ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา ที่น่าสนใจ อื่นๆ

ชื่อไฟล์ : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ / ศิริชัย วัฒนโยธิน
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา ที่น่าสนใจ อื่นๆ
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 92/2553   

    
                                                                        
ป.อ. มาตรา 59, 80, 90, 289 (2)

 
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 78 วรรคสาม

  
          การที่จำเลยทั้งสองขับรถจักรยานยนต์หนีโดยมีรถยนต์ของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจไล่ตามมาติด ๆ เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร และจำเลยที่ 2 ขว้างลูกระเบิดไปข้างหลังโดยเล็งเห็นว่าลูกระเบิดที่ขว้างไปดังกล่าวสามารถทำให้ผู้เสียหายและพวกซึ่งอยู่ในรถยนต์ที่ไล่ตามมาอาจถึงแก่ความตายได้หากลูกระเบิดเกิดระเบิดขึ้น จึงเป็นการขว้างโดยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายกับพวก แต่การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่บรรลุผล เพราะลูกระเบิดที่ขว้างไม่เกิดระเบิดเนื่องจากยังไม่ได้ถอดสลักนิรภัยซึ่งอาจเป็นเพราะจำเลยที่ 2 รีบร้อนเกินไป เมื่อปรากฏผลการตรวจพิสูจน์ลูกระเบิดว่าอยู่ในสภาพใช้การได้ หากเกิดระเบิดขึ้นมีอำนาจทำลายสังหารชีวิตมนุษย์ สัตว์ และทรัพย์สินให้เสียหายได้ในรัศมีฉกรรจ์ 10 เมตร จากจุดระเบิดการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายตาม ป.อ. มาตรา 289 (2) ประกอบด้วยมาตรา 80

 
          การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันมีลูกระเบิดสังหารไว้ในครอบครองแล้วใช้ลูกระเบิดสังหารดังกล่าวไปขว้างพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 289 (2), 80 และ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ฯ มาตรา 78 วรรคสาม เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

 
________________________________

  
          โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 55, 72, 72 ทวิ, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 80, 83, 91, 289 (2), 371 ริบลูกระเบิดของกลาง

 
          จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานจำเลยทั้งสองขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้อง

 
          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง, 55, 78 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ประกอบมาตรา 83 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 1 ปี ฐานมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้จำคุกคนละ 10 ปี รวมจำคุกคนละ 12 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 6 ปี ส่วนความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานให้ยก ริบของกลาง

 
          โจทก์อุทธรณ์

 
          ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (2) ประกอบมาตรา 80 และฐานใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนหรือวัตถุระเบิด นอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 55 ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ฯ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 55, 78 วรรคสาม เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกตลอดชีวิต ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 25 ปี รวมกับโทษจำคุกฐานร่วมกันมีและพาอาวุธปืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุกคนละ 25 ปี 12 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

