ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา



ชื่อข้อมูล : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง จำคุกจำเลยเป็นเดือนตั้งแต่ 12 เดือน ขึ้นไป โดยไม่คำนวณเป็นปี / ศิริชัย วัฒนโยธิน
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9174/2551      

 
 
ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, 225

 
ป.อ. มาตรา 21 วรรคสอง

  
          เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยจำหน่ายให้ ศ. และ ร. ในแต่ละครั้งเป็นเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายหมดไปในแต่ละคราว การกระทำของจำเลยในแต่ละครั้งซึ่งเป็นทั้งความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจึงเป็นกรรมเดียวกันต้องลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักสุด แต่ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมีระวางโทษเท่ากัน จำเลยจึงควรรับโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน อย่างไรก็ดี ที่ศาลชั้นต้นรวมโทษทั้งสองกระทงเข้าด้วยกันแล้วจึงลดโทษ ย่อมเป็นผลร้ายแก่จำเลยมากกว่าลดโทษแต่ละกระทงเสียก่อนแล้วจึงรวมเข้าด้วยกัน แม้มีเศษเป็นเดือนก็คงให้เป็นเดือนต่อไปโดยไม่ปรับเป็นปีเพราะ ป.อ. มาตรา 21 วรรคสอง บัญญัติว่า หากกำหนดโทษจำคุกเป็นเดือน ให้นับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน แล้วถ้ากำหนดเป็นปี ให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ เมื่อเป็นเช่นนี้การกำหนดโทษจำคุก 12 เดือน ย่อมมีกำหนดเท่ากับ 360 วัน ซึ่งน้อยกว่าจำนวนวันตามปีปฏิทินที่อาจมีถึง 366 วัน หรือ 365 วัน สุดแท้แต่ว่าจะเป็นปีอธิกสุรทินหรือปีจันทรคติ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยไม่ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

 
________________________________

  
          โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

 
          จำเลยให้การปฏิเสธ

 
          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ในการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสามคงจำคุก 5 ปี 4 เดือน

 
          จำเลยอุทธรณ์

 
          ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

 
          โจทก์ฎีกา

 
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “...พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีนายศิลา เป็นพยานเบิกความว่า พยานเคยไปซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย 2 เม็ด เมื่อต้นปี 2545 นอกจากนี้โจทก์ยังมีนายรุ่ง เป็นพยานเบิกความสนับสนุนว่า เมื่อปลายปี 2545 พยานเคยไปซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยในราคาเม็ดละ 150 บาท ถึง 170 บาท หลังจากนั้นพยานทั้งสองเข้าร่วมโครงการบำบัดยาเสพติดให้โทษและถูกเจ้าพนักงานตำรวจซักถาม พยานทั้งสองจึงเล่าเรื่องให้ฟังและให้การไว้ในชั้นสอบสวนรายละเอียดปรากฏตามเอกสารหมาย จ.7 และ จ.8 พยานทั้งสองต่างไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน จึงไม่มีเหตุให้ระแวงว่าจะปรุงแต่งเรื่องราวขึ้นใส่ร้ายปรักปรำจำเลยให้ต้องรับโทษ แม้คำเบิกความของนายรุ่งกับนายศิลาในการซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยจะแตกต่างไปจากที่เคยให้การไว้ในชั้นสอบสวนบ้าง เป็นต้นว่าในชั้นสอบสวนนายศิลาให้การว่าเคยซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยถึง 10 ครั้ง ส่วนนายรุ่งให้การว่าเคยซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย 7 ครั้ง แต่ในชั้นพิจารณาบุคคลทั้งสองเบิกความว่า ซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยเพียงคนละครั้งเท่านั้น ข้อแตกต่างดังกล่าวก็เป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อยอันเป็นพลความ ไม่เป็นพิรุธจนถึงขนาดทำให้น้ำหนักคำเบิกความของพยานทั้งสองเสียไปยิ่งกว่านั้นโจทก์ยังมีบันทึกคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.9 ซึ่งรับสารภาพว่ารับเมทแอมเฟตามีนมาจากชายที่ชื่อธวัชแล้วนำไปขายให้แก่บุคคลทั่วไป ทั้งยังนำชี้ที่เกิดเหตุให้พนักงานสอบสวนถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วยพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยจำหน่ายให้แก่นายศิลาและนายรุ่ง ในแต่ละครั้งเป็นเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายหมดไปในแต่ละคราว การกระทำของจำเลยในแต่ละครั้งซึ่งเป็นทั้งความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจึงเป็นกรรมเดียวกันต้องลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด แต่ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมีระวางโทษเท่ากัน จำเลยจึงควรรับโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน อย่างไรก็ดี ที่ศาลชั้นต้นรวมโทษทั้งสองกระทงเข้าด้วยกันแล้วจึงลดโทษ ย่อมเป็นผลร้ายแก่จำเลยมากกว่าการลดโทษแต่ละกระทงเสียก่อนแล้วจึงรวมเข้าด้วยกัน แม้มีเศษเป็นเดือนก็คงให้เป็นเดือนต่อไปโดยไม่ปรับเป็นปีเพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 วรรคสอง บัญญัติว่า หากกำหนดโทษจำคุกเป็นเดือน ให้นับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน แต่ถ้ากำหนดเป็นปี ให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ เมื่อเป็นเช่นนี้การกำหนดโทษจำคุก 12 เดือน ย่อมมีกำหนดเท่ากับ 360 วัน ซึ่งน้อยกว่าจำนวนวันตามปีปฏิทินที่อาจมีถึง 366 วัน หรือ 365 วัน สุดแท้แต่ว่าจะเป็นปีอธิกสุรทินหรือปีจันทรคติ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยไม่ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225”

