ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา วิอาญา



ชื่อไฟล์ : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง คำร้องทุกข์
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา วิอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1209/2531      

 
ป.วิ.อ. มาตรา 2 (7)
ป.อ. มาตรา 95, 96

 
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3

  
   ข้อความในบันทึกการร้องทุกข์ของโจทก์มีว่า "...มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้สั่งจ่ายตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ในชั้นนี้ขอรับเช็คคืนไปเก็บรักษาไว้เพื่อจะได้ติดต่อกับผู้สั่งจ่ายอีกทางหนึ่ง" ดังนี้เป็นการแจ้งความกล่าวหาโดยมีเจตนาให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ การขอรับเช็คคืนไปเพื่อติดต่อกับผู้สั่งจ่ายมิใช่เป็นข้อความที่แสดงว่ายังไม่มอบคดีให้ จึงเป็นคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2(7) แล้ว เมื่อโจทก์ร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน และโจทก์ฟ้องคดีภายในกำหนด 5 ปีคดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

  
________________________________

  
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 เป็นเช็ค 2 ฉบับสั่งจ่ายเงินฉบับละ 50,000 บาท ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 ที่ 2 หลบหนี ศาลชั้นต้นจึงจำหน่ายคดี คงดำเนินคดีจำเลยที่ 3 ต่อไปแล้วพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ตามเช็ค ฉบับละ5 เดือน รวมจำคุก 10 เดือน จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา

 
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "สำหรับปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่นั้น จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2524 โจทก์อ้างว่าไปร้องทุกข์แล้วภายในอายุความตามเอกสารหมาย จ.5 แต่จำเลยที่ 3 เห็นว่า ไม่เป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมาย เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน2525 จึงขาดอายุความนั้น ข้อความในบันทึกการร้องทุกข์ เอกสารหมาย จ.5 มีว่า "...มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้สั่งจ่ายตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ในชั้นนี้ขอรับเช็คคืนไปเก็บรักษาไว้เพื่อจะได้ติดต่อกับผู้สั่งจ่ายอีกทางหนึ่ง" ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า ข้อความในบันทึกการร้องทุกข์ เอกสารหมาย จ.5 ในตอนต้นระบุว่ามาร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้สั่งจ่ายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด แสดงว่าโจทก์ได้แจ้งความกล่าวหาโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ แม้จะมีข้อความในตอนหลังว่าในชั้นนี้ขอรับเช็คคืนไปเก็บรักษาไว้เพื่อจะได้ติดต่อกับผู้สั่งจ่ายอีกทางหนึ่งก็ตาม ก็มิใช่เป็นข้อความที่แสดงว่ายังไม่มอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการดังจำเลยฎีกา การขอรับเช็คกลับคืนไปก็เพื่อติดต่อกับผู้สั่งจ่ายอีกทางหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่มีผลกระทบต่อการแจ้งความร้องทุกข์แต่อย่างใดดังนั้นข้อความในเอกสารหมาย จ.5 จึงเป็นคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(7) แล้ว เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินวันที่ 5 ตุลาคม 2524 ผู้รับมอบอำนาจให้แจ้งความก็มาแจ้งความร้องทุกข์เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2524 ซึ่งเป็นเวลาไม่เกิน 3 เดือน นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินและโจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2525 ภายในกำหนด 5 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมานั้น ชอบแล้ว"

 
พิพากษายืน

    
(ธีรศักดิ์ กรรณสูต - บุญส่ง คล้ายแก้ว - ถวิล ทองสว่างรัตน์)

 

หมายเหตุ

 ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3 ฐานออกเช็คโดยมีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค นั้น เป็นความผิดต่อส่วนตัว หรือความผิดอันยอมความได้ซึ่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 96 บัญญัติว่า ผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดหรือรู้ตัวกระทำผิดมิฉะนั้นคดีขาดอายุความ ดังนั้น ในการดำเนินคดีอาญาดังกล่าวถ้าไม่อาจดำเนินคดีได้ภายในกำหนดเวลาสามเดือนดังกล่าว จึงต้องร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ความผิดในข้อหานี้มีกำหนดอายุความห้าปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95

 
 คำร้องทุกข์ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(7) ซึ่งมีสาระสำคัญว่า ต้องมีการกล่าวหาว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหาย และประสงค์จะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ

 
 คำร้องทุกข์ที่มิได้เป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าว จะถือว่าไม่มีการร้องทุกข์และหากมีการฟ้องคดีเกินกำหนดเวลาสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ศาลต้องพิพากษายกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185

