LawSiam.com

ลอว์สยาม ดอทคอม แบ่งปันความรู้ เตรียมสอบ 3 สนาม

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป: ลงทะเบียน หรือ เข้าระบบที่นี่*]








หมวดหมู่  ทดสอบความรู้ เตรียมสอบเนติ ภาค 2 วิแพ่ง - สกัดหลักจากรวมคำบรรยายเนติฯ

แบบทดสอบ แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๔ วิ.แพ่ง ภาค ๒ วิธีพิจารณาวิสามัญ- ประเด็นที่น่าสนใจ (ชุดที่ ๑)


 หมายเหตุ สกัดหลักจาก หนังสือรวมคำบรรยายเนติ (อ.สมชาย พงษธา) สมัยที่ ๖๘
---------------------------------------------

แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๔ วิ.แพ่ง ภาค ๒ วิธีพิจารณาวิสามัญ- ประเด็นที่น่าสนใจ (ชุดที่ ๑) | ทดสอบความรู้ เตรียมสอบเนติ ภาค 2 วิแพ่ง - สกัดหลักจากรวมคำบรรยายเนติฯ ที่ LawSiam.com

คำถามข้อที่ 1.
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน ของโจทก์ ราคา ๗๔,๐๐๐ บาท จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ โดยอ้างการครอบครองปรปักษ์ ถือเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ที่ดินอีกส่วนหนึ่ง จำเลยต่อสู้ว่าเป็นที่ดินของกรมชลประทาน เท่ากับว่าจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ประเภทฟ้องขับไล่
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 2.
การขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา เป็นเรื่องวิธีพิจารณาวิสามัญในศาลชั้นต้น
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 3.
มาตรา ๑๘๙ บัญญัติว่า คดีมโนสาเร่
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 4.
วิธีพิจารณาวิสามัญในศาลชั้นต้น เป็นกฎหมายวิธีสบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาคดีแพ่งของศาล หลังจากที่คู่ความได้ยื่นคำฟ้องคดีต่อศาล การดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จะดำเนินการต่อไปอย่างไร
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 5.
โจทก์ผู้ฟ้องคดีมโนสาเร่ก็ต้องยื่นคำฟ้องต่อศาลชั้นต้นที่คดีมโนสาเร่อยู่ในเขต อำนาจ ดังนี้
ถ้าเป็นคดีมโนสาเร่ประเภท มีทุนทรัพย์ไม่เกินสามแสนบาท ตามมาตรา ๑๘๙ (๑) โจทก์ต้องยื่นฟ้องต่อศาลแขวง เว้นแต่คดีดังกล่าวอยู่ในเขตที่ไม่มีศาลแขวงตั้งอยู่ก็ต้องยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดหรือศาลแพ่งใดแล้วแต่กรณี เช่นคดีแพ่งมีทุนทรัพย์ ซึ่งจำเลยมีภูมิลำเนา หรือมูลคดีเกิดในเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่มีศาลแขวงใด มีเขตอำนาจ นอกจากศาลจังหวัดตลิ่งชัน โจทก์ก็ต้องฟ้องคดีมโนสาเร่ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน แต่หากคดีแพ่งมีทุนทรัพย์ซึ่งจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตดุสิต หรือมูลคดีเกิดขึ้นในเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีศาลแขวงดุสิต ตั้งอยู่ในเขต โจทก์ต้องยื่นฟ้องคดีต่อศาลแขวงดุสิต
สำหรับคดีมโนสาเร่ มีทุนทรัพย์ที่เกิดขึ้นในต่างจังหวัด ถ้ามีศาลแขวงตั้งอยู่ ในเขตต้องฟ้องต่อศาลแขวง จะยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดไม่ได้ และศาลจังหวัดก็ไม่อาจใช้ดุลพินิจรับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงไว้พิจารณาได้ เว้นแต่ในเขตนั้นไม่มีศาลแขวงตั้งอยู่ ก็ต้องฟ้องต่อศาลจังหวัด
ถูกทั้ง 2 ข้อ
ผิดทุกข้อ

