เตรียมสอบเนติบัณฑิต อัยการ ผู้พิพากษา





หัวข้อ : การต่อสู้คดีฉ้อโกงทรัพย์
หมวดหมู่ : (เกร็ดฎีกา) สู้คดีอย่างไร ไม่ให้พลาด
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับการต่อสู้คดี (เกร็ดฎีกา) สู้คดีอย่างไร ไม่ให้พลาด ประเด็นที่่น่าสนใจ อื่นๆ



       ในการต่อสู้คดี ทนายจำเลยต้องนำพยานหลักฐานมาแสดงให้ศาลเห็นว่า ในขณะที่มีการกล่าวอ้างว่าจำเลยกล่าวข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงอันควรบอกให้แจ้งแก่ผู้เสียหาย นั้น ในขณะนั้นจำเลยมิได้มีเจตนาทุจริต เช่น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1429/2555

        จำเลยกับพวกติดต่อขอซื้อรถกระบะจากผู้เสียหายในราคา 430,000 บาท ชำระเงินดาวน์ในวันทำสัญญา 150,000 บาท ส่วนที่เหลือจำเลยจะทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทเงินทุน จ. ในวันดังกล่าวจำเลยลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขายที่ไม่ได้กรอกข้อความไว้พร้อมมอบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการและสำเนาทะเบียนบ้านให้แก่ผู้เสียหาย แล้วพนักงานของบริษัทเงินทุน จ. นำสัญญาเช่าซื้อที่ยังไม่ได้กรอกรายละเอียดให้จำเลยลงลายมือชื่อในช่องผู้เช่าซื้อไว้ จากพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยมิได้มีเจตนาทุจริตหลอกลวงโจทก์มาตั้งแต่ต้น การที่บริษัทเงินทุน จ. ยกเลิกการเช่าซื้อในเวลาต่อมาเนื่องจากจำเลยไม่นำรถไปตรวจสภาพ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่ผู้เสียหายส่งมอบรถกระบะแล้ว มิได้เกิดจากการหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ การที่จำเลยมิได้ชำระราคาเช่าซื้อส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น

       คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำเลยคืนรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บบ 9602 สงขลา หรือชดใช้ราคา 280,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

       จำเลยให้การปฏิเสธ

       ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 9 เดือน ให้จำเลยคืนรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บบ ๙๖๐๒ สงขลา หรือชดใช้ราคา 280,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

       จำเลยอุทธรณ์

       ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

        โจทก์ฎีกา

       ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยทำสัญญาซื้อขายรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บบ 9602 สงขลา ของนายสมชาย ผู้เสียหายในราคา 430,000 บาท โดยชำระเงินดาวน์แก่ผู้เสียหายในวันทำสัญญา 150,000 บาท ส่วนที่เหลือผู้เสียหายกับจำเลยตกลงกันว่าจะนำรถกระบะคันดังกล่าวไปทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด จำเลยขอรับรถในวันทำสัญญาซื้อขาย ต่อมาจำเลยไม่ยอมนำรถไปตรวจสภาพจึงไม่อาจทำสัญญาเช่าซื้อกับผู้บริษัทผู้ให้เช่าซื้อได้

       มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การที่จะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงได้นั้น ผู้กระทำความผิดจะต้องมีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายมาตั้งแต่แรก สำหรับคดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยกับพวกติดต่อขอซื้อรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บบ 9602 สงขลา จากผู้เสียหายในราคา 430,000 บาท ชำระเงินดาวน์ในวันทำสัญญา 150,000 บาท ส่วนที่เหลือจำเลยจะทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด ในวันดังกล่าวจำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขายที่ไม่ได้กรอกข้อความไว้ พร้อมมอบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการและสำเนาทะเบียนบ้านให้แก่ผู้เสียหาย นายสุรเชษฐ์ พนักงานของบริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด นำสัญญาเช่าซื้อที่ยังไม่ได้กรอกรายละเอียดให้จำเลยลงลายมือชื่อในช่องผู้เช่าซื้อไว้ จากพฤติการณ์แสดงว่าจำเลยมิได้เจตนาทุจริตหลอกลวงโจทก์มาตั้งแต่ต้น การที่บริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด ยกเลิกการเช่าซื้อในเวลาต่อมาเนื่องจากจำเลยไม่นำรถไปตรวจสภาพเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภายหลังจากที่ผู้เสียหายส่งมอบรถกระบะแล้ว มิได้เกิดจากจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแต่อย่างใด การที่จำเลยมิได้ชำระราคาค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น ดังนั้น พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมายังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้องมา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

       พิพากษายืน

บทวิเคราะห์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง เพราะ

       1. ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยกับพวกติดต่อขอซื้อรถกระบะ 1 คัน จากผู้เสียหายในราคา 430,000 บาท ชำระเงินดาวน์ในวันทำสัญญา 150,000 บาท

       2. เงินส่วนที่เหลืออีก 280,000 บาท จำเลยจะทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด

       3. ในวันที่ไปติดต่อขอซื้อรถกระบะดังกล่าว จำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขายที่ไม่ได้กรอกข้อความไว้ พร้อมมอบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการและสำเนาทะเบียนบ้านให้แก่ผู้เสียหาย

       4. นายสุรเชษฐ์ พนักงานของบริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด นำสัญญาเช่าซื้อที่ยังไม่ได้กรอกรายละเอียดให้จำเลยลงลายมือชื่อในช่องผู้เช่าซื้อไว้ จากนั้นนำเอกสารดังกล่าวไปดำเนินการทำสัญญาเช่าซื้อตามระเบียบของบริษัทเงินทุนต่อไป

       5. การกระทำที่จะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงได้นั้น ผู้กระทำความผิดจะต้องมีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายมาตั้งแต่แรก

       6. จากพฤติการณ์ของจำเลย แสดงว่าจำเลยมิได้เจตนาทุจริตหลอกลวงโจทก์มาตั้งแต่ต้น

       7. การที่บริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด ยกเลิกการเช่าซื้อในเวลาต่อมา เนื่องจากจำเลยไม่นำรถไปตรวจสภาพ อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภายหลังจากที่ผู้เสียหายส่งมอบรถกระบะแล้ว

       8. ความเสียหายที่บริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด ได้รับ มิได้เกิดจากจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแต่อย่างใด

       9. ฉะนั้น การที่จำเลยมิได้ชำระราคาค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น

       10. พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมายังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามฟ้อง

 

อ้างอิง เรียง/พิมพ์ โดย ท่านชนบท (กฎหมายชนบท)





การต่อสู้คดีฉ้อโกงทรัพย์ | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 13 ครั้ง
ลงวันที่ 08/10/2018 16:50:08





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[สนใจ ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ คลิก!]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง อัพเดท

เตรียมสอบเนติ วิอาญา อัพเดท

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 22128 คน


ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์