LawSiam.com

ลอว์สยาม ดอทคอม แบ่งปันความรู้ เตรียมสอบ 3 สนาม

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป: ลงทะเบียน หรือ เข้าระบบที่นี่*]




ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา



ชื่อข้อมูล : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง การริบทรัพย์สิน / อาคม รุ่งแจ้ง
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11260/2553    

   
 
ป.อ. มาตรา 33 (1)

 
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 29 ทวิ

  
          แม้ศาลจะสั่งให้ริบรถยนต์กระบะของกลางสำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2584 มาตรา 29 ทวิ ไม่ได้ เพราะไม่มีบทบัญญัติตามกฎหมายดังกล่าวบัญญัติไว้โดยตรงแต่ก็ไม่มีบทบัญญัติใดที่แสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการให้นำบทบัญญัติในภาค 1 แห่ง ป.อ. มาใช้บังคับ ทั้งตาม ป.อ. มาตรา 33 ก็ได้บัญญัติให้ศาลมีอำนาจริบทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดได้ นอกเหนือจากอำนาจริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ดังนั้น เมื่อรถยนต์กระบะของกลางเป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 กับพวกได้ใช้ในการกระทำความผิด ศาลก็มีอำนาจริบรถยนต์กระบะของกลางได้ตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) การที่จำเลยที่ 1 กับพวกใช้รถยนต์กระบะของกลางเป็นพาหนะใช้ในการขนกล้วยไม้ป่าจำนวน 320 ต้น น้ำหนัก 31 กิโลกรัม ซึ่งเป็นของป่าหวงห้ามที่มีไว้ในครอบครองเพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ลักษณะการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 กับพวก นอกจากเป็นเหตุทำให้กล้วยไม้ป่าอาจสูญพันธุ์ไปจากป่าของประเทศไทยแล้ว ยังมีผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพต่างๆ ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ จึงสมควรริบรถยนต์กระบะของกลาง

 
          (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2553)

 
________________________________

  
          โจทก์ฟ้องว่า เนื่องด้วยมีพระราชกฤษฎีกากำหนดของป่าหวงห้าม พ.ศ.2530 กำหนดให้กล้วยไม้ป่าเป็นของป่าหวงห้ามตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกา ลำดับที่ 1 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2548 จำเลยทั้งสามมีกล้วยไม้ป่าซึ่งเป็นของป่าหวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสามได้พร้อมด้วยกล้วยไม้ดังกล่าวและรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บต 4782 เชียงราย ซึ่งเป็นพาหนะที่จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ในการขนกล้วยไม้เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 29 ทวิ, 71 ทวิ, 74 จัตวา และริบของกลาง

 
          จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ

 
          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 29 ทวิ, 71 ทวิ, 74, 74 จัตวา (ที่ถูก ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ด้วย) ให้ปรับคนละ 4,000 บาท จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ 2,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง

 
          จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

 
          ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

 
          จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

 
          ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า “...มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า ศาลมีอำนาจริบรถยนต์กระบะของกลางหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ตามฟ้องว่าจำเลยที่ 1 กับพวกกระทำความผิดฐานร่วมมีกล้วยไม้ป่า จำนวน 320 ต้น น้ำหนัก 31 กิโลกรัม ซึ่งเป็นของป่าหวงห้ามไว้ในครอบครองเพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสามได้พร้อมกล้วยไม้ดังกล่าวและรถยนต์กระบะซึ่งเป็นพาหนะที่จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ในการขนกล้วยไม้เป็นของกลาง และมีคำขอให้ริบของกลาง แม้ศาลจะสั่งให้ริบรถยนต์กระบะของกลางสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 29 ทวิ ไม่ได้ เพราะไม่มีบทบัญญัติตามกฎหมายดังกล่าวบัญญัติไว้โดยตรงแต่ก็ไม่มีบทบัญญัติใดที่แสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการให้นำบทบัญญัติในภาค 1 แห่งประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับ ทั้งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ก็ได้บัญญัติให้ศาลมีอำนาจริบทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดได้นอกเหนือจากอำนาจริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ดังนั้น เมื่อรถยนต์กระบะของกลางเป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 กับพวกได้ใช้ในการกระทำความผิด ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่จึงเห็นว่าศาลมีอำนาจริบรถยนต์กระบะของกลางได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) การที่จำเลยที่ 1 กับพวกใช้รถยนต์กระบะของกลางเป็นพาหนะใช้ในการขนกล้วยไม้ป่า จำนวน 320 ต้น น้ำหนัก 31 กิโลกรัม ซึ่งเป็นของป่าหวงห้ามที่มีไว้ในครอบครองเพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ลักษณะการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 กับพวก นอกจากเป็นเหตุทำให้กล้วยไม้ป่าอาจสูญพันธุ์ไปจากป่าของประเทศไทยแล้ว ยังมีผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพต่างๆ ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ จึงสมควรริบรถยนต์กระบะของกลาง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาให้ริบรถยนต์กระบะของกลางนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น”

