ฎีกาใหม่ ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐ | สกัดหลัก-คำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาวที่น่าสนใจ (เอกสารเตรียมสอบ 3 สนาม) ที่ LawSiam.com :- ล่าสุด
ย้อนกลับสู่หน้า >> เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่ม วิ.อาญา >> รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* ป.วิ.อาญา ภาค 1-2 (มาตรา 1 ถึง 156)



ชื่อไฟล์ : ฎีกาใหม่ ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐
หมวด : รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* ป.วิ.อาญา ภาค 1-2 (มาตรา 1 ถึง 156)
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) กลุ่มที่ 10, 12 ,14 ,16 ,17, 18 กลุ่มรวม (ใช้งานทั้งหมด) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
 
 


กลุ่มเตรียมสอบ 3 สนาม (กฎหมายวิ.อาญา และ กฎหมายพิเศษ อื่นๆ)

รายละเอียดเบื้องต้น

ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐

อ.อรรถพล ใหญ่สว่าง

 

         กรณีตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐ เป็นกรณีเมื่อความผิดได้กระทำลง นอกราชอาณาจักร มีด้วยกัน ๖ วรรค ดังนี้

        มาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง หลัก คือ หากเป็นความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมาย ไทยกระทำลงนอกราชอาณาจักร พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีประเภทนี้ ได้แก่ ลำดับแรก คือ อัยการสูงสุด ต่อมาลำดับที่สอง คือ ผู้รักษาการแทนอัยการสูงสุด ส่วนลำดับที่สาม คือ พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนที่ได้รับมอบหมายจาก อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทน แล้วแต่กรณี

 

        มาตรา ๒๐ วรรคสอง หลัก คือ หากเป็นกรณีพนักงานสอบสวนได้รับ มอบหมายจากอัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนแล้วแต่กรณี เช่นนี้ อัยการสูงสุด หรือผู้รักษาการแทนดังกล่าวจะมอบหมายให้พนักงานอัยการคนใดทำการสอบสวน ร่วมกับพนักงานสอบสวนก็ได้

 

        มาตรา ๒๐ วรรคสาม เป็นการขยายอำนาจของพนักงานอัยการที่ได้รับ มอบหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐ วรรคสอง หลัก คือ พนักงานอัยการที่ได้รับ มอบหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐ วรรคสอง ย่อมมีอำนาจและหน้าที่ในการสอบสวน เช่นเดียวกับพนักงานสอบสวน

 

        มาตรา ๒๐ วรรคสี่ เป็นการวางหลักปฏิบัติให้พนักงานสอบสวนทำงาน ร่วมกับพนักงานอัยการ กล่าวคือ ในเรื่องที่เกี่ยวกับการรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนต้องปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนําของพนักงานอัยการ

 

        มาตรา ๒๐ วรรคห้า เป็นการวางหลักปฏิบัติ “ในกรณีจำเป็น” เช่น พยานกำลังเสียชีวิต หรือพยานเป็นคนต่างด้าวต้องถูกผลักดันให้ออกไปนอกราชอาณาจักร เช่นนี้ ระหว่างที่รอคำสั่งจากอัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทน ว่า จะมอบหมาย อย่างไร ก็ให้พนักงานสอบสวนต่อไปนี้ มีอำนาจสอบสวนในระหว่างรอคำสั่งดังกล่าวได้ ซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ กรณี คือ

 

         มาตรา ๒๐ วรรคห้า (๑) หลัก คือ ให้พนักงานสอบสวนซึ่งผู้ต้องหาถูกจับในเขตอำนาจมีอำนาจสอบสวนในระหว่างรอคำสั่งดังกล่าวได้

 

        มาตรา ๒๐ วรรคห้า (๒) หลัก คือ ให้พนักงานสอบสวนซึ่ง รัฐบาลประเทศอื่นหรือบุคคลที่ได้รับความเสียหายได้ร้องฟ้องให้ทำโทษผู้ต้องหา มีอำนาจสอบสวนในระหว่างรอคำสั่งดังกล่าวได้ ที่สำคัญ คือ หากมิใช่พนักงานสอบสวนที่อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนแล้วแต่กรณี ได้มอบหมาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง หรือ มิใช่ “กรณีจำเป็น” ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐ วรรคห้า พนักงานสอบสวนดังกล่าวก็ย่อมมิใช่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ดังนั้น แม้มีการสอบสวนเกิดขึ้นก็ตาม การสอบสวนนั้นย่อมมิชอบตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๐ เท่ากับไม่มีการสอบสวนคดีนั้นเลย