 
          พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษจำคุกกระทงละ 4 ปี ลดโทษในแต่ละกระทงให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้วจำคุกกระทงละ 2 ปี 8 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 4 ปี 16 เดือน

  
(กำพล ภู่สุดแสวง - สถิตย์ ทาวุฒิ - อิศเรศ ชัยรัตน์)

  
หมายเหตุ

  
คำพิพากษาที่ให้ลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเดือนตั้งแต่ 12 เดือน ขึ้นไป โดยไม่คำนวณเป็นปี เกิดขึ้นได้ดังนี้

 
1. ศาลจะลงโทษจำคุกเป็นปี แต่ลดโทษแล้วมีเศษเป็นเดือน เช่น

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2144/2544 การที่ศาลล่างรวมโทษจำคุกจำเลยทั้งสามกระทงก่อนแล้วจึงลดโทษนั้นไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อลดโทษจำคุกแต่ละกระทงแล้วมีเศษเป็นเดือน การนับโทษจำคุกเป็นเดือนต้องนับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน แต่การนับโทษจำคุกเป็นปีต้องนับตามที่ปฏิทินราชการตาม ป.อ. มาตรา 21 วรรคสอง ดังนั้น หากกำหนดโทษจำคุกเป็นเดือนเมื่อรวมโทษจำคุกได้ 12 เดือน จำเลยย่อมได้รับโทษจำคุก 360 วัน แต่ถ้ารวมโทษเป็น 1 ปี จะได้รับโทษจำคุก 365 วัน หรือ 366 วัน เห็นได้ว่าหากรวมโทษจำคุกจากเดือนเป็นปีย่อมเป็นผลร้ายแก่จำเลยมากกว่า จึงต้องลดโทษให้จำเลยทุกกระทงก่อนแล้วรวมโทษจำคุกในส่วนที่เป็นเดือนคงให้เป็นเดือนต่อไป พิพากษาจำคุกกระทงละ 5 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 แล้ว ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมลงโทษจำคุก 4 ปี 12 เดือน

 
คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับที่หมายเหตุวินิจฉัยเดินตามคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้

 
2. ลงโทษจำคุกเป็นเดือน แยกพิจารณาเป็น 2 กรณี

 
2.1 กรณีอัตราโทษจำคุกสูงสุด ที่กฎหมายบัญญัติไว้ตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป เช่น

