ลอว์สยาม ดอทคอม เตรียมสอบ 3 สนาม




ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา

ชื่อไฟล์ : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ความผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 362 / กรกันยา กันยะพงศ์
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 คำพิพากษาฎีกาที่ 2768/2540   

        
 
ป.อ. มาตรา 362, 365

 
 
   การที่จำเลยกระชากลากผู้เสียหายออกมาจากบริเวณที่ผู้เสียหายยืนอยู่ใต้ชายคาบ้านของผู้เสียหาย  แม้จำเลยจะยืนอยู่นอกบริเวณบ้านของผู้เสียหายแต่จำเลยก็จะต้องเอื้อมมือเข้าไปภายในบริเวณบ้านของผู้เสียหายเพื่อจับและฉุดกระชากลากตัวผู้เสียหายออกไปการเอื้อมมือเข้าไปฉุดกระชากลากตัวผู้เสียหายออกไปในลักษณะนี้ถือได้ว่าจำเลยเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุขโดยใช้กำลังประทุษร้ายเข้าองค์ประกอบแห่งความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 362 และมาตรา 365(1) แล้ว

 
 
________________________________

 
 
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,364, 365, 295

 
จำเลยให้การรับสารภาพฐานทำร้ายร่างกาย แต่ปฏิเสธฐานบุกรุก

 
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือนและปรับ 1,000 บาท จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 คำขออื่นให้ยก

 
โจทก์อุทธรณ์

 
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 และ 365(1) ประกอบด้วยมาตรา 362การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(1) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ปรับ 6,000 บาทจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือนต่อครั้งภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30

 
จำเลยฎีกา

 
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่าศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยหรือพิจารณานอกเหนือจากคำฟ้องอุทธรณ์หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า ในชั้นอุทธรณ์โจทก์อุทธรณ์ว่า การเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นอันจะเป็นความผิดฐานบุกรุกนั้นเพียงส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายล่วงล้ำเข้าไปก็เป็นความผิดฐานบุกรุกแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าไปทั้งตัวก็ได้กรณีของนางกินรี เกื้อมธุรส ผู้เสียหายยืนตากผ้าอยู่ริมแนวเขตบ้านการที่จำเลยใช้กำลังกายกระชากผู้เสียหายออกไปเห็นได้ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายจำเลยต้องเข้าไปถูกตัวของผู้เสียหายในที่ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์อันถือได้ว่าเป็นการล่วงล้ำเข้าไปในอำนาจการครอบครองอันเป็นความผิดฐานบุกรุกแล้ว ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ตามที่โจทก์อุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาภาพถ่ายหมาย จ.3 ภาพที่ 2 และที่ 3 แล้ววินิจฉัยว่าผู้เสียหายยืนอยู่ใต้ชายคาบ้าน แม้จะอยู่นอกประตูเหล็กม้วนก็ถือได้ว่าอยู่ในบริเวณบ้าน เมื่อจำเลยเข้าไปกระชากตัวออกมาจึงรับฟังได้ว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุก ย่อมเป็นการวินิจฉัยและพิจารณาเกินคำฟ้องอุทธรณ์นั้น เห็นว่า การที่จะพิจารณาว่า จำเลยกระทำความผิดฐานบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นครอบครองอยู่หรือไม่จำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้เข้าไปหรือใช้ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายจำเลยเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์นั้นโดยไม่มีสิทธิหรือไม่ การวินิจฉัยข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ศาลจะต้องฟังพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบเป็นสำคัญ ภาพถ่ายหมาย จ.3 เป็นภาพถ่ายที่โจทก์นำสืบเพื่อให้ศาลเห็นว่า ขณะที่ผู้เสียหายถูกจำเลยลากตัวไปยังบ้านของจำเลยผู้เสียหายยืนอยู่ ณ จุดใดภายในบริเวณบ้านของผู้เสียหาย เมื่อภาพถ่ายหมาย จ.3ภาพที่ 2 และที่ 3 ปรากฎชัดแจ้งว่า ขณะที่ผู้เสียหายถูกจำเลยกระชากและลากตัวไปผู้เสียหายยืนอยู่ในบริเวณบ้านของผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ก็ชอบที่จะใช้ภาพถ่ายดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานประกอบการวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดฐานบุกรุกได้เพราะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายจำเลยได้ล่วงล้ำเข้าไปในบริเวณบ้านของผู้เสียหายแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 2 หาได้วินิจฉัยหรือพิจารณานอกเหนือจากคำฟ้องอุทธรณ์ดังที่จำเลยฎีกาไม่ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