 

        มาตรา ๒๐ วรรคหก เมื่อพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ แล้วแต่กรณีเห็นว่าการสอบสวนเสร็จแล้ว ก็ให้ทำความเห็นว่าควรสั่งฟ้องหรือสั่ง ไม่ฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๔๐ มาตรา ๑๔๑ หรือมาตรา ๑๔๒ ส่งพร้อม สำนวนไปยังอัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนและกรณีตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐

 

        วรรคหก พนักงานอัยการที่เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบหรือทำการสอบสวน ร่วมกับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบนั้น จะมีคำสั่งฟ้องและยื่นฟ้องเองไม่ได้ ต้องทำความเห็นส่งพร้อมสำนวนไปยังอัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเท่านั้น

        ข้อสังเกต คำพิพากษาฎีกาแนวเดิม วินิจฉัยทำนองว่า เมื่อมีการกระทำ ความผิดส่วนหนึ่งอยู่ในประเทศไทยย่อไม่ใช่กรณีตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๖๗๙/๒๕๕๙ (เนติฯ ตอน ๓ หน้า ๗๕๕) วินิจฉัยว่า แม้โจทก์ร่วมทำสัญญาในนามบริษัท อ. มิใช่กระทำในนามส่วนตัว แต่เป็นไปเพื่อกิจการ ของบริษัท อ. ซึ่งโจทก์ร่วมเป็นเจ้าของและโจทก์ร่วมอ้างว่าถูกจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นคู่สัญญาหลอกลวงให้โอน เงินชำระค่าข้าวแล้วจำเลยที่ ๑ ไม่ดำเนินการจัดส่งข้าวสารให้ตามสัญญา โจทก์ร่วมในฐานะผู้แทนบริษัท อ. จึงได้รับความเสียหายจาก การกระทำของจำเลยที่ ๑ ย่อมเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีอำนาจร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นคู่สัญญาและมีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการได้ ขณะจำเลยที่ ๑ ทำหน้าที่เป็นนายหน้าเสนอขายข้าวสารโดย อ้างว่าเป็นของบริษัท ด. จำเลยที่ ๑ รู้ดีอยู่แล้ว ว่าไม่มีบริษัทอยู่จริง การที่จำเลยที่ ๑ บอกโจทก์ร่วมว่ามีข้าวสารของบริษัท ด. ขายให้ ในราคาถูกจึงเป็นการหลอกลวงโจทก์ร่วมให้หลงเชื่อ เมื่อมีการโอนเงินเข้าบัญชีของ จำเลยที่ ๑ เพื่อชำระค่าข้าวสาร ทั้งยังมีกรณีที่จำเลยที่ ๑ เดินทางไปรับเงินค่าข้าวสาร ด้วยตนเองด้วยจำนวนหนึ่ง แสดงว่า จำเลยที่ ๑ หลอกลวงโจทก์ร่วมให้หลงเชื่อเพื่อให้ ได้รับเงินค่าซื้อข้าวสารจากโจทก์ร่วม การกระทำของจำเลยที่ ๑ จึงเป็นความผิดฐาน ฉ้อโกง จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดในการคืนเงินหรือชดใช้ราคาทรัพย์ ให้แก่โจทก์ร่วม ในฐานะผู้แทนบริษัท อ. โจทก์ร่วมดำเนินการติดต่อซื้อขายข้าวสารจากจำเลยที่ ๑ ในประเทศไทยและมีการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์และจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ในขณะที่ โจทก์ร่วมอยู่ต่างประเทศซึ่งจำเลยที่ ๑ อยู่ในประเทศไทย การที่จำเลยที่ ๑ พูดหลอกลวง โจทก์ร่วมให้หลงเชื่อและมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยที่ ๑ ที่ประเทศไทย แม้จะมีการส่งมอบเงินจำนวนหนึ่งในต่างประเทศก็ตาม แต่มีการกระทำส่วนหนึ่ง อยู่ในประเทศไทยจึงไม่ใช่เป็นการกระทำความผิด นอกราชอาณาจักร ซึ่งพนักงาน อัยการต้องเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๒๐ คดีนี้ข้อเท็จจริง คือ จำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ตาม ป.อ. มาตรา ๓๔๑ โดยปรากฏว่าผู้เสียหายอยู่ต่างประเทศได้มีการติดต่อขอซื้อข้าวสารจากจำเลยซึ่งอยู่ในประเทศไทยผ่านทางโทรศัพท์และจดหมายอิเล็ก ทรอนิกส์ในขณะที่ผู้เสียหายอยู่ต่างประเทศ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยพูด หลอกลวงผู้เสียหายให้หลงเชื่อและมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยที่ ประเทศไทย แม้จะมีการส่งมอบเงินจำนวนหนึ่งในต่างประเทศก็ตาม ก็ถือว่ามีการ กระทำความผิดส่วนหนึ่งอยู่ในประเทศไทยจึงมิใช่กรณีตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐ ที่พนักงานอัยการซึ่งก็คืออัยการสูงสุดต้องเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามที่ ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐ บัญญัติไว้

