ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา



ชื่อข้อมูล : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน / สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10143/2551       

ป.อ. มาตรา 1 (1), 334, 339

  
          ผู้เสียหายกับจำเลยรู้จักกันมาก่อน ไปเที่ยวดื่มสุราด้วยกัน พยานโจทก์ที่ไปในที่เกิดเหตุกับจำเลยและผู้เสียหายเบิกความว่า ขณะที่กำลังรอรถโดยสารประจำทางอยู่นั้น จำเลยกับผู้เสียหายกอดกันในฐานะคนรัก หลังเกิดเหตุเมื่อสิบตำรวจเอก ป. ตามไปพบจำเลยอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุเพียงประมาณ 100 เมตร พบจำเลยถอดเสื้อเอาเสื้อพาดบ่าไว้ โดยจำเลยมีอาการมึนเมาและร้อยตำรวจโท น. พนักงานสอบสวนก็เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ขณะจับตัวจำเลย จำเลยมีอาการมึนเมา จากพฤติการณ์แห่งคดีเชื่อว่าจำเลยรู้จักคุ้นเคยกับผู้เสียหายและจำเลยกระทำในขณะมึนเมา การที่จำเลยเอาสร้อยข้อมือทองคำของผู้เสียหายไปนั้นไม่ได้ประสงค์จะเอาไปในลักษณะเป็นการประทุษร้ายต่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ของผู้เสียหาย จำเลยมิได้เจตนาที่จะเอาทรัพย์ไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่มีเจตนาทุจริต ไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์

 
________________________________

  
          โจทก์ฟ้องว่า จำเลยชิงทรัพย์สร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 สลึง 1 เส้น ราคา 3,750 บาท ของผู้เสียหายไป โดยจำเลยบีบคอผู้เสียหายเพื่อให้ความสะดวกแก่การชิงทรัพย์ การพาทรัพย์นั้นไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์และยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลชั้นต้น คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 8184/2544 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2544 ฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี จำเลยมากระทำผิดในคดีนี้ภายในเวลาที่ศาลรอการลงโทษไว้ ซึ่งมิใช่ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือลหุโทษ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 339 บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้เข้ากับโทษในคดีนี้ด้วย

 
          จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

 
          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 10 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 8184/2544 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ เป็นจำคุก 6 ปี 14 เดือน

 
          จำเลยอุทธรณ์

 
          ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

 
          จำเลยฎีกา

 
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยรู้จักสนิทสนมกับนางสาวสุกัญญา ผู้เสียหาย วันเกิดเหตุ ก่อนที่จะเกิดเหตุจำเลยกับพวกและผู้เสียหายไปร่วมกันดื่มสุราที่ร้านคาราโอเกะตั้งแต่เวลาประมาณ 22 นาฬิกา ถึงเวลาประมาณ 1 นาฬิกา ณ สถานที่เกิดเหตุ จำเลยพยายามกอดผู้เสียหายและพูดจาชักชวนให้ผู้เสียหายไปร่วมหลับนอนด้วย ผู้เสียหายพยายามดิ้นขัดขืนและไม่ยินยอมที่จะไปด้วย จำเลยกอดและพูดจารบเร้าผู้เสียหายต่อไป แต่ผู้เสียหายคงไม่ยินยอมที่จะไปหลับนอนด้วย จำเลยจึงปล่อยมือจากการกอดผู้เสียหายและมีสร้อยข้อมือทองคำของผู้เสียหายจำนวน 1 เส้น อยู่ในมือของจำเลยแล้วจำเลยเดินไปตามถนนพระราม 3 สักครู่หนึ่งมีเจ้าพนักงานตำรวจผ่านมาพบผู้เสียหายยืนร้องไห้อยู่จึงสอบถาม เมื่อทราบเหตุการณ์จึงขับรถจักรยานยนต์ไปตามถนนพระราม 3 ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร พบจำเลยเดินอยู่จึงเข้าตรวจค้นตัวจำเลยพบสร้อยข้อมือทองคำของผู้เสียหายภายในกระเป๋ากางเกงจึงจับกุมจำเลยมาดำเนินคดี คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่าจำเลยเอาสร้อยข้อมือทองคำของผู้เสียหายไปโดยเจตนาทุจริตหรือไม่ เห็นว่า ผู้เสียหายกับจำเลยรู้จักกันมาก่อน ไปเที่ยวดื่มสุราด้วยกัน นายภาณุพงษ์ พยานโจทก์ที่ไปในที่เกิดเหตุกับจำเลยและผู้เสียหายเบิกความว่า ขณะที่กำลังรอรถโดยสารประจำทางอยู่นั้น จำเลยกับผู้เสียหายกอดกันในฐานะคนรัก หลังเกิดเหตุเมื่อสิบตำรวจเอกปรีชา ยอดเปลี่ยน ตามไปพบจำเลยอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุเพียงประมาณ 100 เมตร พบจำเลยถอดเสื้อเอาเสื้อพาดบ่าไว้โดยจำเลยมีอาการมึนเมาและร้อยตำรวจโทนพพร เริ่มรอบ พนักงานสอบสวนก็เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ขณะจับตัวจำเลย จำเลยมีอาการมึนเมา จากพฤติการณ์แห่งคดีเชื่อว่าจำเลยรู้จักคุ้นเคยกับผู้เสียหายและจำเลยกระทำในขณะมึนเมา การที่จำเลยเอาสร้อยข้อมือทองคำของผู้เสียหายไปนั้นไม่ได้ประสงค์จะเอาไปในลักษณะเป็นการประทุษร้ายต่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ของผู้เสียหาย จำเลยมิได้เจตนาที่จะเอาทรัพย์ไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่มีเจตนาทุจริต ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยบีบคอผู้เสียหายจริง ดังนั้น แม้จำเลยจะไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์ แต่จำเลยก็มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ซึ่งศาลพิพากษาลงโทษจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย และเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยประพฤติตนเป็นพลเมืองดี ให้รอการลงโทษ และเมื่อรอการลงโทษจำคุกในคดีนี้ย่อมไม่อาจนำโทษจำคุกในคดีก่อนมาบวกกับโทษจำคุกในคดีนี้ได้”

