ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา



ชื่อข้อมูล : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร ข่มขืนกระทำชำเรา / อาคม รุ่งแจ้ง
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4450/2552      

 
 
ป.อ. มาตรา 3, 90, 276, 278, 318

  
          ความผิดฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจาร ตาม ป.อ. มาตรา 318 วรรคสาม จำเลยมีเจตนากระทำต่อผู้ปกครองหรือผู้ดูแลซึ่งก็คือผู้เสียหายที่ 2 เป็นความผิดกรรมหนึ่งส่วนความผิดฐานร่วมกันข่มขืนใจโดยมีอาวุธตามมาตรา 309 วรรคสอง กับฐานร่วมกันกระทำอนาจารตามมาตรา 278 และฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราตามมาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่จำเลยกระทำความผิดและกฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้กฎหมายขณะที่จำเลยกระทำความผิดบังคับนั้น จำเลยมีเจตนาเดียวกันคือ พาผู้เสียหายที่ 1 ไปข่มขืนกระทำชำเรา การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามมาตรา 276 วรรคแรก ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90

 
________________________________

  
          โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2545 เวลากลางคืนก่อนเที่ยงถึงเวลากลางวันต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน จำเลยกับพวกอีกหลายคนซึ่งไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันพรากนางสาวกมลทิพย์ พงษ์ขำ ผู้เสียหายที่ 1 อายุสิบห้าปีเศษ ไปเสียจากนางสาวนกแก้ว พงษ์ขำ ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ปกครองและผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร โดยผู้เสียหายที่ 1 ไม่เต็มใจไปด้วย โดยจำเลยกับพวกร่วมกันข่มขืนใจผู้เสียหายที่ 1 ให้ออกจากที่พักและจำยอมต้องขึ้นรถยนต์คันที่จำเลยกับพวกใช้เป็นยานพาหนะด้วยการขู่เข็ญโดยใช้อาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก จ่อไปที่ศีรษะของผู้เสียหายที่ 1 กับเพื่อนจนผู้เสียหายที่ 1 เกิดความกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกายของผู้เสียหายที่ 1 และเพื่อน เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 จำยอมต้องขึ้นรถยนต์ไปกับจำเลยและพวกแล้วจำเลยกับพวกอีก 2 คน ร่วมกันกระทำอนาจารผู้เสียหายที่ 1 โดยการใช้กำลังประทุษร้ายใช้มือล้วงไปที่บริเวณหน้าอกและจูบปากผู้เสียหายที่ 1 กับใช้อาวุธปืนออกมาขู่เข็ญผู้เสียหายที่ 1 จนเกิดความกลัวไม่กล้าขัดขืนและอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ภายหลังที่จำเลยกับพวกกระทำความผิดดังกล่าวแล้ว จำเลยกับพวกได้พาผู้เสียหายที่ 1 ไปบ้านพักไม่ทราบเลขที่ จากนั้นจำเลยได้ใช้กำลังประทุษร้ายกอดปล้ำข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งมิใช่ภริยาจำเลย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จนสำเร็จความใคร่ เหตุเกิดที่ตำบลท่าหิน ตำบลโคกตูมและตำบลท่าศาลาอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 276, 278, 309, 318

 
          จำเลยให้การปฏิเสธ

 
          ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก, 318 วรรคสาม, 278, 309 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราจำคุก 20 ปี ฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารเป็นความผิดกรรมเดียวกับฐานร่วมกันทำให้เสียเสรีภาพโดยมีอาวุธ จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 15 ปี ฐานร่วมกันกระทำอนาจารจำคุก 5 ปี รวมจำคุก 40 ปี ทางนำสืบจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 30 ปี

 
          จำเลยอุทธรณ์

 
          ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานข่มขืนกระทำชำเราจำคุก 12 ปี ฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร จำคุก 8 ปี ฐานร่วมกันกระทำอนาจาร จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 22 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุกจำเลย 16 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