 
          โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา

 
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “ข้อเท็จจริงรับฟังยุติในชั้นนี้โดยคู่ความไม่โต้เถียงว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยทั้งสองกับพวกขับรถจักรยานยนต์มุ่งหน้ามาถึงด่านซึ่งร้อยตำรวจตรีอนุกร ผู้เสียหายกับพวกตั้งจุดสกัด แต่ไม่ยอมหยุดให้ตรวจโดยขับรถจักรยานยนต์หลบหนี ผู้เสียหายกับพวกขับรถยนต์สายตรวจติดตาม เมื่อตามไปถึงที่เกิดเหตุจำเลยที่ 2 ขว้างลูกระเบิดสังหารออกมา 1 ลูก ส่วนจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนพกยิง 1 นัด ลูกระเบิดไม่ระเบิดและกระสุนปืนไม่ถูกผู้ใด จำเลยทั้งสองกับพวกหลบหนีไปได้ หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจตรวจกู้ลูกระเบิดซึ่งยังไม่ถอดสลักนิรภัยเป็นของกลางแล้วนำของกลางไปตรวจพิสูจน์ที่กองสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลการตรวจเป็นลูกระเบิดขว้างสังหาร แบบเอ็มเค 2 ซึ่งทางราชการทหารและตำรวจเรียกว่าลูกระเบิดขว้างสังหาร แบบ 88 บ.2 ของกลางอยู่ในสภาพใช้การได้ เมื่อเกิดระเบิดขึ้นมีอำนาจทำลายสังหารชีวิตมนุษย์ สัตว์ และทรัพย์สินให้เสียหายได้ในรัศมีฉกรรจ์ 10 เมตร จากจุดระเบิด อันเป็นเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตได้ สำหรับความผิดฐานร่วมกันมีลูกระเบิดอันเป็นเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนและฐานร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวติดตัวไปในหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวนั้นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดดังกล่าว คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองก่อนว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่หรือไม่โดยจำเลยที่ 1 ฎีกาอ้างว่า กระสุนปืนลูกซองที่ยิงออกไปในรัศมี 4 เมตร เป็นไปไม่ได้ที่ลูกกระสุนปืนเบอร์ 12 จะไม่กระจายไปถูกรถยนต์ของผู้เสียหายกับพวกที่ขับตามหลังมาในระยะห่างประมาณ 40 ถึง 50 เมตร หากจำเลยที่ 1 เจตนาฆ่าผู้เสียหายจริงย่อมทำได้ตั้งแต่ขณะขับรถตีคู่กันแล้ว ส่วนจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 เพียงขว้างลูกระเบิดของกลางทิ้งลงข้างทาง มิใช่ขว้างไปด้านหลังตามที่ผู้เสียหายให้การ หากเจตนาฆ่าผู้เสียหายจริงจำเลยที่ 2 ต้องถอดสลักนิรภัยออก เป็นไปไม่ได้ที่จะหลงลืมนั้น เห็นว่า เจ้าพนักงานตำรวจไม่สามารถยึดอาวุธปืนจากจำเลยที่ 1 เป็นของกลาง จึงไม่แน่ชัดว่ากระสุนปืนดังกล่าวเป็นประเภทใด ซึ่งคงไม่ใช่กระสุนปืนลูกซองดังจำเลยที่ 1 อ้างเพราะมิเช่นนั้นเจ้าพนักงานตำรวจจะต้องตรวจพบชิ้นส่วนของปลอกกระสุนปืนที่จำเลยที่ 1 ยิงและการที่จำเลยที่ 1 ไม่ยิงรถยนต์ที่ผู้เสียหายนั่งขณะขับรถตีคู่กันมาก็หาเป็นพิรุธไม่ เพราะต้องขึ้นอยู่กับโอกาสและจังหวะด้วย โดยโจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่าจำเลยที่ 1 เอี้ยวตัวยิงมาทางรถยนต์ที่ผู้เสียหายกับพวกไล่ตามหลังมาในระยะห่างเกิน 15 เมตร ซึ่งจำเลยที่ 1 น่าจะเล็งเห็นผลได้ว่าหากกระสุนปืนเข้าไปในรถยนต์ที่ผู้เสียหายกับพวกนั่งอยู่ อาจทำให้ผู้เสียหายกับพวกเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนี้ผู้เสียหายยังเบิกความเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ขว้างลูกระเบิดของกลางไปทางด้านหลังของจำเลยที่ 2 ซึ่งมีรถยนต์ของผู้เสียหายกับพวกติดตามมาด้านหลังครั้งแรกเข้าใจว่าเป็นยาเสพติด เห็นลูกระเบิดตกที่ถนนแล้วกลิ้งลงข้างทางห่างล้อหน้าซ้ายของรถยนต์ประมาณ 2 เมตร ศาลฎีกาเห็นว่าพฤติการณ์ที่จำเลยทั้งสองขับรถจักรยานยนต์หนีโดยมีรถยนต์ของเจ้าพนักงานตำรวจไล่ตามมาติด ๆ เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร การที่จำเลยที่ 2 ขว้างระเบิดออกไปน่าจะเพราะจำเลยทั้งสองกับพวกต้องการหลบหนีให้พ้นจากการติดตามของเจ้าพนักงานตำรวจ มิใช่เพียงต้องการขว้างลูกระเบิดทิ้งเพื่อพ้นผิด ทั้งคดีนี้จำเลยทั้งสองมีทนายความซักค้านพยานปากผู้เสียหายแต่ไม่สามารถซักค้านทำลายน้ำหนักคำเบิกความของผู้เสียหายได้ และผู้เสียหายคงเบิกความตอบทนายจำเลยทั้งสองถามค้านยืนยันเช่นเดิมว่าจำเลยที่ 2 ขว้างลูกระเบิดออกไปทางด้านหลังซึ่งผู้เสียหายกับพวกนั่งรถยนต์ไล่ตามมา เมื่อจำเลยทั้งสองไม่นำพยานเข้าสืบหักล้างและยังให้การรับสารภาพในชั้นศาลว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันพยายามฆ่าผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่จริง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 2 ขว้างลูกระเบิดของกลางไปข้างหลังโดยเล็งเห็นว่าลูกระเบิดที่ขว้างไปดังกล่าวสามารถทำให้ผู้เสียหายและพวกซึ่งอยู่ในรถยนต์ที่ไล่ตามมาอาจถึงแก่ความตายได้หากลูกระเบิดเกิดระเบิดขึ้น จึงเป็นการขว้างโดยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายกับพวก แต่การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่บรรลุผล เพราะลูกระเบิดที่ขว้างไม่เกิดระเบิดเนื่องจากยังไม่ได้ถอดสลักนิรภัยซึ่งอาจเป็นเพราะจำเลยที่ 2 รีบร้อนเกินไป เมื่อปรากฏจากผลการตรวจพิสูจน์ลูกระเบิดของกลางว่าอยู่ในสภาพใช้การได้ หากเกิดระเบิดขึ้นมีอำนาจทำลายสังหารชีวิตมนุษย์ สัตว์ และทรัพย์สินให้เสียหายได้ในรัศมีฉกรรจ์ 10 เมตร จากจุดระเบิด การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (2) ประกอบด้วยมาตรา 80 ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

