ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา



ชื่อข้อมูล : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ / ธีรศักดิ์ เงยวิจิตร
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8140/2541   

    
 
ป.อ. มาตรา 360

  
   จำเลยบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินสาธารณประโยชน์และได้แผ้วถางที่ดินดังกล่าวใช้ทำไร่ ทำให้บุคคลอื่นทั่วไปไม่สามารถใช้ประโยชน์จากหนองคำปลาหลาอันเป็นสาธารณประโยชน์ในส่วนที่จำเลยบุกรุกยึดถือครอบครอง เป็นการทำให้หนองสาธารณะนั้นไร้ประโยชน์แม้เป็นเพียงบางส่วน การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อ สาธารณประโยชน์แล้ว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360

  
________________________________

  
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 91, 360ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 8, 9, 108 ทวิ พระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 54, 72 ตรี กับให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินดังกล่าวด้วย

 
จำเลยให้การปฏิเสธ

 
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

 
โจทก์อุทธรณ์

 
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

 
จำเลยฎีกา

 
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีฟังข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินสาธารณประโยชน์และได้แผ้วถางที่ดินดังกล่าวใช้ทำไร่ซึ่งย่อมทำให้บุคคลอื่นทั่วไปไม่สามารถใช้ประโยชน์จากหนองคำปลาหลาอันเป็นที่สาธารณประโยชน์ในส่วนที่จำเลยบุกรุกยึดถือครอบครองไว้ เป็นการทำให้หนองสาธารณนั้นไร้ประโยชน์แม้เป็นเพียงบางส่วนการกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1วินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น แต่เนื่องจากไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำความผิดมาก่อน เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีซึ่งความเสียหายไม่ร้ายแรงแล้ว เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีสักครั้งหนึ่งโดยรอการลงโทษจำคุกไว้ แต่ให้ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งและกำหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติของจำเลยไว้ด้วย"

 
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งเป็นเงิน 4,000 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และกำหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติของจำเลยไว้ 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง ให้จำเลยเข้าร่วมกิจกรรมบริการสังคมหรือบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

    
(ศิริชัย สวัสดิ์มงคล - อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ - สุทิน ปัทมราชวิเชียร)

  
หมายเหตุ

  
 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 นี้ เป็นเรื่องที่ทำให้เสียหายทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์โดยเฉพาะ ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ เช่น ป้ายที่แสดงข้อความให้ประชาชนได้ทราบว่าบ่อน้ำเป็นหนองน้ำสาธารณะ ป้ายดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1196/2518) โทรศัพท์สาธารณะขององค์การโทรศัพท์ เสียค่าบริการใช้อย่างเดียวไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างอื่นประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะใช้และใช้ได้ทุกเวลาตามที่ต้องการจึงเป็นทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1175/2526)

 
 หากไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์แล้วก็คงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 เท่านั้นไม่ผิดตามมาตรา 360 เช่น ธงชาติไทยซึ่งโรงเรียนชักไว้ที่เสาธงของโรงเรียนไม่ใช่เป็นทรัพย์ที่โรงเรียนใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ เมื่อใช้ปืนยิงธงนั้นเสียหายจึงเป็นความผิดตามมาตรา 358 ไม่ผิดตามมาตรา 360(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 558/2509)หรือบางกรณีทรัพย์นั้นเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มิใช่เพื่อสาธารณประโยชน์ เมื่อทรัพย์นั้นถูกทำลายก็ผิดตามมาตรา 358ไม่ผิดตามมาตรา 360 เช่น สถานีตำรวจแม้จะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา 1304(3) ก็ตามถือเป็นทรัพย์สินประเภทที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะมิได้มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ เมื่อทำให้สถานีตำรวจเสียหายย่อมไม่เป็นความผิดตามมาตรา 360 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1113/2516)

