ลอว์สยาม ดอทคอม เตรียมสอบ 3 สนาม




ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา

ชื่อไฟล์ : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ความผิดตามมาตรา 220 และมาตรา 225 / วิศิษฏ์ ลิมานนท์
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1285/2529           

ป.อ. มาตรา 225

 
 
  จำเลยจุดไฟเมื่อเวลาประมาณ 10.00 นาฬิกา แต่เพลิงได้ลามไปไหม้บ้านบุคคลอื่นซึ่งปลูกอยู่ใกล้เคียงกันตอนบ่าย 3 โมง  ระยะเวลาห่างกันหลายชั่วโมง แสดงว่าไม่มีลักษณะที่น่ากลัวจะเป็นอันตรายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่นแต่เป็นเรื่องที่จำเลยตั้งอยู่ในความประมาทไม่คอยควบคุมดูแลให้เพลิงลุกไหม้อยู่ภายในขอบเขตที่จำกัด เพลิงจึงได้ลามเข้าไปยังนาข้างเคียงและก่อให้เกิดความสูญเสียขึ้นเมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามป.อ.มาตรา 220 ดังกล่าวแล้วก็ไม่อาจลงโทษจำเลยตามมาตรานี้อันเป็นบทหนักได้  การกระทำของจำเลยเป็นเรื่องขาดความระมัดระวังจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้อื่นเป็นความผิดตามมาตรา225.

 
 
________________________________

 
 
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจจุดไฟเผาฟางต้นข้าวในนาของจำเลยแล้วไฟได้ลุกลามไปไหม้โรงเรือนและทรัพย์สินของบุคคลอื่นเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 วรรคสอง

 
จำเลยให้การปฏิเสธ

 
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา220 วรรคสอง จำคุก 2 ปี 6 เดือน

 
จำเลยอุทธรณ์

 
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 225 จำคุก 2 ปี ที่จำเลยขอให้รอการลงโทษแก่จำเลยด้วยนั้น ตามรูปคดีทรัพย์สินของผู้เสียหายเสียหายไปถึงหนึ่งหมื่นบาทจึงไม่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลย

 
โจทก์จำเลยฎีกา

 
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยจุดไฟเมื่อเวลาประมาณ 10.00 นาฬิกาแต่เพลิงไหม้ลามไปไหม้บ้านนายเสอเมื่อตอนบ่ายสามโมงและไหม้บ้านนายประวงซึ่งปลูกอยู่ใกล้เคียงกัน ระยะเวลาที่จำเลยจุดไฟจนถึงเวลาที่บ้านผู้เสียหายถูกเพลิงไหม้ห่างกันหลายชั่วโมง แสดงว่าโดยเหตุผลทั่วไปไม่มีลักษณะที่น่ากลัวจะเป็นอันตรายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่นแต่เป็นเรื่องที่จำเลยตั้งอยู่ในความประมาท ไม่คอยควบคุมดูแลให้เพลิงลุกไหม้อยู่ภายในขอบเขตที่จำกัด เพลิงจึงได้ลามเข้าไปยังนาข้างเคียงและก่อให้เกิดความสูญเสียขึ้น เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่นอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 ดังกล่าวแล้ว ก็ไม่อาจลงโทษจำเลยตามมาตรานี้อันเป็นบทหนักได้... การกระทำของจำเลยเป็นเรื่องขาดความระมัดระวังจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้อื่น อันเป็นความผิดตามมาตรา 225 โดยตรง...

 
สำหรับฎีกาของจำเลยที่ขอให้ศาลรอการลงโทษนั้น พิเคราะห์ถึงการกระทำของจำเลยตลอดจนความสูญเสียที่ผู้เสียหายทุกคนได้รับรวมกันแล้ว เห็นว่ายังไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว

 
พิพากษายืน."

