หัวข้อ : คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ กฎหมายอาญา มาตรา 217 , 218
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมายอาญา ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)







คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ กฎหมายอาญา มาตรา 217 , 218

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 666/2542 การที่จำเลยดึงรั้วไม้ไผ่ผ่าซีกที่ยึดติดเป็นแผงซึ่งเป็นรั้วบ้านของโจทก์ร่วมที่ 1 แล้วนำไปเผาทำลายนั้น เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 358 เพียงบทเดียว มิใช่กระทำผิดหลายบท เพราะจำเลยมีเจตนาจะทำลายรั้วไม้ไผ่ที่ปักติดเป็นแผงโดยนำไปเผาให้ใช้การไม่ได้เท่านั้น การเผาแผงไม้ไผ่นั้น เป็นการทำลายทรัพย์ของโจทก์ร่วมที่ 1 ให้เสียหาย มิใช่วางเพลิงเผาทรัพย์รั้วบ้านของโจทก์ร่วมที่ 1 เนื่องจากจำเลยมิได้วางเพลิงเผาแผงไม้ไผ่ ในขณะที่มีสภาพเป็นรั้วบ้านกั้นขอบเขต เป็นที่อยู่อาศัยของโจทก์ร่วมที่ 1 อันจะต้องด้วยความผิดตาม ป.อ. มาตรา 217

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 5364/2536 มาตรา 218 เป็นเหตุฉกรรจ์ของ มาตรา 217 หากไม่ผิด มาตรา 217 แม้กระทำต่อทรัพย์ ตาม มาตรา 218 ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิดเช่นกัน มาตรา 217 ไม่มีข้อความว่า “หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย” จะตีความคำว่า “ทรัพย์ของผู้อื่น” ให้รวมถึงทรัพย์ที่ผู้อื่นมีส่วนเป็นเจ้าของรวมมิได้ ขัดต่อหลักความรับผิดของบุคคลในทางอาญา ตาม มาตรา 2

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 5710/2541 จำเลยซึ่งเป็นผู้จุดไฟจนเกิดไฟไหม้บ้าน เป็นเจ้าของบ้านเกิดเหตุรวมอยู่ด้วย และเนื่องจากบทบัญญัติมาตรา 218 แห่ง ป.อ. เป็นเหตุฉกรรจ์ของมาตรา 217 โดยมาตรา 218 บัญญัติให้ผู้กระทำความผิดต่อทรัพย์ที่ระบุไว้ในมาตรา 218 (1) ถึง (6) ต้องได้รับโทษหนักขึ้น ดังนั้น การกระทำอันมิได้เป็นความผิดตามมาตรา 217 แม้กระทำต่อทรัพย์ที่ระบุในมาตรา 218 ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิด เช่นกัน เมื่อมาตรา 217 บัญญัติไว้แต่เพียงว่า การวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่นเป็นความผิดโดยไม่มีข้อความว่า "หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย" ก็เป็นความผิดแล้ว จึงต้องตีความคำว่า "ทรัพย์ของผู้อื่น" โดยเคร่งครัด เพราะเป็นการตีความบทกฎหมายที่มีโทษทางอาญา มิอาจตีความขยายความออกไปให้รวมถึงทรัพย์ที่ผู้อื่นมีส่วนเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เพื่อให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยหรือผู้ต้องหาได้ ฉะนั้นเมื่อจำเลยเป็นเจ้าของบ้านเกิดเหตุรวมอยู่ด้วย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 217 และย่อมไม่เป็นความผิดตามมาตรา 218 (1) เช่นเดียวกัน

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6894/2549 ส่วนของโรงเรือนที่ปรากฏร่องรอยไฟไหม้เป็นเพียงรอยเขม่าดำติดอยู่ที่ส่วนล่างของแผ่นสังกะสีเพียง 2 แผ่นเท่านั้น แม้จะได้ความว่ามีการจุดไฟจากการวางเพลิงขึ้นแล้วก็ตาม แต่การกระทำที่จะเป็นความผิดสำเร็จฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ที่เป็นโรงเรือนนั้น มิได้หมายความว่ามีเพลิงเกิดขึ้นจากการวางเท่านั้น หากแต่เพลิงนั้นต้องเผาจนโรงเรือนลุกติดไฟขึ้นด้วย เพียงแต่ฝาผนังอันเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรือนที่เกิดเหตุมีรอยเขม่าดำแต่ยังไม่ไหม้ไฟ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นความผิดสำเร็จ และแม้ว่าจะมีร่องรอยของเสื่อน้ำมันที่ปูพื้นถูกไฟไหม้ด้วยเล็กน้อย แต่เสื่อน้ำมันดังกล่าวเป็นเพียงทรัพย์สินที่อยู่ในโรงเรียน ถือไม่ได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรือนซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยได้ถูกไฟไหม้ไปด้วยอันจะทำให้เป็นความผิดสำเร็จ จึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามวางเพลิงเผาโรงเรือนเท่านั้น

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 114/2531 การที่จำเลยจุดไฟเผาที่นอนในห้องของโรงน้ำชา ย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าเมื่อที่นอนถูกเผาไหม้แล้ว อาจจะลุกลามไหม้เตียงนอน ฝาผนัง เพดาน จนกระทั่งไหม้โรงน้ำชาแห่งนั้นทั้งหมดได้ โรงน้ำชานั้นมีคนอยู่อาศัยด้วย ผิด 218 (1)