 
 ข้อที่สำคัญประการหนึ่งที่จะพิจารณาว่าผู้กระทำมีความผิดตามฐานทำให้เสียทรัพย์หรือไม่นั้น คือ จะต้องดูว่าผู้กระทำมีเจตนาที่จะทำให้ทรัพย์นั้นเสียหายหรือไม่ หากผู้กระทำมีเจตนาที่จะทำให้ทรัพย์เสียหายและจะต้องเป็นการกระทำแก่ตัวทรัพย์นั้นด้วยจึงจะมีความผิด เช่น เพียงแต่ถอนเสารั้วของโจทก์แล้วเอาไปกองไว้เพื่อใช้ทางเดินตามที่เคยใช้เท่านั้นมิได้มีเจตนากระทำเพื่อให้ทรัพย์เสียหายยังไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 705/2507(ประชุมใหญ่) จำเลยปิดกั้นทางสาธารณะโดยการขุดหลุมและปักเสาไม้ลงบนถนนแล้วใช้ไม้และกิ่งไม้ขวางไว้โดยมีเจตนาไม่ให้บุคคลทั่วไปผ่านไปมา การขุดหลุมปักเสาลงบนถนนย่อมทำให้เสียหาย และการที่บุคคลทั่วไปไม่สามารถผ่านไปมาได้ย่อมเป็นการทำให้ถนนไร้ประโยชน์ การกระทำของจำเลยนั้นถือว่าเป็นความผิดตามมาตรา 360(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1517/2539)

 
 แต่หากข้อเท็จจริงฟังว่ากระทำโดยไม่มีเจตนาที่จะทำให้ทรัพย์เสียหายก็ไม่ถือว่าเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ เช่น จำเลยขุดทำลายทำนบของผู้อื่นเพื่อระบายน้ำไม่ให้ท่วมทางตามคำสั่งของกำนันโดยเจ้าของทำนบได้ตกลงไว้กับทางอำเภอรับจะระบายน้ำให้แล้วย่อมจะฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ไม่ได้(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 501-502/2506) การเข้าไปไถนาในที่ดินซึ่งตนเชื่อโดยสุจริตว่าตนมีสิทธิโดยชอบที่จะเข้าไปทำได้ แม้จะทำให้คันนาของผู้อื่นเสียหายก็ถือไม่ได้ว่ามีเจตนากระทำผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2510) ที่ดินพิพาทที่จำเลยยึดถือครอบครองแม้จะอยู่ในเขตที่สาธารณ แต่จำเลยเข้ายึดถือครอบครองมาหลายปีแล้วโดยสำคัญว่าตนมีสิทธิครอบครอง แม้จำเลยจะแผ้วถางก่นสร้างก็กระทำเพื่อมุ่งประสงค์จะทำนาในที่ดินนั้น ๆ อันเป็นการที่จำเลยใช้สิทธิในที่ดินตามสมควรในการทำนาตามสภาพปกติของที่ดินโดยที่ไม่ปรากฏความเสียหายที่แท้จริง หรือได้ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ในที่ดินประการใด การเข้าทำนาตามสภาพของที่ดินเป็นการห่างไกลความประสงค์ของเรื่องทำให้เสียทรัพย์ ทั้งจำเลยหาได้มีเจตนาโดยตรงที่จะทำให้เสียทรัพย์ไม่ การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดตามมาตรา 360(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2907-2928/2517)

 
 จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ผ่านมาจะเห็นว่าการกระทำที่จะเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์นั้นจะต้องดูจากเจตนาของผู้กระทำเป็นสำคัญซึ่งจะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ๆ ไป และจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่หมายเหตุนี้ศาลมองจากการกระทำของจำเลยว่ามีเจตนาที่จะบุกรุกยึดถือทำประโยชน์ในที่สาธารณะดังกล่าว ซึ่งผลจากการกระทำของจำเลยแม้จะเป็นเพียงบางส่วนก็ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่สามารถใช้ประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ดังกล่าวได้เต็มที่ก็ถือว่าทำให้ที่ดินนั้นไร้ประโยชน์ จึงเป็นความผิดตามมาตรา 360

 
  ธีรศักดิ์  เงยวิจิตร


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 1469 ครั้ง

 


หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ / ธีรศักดิ์ เงยวิจิตร |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  






 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ support@lawsiam.com


ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/74

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/74

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


sitemap.xml