 
          พิพากษายืน

  
(มนูพงศ์ รุจิกัณหะ - ประทีป เฉลิมภัทรกุล - ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์)

  
หมายเหตุ

  
การริบทรัพย์สินเป็นโทษอย่างหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 18 (5) หากโจทก์ประสงค์จะให้ริบทรัพย์สินของกลาง แม้ว่าจะเป็นทรัพย์สินที่ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิดซึ่งต้องริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นของผู้กระทำความผิดและมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ตาม ป.อ. มาตรา 32 หรือเป็นทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) หรือทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยการกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 33 (2) ที่ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบทรัพย์สินนั้นก็ตาม โดยหลักแล้วโจทก์ต้องบรรยายฟ้องและมีคำขอให้ริบมาด้วย หากโจทก์มิได้บรรยายฟ้องไว้และมีคำขอให้ริบทรัพย์สินใด ศาลย่อมไม่มีอำนาจสั่งให้ริบทรัพย์สินนั้นได้เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินคำขอไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 192 อย่างไรก็ตามศาลฎีกาได้ผ่อนคลายหลักดังกล่าวว่า กรณีทรัพย์สินใดที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิดให้ริบเสียทั้งสิ้นตาม ป.อ. มาตรา 32 ว่า หากทรัพย์สินใดเข้าเกณฑ์ที่ต้องริบโดยเด็ดขาดตามกฎหมายที่บัญญัติโดยเฉพาะหรือบททั่วไปแห่ง ป.อ. มาตรา 32 และโจทก์บรรยายฟ้องว่ามีการยึดของกลางที่เข้าเกณฑ์ตาม ป.อ. มาตรา 32 จากจำเลย แม้โจทก์จะมิได้มีคำขอให้ริบ ศาลก็มีอำนาจตาม ป.วิ.อ. มาตรา 186 (9) ที่จะต้องมีคำวินิจฉัยในเรื่องของกลางได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10642/2546 ปรากฏจากการบรรยายฟ้องว่าเจ้าพนักงานยึดได้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนตามฟ้องเป็นของกลาง ซึ่งอาวุธปืนคาร์ไบน์ของกลางเป็นทรัพย์ที่มีไว้เป็นความผิด ต้องริบตาม ป.อ. มาตรา 32 แม้โจทก์จะมิได้มีคำขอให้ริบอาวุธปืนดังกล่าวศาลก็มีอำนาจสั่งริบได้ หาต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่งไม่ สำหรับคดีที่หมายเหตุนี้เป็นกรณีตาม ป.อ. มาตรา 33 ที่โจทก์บรรยายฟ้องว่ามีการยึดกล้วยไม้และรถยนต์กระบะที่ใช้ในการกระทำความผิดเป็นของกลางและมีคำขอให้ริบของกลางไว้แล้ว เพียงแต่บทบัญญัติเฉพาะตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ มาตรา 29 ทวิ ประกอบมาตรา 74 ระบุให้ริบเฉพาะบรรดาไม้และของป่าอันได้มาหรือมีไว้เนื่องจากการกระทำความผิดอันได้แก่กล้วยไม้เท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติเฉพาะให้ริบรถยนต์กระบะที่เป็นยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิดดั่งเช่น พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ มาตรา 74 ทวิ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดที่โจทก์ฟ้องในคดีนี้ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่จึงได้วางแนวเพิ่มเติมว่า หากทรัพย์สินใดที่ต้องริบตาม ป.อ. มาตรา 33 ซึ่งโจทก์ได้บรรยายฟ้องถึงทรัพย์ของกลางและมีคำขอให้ริบ แม้โจทก์จะอ้างกฎหมายที่บัญญัติโดยเฉพาะซึ่งมิได้บัญญัติให้ศาลมีอำนาจสั่งริบได้ ศาลก็มีอำนาจสั่งริบได้ตาม ป.อ. มาตรา 33 ซึ่งเป็นบทบัญญัติทั่วไปได้ หาต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง

 
อาคม  รุ่งแจ้ง


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 650 ครั้ง

 


หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง การริบทรัพย์สิน / อาคม รุ่งแจ้ง |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  






 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ support@lawsiam.com