 
 
 
 
หมายเหตุ

 
 
ที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าฯ "เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นอันเป็นองค์ประกอบความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 ดังกล่าวแล้ว ก็ไม่รอการลงโทษจำเลยตามมาตรานี้อันเป็นบทหนักได้ฯ การกระทำของจำเลยในเรื่องขาดความระมัดระวังจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้อื่นอันเป็นความผิดตามมาตรา 224 ฯ" นั้น อาจทำให้เกิดความเข้าใจข้อกฎหมายคลาดเคลื่อนได้ เพราะการใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่ผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จะต้องเป็นเรื่องการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 กับมาตรา 225 เป็นความผิดคนละฐานต่างกันในสาระสำคัญโดยมาตรา 220 เป็นเรื่องการกระทำโดยเจตนา ส่วนมาตรา 225 เป็นเรื่องกระทำโดยประมาทไม่อาจเป็นได้เลยที่การกระทำกรรมเดียวจะเป็นความผิดทั้งตามมาตรา 220 และมาตรา 225 กรณีไม่ต่างกับเรื่องทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายซึ่งไม่อาจเป็นไปได้ที่การกระทำกรรมเดียวจะเป็นทั้งฆ่าคนโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291

 
แม้ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 และมาตรา 225 จะแตกต่างกันในข้อสำระสำคัญดังกล่าวมาแล้ว บางครั้งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทำให้ยากในการวินิจฉัยอยู่ไม่น้อยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานใด จะเห็นได้ว่านับแต่ปี พ.ศ. 2461 มาถึงปัจจุบันนี้มีปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเพื่อให้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวตลอดมาปีละหลาย ๆ เรื่อง จึงน่าศึกษาถึงข้อแตกต่างระหว่างความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 และมาตรา 225 ว่ามีอย่างไรบ้าง

 
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 (ตรงกับมาตรา 187 แห่งกฎหมายลักษณะอาญา) บัญญัติว่า "ผู้ใดกระทให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใด ๆ แม้เป็นของตนเอง จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่นต้องระวางโทษจำคุกฯ

 
ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรกเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 218 ผู้กระทำต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 218"

 
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 225 (ตรงกับมาตรา 201(1) แห่งกฎหมายลักษณะอาญา) บัญญัติว่า "ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาท และเป็นเหตุให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหาย หรือการกระทำโดยประมาทนั้นน่าจะเป็นอันตรายแก่ชีวิตของบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกฯ"

 
ข้อแตกต่างระหว่างความผิดตามมาตรา 220 และมาตรา 225 จึงมีดังนี้

 
1. ความผิดตามมาตรา 220 เป็นเรื่องกระทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นโดยเจตนา ส่วนมาตรา 225 นั้นเป็นเรื่องกระทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นโดยประมาท

 
2. องค์ประกอบอันเป็นส่วนสำคัญของมาตรา 220 อยู่ที่เพลิงที่เกิดไหม้ขึ้นนั้นมีลักษณะน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ส่วนทรัพย์ที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นนั้นจะเป็นของผู้ใดไม่สำคัญ แม้จะเป็นทรัพย์ของตัวเองก็มีความผิด

 
กรณีอย่างใดจึงจะถือว่ามีลักษณะน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ย่อมแล้วแต่ข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ๆ ไป เช่นถ้าจำเลยจุดไฟเผาทรัพย์ในเวลาลมแรง และทรัพย์นั้นก็อยู่ใกล้ ๆ กับบ้านเรือนของบุคคลอื่น เห็นได้ชัดว่ามีลักษณะน่าจะเป็นอันตรายแก่ทรัพย์ของบุคคลอื่น เมื่อจุดไฟขึ้นแล้วลมพัดเพลิงไปไหม้บ้านเรือนบุคคลอื่นย่อมเป็นความผิดตามมาตรา 220 แต่ถ้าจำเลยจุดเผากอไผ่ของจำเลยในขณะที่มีลมเพียงเล็กน้อยตามธรรมดาของฤดูกาลในเวลานั้นภายหลังเกิดลมกล้าขึ้นมาพัดเอาลูกไฟปลิวไปไหม้บ้านเรือนผู้อื่นซึ่งอยู่ห่างออกไป 5 เส้นโดยจำเลยไม่อาจคิดเห็นได้ในขณะที่จุดกอไผ่นั้นจะถือว่าจำเลยจุดกอไผ่โดยลักษณะอันน่ากลัวว่าจะเป็นอันตรายแก่ผู้คนและทรัพย์ของผู้อื่นอันเป็นผิดตามมาตรา 220 ยังไม่ได้(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2494)