 
          ปัญหาสุดท้ายที่โจทก์ฎีกาว่า ความผิดฐานร่วมกันมีลูกระเบิดสังหารอันเป็นเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตได้เป็นคนละกรรมกับความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่โดยใช้อาวุธปืน เครืองกระสุนหรือวัตถุระเบิด นอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 55 ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ฯ นั้น เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันมีลูกระเบิดสังหารไว้ในครอบครองแล้วใช้ลูกระเบิดสังหารดังกล่าวไปในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (2) ประกอบมาตรา 80 ถือว่าเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท เทียบตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1350/2540 ซึ่งวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ หาใช่เป็นความผิดหลายกรรมไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 55 และ 78 วรรคสาม ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 25 ปี เพียงกรรมเดียว โดยไม่นำโทษจำคุกฐานมีระเบิดสังหารอันเป็นเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตได้มารวมด้วยจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น”

 
          พิพากษายืน

  
(อัปษร หิรัญบูรณะ - วีระวัฒน์ ปวราจารย์ - เมทินี ชโลธร)

  
หมายเหตุ

  
พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ บัญญัติไว้ว่า

 
มาตรา 55 ประเภท ชนิด และขนาดของอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ได้ตามมาตรา 7 มาตรา 24 หรือมาตรา 38 ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

 
มาตรา 78 ผู้ใดทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ ซื้อ มี ใช้ สั่ง หรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด นอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 55 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงจำคุกตลอดชีวิต

 
ผู้ใดค้า หรือจำหน่ายอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด นอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 55 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ยี่สิบปีถึงจำคุกตลอดชีวิต

 
ผู้ใดใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด นอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 55 ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 มาตรา 313 มาตรา 339 หรือมาตรา 340 ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต

 
การกระทำความผิดตามวรรคสองหรือวรรคสาม ถ้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดนั้น โดยสภาพมีอานุภาพไม่ร้ายแรงต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงจำคุกตลอดชีวิต

 
การที่จำเลยมีระเบิดไว้ในครอบครอง แล้วใช้ระเบิดนั้นขว้างพยายามฆ่าผู้อื่นจะเป็นความผิดกี่กรรม และเป็นความผิดฐานใดบ้าง เคยมีการวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกามาแล้วซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้วินิจฉัยเดินตาม คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1350/2540

 
การประชุมใหญ่ดังกล่าวมีหัวข้อในการอภิปรายดังนี้

 
1. การมีระเบิดไว้ในครอบครองและใช้ระเบิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ มาตรา 78 วรรคหนึ่งกับวรรคสามเป็นกรรมเดียวหรือสองกรรม

 
ความเห็นแรก เป็นความผิดสองกรรมเพราะเมื่อมีระเบิดไว้ในครอบครองก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว เมื่อนำไปใช้ก็เป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง

 
ความเห็นที่สอง มาตรา 78 วรรคหนึ่ง บัญญัติความผิดไว้รวมกันว่าทั้งมีและใช้ ดังนั้น เมื่อมีระเบิดไว้ในครอบครองแล้วนำไปใช้จึงเป็นกรรมเดียว หากตีความว่าเป็นสองกรรม เป็นการตีความขยายผลให้เป็นผลร้ายแก่จำเลย เป็นการไม่ชอบ