 
          พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุก 3 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทศจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29, 30 คำขออื่นให้ยก

  
(สมศักดิ์ จันทรา - เอกชัย ชินณพงศ์ - ชวลิต สุจริตกุล)

  
หมายเหตุ

  
ความผิดฐานลักทรัพย์ นอกจากผู้กระทำจะต้องมีเจตนาธรรมดาแล้วยังต้องมีเจตนาพิเศษ กล่าวคือเจตนาโดยทุจริตด้วย จึงจะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ได้ อย่างไรเป็นเจตนาโดยทุจริต มีการให้คำนิยามไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (1)

 
ในความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน ก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน กล่าวคือนอกจากผู้กระทำต้องมีเจตนาธรรมดาแล้วยังต้องมีเจตนาพิเศษด้วย กล่าวคือความตั้งใจที่จะเอาทรัยพ์ไว้ (Zueignungsabsicht) ผู้เขียนหมายเหตุเห็นว่าเจตนาโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาของไทยสามารถนำแนวคิดของเยอรมันในเรื่องความตั้งใจที่จะเอาทรัพย์ไว้มาปรับใช้ได้ ดังนั้น เจตนาโดยทุจริตจึงประกอบไปด้วยองค์ประกอบในส่วนของการพรากทรัพย์ (die Enteignung) ซึ่งหมายความว่าการพรากทรัพย์ไปอย่างถาวรและส่วนของการเอาทรัพย์ไว้ในความครอบครอง (die Aneignung) ในส่วนขององค์ประกอบของการพรากทรัพย์ไปนั้น จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงการสูญเสียสิทธิครอบครองในตัวทรัพย์ตามความเป็นจริงของผู้มีสิทธิในทรัพย์แต่เดิมส่วนองค์ประกอบของการเอาทรัพย์ไว้ในความครอบครองแสดงให้เห็นถึงการที่ตัวทรัพย์เข้าไปรวมอยู่ในกองทรัพย์สินของผู้กระทำผิด

 
หากคิดจากหลักกฎหมายอาญาเยอรมัน คำพิพากษาศาลฎีกาที่หมายเหตุนี้ก็มีข้อน่าคิดอยู่ว่าจำเลยกระทำโดยขาดเจตนาโดยทุจริตได้อย่างไรในเมื่อองค์ประกอบทั้งในส่วนของการพรากทรัพย์และการเอาทรัพย์ไว้ในความครอบครองมีอยู่ครบ แม้จำเลยจะรู้จักคุ้นเคยกับผู้เสียหายและกระทำในขณะมึนเมาอย่างที่ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงไว้แต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวก็ไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้การกระทำของจำเลยขาดเจตนาทุจริตไปได้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 66 และมาตรา 71 ย่อมเป็นเหตุผลที่โต้แย้งการให้เหตุผลของศาลฎีกาในข้อนี้ได้เป็นอย่างดี

 
สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 573 ครั้ง

 


หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน / สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์ |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  






 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ support@lawsiam.com


ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/74

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/74

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


sitemap.xml