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2532 จำเลยสั่งจ่ายเช็ค 3 ฉบับ ลงวันที่สั่งจ่ายต่างกัน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 ในวันที่ 30 มิถุนายน 2529 ครั้งหนึ่งและปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คฉบับที่ 3 ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2529 อีกครั้งหนึ่ง แม้ธนาคารตามเช็คจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 ในวันเดียวกันก็ต้องถือว่าจำเลยกระทำความผิดในการออกเช็คฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 ต่างกรรม ต่างวาระกัน การกระทำของจำเลยในการออกเช็ค 3 ฉบับจึงเป็นความผิด 3 กระทง ศาลลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 8 เดือน รวม 3 กระทง ต้องกำหนดโทษเป็นจำคุก 24 เดือน ไม่ใช่ 2 ปี เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 12 เดือน ไม่ใช่ 1 ปี เพราะการวางโทษจำคุกเป็นปีทำให้จำเลยเสียเปรียบต้องรับโทษมากกว่าการวางโทษจำคุกเป็นเดือนตาม ป.อ. มาตรา 21 วรรคสอง

 
2.2 กรณีอัตราโทษจำคุกสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุดไม่ถึง 1 ปี เช่น ความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ฯ

 
3. ลงโทษจำคุกเป็นวัน

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1356-1521/2501 การกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกันถึง 166 ครั้งนั้นเพื่อความสะดวกศาลแขวงจะรวมคดีทั้ง 166 สำนวนพิจารณาพิพากษารวมกันก็ได้และเมื่อศาลแขวงลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละสำนวนโดยมีกำหนดโทษซึ่งอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะลงแล้ว แม้ในที่สุดจำเลยจะต้องรับโทษถึง 2490 วัน ก็ย่อมทำได้ การลงโทษเรียงสำนวนทั้ง 166 สำนวน พึงให้นับโทษติดต่อกันไปไม่จำต้องรวมโทษทุกสำนวนเข้าด้วยกันแล้วคิดทอนจากวันเป็นปีเดือนเพราะจะทำให้จำเลยต้องรับโทษจริงเกินกว่าโทษที่จะต้องรับโดยการนับโทษติดต่อ

 
การที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็นจำนวนเดือนตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป ยิ่งมากเท่าไรก็ยิ่งสร้างความกังขาให้บุคคลทั่วไปคลางแคลงใจว่าเหตุใดไม่จำคุกเป็นปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีโทษจำคุกเป็นปีอยู่ด้วย เช่น จำคุก 4 ปี 24 เดือน ซึ่งแม้แต่ศาลด้วยกันเองก็ยังกังขา จนเป็นเหตุให้หาทางหลีกเลี่ยงทางหนึ่งก็คือ รวมโทษจำคุกทุกกระทงก่อน แล้วจึงลดโทษ เช่น

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5099/2545 จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 5 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวจำนวน 1 เม็ด ให้แก่สายลับ เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นและยึดได้เมทแอมเฟตามีนที่เหลือจากการจำหน่ายที่จำเลยอีก 4 เม็ด ดังนั้นแม้เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยจำหน่ายให้แก่สายลับจะเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแต่การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมีลักษณะของการกระทำต่างกัน เป็นการกระทำต่างขั้นตอนกันสามารถแยกการกระทำแต่ละอย่างต่างหากจากกันได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรม

 
การลงโทษจำเลยที่กระทำความผิดหลายกรรมและเรียงกระทงลงโทษมิได้มีกฎหมายบัญญัติให้แยกลดโทษแต่ละกระทงก่อนแล้วจึงรวมโทษภายหลัง การที่ศาลรวมโทษที่วางแต่ละกระทงแล้วจึงลดโทษให้จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

 
ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2544 มาตรา 8 และมาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 15 และ 66 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และใช้ข้อความใหม่แทนโดยในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย มาตรา 15 วรรคสาม (2) ที่แก้ไขใหม่บัญญัติว่า แอมเฟตามีนหรืออนุพันธ์ของแอมเฟตามีนมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่ 375 มิลลิกรัมขึ้นไป หรือมียาเสพติดที่มีสารดังกล่าวผสมอยู่จำนวน 15 หน่วยการใช้ขึ้นไป หรือมีน้ำหนักสุทธิตั้งแต่ 1.5 กรัม ขึ้นไปให้ถือว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แตกต่างจากกฎหมายเดิมในมาตรา 15 วรรคสอง ที่กำหนดเฉพาะปริมาณที่คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ 20 กรัมขึ้นไปเท่านั้น โดยไม่คำนึงว่าจะมีจำนวนหน่วยการใช้หรือน้ำหนักสุทธิมากน้อยเพียงใด ดังนั้น เงื่อนไขที่เป็นองค์ประกอบความผิดดังกล่าวตามกฎหมายเดิมเป็นคุณมากกว่ากฎหมายที่แก้ไขใหม่ จึงต้องใช้กฎหมายเดิมในส่วนที่เป็นบทความผิดบังคับแก่จำเลย