 

        ต่อมา ศาลฎีกาวางบรรทัดฐานว่า การกระทำความผิดส่วนหนึ่งอยู่ใน ประเทศไทยเป็นกรณีตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐ (กรณีเหตุเกิดที่ประเทศไทยและต่างประเทศ หลายท้องที่เกี่ยวพันกัน)

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๕๕๒/๒๕๕๙ วินิจฉัยว่า จำเลยพา ร. ผู้เสียหายจากประเทศไทยส่งออกไปนอกราชอาณาจักรยังประเทศญี่ปุ่น แล้วหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้และจัดให้อยู่อาศัยในประเทศญี่ปุ่นเพื่อให้ผู้เสียหายทำการค้าประเวณีที่สถานที่การค้าประเวณี ที่ประเทศญี่ปุ่นโดยการฉ้อฉลและใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหาย เพื่อบังคับข่มขู่ให้ผู้เสียหาย กระทำการค้าประเวณี หรือเพื่อสนองความใคร่หรือสำเร็จความใคร่ในทางกามารมณ์ ของผู้อื่น อันเป็นการสำส่อนเพื่อสินจ้างหรือประโยชน์อื่นใดอันเป็นการมิชอบ เพื่อจำเลย จะได้แสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีของผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายไม่ยินยอมและ ไม่สามารถขัดขืนได้ เหตุเกิดที่ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นหลายท้องที่เกี่ยวพันกัน การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นการกระทำความผิดที่มีโทษตามกฎหมายไทย และได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทยด้วยซึ่ง ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง บัญญัติให้อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ หรือจะมอบหมายหน้าที่นั้นให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนคนใดเป็น ผู้รับผิดชอบทำการสอบสวนแทนก็ได้

 

อ้างอิง สัมมนา วิ.อาญา อ.อรรถพลฯ เนติ สมัยที่73

 

 


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ แบ่งปันสมาชิก เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนเข้าชม/ดาวน์โหลด : 207 ครั้ง

 


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  






 
 
 
 
 


คำแนะนำ
1.สำหรับสมาชิกเตรียมสอบเนติฯ กลุ่มที่ 4, 6 และเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 2,3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
2. รองรับการใช้งานหลัก ผ่านคอมพิวเตอร์ (Brower : IE, Chorme, FireFox, Opera) , ระบบ แอนดรอย
3. สำหรับ Iphone/Ipad (safari ที่ติดมานั้น ไม่สามารถดาวโหลดไฟล์ ต้องใช้ App อื่นๆช่วยในการโหลด เช่น video player ,atomic web browser เป็นต้น) อ่านรายละเอียดคลิก!
4. คำแนะนำ วิธีแก้ไขปัญหา Internet Explorer (IE) ของท่านแสดงผลเว็บไซต์ผลไม่สมบูรณ์ คลิกที่นี่
5. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
6. หากประสงค์ใช้งาน หรือแนะนำ/พบปัญหา ติดต่อทีมงานเพื่อแก้ไขปัญหา ได้ ทาง Email ที่ support@lawsiam.com (24ชั่วโมง)
(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 08 พฤษภาคม 2564)

ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[วิธีชำระเงิน]
[ข้อมูลเตรียมสอบฯ คลิก!]


ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/74

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/74

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

เตรียมสอบอัยการผู้ช่วย

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 24906 คน


sitemap.xml