 
          จำเลยฎีกา

 
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า วันเกิดเหตุตามฟ้องเวลาประมาณ 3 นาฬิกา จำเลยกับพวกไปที่โรงแรมลพบุรีซิตี้ ห้องเลขที่ 46 เพื่อสอบถามเกี่ยวกับพระเครื่องที่เพื่อนผู้เสียหายที่ 1 เอาไปแล้วยังไม่นำมาคืน นายสุทัศน์ หัสดีผงซึ่งอยู่กับผู้เสียหายที่ 1 ในห้องดังกล่าวรวมกับเพื่อนผู้เสียหายที่ 1 อีก 3 - 4 คน จึงพาจำเลยกับพวกมาพบนางสาวเอที่สถานีบริการน้ำมันเจ็ตห่างออกไปไม่ถึงยี่สิบนาที เพื่อรอรับพระเครื่องคืน หลังจากจำเลยกับพวกได้พระเครื่องคืนแล้ว พวกของผู้เสียหายที่ 1 กลับหมด เหลือเพียงผู้เสียหายที่ 1 กับจำเลยและพวกเนื่องจากผู้เสียหายที่ 1 รอนายโอ๊ตซึ่งเป็นคนรักมารับกลับ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า จำเลยร่วมกับพวกกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ สำหรับความผิดฐานร่วมกันกระทำอนาจารศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 5 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุก 2 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่ อันเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจาร ฐานร่วมกันข่มขืนใจโดยมีอาวุธ และฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราหรือไม่ เห็นว่า นอกจากโจทก์จะมีผู้เสียหายที่ 1 เบิกความว่า จำเลยกับพวกอีก 2 คน ใช้อาวุธปืนขู่บังคับผู้เสียหายที่ 1 ให้นั่งรถไปที่อ่างซับเหล็ก แล้วใช้มือจับหน้าอกผู้เสียหายที่ 1 พร้อมกับจูบปากผู้เสียหายที่ 1 ต่อจากนั้นจำเลยยังพาผู้เสียหายที่ 1 ไปข่มขืน โดยใช้อาวุธปืนพกสั้นขู่บังคับผู้เสียหายที่ 1 จึงยอมร่วมประเวณี โดยจำเลยร่วมประเวณีแล้วหลั่งน้ำอสุจิออกนอกอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 โจทก์ยังมีนายสุทัศน์และผู้เสียหายที่ 2 โดยพยานโจทก์ทั้งสองเบิกความว่า วันรุ่งขึ้นเวลาประมาณ 10 นาฬิกา ผู้เสียหายที่ 1 ร้องไห้มาพบแจ้งว่าถูกจำเลยข่มขืน สอดคล้องกับรายงานการตรวจอวัยวะเพศผู้เสียหายที่ 1 เอกสารหมาย จ. 7 พบรอยฉีกขาดบริเวณเยื่อพรหมจารี และรอยช้ำบวมที่บริเวณเยื่อบุช่องคลอด และปากมดลูกบวมแดง แสดงว่าจำเลยข่มขืนผู้เสียหายที่ 1 โดยแรง รายงานการตรวจอวัยวะเพศผู้เสียหายที่ 1 แพทย์หญิงณัฏฐิกา พรหมพล ผู้ทำการตรวจพิสูจน์ให้การในชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ. 26 ว่าทำการตรวจในวันที่ 1 ธันวาคม 2545 เวลา 17.50 นาฬิกา ฟังได้ว่าผู้เสียหายที่ 1 ไปพบแพทย์ทันทีตรงตามที่ผู้เสียหายที่ 2 ให้การในชั้นสอบสวนว่าพาผู้เสียหายที่ 1 ไปให้แพทย์ตรวจวันที่ 1 ธันวาคม 2545 ตามเอกสารหมาย จ. 15 ที่ผู้เสียหายที่ 1 เบิกความผิดแผกแตกต่างไปบ้างในเรื่องสถานที่ถูกข่มขืนว่าเกิดภายในห้องพักเลขที่ 46 โดยไม่ได้เบิกความถึงบ้านไม่มีเลขที่ซอยทหาร เห็นว่า เอกสารที่ทำหลังเกิดเหตุทันทีในเบื้องต้นถือว่ามีน้ำหนักน่าเชื่อถือเพราะยังไม่ได้ถูกขัดเกลาให้เห็นเป็นอย่างอื่น รวมทั้งภาพถ่ายที่ผู้เสียหายที่ 1 ชี้สถานที่เกิดเหตุซอยทหารและเตียงที่เกิดเหตุถูกข่มขืนหมาย จ. 12 นอกจากนี้พันตำรวจตรีอรงค์เดช สอาดบัว พนักงานสอบสวนก็เบิกความว่า ผู้เสียหายที่ 1 ชี้ที่เกิดเหตุและบ้านที่ถูกข่มขืนไว้จริง ที่ผู้เสียหายที่ 1 เบิกความหลังเกิดเหตุนานประมาณ 3 ปี ระบุบ้านที่ถูกข่มขืนคือห้องเลขที่ 46 ดูรูปเรื่องเป็นการสร้างขึ้นภายหลังเพื่อให้ประโยชน์แก่จำเลยจะได้เกิดความเข้าใจผิดในการรับฟังข้อเท็จจริง จึงมีน้ำหนักน้อยในการรับฟัง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกับพวกใช้อาวุธปืนบังคับและพรากผู้เสียหายที่ 1 จากบริเวณสถานีบริการน้ำมันเจ็ตไปเพื่อการอนาจารโดยผู้เสียหายที่ 1 ไม่เต็มใจไปด้วย และข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 ที่บริเวณบ้านไม่มีเลขที่ซอยทหาร ข้ออ้างและทางนำสืบของจำเลยว่า หลังจากได้รับพระเครื่องจากนางสาวเอแล้วจำเลยนั่งรถจักรยานยนต์ไปเยี่ยมภริยาซึ่งป่วยใกล้คลอดที่โรงพยาบาลอานันทมหิดล ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้ รวมทั้งที่จำเลยฎีกาในทำนองว่า จ่าสิบตำรวจทองสุขซึ่งเป็นน้าผู้เสียหายที่ 1 มีสาเหตุโกรธเคืองจำเลยมาก่อน จึงหาเรื่องกลั่นแกล้งปรักปรำจำเลยมีน้ำหนักน้อยไม่พอรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้เช่นกัน ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