 
ที่ประชุมใหญ่โดยเสียงข้างมากเห็นว่าเป็นกรรมเดียว

 
2. การใช้ระเบิดขว้างพยายามฆ่าที่เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288, 80 จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ มาตรา 78 วรรคสาม หรือไม่

 
ที่ประชุมใหญ่โดยเสียงข้างมากเห็นว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ ด้วย

 
3. เมื่อเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ มาตรา 78 วรรคสาม แล้วรับโทษเต็มหรือรับโทษ 2 ใน 3 (ตาม ป.อ. มาตรา 80)

 
ความเห็นแรก รับโทษ 2 ใน 3 ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ มาตรา 78 วรรคสาม ประกอบ ป.อ. มาตรา 80 เพราะลงมือกระทำไปแล้ว แต่ไม่บรรลุผล หากลงโทษเต็มจะไม่ตรงตามตัวบทและเป็นผลร้ายแก่จำเลย

 
ความเห็นที่สอง เป็นความผิดสำเร็จเมื่อมีการใช้ระเบิดโดยไม่ต้องพิจารณาว่า ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่าง เพราะกฎหมายใช้คำว่า ใช้ โดยไม่พิจารณาผลที่เกิด ดังจะเห็นได้ว่าความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288, 80 มีโทษตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป แต่ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ มาตรา 78 วรรคสาม หากนำไปใช้ในการกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 317 และ 339 ก็ต้องลงโทษตามมาตรา 78 วรรคสาม ซึ่งโทษตามมาตรา 337 จำคุก 6 เดือน ถึง 7 ปี ความผิดตามมาตรา 339 วรรคหนึ่งและวรรคสอง จำคุก 10 ปี ถึง 15 ปี เป็นโทษที่น้อยกว่าโทษตามมาตรา 288, 80 เสียอีก

 
ที่ประชุมใหญ่โดยเสียงข้างมากเห็นว่ารับโทษเต็ม เท่ากับว่าความผิดตามมาตรา 78 วรรคสาม เป็นความผิดสำเร็จเสมอ จะเป็นความผิดฐานพยายามไม่ได้

 
ผู้หมายเหตุ เห็นด้วยกับที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดสำเร็จตามมาตรา 78 วรรคสาม ตามเหตุผลที่ยกขึ้นดังกล่าว แต่การที่วินิจฉัยว่าการกระทำฐานมีระเบิดและใช้เป็นกรรมเดียวนั้น มีข้อสังเกตว่า การใช้อาวุธปืนที่นายทะเบียนสามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไม่มีบทบัญญัติว่าเป็นความผิด ต่างจากการใชอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ที่บัญญัติเป็นความผิดไว้เฉพาะดังกล่าว จึงทำให้คิดไปได้ว่าการมีกับการใช้เป็นกรรมเดียวกัน อย่างไรก็ตามผู้หมายเหตุเห็นว่าการที่จำเลยมีระเบิดไว้ในครอบครองก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว เมื่อนำไปใช้อาจเป็นกรรมเดียวหรือสองกรรมแล้วแต่ว่านำไปใช้อย่างไร หากนำไปใช้กระทำอย่างอื่นที่มิใช่การกระทำความผิดฐานใดฐานหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 288, 313, 337, 339 และ 340 ที่ระบุไว้ในมาตรา 78 วรรคสาม เช่น จำเลยใช้ระเบิดที่มีไว้ในครอบครองปาใส่สัตว์ป่า หรือจำเลยใช้ระเบิดที่มีไว้ในครอบครองขว้างใส่ผู้เสียหายโดยไม่ได้ดึงสลักออกเช่นนี้เป็นความผิดตามมาตรา 78 วรรคหนึ่ง กล่าวคือเป็นกรรมเดียวหากนำไปใช้กระทำความผิดฐานใดฐานหนึ่งที่กำหนดไว้ในมาตรา 78 วรรคสาม ก็เป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากจากการมีไว้ในครอบครอง

 
ศิริชัย วัฒนโยธิน


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ แบ่งปันสมาชิก เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนเข้าชม/ดาวน์โหลด : 164 ครั้ง

 
หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ / ศิริชัย วัฒนโยธิน |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา ที่น่าสนใจ อื่นๆ ที่ LawSiam.com

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  






 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ support@lawsiam.com


ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ เตรียมสอบ คลิก!]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/72

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/72

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 22990 คน