 
ขอให้สังเกตว่าความผิดตามมาตรา 220 นี้ ถ้าในขณะทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใด ๆ ขึ้นนั้น เพลิงที่เกิดขึ้นมีลักษณะน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่นก็เป็นความผิดสำเร็จแล้วและถ้าปรากฏว่าเพลิงที่เกิดขึ้นนั้นได้ลามไปไหม้ทรัพย์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 218 เช่น โรงเรือน เรือหรือแพที่คนอยู่อาศัย ฯลฯ จะต้องรับโทษหนักขึ้นคือต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 218 ด้วยแต่ถ้าทรัพย์ที่ถูกเพลิงไหม้ไม่ใช่ทรัพย์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 218ผู้กระทำคงรับโทษเพียงตามมาตรา 220 วรรคแรกเท่านั้น

 
3. องค์ประกอบสำคัญของมาตรา 225 อยู่ที่การทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาท และต้องเป็นเหตุให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหาย จึงจะครบองค์ความผิด เว้นแต่ในกรณีที่เกี่ยวกับชีวิตของบุคคลอื่น หากปรากฏว่าเพลิงที่เกิดขึ้นโดยการกระทำโดยประมาทมีลักษณะน่าจะเป็นอันตรายแก่ชีวิตของบุคคลอื่นก็เป็นความผิดแล้ว ซึ่งต่างกับที่บัญญัติไว้ในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 201 เพราะตามกฎหมายลักษณะอาญาแม้เพลิงที่เกิดขึ้นโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของตนเองเสียหายหรือแม้แต่น่าจะเป็นอันตรายแก่ผู้ทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทนั้นเองก็เป็นความผิด

 
การทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทไม่จำกัดเฉพาะการประมาทในตอนแรกที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นเท่านั้น ถ้าในตอนแรกทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยเจตนา แต่หลังจากนั้นไม่ระมัดระวังให้ดีปล่อยให้เพลิงไหม้ทรัพย์สินของบุคคลอื่นก็ถือว่าเป็นการกระทำเกิดเพลิงไหม้โดยประมาทเช่น เผาหญ้าในป่าใกล้หมู่บ้าน แต่ไม่น่ากลัวอันตราย หากไม่ระวังปล่อยให้ไฟลามไปไหม้หมู่บ้านราษฎร เป็นความผิดตามมาตรา 225(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 546/2498, 1021/2500, 1360/2503)

 
4. ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างมาตรา 220 กับมาตรา 225จึงน่าจะเป็นดังนี้ ถ้าในขณะที่จำเลยทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ใด ๆ ขึ้น เป็นที่เห็นได้ชัดว่าเพลิงนั้นน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น เช่นจำเลยจุดไฟเผากอไผ่ในไร่ของตนซึ่งอยู่ใกล้เคียงบ้านราษฎร เวลานั้นลมพัดจัด มีผู้ห้ามจำเลยก็ไม่เชื่อลูกไฟปลิวทำให้ไปไหม้บ้านเรือนผู้อื่นและคนตายย่อมเป็นความผิดตามมาตรา 220 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 76/2491) แต่ถ้าในขณะจำเลยทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นไม่มีพฤติการณ์ที่เห็นได้ว่าเพลิงนั้นน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่นแม้ต่อมาเพลิงเกิดไหม้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหาย ก็ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 220 ส่วนจะเป็นความผิดตามมาตรา 225 หรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ว่าการที่เพลิงเกิดไหม้ทรัพย์ของผู้อื่นผู้เสียหายเป็นเพราะความประมาทของจำเลยหรือไม่ เช่น ถ้าจำเลยจุดไฟเผาหญ้า กิ่งไม้ที่ตัดถางไว้ในสวนของจำเลย แล้วเพลิงลุกลามเข้าไปในสวนของผู้เสียหาย เป็นเหตุให้ผลไม้ในสวนของผู้เสียหายเกิดเสียหาย ถือว่าเป็นกรณีจุดเผาหญ้าและกิ่งไม้ที่ตัดถางไว้ตามปกติวิสัยของชาวไร่ชาวสวนทั่วไป แต่ด้วยความประมาทของจำเลยเพลิงจึงได้ลุกลามเข้าไปในสวนของผู้เสียหายเมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าเป็นการจุดเผาทรัพย์โดยลักษณะอันน่ากลัวจะเป็นอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่น ย่อมเป็นความผิดตามมาตรา 225(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 546/2468)

