ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา

ชื่อไฟล์ : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ศาลมีอำนาจสั่งริบทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้กระทำความผิด / ไพโรจน์ วายุภาพ
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7479/2552      

 
ป.วิ.อ. มาตรา 158

 
ป.อ. มาตรา 33, 336 ทวิ

  
          โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ไม่มีรายละเอียดว่า ได้ใช้รถจักรยานยนต์ในการกระทำผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ในลักษณะใด เพราะความผิดฐานนี้สามารถเป็นความผิดโดยสมบูรณ์ได้โดยไม่จำต้องใช้รถจักรยานยนต์ด้วยเสมอไป การบรรยายฟ้องของโจทก์จึงเป็นการบรรยายฟ้องเพื่อให้ครบองค์ประกอบตาม ป.อ. มาตรา 336 ทวิ ที่ใช้เฉพาะในการเพิ่มโทษจำเลยทั้งสองเท่านั้น ไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลมีอำนาจริบรถจักรยานยนต์ได้ตามมาตรา 33 (1)

 
________________________________

  
          โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2551 เวลากลางวันจำเลยทั้งสองร่วมกันลักโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ด 1 เครื่องราคา 4,000 บาท ของนางสาวแวมัสซูวารี ผู้เสียหาย โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า และใช้รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน คบม สงขลา 525 เป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 336 ทวิ, 33, 83 ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

 
          จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

 
          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคแรก, 336 ทิว ประกอบมาตรา 83 จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 6 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 3 ปี ริบของกลาง

 
          จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

 
          ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี 6 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

 
          จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

 
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “ที่จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ของผู้เสียหาย โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม นับว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายและก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยทั้งสองไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน หรือมีเหตุอื่นดังที่จำเลยทั้งสองยกขึ้นอ้างในฎีกา ก็เป็นเหตุผลที่ยังไม่เพียงพอจะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอการลงโทษให้จำเลยทั้งสองนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

 
          อนึ่ง สำหรับรถจักรยานยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบนั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ไม่มีรายละเอียดว่า ได้ใช้รถจักรยานยนต์ในการกระทำผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ในลักษณะใด เพราะความผิดฐานนี้สามารถเป็นความผิดโดยสมบูรณ์ได้โดยหาจำต้องใช้รถจักรยานยนต์ด้วยเสมอไปไม่ การบรรยายฟ้องของโจทก์จึงเป็นการบรรยายฟ้องเพื่อให้ครบองค์ประกอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ ที่ใช้เฉพาะในการเพิ่มโทษจำเลยทั้งสองเท่านั้น ไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลมีอำนาจริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 215 และ 225”

 
          พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบรถจักรยานยนต์ของกลางให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9

  
(พิทักษ์ คงจันทร์ - ตรีวุฒิ สาขากร - เฉลียว พลวิเศษ)

  
หมายเหตุ

  
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ให้ศาลมีอำนาจสั่งริบทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้กระทำความผิด ซึ่งในคดีนี้คือการกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตามมาตรา 336 เมื่อโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองใช้รถจักรยานยนต์ของกลางในการกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ จึงไม่อาจริบรถจักรยานยนต์ได้ ส่วนการกระทำความผิดที่ต้องรับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 336 ทวิ เป็นเหตุฉกรรจ์มิใช่บทความผิด ทั้งการใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม อาจเกิดก่อนหรือหลังการกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ก็ได้ จึงไม่อาจริบรถจักรยานยนต์โดยอาศัยการบรรยายฟ้องในส่วนนี้ได้เช่นกัน

 
ไพโรจน์  วายุภาพ


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ แบ่งปันสมาชิก เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนเข้าชม/ดาวน์โหลด : 160 ครั้ง

 
หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ศาลมีอำนาจสั่งริบทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้กระทำความผิด / ไพโรจน์ วายุภาพ |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา ที่ LawSiam.com

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  






 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ support@lawsiam.com


ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ เตรียมสอบ คลิก!]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/72

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/72

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 22990 คน