คำถามข้อที่ 6.
ศาลฎีกาได้วางหลักเกณฑ์ว่าเงินช่วยค่าก่อสร้างหรือเงินกินเปล่าที่ผู้เช่าต้องเสีย เพื่อให้ได้อยู่ในทรัพย์สินที่เช่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่า การคิดค่าเช่าจึงต้องนำเงินช่วยสร้างหรือเงินกินเปล่ามาคำนวณ เฉลี่ยกับระยะเวลาการเช่าตามสัญญา แล้วบวกด้วยอัตรา ค่าเช่าตามสัญญา หากรวมกันแล้วไม่เกินเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ก็เป็นคดีมโนสาเร่
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 7.
คดีร้องขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนดโดยการครอบครองปรปักษ์ หรือคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ไม่ว่าผู้เช่า ผู้อาศัย หรือ ผู้ละเมิดออกจากอสังหาริมทรัพย์ ถึงแม้จะมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ล้วนถือเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ หรือคดีไม่มีทุนทรัพย์ ซึ่งศาลแขวงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 8.
คดีฟ้องขอแบ่งกรรมสิทธิ์รวมจากเจ้าของรวม หากเจ้าของรวมโต้แย้ง ไม่ยอมแบ่ง หรือยอมแบ่งเพียงบางส่วนไม่เท่าจำนวนที่ฟ้อง ก็ถือเป็นคดีมีทุนทรัพย์เฉพาะราคาที่ดินในส่วนที่โต้เถียงกัน
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 9.
โจทก์ฟ้องขอไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากแก่จำเลย ไว้ในราคา ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นคดีพิพาทกันเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ขายฝาก อันมีผลให้ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งได้หรือเสียสิทธิในทรัพย์นั้น เข้าลักษณะคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาทรัพย์ที่ขายฝาก
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 10.
มาตรา ๑๙๐ ทวิ บัญญัติว่า ในคดีมโนสาเร่ ให้ศาลดำเนินกระบวน พิจารณาไปตามบทปัญญัติในหมวดนี้ ทำให้เห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าต้องการ ให้กระบวนพิจารณาคดีมโนสาเร่ ดำเนินการไปโดยเฉพาะตามที่บัญญัติไว้ แต่มาตรา ๑๙๕ ก็บัญญัติรองรับไว้ว่า หากบทบัญญัติในหมวดนี้มิได้บัญญัติไว้ ก็ให้นำบททั่วไป แห่งประมวลกฎหมายนี้ และบทบัญญัติในคดีสามัญมาใช้บังคับ เช่นในเรื่องการแก้ไข คำฟ้อง และคำให้การ เป็นต้น
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 11.
ปวิพ. ภาค ๒ เป็นเรื่องวิธีพิจารณาในศาลชั้นต้น แยกออกเป็น ๒ ลักษณะ ลักษณะ ๑ คือวิธีพิจารณาสามัญในศาลชั้นต้น ลักษณะ ๒ วิธีพิจารณาวิสามัญในศาลชั้นต้น
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 12.
แม้บางคดีจะมีคำขอประเภทมีทุนทรัพย์และไม่มีทุนทรัพย์รวมกันมา หากคำขอประเภทมีทุนทรัพย์หรือไม่มีทุนทรัพย์เป็นเพียงคำขอต่อเนื่องจากคำขออีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นคำขอหลักหรือคำขอประธานก็ต้องพิจารณาคำขอหลักหรือคำขอประธานเป็นเกณฑ์ ว่าเป็นคดีมโนสาเร่หรือไม่
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 13.
คดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสาม หมื่นบาท นิยมเรียกคดีประเภทนี้ว่า “คดีไม่มีทุนทรัพย์” หรือ “คดีมีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้” แต่ต้องทำความเข้าใจว่าคดีไม่มีทุนทรัพย์มิใช่มีเพียงคดีประเภทฟ้องขับไล่เท่านั้น แต่ยังมีคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ประเภทอื่นๆ อยู่อีกมาก เช่น ฟ้องขอให้เปิดทางเดิน เปิดทางจำเป็น ทางภาระจำยอม หรือให้ระงับการก่อสร้าง ขอให้ส่งมอบโฉนดที่ดิน เป็นต้น เป็นคดีมโนสาเร่
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 14.
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คหลายฉบับ แต่ละฉบับไม่เกินอำนาจศาลแขวง (ปัจจุบัน ๓๐๐,๐๐๐ บาท) แต่เมื่อรวมกันแล้วเกินอำนาจศาลแขวง (ไม่ใช่คดีมโนสาเร่) ดังนี้ ศาลแขวงรับไว้พิจารณาไม่ได้
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 15.
คดีมโนสาเร่ประเภทไม่มีทุนทรัพย์ ต้องหมายถึงคดีไม่มีทุนทรัพย์ประเภทฟ้องขับไล่บุคคล ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ ขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท หากเกินแม้แต่บาทเดียว ก็ไม่เป็นคดีมโนสาเร่แล้ว
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 16.
มีนักกฎหมายส่วนหนึ่งยังเข้าใจผิดว่า กรณีเช่นนี้ ต้องถือว่าเป็นกรณีที่อาจให้เช่าได้ เดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาถือว่า กรณีเช่นนี้ต้องถือว่าเป็นกรณีมีค่าเช่าขณะยื่นคำฟ้องเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท แม้สัญญาเช่าจะเลิกกันไปแล้วก่อนฟ้อง ก็ตามถือว่าคดีนี้เป็นคดีมโนสาเร่ แต่ต้องอย่าลืมดูเรื่องค่าเช่า และค่าเสียหายค้างชำระที่โจทก์ขอมาด้วยเพราะถือเป็นคำขอที่มีทุนทรัพย์ ถ้าจำนวนเงินเกินกว่าสามแสนบาท อาจทำให้คดีนี้ไม่เป็นคดีมโนสาเร่ แม้คำขอให้ขับไล่จะมีค่าเช่าไม่เกินเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ก็ตาม
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 17.
คดีมโนสาเร่ คือ
(๑) คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ไม่เกิน สามแสนบาท หรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
(๒) คดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่า หรือ อาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้อง ไม่เกินเดือนละสามหมื่นบาท หรือไม่เกินจำนวน ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
ข้อ ๑ และ ๒ ถูก
ผิดทุกข้อ

