ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา



ชื่อข้อมูล : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง การบรรยายฟ้อง / ไพจิตร ปุญญพันธุ์
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6711/2539    

   
 
ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5)

 
ป.อ. มาตรา 1 (1), 264, 341

  
  แม้ความผิดฐานฉ้อโกงต้องปรากฎว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตอันเป็นองค์ประกอบอยู่ด้วยแต่หาจำต้องระบุคำว่ามีเจตนาทุจริตลงในคำฟ้องโดยตรงเสมอไปไม่เมื่อในคำฟ้องโจทก์ระบุว่าจำเลยทั้งสองบังอาจร่วมกันกล่าวข้อความอันเป็นเท็จก็บ่งว่าจำเลยทั้งสองทำโดยทุจริตอยู่ในตัวแล้วและยังได้บรรยายฟ้องต่อไปว่าได้บังอาจหลอกลวงผู้เสียหายอีกจึงเป็นคำฟ้องครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว  โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมหรือใช้ให้ผู้อื่นปลอมหนังสือมอบอำนาจแม้จะได้ความอย่างใดอย่างหนึ่งการกระทำของจำเลยทั้งสองก็เป็นความผิดแล้วฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม

  
________________________________

  
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 264, 268, 341 และให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้เงินจำนวน 975,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

 
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

 
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264, 268, 341 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341จำคุก 2 ปี ให้จำเลยที่ 1 คืนหรือใช้เงิน 975,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ยกฟ้องจำเลยที่ 2

 
จำเลย ที่ 1 อุทธรณ์

 
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264และมาตรา 341 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่กฎหมายทั้งสองบทมีโทษเท่ากันให้ลงโทษตามมาตรา 341 ให้ยกฟ้องฐานปลอมเอกสาร นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

 
จำเลยที่ 1 ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

 
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่โจทก์ จำเลยที่ 1 มิได้ฎีกาโต้แย้งคัดค้านว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินน.ส.3 จำนวน 2 แปลง อยู่หมู่ที่ 7 ตำบลน้ำทรง อำเภอพยุหะคีรีจังหวัดนครสวรรค์ ของนายเฉลิม ยิ้มเมือง กับนายเจ็งอยู่ แซ่ซึงผู้เสียหาย ผู้เสียหายวางเงินมัดจำไว้1,000,000 บาท ตามสัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.2 และลายมือชื่อของนายเฉลิมในหนังสือมอบอำนาจในเอกสารหมายจ.1 เป็นลายมือชื่อปลอม คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1ประการแรกว่า คำฟ้องฐานฉ้อโกงของโจทก์ครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่ เห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้บังอาจร่วมกันกล่าวข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงอันควรบอกให้แจ้งโดยจำเลยทั้งสองได้บังอาจหลอกลวงนายเจ็งอยู่ แซ่ซึงผู้เสียหายว่าได้รับมอบอำนาจจากนายเฉลิมให้ขายที่ดิน น.ส.3รวม 2 แปลงซึ่งความจริงนายเฉลิมไม่ได้มอบอำนาจให้แก่จำเลยทั้งสอง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อมอบเงินมัดจำ 1,000,000 บาท ให้แก่จำเลยทั้งสองไป แม้ว่าความผิดฐานฉ้อโกงจะต้องปรากฎว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตอันเป็นองค์ประกอบอยู่ด้วย แต่หาจำเป็นต้องระบุคำว่ามีเจตนาทุจริตลงในคำฟ้องโดยตรงเสมอไป แม้ในคำฟ้องโจทก์จะไม่ระบุว่าโดยทุจริตแต่คำว่าบังอาจร่วมกันกล่าวข้อความอันเป็นเท็จก็บ่งว่าจำเลยทั้งสองทำโดยทุจริตอยู่ในตัวแล้วและโจทก์ยังได้บรรยายฟ้องต่อไปว่า ได้บังอาจหลอกลวงผู้เสียหายอีก คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคำฟ้องฐานฉ้อโกงครบองค์ประกอบความผิดตามที่กฎหมายระบุแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