 
ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนทั้งกฎหมายเดิมและกฎหมายที่แก้ไขใหม่ในมาตรา 15 วรรคหนึ่ง คงใช้ข้อความทำนองเดียวกัน จึงต้องใช้กฎหมายเดิมบังคับ

 
จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำนวน 5 เม็ด น้ำหนัก 0.450 กรัม และจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1 เม็ด น้ำหนักไม่ปรากฏชัด โดยไม่ปรากฏว่าเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้เท่าใด การกระทำทั้งสองกรรมต่างเป็นความผิดตามมาตรา 66 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขใหม่มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงสิบห้าปี หรือปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสามแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับแตกต่างจากมาตรา 66 วรรคหนึ่งตามกฎหมายเดิมที่มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงห้าแสนบาท ดังนั้น โทษจำคุกตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็นคุณมากกว่า จึงต้องใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่ในส่วนที่เป็นคุณบังคับแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3

 
ด้วยความเคารพ ผู้หมายเหตุไม่เห็นด้วยกับวิธีหลีกเลี่ยงดังกล่าวเพราะแม้กฎหมายมิได้แยกให้ลดโทษแต่ละกระทงก่อน แล้วจึงรวมภายหลัง แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่ากฎหมายประสงค์ให้พิจารณาแต่ละกระทงก่อน มิฉะนั้นจะเกิดผลต่างกัน เช่น หากจำคุกจำเลยตลอดชีวิต 2 กระทง หากรวมโทษก่อน ก็จะจำคุกตลอดชีวิตแล้วจึงลดโทษ หากลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 25 ปี แต่หากลดโทษก่อน เมื่อลดโทษแล้วจำคุกกระทงละ 25 ปี รวมจำคุก 50 ปี ผลแตกต่างกันถึง 25 ปี แต่ด้วยความเคารพผู้หมายเหตุก็ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาฉบับที่หมายเหตุที่วินิจฉัยเดินตามคำพิพากษาฉบับก่อน โดยเฉพาะกรณีตามข้อ 1 และ 2.1 ผู้หมายเหตุให้เปรียบเทียบกับน้ำ 2 แก้ว หากดื่มไปแก้วละครึ่ง ก็จะเหลือน้ำแก้วละครึ่ง เมื่อนำมารวมกันก็จะได้น้ำ 1 แก้ว เช่นเดียวกับโทษจำคุก 1 ปี 2 กระทง ลดโทษกระทงละกึ่งหนึ่งแล้ว เมื่อเอาโทษจำคุกส่วนที่เหลือมารวมกันต้องเป็น 1 ปี จะบอกว่าไม่ถึง 1 ปี แสดงว่าต้องมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น จึงต้องพิจารณาว่าผิดพลาดส่วนใด เมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นว่าโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุกกระทงละ 6 เดือน (บ่งแสดงว่ากระจายโทษ 1 ปี เป็น 12 เดือน เป็นการคำนวณตามปีปฏิทิน) เมื่อลดกึ่งหนึ่ง (หักออกครึ่งหนึ่ง) ก็เหลือกระทงละ 6 เดือน ดังนั้น เมื่อรวม 2 กระทงแล้วเป็นจำคุก 12 เดือน ก็ต้องทอนกลับไปเป็น 1 ปี ได้ ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบแต่อย่างใด เพราะเป็นการคำนวณตามปีปฏิทินว่า 12 เดือน เป็น 1 ปี หรือ 1 ปี มี 12 เดือน แต่ถ้าหากคำนวณตามคำพิพากษาที่หมายเหตุอย่างเคร่งครัดก็จะพบว่ามีความผิดพลาดในการลดโทษกล่าวคือหากลดโทษจำคุก 1 ปี ลงกึ่งหนึ่งแล้วเหลือ 6 เดือน (180 วัน) เป็นการลดโทษที่เกินกว่ากึ่งหนึ่ง หากจะต้องลดกึ่งหนึ่งแล้ว ต้องจำคุก 6 เดือน 2 วันครึ่ง หรือ 6 เดือน 3 วัน แล้วแต่ว่าเป็นปีอธิกสุรทินหรือปีจันทรคติ จะทำให้นำมารวมกันแล้วเป็น 1 ปี ตามเดิม เช่นเดียวกันในการลด 1 ใน 3 หากจำคุก 1 ปี ลดแล้วเหลือ 8 เดือน (240 วัน) ย่อมเกิน 1 ใน 3 ถือได้ว่าเป็นการคำนวณลดโทษที่ผิดเช่นกัน

