรคสอง ประกอบมาตรา 60 อันเป็นความผิดหลายอย่างซึ่งรวมอยู่ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยพลาดตามที่โจทก์ฟ้อง และเป็นความผิดได้ในตัว ศาลฎีกาสามารถลงโทษในความผิดดังกล่าวตามที่ได้ความได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 215 และ 225

 

    โจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญาและมีคำขอในส่วนคดีแพ่งเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา หากศาลพิพากษายกฟ้องคดีอาญาตั้งแต่ชั้นไต่สวนมูลฟ้องและยกคำขอในส่วนแพ่งด้วย ดังนี้ จะต้องคืนค่าขึ้นศาลในคำขอส่วนแพ่งทั้งหมดหรือไม่?

       คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6927/2557 แม้คดีอยู่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องศาลชั้นต้นก็ต้องพิจารณาว่าคดีโจทก์มีมูลพอที่จะประทับฟ้องหรือไม่ แต่เมื่อศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่มีมูลเป็นความผิดก็ชอบที่จะวินิจฉัยและพิพากษายกฟ้องไปได้เลย ดังที่บัญญัติเอาไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 167 ซึ่งศาลชั้นต้นได้ไต่สวนพยานหลักฐานโจทก์แล้ววินิจฉัยการกระทำของจำเลยทั้งหกตามที่โจทก์บรรยายฟ้องอันเป็นประเด็นแห่งคดีโดยเห็นว่าจำเลยทั้งหกไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง คดีโจทก์ไม่มีมูลที่จะฟ้องร้องให้จำเลยทั้งหกรับผิดจึงพิพากษายกฟ้องและยกคำขอส่วนแพ่งจึงเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ มาตรา 131(2) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 40 มิใช่คำสั่งไม่รับคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ที่จะต้องคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารนาความแพ่ง มาตรา 151 วรรคหนึ่ง

 

 การไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์

       ก่อนศาลประทับฟ้องจำเลยยังไม่มีฐานะเป็นจำเลยตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 วรรคสาม บัญญัติไว้ จำเลยมิได้อยู่ในฐานะคู่ความ ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งงดการไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง จำเลยจึงไม่มีสิทธิในการอุทธรณ์ฎีกา

        แต่หากเป็นกรณีที่ศาลมีคำสั่งว่าคดีมีมูล จำเลยก็ไม่มีสิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งว่าคดีมีมูล เพราะมาตรา 170 บัญญัติว่าคำสั่งศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด แต่เมื่อคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลสูงเพราะโจทก์อุทธรณ์ ศาลสูงมีอำนาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งว่าคดีมีมูลของศาลชั้นต้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185

        คำพิพากษาฎีกาที่ 1164/2559 ระมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 บัญญัติว่า คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด ซึ่งหมายถึงคู่ความไม่อาจอุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้คดีมีมูลได้ แต่หากคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกา และศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 3 ตามทางไต่สวนมูลฟ้องไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ศาลต้องยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185 ได้ 
        ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 (อ่านต่อ...)


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ แบ่งปันสมาชิก เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนเข้าชม/ดาวน์โหลด : 223 ครั้ง

 

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 11 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  






 
 
 
 
 


คำแนะนำ
1.สำหรับสมาชิกเตรียมสอบเนติฯ กลุ่มที่ 4, 6 และเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 2,3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
2. รองรับการใช้งานหลัก ผ่านคอมพิวเตอร์ (Brower : IE, Chorme, FireFox, Opera) , ระบบ แอนดรอย
3. สำหรับ Iphone/Ipad (safari ที่ติดมานั้น ไม่สามารถดาวโหลดไฟล์ ต้องใช้ App อื่นๆช่วยในการโหลด เช่น video player ,atomic web browser เป็นต้น) อ่านรายละเอียดคลิก!
4. คำแนะนำ วิธีแก้ไขปัญหา Internet Explorer (IE) ของท่านแสดงผลเว็บไซต์ผลไม่สมบูรณ์ คลิกที่นี่
5. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
6. หากประสงค์ใช้งาน หรือแนะนำ/พบปัญหา ติดต่อทีมงานเพื่อแก้ไขปัญหา ได้ ทาง Email ที่ support@lawsiam.com (24ชั่วโมง)
(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2562)

ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ เตรียมสอบ คลิก!]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/72

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/72

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 23218 คน