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา220 และ มาตรา 225 มีดังนี้

 
จำเลยเผาป่าที่จำเลยถางแต่ไม่ได้อยู่ดับไฟเสียก่อนไฟจึงไหม้ลุกลามป่าไม้ที่ใกล้เคียงเสียหาย เมื่อโจทก์สืบไปได้ว่าการกระทำของจำเลยมีลักษณะน่ากลัวจะถึงอันตรายลุกลามไหม้ป่าที่ใกล้เคียง ตัดสินว่าจำเลยผิดมาตรา 225 ไม่ผิดตามมาตรา 220 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่6879/2477) เผาหญ้าในป่าแต่ไม่น่ากลัวอันตราย ไฟลุกลามไปไหม้ทรัพย์ของผู้อื่นเพราะไม่ระวังไม่ผิดตามมาตรา 220 แต่ผิดตามมาตรา 225(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2482, 533/2494, 546/2498, 1021/2500,1361/2503) ถ้ามิได้ประมาทในการที่ไฟลามไปไหม้ทรัพย์ผู้อื่นก็ไม่เป็นความผิด (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2494) จำเลยจุดไฟเผาเรียวไผ่ที่โค่นกอไผ่ขณะลมกำลังแรงและที่ตรงนั้นก็มีป่าไผ่ติดต่อกันอยู่เป็นพืดตั้ง 20 กอแห้งบ้างสดบ้าง และใกล้ ๆ กันนั้นมีบ้านเรือนของราษฎรอยู่กันหลายหลัง จึงเป็นเรื่องที่น่ากลัวจะเป็นอันตรายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น มีผู้ห้ามจำเลย ๆ ก็ไม่เชื่อฟังขืนจุดจนได้ จึงเป็นเหตุให้ไฟไหม้กอไผ่ขึ้นแล้วลูกไฟปลิวตกไหม้บ้านเรือนผู้อื่นเสียหายหมด ตัดสินว่าความผิดของจำเลยต้องด้วยมาตรา 220 ไม่ใช่ผิดมาตรา 225 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2494) จำเลยจุดไฟเผาต้นไม้ที่โค่นไว้ในสวนของจำเลย จำเลยทำทางกันไฟไว้กว้าง 2 ศอก แต่แดดร้อนจัดและลมแรงไม่พอป้องกันมิให้ไฟลามไปไหม้สวนของผู้อื่นได้ เป็นประมาทแม้เป็นคดีที่ห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลฎีการอการลงโทษได้(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 165/2523) แม้ก่อนจะจุดไฟเผาสวนของจำเลยจำเลยได้ถากถางต้นไม้เพื่อกันไฟมิให้ลุกลามติดสวนของผู้อื่น และไฟที่จำเลยจุดมิได้ลุกลามไปติดสวนของผู้เสียหายในทันทีก็ตาม แต่การที่จำเลยมิได้ใช้ความระมัดระวังตรวจตราดูและดับไฟที่จุดเผาสวนไว้ก่อนเกิดเหตุ 3-4 วันให้หมดปล่อยไว้ให้ติดคุขอนไม้จนเป็นเหตุให้ลุกลามไปไหม้ทรัพย์สินของผู้เสียหาย จำเลยย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาท และเป็นเหตุให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหายจำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 225 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2090/2523).

 
     วิศิษฏ์  ลิมานนท์


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ แบ่งปันสมาชิก เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนเข้าชม/ดาวน์โหลด : 13 ครั้ง

 
หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ความผิดตามมาตรา 220 และมาตรา 225 / วิศิษฏ์ ลิมานนท์ |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา ที่ LawSiam.com






 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ support@lawsiam.com


ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ เตรียมสอบ??]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง อัพเดท

เตรียมสอบเนติ วิอาญา อัพเดท

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

       


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 21213 คน

Donations



ท่านสามารถร่วมสนับสนุนพัฒนาเว็บไซต์ LawSiamโดย Donate ผ่าน PayPal ได้ไม่จำกัด.
(Anyone can join or donate)