ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.แพ่ง ภาค1 อ.สมชัย ฑีฆาอุตมากร เนติฯ สมัยที่ 71 | สกัดหลัก-คำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ (เอกสารเตรียมสอบ 3 สนาม) ที่ LawSiam.com :- อัพเดท
ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่ม วิ.แพ่ง >> รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* ป.วิ.แพ่ง ภาคทั่วไป (มาตรา 1 ถึง 169)



ชื่อไฟล์ : ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.แพ่ง ภาค1 อ.สมชัย ฑีฆาอุตมากร เนติฯ สมัยที่ 71
หมวด : รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* ป.วิ.แพ่ง ภาคทั่วไป (มาตรา 1 ถึง 169)
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) กลุ่มที่ 11, 12, 14 ,16 ,17 ,18 กลุ่มรวม (ใช้งานทั้งหมด) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


กลุ่มเตรียมสอบ 3 สนาม (กฎหมายวิ.แพ่ง และ กฎหมายพิเศษ อื่นๆ)

รายละเอียดเบื้องต้น

ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.แพ่ง ภาค1 อ.สมชัย ฑีฆาอุตมากร เนติฯ สมัยที่ 71

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 2854/2561 คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่ากันและแบ่งสินสมรส ประเด็นในคดีก่อนมีว่า มีเหตุหย่าหรือไม่ หากศาลพิพากษาให้หย่าจึงจะมีการแบ่งสินสมรสกันว่ามีทรัพย์สินใดที่เป็นสินสมรส เมื่อศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากไม่มีเหตุหย่า จึงไม่ได้วินิจฉัยว่าทรัพย์สินใดเป็นสินสมรสที่จะต้องแบ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้แยกสินสมรสและให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดู ประเด็นแห่งคดีมีว่า มีเหตุให้แยกสินสมรสหรือไม่ และจำเลยต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือไม่ และสินสมรสที่ต้องแยกได้แก่ทรัพย์สินใดประเด็นแห่งคดีนี้และประเด็นแห่งคดีก่อนต่างกัน แม้ทรัพย์สินที่อ้างตามฟ้องคดีนี้จะเป็นทรัพย์สินตามฟ้องกับคดีก่อน แต่คดีก่อนยังไม่ได้วินิจฉัยว่า ทรัพย์สินใดเป็นสินสมรสที่ต้องแบ่ง ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าฟ้องโจทก์คดีนี้เกี่ยวกับสินสมรสเป็นประเด็นที่วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับคดีก่อน ฟ้องโจทก์คดีนี้ไม่เป็นฟ้องซ้ำหรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีก่อน

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 9740/2558 ผู้ร้องสอดเป็นผู้รับโอนที่ดินพิพาทมาภายหลังฟ้อง และร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่ 3 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) อันเป็นไปเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตน โดยไม่ได้ขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (2) เพราะตนมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีนั้น คำขอบังคับของผู้ร้องสอดเป็นการขอให้ศาลมีคำพิพากษาแสดงกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องสอด และห้ามโจทก์กับจำเลยยุ่งเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทของผู้ร้องสอด เท่ากับเป็นการตั้งประเด็นฟ้องทั้งโจทก์และจำเลย และตาม ป.วิ.พ. มาตรา 58 วรรคหนึ่ง คดีร้องสอดคดีนี้จึงเสมือนหนึ่งว่าผู้ร้องสอดได้ฟ้องโจทก์และจำเลยเป็นคดีใหม่และเป็นอีกคดีหนึ่งแยกกันได้กับคดีเดิม อันเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องแย้งเข้ามาในคำให้การแก้ร้องสอดได้ ผู้ร้องสอดจะยกข้อต่อสู้ที่เป็นประเด็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยในคดีเดิมมาเป็นข้อต่อสู้ของตนในคดีร้องสอดและฟ้องแย้งนี้ไม่ได้ขณะทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาท เจ้าพนักงานที่ดินแจ้งให้จำเลยและผู้ร้องสอดทราบแล้วว่า โจทก์ยื่นคำขออายัดที่ดินเนื่องจากจำเลยได้ทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายฉบับลงวันที่ 23 มกราคม 2555 แต่จำเลยไม่ยอมมาโอนตามสัญญา เจ้าพนักงานที่ดินได้รับคำขออายัดมีกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ 30 เมษายน 2555 และโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยตามสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวในวันที่ 22 พฤษภาคม 2555 จำเลยและผู้ร้องสอดรับทราบและยืนยันให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการจดทะเบียนโอนขายให้ หากเกิดความเสียหายใดๆ ขอรับผิดชอบเองทั้งสิ้น ไม่เกี่ยวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าเงื่อนไขที่โจทก์ขอเพิกถอนการฉ้อฉลตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 วรรคหนึ่ง แล้ว ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่ 3 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) เพื่อขอให้มีคำพิพากษาแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทของผู้ร้องสอด กับห้ามโจทก์และจำเลยยุ่งเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทของผู้ร้องสอด และที่โจทก์ให้การแก้คำร้องสอดและฟ้องแย้งในคดีร้องสอด ก็เป็นไปเพื่อเพิกถอนนิติกรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 อันเป็นการเพิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยกับผู้ร้องสอดและการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาท ที่มีผลให้ที่ดินพิพาทกลับมาเป็นของจำเลย แล้วโอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ตามคำฟ้องอีกทอดหนึ่ง ระหว่างโจทก์กับผู้ร้องสอดจึงไม่ใช่พิพาทกันด้วยเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทว่าเป็นของโจทก์หรือของผู้ร้องสอด คดีร้องสอดและฟ้องแย้งคดีนี้จึงเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลเรื่องละ 200 บาท ตามตาราง 1 ค่าธรรมเนียมศาล (ค่าขึ้นศาล) (2) (ก)