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 8064/2556 โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยวางเพลิงเผาโรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้าของผู้เสียหายและขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 218 จากทางนำสืบของโจทก์ที่ว่าผู้เสียหายมีอาชีพทำฟาร์มโคนั้น ข้อเท็จจริงย่อมฟังได้ว่าฟางอัดแท่งที่เก็บอยู่ในโรงเก็บดังกล่าวไม่ใช่สินค้าที่มีไว้เพื่อการค้าของผู้เสียหาย แต่น่าจะมีไว้เลี้ยงโคผู้เสียหายเองมากกว่า โรงเก็บฟางที่จำเลยวางเพลิงจึงไม่ใช่โรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้าตามความหมายของ ป.อ. มาตรา 218(2) แต่เป็นทรัพย์ทั่วไปของผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 217 จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 218 แต่มีความผิดตามมาตรา 217

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 1412/2504 ห้องที่จำเลยวางเพลิงเป็นตึกแถว จำเลยเช่าเปิดเป็นร้านขายยาและตรวจรักษาโรคในตอนกลางวัน ส่วนในตอนกลางคืนจำเลยกับครอบครัวไปนอนที่อื่น ไม่มีคนอยู่อาศัยในห้องนั้นแต่มีห้องติดกันซึ่งเป็นตึกแถวเดียวกันมีคนเช่าอยู่อาศัยหลับนอน ดังนี้ ตึกแถวที่จำเลยวางเพลิงย่อมเป็นตึกแถวที่มีคนอยู่อาศัย จำเลยย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218(1) (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 27/2504)

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 605/2521 ห้องแถว 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นร้านขายของ ชั้นบนเป็นห้องนอนถือได้ว่าใช้อยู่อาศัยทั้งชั้นบนชั้นล่าง จำเลยขว้างระเบิดทำให้ฝาบ้าน ประตูบ้าน กระจกช่องลมชั้นล่างเสียหาย เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา222,218

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 115/2542 เมื่อเกิดเพลิงไหม้แล้วมีจำเลยคนเดียวเท่านั้นที่เดินออกมาจากที่เกิดเหตุเพลิงไหม้โดยที่เกิดเหตุ มีเศษผ้าที่มีกลิ่นน้ำมันเหลือเป็นเศษให้เห็นอยู่ และจากการ จุดไฟวางเพลิงนี้เองทำให้ไฟไหม้ข้อเท้าทั้งสองข้างของจำเลย บาดแผลที่เกิดจากไฟไหม้จึงปรากฏให้เห็นเป็นรอยแผลสดอยู่ โดยในวันรุ่งขึ้นจำเลยได้ไปทำการรักษาบาดแผลนี้ จึงมิใช่ เป็นเหตุบังเอิญที่จำเลยถูกน้ำร้อนลวกในคืนเกิดเหตุ แล้ววันรุ่งขึ้นจึงได้ไปทำการรักษาดังที่จำเลยอ้าง และที่จำเลยวางเพลิงรถของผู้เสียหายก็เพราะจำเลยโกรธ ที่ผู้เสียหายกีดกันไม่ให้จำเลยคืนดีกับพี่สาวของผู้เสียหาย นั่นเอง ฉะนั้น เมื่อรถที่จำเลยวางเพลิงอยู่ในโรงเก็บรถ ซึ่งอยู่ติดกับอาคารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภัตตาคารและเป็น อาคารที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายกับพวกแล้วจำเลยย่อม เล็งเห็นว่าเพลิงนั้นย่อมลุกลามไปเผาผลาญอาคาร ที่ตั้งภัตตาคารและที่ผู้เสียหายกับพวกอยู่อาศัยนั้นด้วย พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบรับฟังได้แจ้งชัดว่าจำเลย เป็นผู้วางเพลิงรถของผู้เสียหายและพยายามวางเพลิงอาคาร ที่ผู้เสียหายกับพวกอยู่อาศัย

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 2757/2552 จำเลยใช้ไฟแช็กแก๊สจุดไฟบริเวณที่ราดน้ำมันซึ่งเป็นพื้นปูนซีเมนต์และประตูหน้าบ้านของผู้เสียหายซึ่งเป็นประตูเหล็ก แต่วัตถุดังกล่าวหาใช่ว่าจะไม่สามารถติดไฟได้เลยอย่างแน่แท้ไม่ เพราะน้ำมันเบนซินเป็นวัตถุไวไฟติดไฟง่ายสามารถเผาผลาญปูนซีเมนต์และเหล็กได้ ทั้งเมื่อไฟติดแล้วอาจจะลุกลามกระจายเป็นวงกว้างไปไหม้บ้านของผู้เสียหายได้ การที่จำเลยจุดไฟไม่ติดจึงเป็นเหตุบังเอิญมากกว่า การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพยายามกระทำความผิดที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ตาม ป.อ. มาตรา 81 แต่เป็นความผิดฐานพยายามซึ่งอาจบรรลุผลได้ตาม ป.อ. มาตรา 80

 





คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ กฎหมายอาญา มาตรา 217 , 218 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม



จำนวนผู้ชม : 4348 ครั้ง
ลงวันที่ 21/09/2014 14:29:28






ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/74

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/74

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


sitemap.xml