 
          อนึ่ง ความผิดฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรคสาม จำเลยมีเจตนากระทำต่อผู้ปกครองหรือผู้ดูแลซึ่งก็คือผู้เสียหายที่ 2 เป็นความผิดกรรมหนึ่ง ส่วนความผิดฐานร่วมกันข่มขืนใจโดยมีอาวุธตามมาตรา 309 วรรคสอง กับฐานร่วมกันกระทำอนาจารตามมาตรา 278 และฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราตามมาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่จำเลยกระทำความผิดและกฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้กฎหมายขณะที่จำเลยกระทำความผิดบังคับนั้น จำเลยมีเจตนาเดียวกันคือพาผู้เสียหายที่ 1 ไปข่มขืนกระทำชำเรา การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามมาตรา 276 วรรคแรก ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสามฐานนี้ว่าเป็นความผิดต่างกรรมกัน และฐานร่วมกันข่มขืนใจโดยมีอาวุธกับฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์ฯ เป็นกรรมเดียวกัน จึงเป็นการไม่ชอบ แม้จำเลยจะมิได้ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์และมิได้ฎีกาปัญหานี้ขึ้นมา แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225”

 
          พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานร่วมกันข่มขืนใจโดยมีอาวุธ ความผิดฐานร่วมกันกระทำอนาจาร และความผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 12 ปี ความผิดฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจาร จำคุก 8 ปี รวมเป็นจำคุก 20 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 15 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