คำถามข้อที่ 18.
สำหรับคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ หรือคดีไม่มีทุนทรัพย์ซึ่งมิใช่คดีฟ้องขับไล่ ตามมาตรา ๑๘๙ (๒) ย่อมไม่เป็นคดีมโนสาเร่ ***แต่ก็ต้องระวังให้ดี ถ้าจำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ก็กลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ได้ และเป็นคดีมโนสาเร่ได้ หากจำนวนทุนทรัพย์ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 19.
คำว่า “อันมีค่าเช่า” จะนำมาใช้ในกรณีที่มีการฟ้องขับไล่ผู้เช่าให้ออกไปจาก อสังหาริมทรัพย์ที่เช่า ซึ่งเป็นกรณีที่ต้องมีสัญญาเช่าที่สามารถฟ้องร้องบังคับได้ตามกฎหมายคือเป็นการเช่าที่มีหนังสือสัญญาเช่า หรือมีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือ หรือ กรณีไม่มีหนังสือสัญญาเช่า หรือหลักฐานเป็นหนังสือ ก็ต้องเป็นกรณีเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิงกว่าการเช่า โดยพิจารณาจากอัตราค่าเช่าในขณะที่ยื่นคำฟ้องว่าต้องไม่ เกินเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท จึงจะเป็นคดีมโนสาเร่
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 20.
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยยักย้ายมรดกคิด เป็นเงินรวม ๙๗,๗๔๑,๖๖๖.๖๖ บาท ซึ่งโจทก์ ๔ คน มีสิทธิจะได้รับ เห็นได้ชัดว่า โจทก์เรียกร้อง แต่ละคน ๑๙,๕๔๘,๓๓๓.๓๓ บาท โจทก์แต่ละคนต้องเสียค่าขึ้นศาล ตามตาราง ๑ (ก) คนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท
ถูก
ผิด