 
 ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า คำร้องทุกข์ที่มีข้อความอย่างใด จึงจะเป็นคำร้องทุกข์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

 
 แนวคำพิพากษาฎีกาที่วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคำร้องทุกข์ เช่นคำพิพากษาฎีกาที่ 1361/2517,2410/2518(ประชุมใหญ่),1849/2519,1425/2521,1725/2522,314/2529,3979/2530ฯลฯ ซึ่งให้เหตุผลส่วนใหญ่ว่า เป็นการแจ้งความไว้เพื่อมิให้คดีขาดอายุความผู้เสียหายขอรับเช็คคืนไปเพื่อติดตามทวงถามก่อน ยังไม่มอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี แสดงว่า ในขณะที่แจ้งความยังไม่มีเจตนาจะให้ผู้ออกเช็คได้รับโทษ

 
 ข้อเท็จจริงในคดีนี้ ข้อความในคำแจ้งความมีว่า "...มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้สั่งจ่ายตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ในชั้นนี้ขอรับเช็คคืนไปเก็บรักษาไว้ เพื่อจะได้ติดต่อกับผู้สั่งจ่ายอีกทางหนึ่ง" ซึ่งมีแนวความเห็นว่า กรณีเช่นนี้ ไม่เป็นคำร้องทุกข์ตามแนวคำพิพากษาที่ได้กล่าวถึงเนื่องจากผู้เสียหายยังไม่มีเจตนาจะให้ผู้ออกเช็คได้รับโทษโดยอาศัยพฤติการณ์ในคดีที่ปรากฏ อาทิ :

 
1. คำแจ้งความของผู้เสียหายเป็นเงื่อนไขว่า จะขอรับเช็คไปติดต่อกับผู้สั่งจ่ายอีกทางหนึ่ง เป็นที่เข้าใจได้ว่าในขณะนั้นยังไม่มอบคดีแก่พนักงานสอบสวน

 
2. การขอรับเช็คคืนไปเป็นข้อสนับสนุนว่า ยังไม่มอบคดีเพราะพนักงานสอบสวนจะไม่มีหลักฐานในการดำเนินคดีอาญา

 
3. คำแจ้งความของผู้เสียหาย มีลักษณะที่จะไม่ให้คดีขาดอายุความเพื่อจะใช้สิทธิในการดำเนินคดีอาญาเป็นข้อต่อรองกับผู้ออกเช็ค

 
 อย่างไรก็ดี มติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การขอรับเช็คไม่มีผลลบล้างต่อการแจ้งความร้องทุกข์ และจะถือว่ายังไม่มอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการไม่ได้เพราะถ้อยคำในคำแจ้งความระบุไว้ชัดเจนว่าให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญากับผู้สั่งจ่ายแล้ว การขอรับเช็คไปดำเนินการอีกทางหนึ่ง เป็นทางเลือกของผู้เสียหายที่นอกเหนือไปจากการมอบคดีแก่พนักงานสอบสวน มิใช่จำกัดว่าจะต้องดำเนินคดีโดยพนักงานสอบสวนแต่ทางเดียวเท่านั้น

 
 อนึ่ง มีข้อสังเกตว่า แนวคำพิพากษาฎีกาที่อ้างถึงข้างต้นซึ่งวินิจฉัยว่าไม่เป็นคำร้องทุกข์นั้น ไม่ปรากฏว่ามีข้อความที่มอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญาอันพอจะถือได้ว่าผู้เสียหายมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษเลยซึ่งต่างกับคดีนี้

 
 คำพิพากษาฎีกาฉบับนี้ คงจะเป็นบรรทัดฐานที่มีลักษณะชี้เฉพาะและเด่นชัดมากขึ้นว่า คำร้องทุกข์ที่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเป็นเช่นใด

 
  สุชาติ  สุขสุมิตร


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ แบ่งปันสมาชิก เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนเข้าชม/ดาวน์โหลด : 242 ครั้ง

 


หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง คำร้องทุกข์ |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา วิอาญา ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  










สกัดฎีกาเด่น 5 ดาว
(ป.แพ่ง) และ
กฎหมายพิเศษ...

คำพิพากษาฎีกาที่ 73/2563 >> รายละเอียด...



 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ support@lawsiam.com


ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[วิธีชำระเงิน]
[ข้อมูลเตรียมสอบฯ คลิก!]


ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/73

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/73

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 24674 คน


sitemap.xml