  
(สิงห์พล ละอองมณี - ธานิศ เกศวพิทักษ์ - บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย)

  
หมายเหตุ

  
สำหรับคดีความผิดเกี่ยวกับเพศที่เกิดขึ้นแก่ผู้เยาว์หรือเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ในส่วนของการกระทำผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหรือกระทำชำเราเด็กหญิงตาม ป.อ. มาตรา 276, 277 และฐานกระทำอนาจารบุคคลอายุกว่า 15 ปี หรือกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 278, 279 นั้น ปกติแล้วการกระทำความผิดดังกล่าว หากไปกระทบเป็นการล่วงอำนาจปกครองดูแลของบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลก็จะเป็นความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี หรือพรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 18 ปี ตาม ป.อง มาตรา 317, 318 อีกข้อหาหนึ่ง ซึ่งในลักษณะเช่นนี้ ศาลฎีกาเคยมีคำวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยมีเจตนาพรากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารถือได้ว่าความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารสำเร็จนับแต่จำเลยเริ่มพรากผู้เสียหายแล้ว แม้จำเลยจะยังไม่ได้กระทำการข่มขืนกระทำชำเราก็ตาม การที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเราหลังจากนั้นจึงเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งที่ต่างกรรมต่างวาระกับความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันเป็น 2 กระทง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2277/2539) ด้วยเหตุนี้ การที่คดีนี้ศาลฎีกาได้วางหลักว่า ความผิดฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยจำเลยมีเจตนากระทำต่อผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นป้าผู้ปกครองหรือดูแลเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง จึงน่าจะเป็นเพราะความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารสำเร็จนับแต่จำเลยเริ่มพรากผู้เสียหายแล้ว จึงแยกเป็นการกระทำต่างหากจากการกระทำผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ฐานกระทำอนาจารและฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใดที่เกิดขึ้นในวันเดียวกันและจำเลยมีเจตนาเดียวต่อเนื่องกันคือพาผู้เสียหายที่ 1 ไปข่มขืนกระทำชำเรา การกระทำของจำเลยในความผิดอีก 3 ฐาน จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทอย่างไรก็ตาม ในกรณีความผิดฐานกระทำชำเรากับความผิดฐานอื่น เช่นฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารและฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง ถึงการกระทำนั้นเป็นการกระทำต่อเนื่องเชื่อมโยงในวาระเดียวกัน แต่หากการที่จำเลยพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารและหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ก่อนข่มขืนกระทำชำเรามิได้เกิดขึ้นต่อเนื่องในวันเดียวกันทันทีโดยปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำผิดต่างวันในลักษณะความผิดบางส่วนสำเร็จขาดตอนกันแล้ว ศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่าหากจำเลยมีความประสงค์ให้เกิดผลเป็นความผิดหลายฐานย่อมเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน การที่จำเลยพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารและหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ 1 วัน ก่อนข่มขืนกระทำชำเรา เป็นการแสดงเจตนาส่วนหนึ่งของจำเลยโดยมีเหตุจูงใจที่จะนำตัวผู้เสียหายไปกักขังไว้เพื่อข่มขืนกระทำชำเรา อันเป็นการกระทำส่วนหนึ่งที่สำเร็จไปแล้วต่างหากจากการที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเรา เป็นความผิดฐานพาหญิงไปเพื่ออนาจารและหน่วงเหนี่ยวกักขังกระทงหนึ่ง ฐานข่มขืนกระทำชำเราอีกกระทงหนึ่ง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 415/2550

 
อาคม  รุ่งแจ้ง


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 597 ครั้ง

 


หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร ข่มขืนกระทำชำเรา / อาคม รุ่งแจ้ง |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  






 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ support@lawsiam.com


ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/74

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/74

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


sitemap.xml