ลอว์สยาม ดอทคอม เตรียมสอบ 3 สนาม




ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา

ชื่อไฟล์ : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ความผิดฐานลักทรัพย์ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 / ขวัญชนก สุขโข
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1891/2536           

 
ป.อ. มาตรา 84, 334

 
 
   เจ้าของรวมจะมีความผิดฐานลักทรัพย์ไปจากเจ้าของรวมคนอื่นจะต้องได้ความว่าเจ้าของรวมผู้ลักมิได้ครอบครองทรัพย์อยู่ การที่จำเลยซึ่งเป็นทายาทของ ป. หุ้นส่วนกับชาวมาเลเซีย และจำเลยเป็นผู้ครอบครองหอยแครงร่วมอยู่ด้วยใช้บุคคลอื่นไปตักหอยแครง ซึ่งอยู่ในความครอบครองของตนเอง ไม่มีความผิดฐานใช้บุคคลอื่นลักทรัพย์

 
 
________________________________

 
 
คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ในสำนวนหลังเป็นจำเลยที่ 5 ถึงที่ 8 ตามลำดับ และเรียกโจทก์ร่วมในสำนวนหลังว่าโจทก์ร่วมที่ 1

 
โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 84, 85, 334, 335 และให้จำเลยร่วมกันใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าของ

 
ระหว่างพิจารณานายตันฮกเส็งหรือฮกเส็ง แซ่ตัน และนางงามจิตบุญยนิตย์ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์สำนวนแรก และเฉพาะนายตันฮกเส็ง แซ่ตัน ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์สำนวนที่สอง ศาลชั้นต้นอนุญาต

 
จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ให้การปฏิเสธ

 
ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรม จำเลยที่ 3 และที่ 7หลบหนีศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 และให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเฉพาะจำเลยที่ 3 และที่ 7

 
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 5 มีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง ประกอบด้วย มาตรา 84วางโทษจำคุกคนละ 1 ปี และปรับคนละ 3,000 บาท พิเคราะห์แล้วจำเลยเป็นทายาทของนายบรรจง อังโชติพันธ์ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนในฟาร์มหอยแครงดังกล่าวด้วยผู้หนึ่งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยทำผิดใด ๆมาก่อนควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดีโทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนดคนละ2 ปี ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ให้จำเลยที่ 1 ใช้ราคาทรัพย์ 20,790 บาท แก่เจ้าของให้ยกฟ้องของนายตันฮกเส็ง โจทก์ร่วมที่ 1 ทั้งสองสำนวน และให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 8

 
จำเลยที่ 1 และที่ 5 อุทธรณ์

 
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมที่ 2 สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 5 เสียด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

 
โจทก์ฎีกา

 
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ปัญหามีว่า จำเลยที่ 1 และที่ 5 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 บัญญัติว่า "ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริตผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์"การที่เจ้าของรวมจะมีความผิดฐานลักทรัพย์ไปจากเจ้าของรวมคนอื่นนั้น จะต้องได้ความว่าเจ้าของรวมผู้ลักมิได้ครอบครองทรัพย์อยู่ในขณะที่ลัก หากแต่ทรัพย์นั้นอยู่ในความครอบครองของเจ้าของรวมคนอื่น และเอาไปจากการครอบครองของผู้นั้น แต่คดีนี้จำเลยที่ 1และที่ 5 เป็นทายาทนายบรรจง ซึ่งเป็นหุ้นส่วนกับชาวมาเลเซียและเป็นผู้ครอบครองหอยแครงร่วมอยู่ด้วย ใช้บุคคลอื่นไปตักหอยแครงซึ่งอยู่ในความครอบครองของตนเองจึงไม่มีความผิดฐานใช้บุคคลอื่นลักทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องศาลฎีกาเห็นด้วยในผลฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

 
พิพากษายืน

 
 
 
(ไพบูลย์ จามิกรณ์ - ก้าน อันนานนท์ - ณรงค์ ตันติเตมิท)

 
 
หมายเหตุ

 
 
 ความผิดฐานลักทรัพย์ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ต้องเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่น คำว่าทรัพย์ของผู้อื่น ต้องเป็นทรัพย์ที่มีเจ้าของถือกรรมสิทธิ์ในขณะที่ลักแต่ไม่หมายถึงสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ยังไม่มีผู้ถือเอา เช่น แร่ในดิน หรือไม้ในป่า ซึ่งไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของรัฐ ผู้ใดเอาไปไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ แต่อาจมีความผิดตามกฎหมายอื่น

 
 ข้อเท็จจริงในคดีนี้ การที่จำเลยใช้ให้ผู้อื่นตักหอยแครงในฟาร์มเพาะเลี้ยงเป็นทรัพย์ที่มีเจ้าของ ในขณะนั้นจำเลยในฐานะผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งครอบครองทรัพย์อยู่ด้วย เมื่อใช้ให้บุคคลอื่นตักหอยแครงไป จึงมิใช่เป็นการลักทรัพย์ของผู้อื่นตามนัย ฎีกาที่2478/2528 ว่า วินิจฉัยว่าการกระทำที่เจ้าของรวมจะมีความผิดฐานลักทรัพย์ไปจากเจ้าของรวมคนอื่นนั้น ต้องได้ความว่าเจ้าของรวมผู้ลักมิได้ครอบครองทรัพย์อยู่ในขณะที่ลัก หากแต่ทรัพย์นั้นอยู่ในความครอบครองของเจ้าของรวมคนอื่นและเอาไปจากการครอบครองของผู้นั้น โจทก์กับจำเลยทั้งสองเป็นหุ้นส่วนในการซื้อไม้เพื่อขายแล้วนำผลกำไรมาแบ่งกัน การที่จำเลยทั้งสองตัดฟันโค่นไม้ในที่ดินที่โจทก์ซื้อไว้ในนามของหุ้นส่วน การครอบครองของโจทก์ถือเป็นการครอบครองไว้แทนจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของรวมด้วยการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

 
  ขวัญชนก  สุขโข


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ แบ่งปันสมาชิก เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนเข้าชม/ดาวน์โหลด : 59 ครั้ง

 
หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ความผิดฐานลักทรัพย์ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 / ขวัญชนก สุขโข |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา ที่ LawSiam.com

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  






 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ support@lawsiam.com


ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[ร่วมสนับสนุน ข้อมูลเตรียมสอบ คลิก!]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง อัพเดท

เตรียมสอบเนติ วิอาญา อัพเดท

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 21733 คน