 
กรณีที่โทษขั้นสูงตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป แต่ศาลวางโทษจำคุกไม่ถึง 1 ปี หากแต่ลงโทษจำคุกเป็นเดือน เช่น 4 เดือน 5 เดือน 6 เดือน ฯลฯ เมื่อรวมหลายกระทงแล้วเป็นจำคุกตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป ก็ทอนเป็นปีได้เพราะเป็นการคำนวณตามที่ศาลกำหนดไว้เพื่อง่ายต่อการพิจารณาและเพื่อให้คู่ความเห็นว่าการคำนวณและรวมโทษถูกต้องหรือไม่ มิได้เจตนาคำนวณว่า เดือนหนึ่งมี 30 วัน ตาม ป.อ. มาตรา 21 วรรคสอง แต่อย่างใด อีกทั้งการคำนวณ 12 เดือน เป็น 1 ปี ก็เป็นการคำนวณตามปีปฏิทิน มิฉะนั้นต้องลงโทษกันโดยยึดปีเป็นหลัก เช่น ต้องการจำคุก 4 เดือน ก็เปลี่ยนเป็น จำคุกหนึ่งในสามของปี ต้องการจำคุก 5 เดือน ก็เปลี่ยนเป็น จำคุกห้าในสิบสองของปี ต้องการจำคุก 6 เดือน ก็เปลี่ยนเป็นจำคุกครึ่งปี เป็นต้น จะยุ่งยากมาก

 
ส่วนความผิดที่มีอัตราโทษอย่างสูงไม่ถึง 1 ปี เช่น จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หากศาลจะพิพากษาลงโทษขั้นสูงสุด คือ 6 เดือน หากตีความตามคำพิพากษาฉบับที่หมายเหตุ ก็จะใช้คำว่า จำคุกครึ่งปีไม่ได้เพราะเกินโทษขั้นสูงของกฎหมาย เพราะ 6 เดือน เท่ากับ 180 วัน แต่ตามเจตนารมณ์ของผู้ร่างกฎหมายแล้ว ผู้หมายเหตุเห็นว่าคงไม่ได้คิดถึงข้อปลีกย่อยดังกล่าว คงพิจารณาแต่เพียงว่าโดยทั่วไปแล้วไม่มีใครใช้คำว่า ครึ่งปี มักจะใช้เป็นเดือน จึงกำหนดเป็น 6 เดือน หากศาลจะลงโทษครึ่งปีก็ไม่เกินเจตนารมณ์ของผู้ร่างกฎหมายแต่อย่างใด แต่หากใช้จำคุกเป็นเดือนรวมหลายกระทงเกิน 12 เดือน ก็ยังทอนเป็นปีได้ พิจารณาเฉพาะ 30 วันเป็น 1 เดือน ก็จะทำให้ลงโทษจำคุกเป็นเดือน และเพิ่มวันเพื่อจะทอนเป็นปีด้วย เช่น จำคุกกระทงละ 4 เดือน 1 วัน เป็นต้น จะทำให้ยุ่งยาก

 
หากคำพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นวัน เช่นคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1356-1521/2501, 4840/2540 เช่นนี้ จะทอนเป็นปีได้ก็ต้องคำนวณ 365 หรือ 366 วันเป็น 1 ปี

 
โดยสรุปผู้หมายเหตุ เห็นว่า 12 เดือน เป็น 1 ปี และ 1 ปี มี 12 เดือน ดังกล่าวข้างต้น

 
ศิริชัย วัฒนโยธิน


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 531 ครั้ง

 


หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง จำคุกจำเลยเป็นเดือนตั้งแต่ 12 เดือน ขึ้นไป โดยไม่คำนวณเป็นปี / ศิริชัย วัฒนโยธิน |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  






 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ support@lawsiam.com


ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/74

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/74

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


sitemap.xml