 
ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายว่า จำเลยกระทำความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า การที่จะเป็นความผิดฐานบุกรุกบ้านหรือเคหสถานของผู้เสียหายได้นั้น จำเลยจะต้องเข้าไปในบริเวณบ้านหรือเคหสถานของผู้เสียหายทั้งตัวมิใช่เพียงส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายจำเลยเข้าไป ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฎว่าจำเลยกระชากลากผู้เสียหายออกมาจากบริเวณที่ผู้เสียหายยืนอยู่ใต้ชายคาบ้านของผู้เสียหายดังที่ปรากฎในภาพถ่ายหมาย จ.3 โดยที่จำเลยมิได้เข้าไปในบริเวณบ้านของผู้เสียหายทั้งตัวจำเลยย่อมไม่มีความผิดฐานบุกรุกนั้นเห็นว่า ข้อฎีกาของจำเลยที่ว่าจำเลยกระชากลากตัวผู้เสียหายออกมาจากบริเวณบ้านของผู้เสียหายในขณะที่ผู้เสียหายยืนอยู่บริเวณใต้ชายคาบ้านของผู้เสียหายดังที่ปรากฎในภาพถ่ายหมาย จ.3 ก็เท่ากับจำเลยยอมรับว่าจุดที่ผู้เสียหายยืนอยู่ในขณะที่ผู้เสียหายถูกจำเลยกระชากลากตัวไปอยู่ในบริเวณบ้านของผู้เสียหายตามที่ปรากฎในภาพถ่ายหมาย จ.3 ภาพที่ 3 จากจุดที่ผู้เสียหายยืนอยู่การที่จำเลยจะกระชากลากตัวผู้เสียหายให้ออกไปจากบริเวณบ้านของผู้เสียหายได้แม้จำเลยจะยืนอยู่นอกบริเวณบ้านของผู้เสียหายแต่จำเลยก็จะต้องเอื้อมมือเข้าไปภายในบริเวณบ้านของผู้เสียหายเพื่อจับและฉุดกระชากลากตัวผู้เสียหายออกไป การเอื้อมมือเข้าไปฉุดกระชากลากตัวผู้เสียหายออกไปในลักษณะนี้ถือได้ว่าจำเลยเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุขโดยใช้กำลังประทุษร้ายเข้าองค์ประกอบแห่งความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 และมาตรา 365(1) แล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

 
พิพากษายืน

 
 
 
(สุรินทร์ นาควิเชียร - ถวิล อินทรักษา - อมร วีรวงศ์)

 
 
 
หมายเหตุ

 
 
คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีประเด็นสำคัญที่น่าพิจารณา 2 ประการคือ

 
1.ขอบเขตของคำว่า "เข้าไป" ในความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362

 
2.ความหมายของ "การบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย" ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365 (1)

 
สำหรับประเด็นแรกขอบเขตของคำว่า "เข้าไป" ตามมาตรา 362 นั้นมีข้อควรทำความเข้าใจตามข้อต่อสู้ของจำเลยว่าการเข้าไปอันเป็นองค์ประกอบของความผิดฐานบุกรุกมาตามมาตรา362นี้ผู้กระทำความผิดต้องเข้าไปทั้งตัวหรือเพียงส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายดังเช่นในคำพิพากษาศาลฎีกานี้ที่จำเลยเพียงเอื้อมมือเข้าไปหรือจำเลยชะโงกศีรษะเข้าไปหรือถ้าหากก้าวเท้าเข้าไปก่อนเหล่านี้จะเพียงพออยู่ในขอบเขตของการเข้าไปตามมาตรา 362 หรือไม่

 
เท่าที่ผู้เขียนได้ค้นคว้าดูไม่ปรากฎแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลักเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้คงมีที่จะนำมาพิจารณาเทียบเคียงได้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่1/2512 ซึ่งวินิจฉัยว่าการที่จำเลยใช้ไม่กระดานตีขวางทับประตูห้องที่โจทก์ครอบครองในขณะที่โจทก์ไม่อยู่และปิดห้องไว้ทำให้โจทก์เข้าอยู่ในห้องไม่ได้เป็นการล่วงล้ำเข้าไปในอำนาจการครอบครองของโจทก์โดยปกติสุขตามความหมายแห่งบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นแล้ว