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 2854/2561 คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่ากันและแบ่งสินสมรส ประเด็นในคดีก่อนมีว่า มีเหตุหย่าหรือไม่ หากศาลพิพากษาให้หย่าจึงจะมีการแบ่งสินสมรสกันว่ามีทรัพย์สินใดที่เป็นสินสมรส เมื่อศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากไม่มีเหตุหย่า จึงไม่ได้วินิจฉัยว่าทรัพย์สินใดเป็นสินสมรสที่จะต้องแบ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้แยกสินสมรสและให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดู ประเด็นแห่งคดีมีว่า มีเหตุให้แยกสินสมรสหรือไม่ และจำเลยต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือไม่ และสินสมรสที่ต้องแยกได้แก่ทรัพย์สินใดประเด็นแห่งคดีนี้และประเด็นแห่งคดีก่อนต่างกัน แม้ทรัพย์สินที่อ้างตามฟ้องคดีนี้จะเป็นทรัพย์สินตามฟ้องกับคดีก่อน แต่คดีก่อนยังไม่ได้วินิจฉัยว่า ทรัพย์สินใดเป็นสินสมรสที่ต้องแบ่ง ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าฟ้องโจทก์คดีนี้เกี่ยวกับสินสมรสเป็นประเด็นที่วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับคดีก่อน ฟ้องโจทก์คดีนี้ไม่เป็นฟ้องซ้ำหรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีก่อน

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 1695/2559 คดีก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอม โดยมิได้วินิจฉัยว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ทางพิพาทอาจเป็นได้ทั้งทางจำเป็นและทางภาระจำยอมในขณะเดียวกัน แต่โจทก์ไม่มีความจำเป็นใดที่จะต้องอุทธรณ์อีกต่อไปอีก เพราะคำพิพากษาเป็นผลดีแก่โจทก์อยู่แล้ว แม้ว่าเมื่อจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จะพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่า ทางพิพาทไม่เป็นทางภาระจำยอมและไม่เป็นทางจำเป็น แต่เมื่อโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาก็วินิจฉัยเฉพาะประเด็นว่า ทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมหรือไม่เท่านั้น โดยไม่รับวินิจฉัยประเด็นว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่ เนื่องจากเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 7 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ส่วนที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ ปัญหาเรื่องทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่ย่อมยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็เป็นการกล่าวถึงเหตุผลตามกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่มีอำนาจยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยเท่านั้น กรณีถือไม่ได้ว่า คดีก่อนศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยประเด็นที่ว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่แล้ว และไม่มีคำพิพากษาในประเด็นดังกล่าวที่จะผูกพันโจทก์ตามมาตรา 145 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามขอให้เปิดทางจำเป็นคดีนี้ จึงมิใช่เป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องของโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148

 