 
จำเลยฎีกาเป็นข้อต่อไปว่า ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับความผิดฐานปลอมเอกสารนั้นเคลือบคลุมเพราะโจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองร่วมกันปลอมหรือใช้ให้ผู้อื่นปลอมหนังสือมอบอำนาจการบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่ยืนยันข้อเท็จจริงว่าใครปลอมหนังสือมอบอำนาจแน่ ถ้าใช้ให้ผู้อื่นปลอม ผู้อื่นนั้นเป็นใครเห็นว่า ความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 นั้น ผู้ปลอมเพียงแต่ทำปลอมแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดเติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในเอกสารที่แท้จริง หรือประทับตราปลอมหรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสารโดยประการที่จะน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนแล้วก็เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารดังนั้นที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมหรือใช้ให้ผู้อื่นปลอมหนังสือมอบอำนาจนั้นแม้จะได้ความอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าจำเลยทั้งสองปลอมลายมือชื่อนายเฉลิมลงในหนังสือมอบอำนาจและนำหนังสือมอบอำนาจไปใช้ตามที่โจทก์ฟ้องการกระทำของจำเลยทั้งสองก็เป็นความผิดแล้วจึงถือได้ว่าฟ้องโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำผิดข้อเท็จจริง และรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆอีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5) แล้วจึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม"

 
พิพากษายืน

    
(สถิตย์ สิทธิลักษณ์ - ปรีชา เฉลิมวณิชย์ - ธีระจิต ไชยาคำ)

  
หมายเหตุ

  
(1) ในการบรรยายฟ้อง ไม่ว่าทางแพ่งหรือทางอาญาไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำในกฎหมาย อาจใช้ถ้อยคำธรรมดาก็ได้เพราะการบรรยายฟ้องเป็นการแสดงเจตนาอย่างหนึ่งของฝ่ายโจทก์แม้จะมิใช่เป็นการแสดงเจตนาในการทำนิติกรรมก็ตาม ทั้งในการตีความแสดงเจตนา มีบทบัญญัติรับรองว่าให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร(ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 171)

 
(2) พึงสังเกตว่า มีอยู่บ่อย ๆ ทางปฏิบัติในการบรรยายฟ้องการใช้ถ้อยคำตามตัวบทกฎหมาย เมื่อพิเคราะห์ความโดยตลอดแล้วก็มิใช่ว่าถ้อยคำที่ใช้จะมีความหมายตรงกับความหมายของตัวบทกฎหมายเสมอไป (ดูเอกสารการสอนชุดวิชากฎหมายวิธีสบัญญัติ 2,มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, หน่วยที่ 1 ซึ่งผู้เขียนเป็นผู้เขียน, พิมพ์ครั้งที่ 8, 2536 หน้า 9)

 
(3) คดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับที่บันทึกนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ว่าความผิดฐานฉ้อโกง จะต้องปรากฎว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตอันเป็นองค์ประกอบความผิดแต่หาจำต้องระบุคำว่ามีเจตนาทุจริตลงในคำฟ้องโดยตรงเสมอไปไม่ โดยตีความแสดงเจตนาของโจทก์ในคำบรรยายฟ้องว่า บังอาจร่วมกันกล่าวข้อความอันเป็นเท็จถือว่าจำเลยกระทำโดยทุจริตอยู่ในตัว ซึ่งเท่ากับศาลฎีกาถือว่าคำว่า "บังอาจ" นั้นเท่ากับเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(1) อาจจะเป็นถ้อยคำห่างไกลไปหน่อย เพราะบังอาจเป็นเรื่องที่กล้าทำ ทั้ง ๆที่กฎหมายห้ามหรือโดยผิดกฎหมาย ไม่เกรงกลัวยำเกรงต่อกฎหมายที่จริง แม้หากจะไม่บรรยายฟ้องโดยใช้คำว่า "โดยทุจริต" หรือ"เจตนาทุจริต" แต่ใช้ถ้อยคำอื่นที่มีความหมายดังกล่าวก็พอถือได้ว่าเป็นคำบรรยายที่ครบองค์ประกอบความผิดหรือสมบูรณ์เป็นคำบรรยายฟ้อง โดยเฉพาะใช้คำว่า "อันเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย" หรือบรรยายข้อเท็จจริงทำนองเดียวกันนี้ เช่น "โดยเอาเป็นประโยชน์ส่วนตัว" หรือ"โดยถือเอาประโยชน์ที่กฎหมายห้ามหรือไม่อนุญาตให้เอาได้"ดังนี้ เป็นต้น

 
ไพจิตร ปุญญพันธุ์


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 624 ครั้ง

 


หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง การบรรยายฟ้อง / ไพจิตร ปุญญพันธุ์ |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  






 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ support@lawsiam.com


ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/74

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/74

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


sitemap.xml