 
จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่1/2512 นี้จะเห็นว่าเพียงแต่จำเลยรบกวนการครอบครองของโจทก์โดยยังไม่ได้มีส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย"เข้าไป"เลยเพราะจำเลยอยู่นอกห้องแล้วใช้ไม้กระดานตีขวางทับประตูก็เป็นการบุกรุกแล้วดังนั้นการที่จำเลยในคำพิพากษาศาลฎีกาที่2768/2540เอื้อมมือเข้าไปยิ่งต้องเป็นการเพียงพอสำหรับการ "เข้าไป" ตามมาตรา362 แล้วในทำนองเดียวกันหากได้ความว่าเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นแล้วย่อมอยู่ในขอบเขตของคำว่า "เข้าไป" ตามมาตรา 362 นี้ทั้งสิ้นมิใช่จะต้องเข้าไปทั้งตัว

 
เกี่ยวกับขอบเขตของคำว่า "เข้าไป" นี้ในทางตำราได้มีการกล่าวถึงกันไว้พอสมควรทั้งในกฎหมายต่างประเทศและผู้รู้ในกฎหมายไทยอย่างท่านศาสตราจารย์จิตติติงศภัทิย์ซึ่งท่านได้อธิบายไว้ว่า"น่าจะต้องเข้าไปว่าเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเช่นมือเท้าหรือปลายนิ้วล่วงล้ำเข้าไปก็เป็นบุกรุกได้ไม่ต้องเข้าไปทั้งตัวหรือส่วนใหญ่ของร่างกายซึ่งไม่รู้ว่าแค่ไหน"(จิตติติงคภัทิย์,คำอธิบายประมวลกฎหมายอาญา,หน้า2759)

 
กฎหมายสหรัฐอเมริกาถือว่าเพียงส่วนหนึ่งส่วนใดของตัวผู้กระทำเข้าไปก็เพียงพอเป็นความผิด Burglary แล้วแม้ว่าจะเป็นการเข้าไปเพียงชั่วครู่เดียวโดยศาลได้ตัดสินไว้ว่าเพียงส่วนหนึ่งของมือที่ใช้เปิดหน้าต่าง (Rex.Bailey,[1818]Russ.&341)หรือการใช้เท้าเตะหน้าต่างให้เปิดออก(People.Roldan,100I11.App.2d81,241N.E.2d591(app.Ct.1968)ก็เพียงพอที่จะเป็นการเข้าไปแล้ว(WayneR.LaFave,AustinW.Scott.Jr.,CriminalLaw,Westpublishing,1982,P.710)

 
สำหรับกฎหมายอังกฤษการเข้าไปอันเป็นองค์ประกอบของความผิดBurglaryตามมาตรา 9 ของTheftAct 1968 นั้นศาลอุทธรณ์ได้วางหลักไว้ว่าบุคคลซึ่งเข้าไปในอาคารหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคารแม้ว่ายังไม่ได้เข้าไปทั้งตัวเพียงแต่ล่วงล้ำเข้าไปในหน้าต่างของร้านได้ครึ่งตัวก็เพียงพอเป็นการเข้าไปแล้ว(Browncase[1985]CrimLr.CA)(RichardCard ,CriminalLaw, Butterworths, 1992, p.290)

 
ดังนั้นในประเด็นของการ "เข้าไป" ที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการที่จำเลยเอื้อมมือเข้าไปภายในบริเวณบ้านของผู้เสียหายถือว่าจำเลยเข้าไปกระทำการใดๆอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุขแล้วจึงเป็นการวินิจฉัยในแนวทางเดียวกับคำพิพากษาและแนวความคิดของนักกฎหมายซึ่งเป็นที่ยอมรับกันโดยสากล

 
ส่วนที่ประเด็นที่สองอันได้แก่ความหมายของการบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายตามมาตรา365(1) นั้นศาลฎีกาได้วางหลักยึดมาโดยตลอดว่าการที่จำเลยบุกรุกเข้าไปทำร้ายบุคคลใดในอสังหาริมทรัพย์เป็นการบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายตามมาตรา365(1)เรื่อยมา

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 585/2511 การที่จำเลยเข้าไปทำร้ายผู้เสียหายในเคหสถานกรณีถือได้ว่าเป็นกรณีถือได้ว่าเป็นการเข้าไปโดยไม่มีเหตุอันสมควรนอกจากจำเลยจะมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายแล้วยังมีความผิดฐานบุกรุกเข้าไปในเคหสถานตามมาตรา365(1)(2)ด้วยอีกสถานหนึ่ง