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3557/2560 การที่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยฟ้องขับไล่ ช. โดยผลของ มาตรา 142 (1) แห่ง ป.วิ.พ. คำพิพากษาที่ให้ขับไล่ย่อมมีผลใช้บังคับตลอดถึงวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของ ช. ซึ่งไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษให้ศาลเห็นได้เท่านั้น แต่หาได้ทำให้วงศ์ญาติและบริวารที่อาจถูกบังคับตามคำพิพากษานั้นมีฐานะเป็นคู่ความไปด้วยไม่ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยยื่นคำร้องขอแสดงอำนาจพิเศษ จำเลยจึงยังไม่อยู่ในฐานะเป็นคู่ความในคดี ทั้งการที่จำเลยรับมอบอำนาจจาก ช. ให้เป็นผู้ดำเนินคดีแทน ก็ไม่ทำให้จำเลยกลับมีฐานะกลายเป็นคู่ความในคดีไปได้ เมื่อจำเลยมิได้เป็นคู่ความในคดีก่อน และในคดีก่อนศาลยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดว่าจำเลยมีสิทธิอยู่ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทได้โดยไม่เป็นละเมิดต่อสิทธิของเจ้าของหรือไม่อย่างไร การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำอันจะต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 3888/2559 คดีก่อน เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 อ้างว่าจำเลยที่ 2 ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาโดยการครอบครองที่ดินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 แต่ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของตนเอง ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 คดีนี้จึงมิใช่คำฟ้องเรื่องเดียวกันหรือเป็นฟ้องซ้อนกับคำร้องขอของจำเลยที่ 2 ในคดีก่อน ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับ จ.และ น.ให้โจทก์โอนที่ดินพิพาทและใส่ชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ หากโจทก์ไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา หากจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ไม่ได้ ให้โจทก์ใช้ราคาที่ดินพิพาทเป็นเงิน 220,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยนั้น แม้จะเป็นฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับฟ้องขับไล่ของโจทก์ พอที่จะรวมพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีเข้าด้วยกันได้ แต่การที่ศาลจะพิพากษาตามฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวจะต้องปรากฏว่า จ. และ น. มิใช่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทที่แท้จริง อันเป็นการกระทบกระทั่งต่อสิทธิของบุคคลทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลภายนอกคดี ซึ่งศาลไม่อาจบังคับให้ได้เพราะคำพิพากษาของศาลไม่มีผลผูกพันบุคคลทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวไว้พิจารณา ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามมาตรา 142 (5)

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 260/2560  โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารพร้อมทั้งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่พิพาทและที่หัวไร่ปลายนาของโจทก์ทั้งสอง หากโจทก์ทั้งสองนำที่พิพาทออกให้บุคคลอื่นเช่าจะได้ค่าเช่าเดือนละไม่น้อยกว่า 1,000 บาทจำเลยทั้งสองให้การในตอนแรกว่า จำเลยทั้งสองปลูกบ้านอยู่นอกโฉนดที่ดินของโจทก์ทั้งสอง แต่ที่นอกโฉนดที่ดินเป็นที่หัวไร่ปลายนาของโจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสองเข้าครอบครองใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยสงบและเปิดเผยจนได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว ตอนหลังจำเลยทั้งสองกลับให้การว่า หากที่หัวไร่ปลายนาไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสองแต่เป็นที่สารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยทั้งสองเป็นผู้ครอบครองและใช้ประโยชน์อยู่ก่อน ย่อมมีสิทธิในการครอบครองดีกว่าโจทก์ทั้งสอง ดังนี้ คำให้การของจำเลยทั้งสองเป็นคำให้การที่ขัดแย้งกันเองไม่ชัดแจ้งว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสองหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง คดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ จึงไม่ใช่คดีทุนทรัพย์ แต่เป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ เมื่อที่พิพาทอาจให้เช่าได้ขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ แบ่งปันสมาชิก เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนเข้าชม/ดาวน์โหลด : 228 ครั้ง

 


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  






 
 
 
 
 


คำแนะนำ
1. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบเนติฯ กลุ่มที่ 4, 6 และเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 2,3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
2. รองรับการใช้งานหลัก ผ่านคอมพิวเตอร์ (Brower : IE, Chorme, FireFox, Opera) , ระบบ แอนดรอย
3. สำหรับ Iphone/Ipad (safari ที่ติดมานั้น ไม่สามารถดาวโหลดไฟล์ ต้องใช้ App อื่นๆช่วยในการโหลด เช่น video player ,atomic web browser เป็นต้น) อ่านรายละเอียดคลิก!
4. คำแนะนำ วิธีแก้ไขปัญหา Internet Explorer (IE) ของท่านแสดงผลเว็บไซต์ผลไม่สมบูรณ์ คลิกที่นี่
5. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
6. หากประสงค์ใช้งาน หรือแนะนำ/พบปัญหา ติดต่อทีมงานเพื่อแก้ไขปัญหา ได้ ทาง Email ที่ support@lawsiam.com (24ชั่วโมง)
(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 20 มกราคม 2564)

ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[วิธีชำระเงิน]
[ข้อมูลเตรียมสอบฯ คลิก!]


ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/73

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/73

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 24670 คน


sitemap.xml