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 391/2539 จำเลยที่3ขับรถยนต์ปิกอัพมาจอดที่หน้าบ้านน.แล้วจำเลยมี1ที่2และส.น้องภริยาจำเลยที่1ลงจากรถวิ่งเข้าไปในบ้านน.ไล่ตีทำร้ายผู้เสียหายดังนี้แม้ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่2เพียงแต่ถือมีดกับปืนคอยป้องกันไม่ให้ชาวบ้านเข้ามาช่วยโดยจำเลยที่2ไม่ได้ทำร้ายผู้ใดก็ตามแต่การที่จำเลยที่2ร่วมไปกับจำเลยอื่นและพวกแล้วถือมีดกับปืนคอยป้องกันไม่ให้ชาวบ้านเข้ามาช่วยเช่นนี้พฤติการณ์ส่อแสดงว่าจำเลยที่2พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในขณะที่จำเลยอื่นและพวกกระทำผิดดังกล่าวมีลักษณะเป็นการสมคบแบ่งหน้าที่ร่วมกันกระทำถือได้ว่าจำเลยที่2เป็นตัวการร่วมกับจำเลยอื่นและพวกบุกรุกเข้าไปในเคหสถานและทำร้ายร่างกายผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา295,365(1)(2)ประกอบด้วยมาตรา364,83

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2539 สนามหน้าบริเวณที่เกิดเหตุแม้จะเป็นสนามหญ้าตลอดติดต่อเป็นผืนเดียวไม่มีรั้วล้อมรอบไม่มีเครื่องหมายแสดงให้ทราบว่าเป็นแนวเขตบ้านพักก็ตามแต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่าบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสนามหน้านั้นอยู่หน้าบ้านพักอันเป็นที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายจึงเป็นการเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายโดยไม่มีเหตุอันสมควรอันเป็นความผิดฐานบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2768/2540 นี้ศาลฎีกาก็ยังคงวินิจฉัยตามแนวบรรทัดฐานเดิมคือเมื่อจำเลยเอื้อมมือเข้าไปภายในบริเวณบ้านของผู้เสียหายเพื่อจับและฉุดกระชากลากตัวผู้เสียหายออกไปถือได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายตามมาตรา362และ365(1)แล้ว

 
ด้วยความเคารพต่อการวินิจฉัยของศาลฎีกาผู้เขียนเห็นว่าการบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายกับการบุกรุกเพื่อเข้าไปทำร้ายผู้อื่นหรือบุกรุกเข้าไปเพื่อใช้กำลังประทุษร้ายน่าจะมีความหมายแตกต่างกันการบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีมูลเหตุชักจูงใจเพื่อที่จะบุกรุกแต่การบุกรุกเพื่อใช้กำลังประทุษร้ายเป็นการบุกรุกโดยมีมูลเหตุชักจูงใจเพื่อจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือทำร้ายผู้อื่นหากจะให้ผู้กระทำผิดใน2ลักษณะดังกล่าวต้องรับโทษเหมือนกันไม่น่าจะตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

 
ความผิดตามมาตรา 365(1) นี้เป็นบทฉกรรจ์ของความผิดฐานบุกรุกโดยทั่วไปดังนั้นการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายต้องกระทำไปเพื่อการบุกรุกเช่นทำร้ายยามที่ไม่ยอมให้เข้าไปในบ้านดังนี้จึงจะมีความผิดตามมาตรา365 (1) และมาตรา295แต่ถ้าบุกรุกเข้าไปเพื่อทำร้ายผู้อื่นนอกจากจะมีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นตามมาตรา 295 แล้วผู้กระทำควรมีความผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 362 เท่านั้นมิใช่มาตรา 365(1)

 
 กรกันยา  กันยะพงศ์


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ แบ่งปันสมาชิก เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนเข้าชม/ดาวน์โหลด : 240 ครั้ง

 
หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ความผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 362 / กรกันยา กันยะพงศ์ |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา ที่ LawSiam.com

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  






 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ support@lawsiam.com


ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[ร่วมสนับสนุน ข้อมูลเตรียมสอบ คลิก!]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง อัพเดท

เตรียมสอบเนติ วิอาญา อัพเดท

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 21988 คน