หมวดหมู่  ทดสอบความรู้ เตรียมสอบเนติ ภาค 2 วิแพ่ง - สกัดหลักจากรวมคำบรรยายเนติฯ

แบบทดสอบ แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๔ วิ.แพ่ง ภาค ๒ วิธีพิจารณาวิสามัญ- ประเด็นที่น่าสนใจ (ชุดที่ ๑)


 หมายเหตุ สกัดหลักจาก หนังสือรวมคำบรรยายเนติ (อ.สมชาย พงษธา) สมัยที่ ๖๘
---------------------------------------------

แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๔ วิ.แพ่ง ภาค ๒ วิธีพิจารณาวิสามัญ- ประเด็นที่น่าสนใจ (ชุดที่ ๑) | ทดสอบความรู้ เตรียมสอบเนติ ภาค 2 วิแพ่ง - สกัดหลักจากรวมคำบรรยายเนติฯ ที่ LawSiam.com

คำถามข้อที่ 1.
คดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสาม หมื่นบาท นิยมเรียกคดีประเภทนี้ว่า “คดีไม่มีทุนทรัพย์” หรือ “คดีมีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้” แต่ต้องทำความเข้าใจว่าคดีไม่มีทุนทรัพย์มิใช่มีเพียงคดีประเภทฟ้องขับไล่เท่านั้น แต่ยังมีคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ประเภทอื่นๆ อยู่อีกมาก เช่น ฟ้องขอให้เปิดทางเดิน เปิดทางจำเป็น ทางภาระจำยอม หรือให้ระงับการก่อสร้าง ขอให้ส่งมอบโฉนดที่ดิน เป็นต้น เป็นคดีมโนสาเร่
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 2.
คดีฟ้องขอไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากคืนภายในกำหนดเวลา เพราะผู้รับซื้อฝาก ไม่ยอมให้ไถ่คืน ถือเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ขายฝาก
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 3.
คำว่า “อันมีค่าเช่า” จะนำมาใช้ในกรณีที่มีการฟ้องขับไล่ผู้เช่าให้ออกไปจาก อสังหาริมทรัพย์ที่เช่า ซึ่งเป็นกรณีที่ต้องมีสัญญาเช่าที่สามารถฟ้องร้องบังคับได้ตามกฎหมายคือเป็นการเช่าที่มีหนังสือสัญญาเช่า หรือมีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือ หรือ กรณีไม่มีหนังสือสัญญาเช่า หรือหลักฐานเป็นหนังสือ ก็ต้องเป็นกรณีเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิงกว่าการเช่า โดยพิจารณาจากอัตราค่าเช่าในขณะที่ยื่นคำฟ้องว่าต้องไม่ เกินเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท จึงจะเป็นคดีมโนสาเร่
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 4.
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน ของโจทก์ ราคา ๗๔,๐๐๐ บาท จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ โดยอ้างการครอบครองปรปักษ์ ถือเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ที่ดินอีกส่วนหนึ่ง จำเลยต่อสู้ว่าเป็นที่ดินของกรมชลประทาน เท่ากับว่าจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ประเภทฟ้องขับไล่
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 5.
คดีมโนสาเร่ คือ
(๑) คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ไม่เกิน สามแสนบาท หรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
(๒) คดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่า หรือ อาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้อง ไม่เกินเดือนละสามหมื่นบาท หรือไม่เกินจำนวน ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
ข้อ ๑ และ ๒ ถูก
ผิดทุกข้อ

คำถามข้อที่ 6.
โจทก์ฟ้องขอไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากแก่จำเลย ไว้ในราคา ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นคดีพิพาทกันเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ขายฝาก อันมีผลให้ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งได้หรือเสียสิทธิในทรัพย์นั้น เข้าลักษณะคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาทรัพย์ที่ขายฝาก
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 7.
มาตรา ๑๘๙ บัญญัติว่า คดีมโนสาเร่
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 8.
คดีมโนสาเร่ประเภทไม่มีทุนทรัพย์ ต้องหมายถึงคดีไม่มีทุนทรัพย์ประเภทฟ้องขับไล่บุคคล ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ ขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท หากเกินแม้แต่บาทเดียว ก็ไม่เป็นคดีมโนสาเร่แล้ว
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 9.
การขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา เป็นเรื่องวิธีพิจารณาวิสามัญในศาลชั้นต้น
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 10.
มาตรา ๑๙๐ ทวิ บัญญัติว่า ในคดีมโนสาเร่ ให้ศาลดำเนินกระบวน พิจารณาไปตามบทปัญญัติในหมวดนี้ ทำให้เห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าต้องการ ให้กระบวนพิจารณาคดีมโนสาเร่ ดำเนินการไปโดยเฉพาะตามที่บัญญัติไว้ แต่มาตรา ๑๙๕ ก็บัญญัติรองรับไว้ว่า หากบทบัญญัติในหมวดนี้มิได้บัญญัติไว้ ก็ให้นำบททั่วไป แห่งประมวลกฎหมายนี้ และบทบัญญัติในคดีสามัญมาใช้บังคับ เช่นในเรื่องการแก้ไข คำฟ้อง และคำให้การ เป็นต้น
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 11.
โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท จำเลยบุกรุกเข้าไปสร้างบ้านในที่ดินพิพาท ทำให้โจทก์เสียหาย ไม่สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินพิพาท ซึ่งโจทก์อาจให้เช่า ได้ค่าเช่าไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท ค่าเสียหายถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๔๘,๐๐๐ บาท และมีคำขอบังคับให้จำเลย กับบริวารรื้อถอนบ้านหลังดังกล่าวกับขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาทกับให้ใช้ค่าเสียหาย ๔๘,๐๐๐ บาท และค่าเสียหายเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนบ้านและออกไปจากที่ดินพิพาท จึงถือว่าคำขอบังคับให้จำเลยกับบริวารรื้อถอนบ้านและออกไปจากที่ดินพิพาทเป็นคำขอหลัก ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์แถลงไม่ติดใจบังคับจำเลยเกี่ยวกับค่าเสียหายตาม ฟ้องแล้วเช่นนี้ คงเหลือคำขอบังคับแต่เพียงให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านและออกไปจากที่ดินพิพาทเท่านั้น ซึ่งเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ แม้จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของโจทก์ แต่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน โดยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ไม่อยู่ในอำนาจของศาลแขวงที่จะ พิจารณาพิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๗ ประกอบ มาตรา ๒๕
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 12.
คำขอหลักหรือคำขอประธานเป็นคำขอมีทุนทรัพย์ไม่ถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาท หรือคำขอหลักหรือคำขอประธานเป็นคำขอขับไล่ผู้เช่าค่าเช่าเดือนละไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งถือเป็นคดีมโนสาเร่ แม้แต่ละคดีจะมีคำขอต่อเนื่องเช่นขอให้ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดิน หรือให้รื้อถอนบ้านเรือนออกไปจากที่ดินหรือขอให้ชำระค่าเสียหาย ไม่ถือเป็นคดีมโนสาเร่
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 13.
ส่วนคดีมโนสาเร่ประเภทคดีไม่มีทุนทรัพย์ คือ คดีฟ้องขับไล่ ตามมาตรา ๑๘๙ (๒) จะต้องยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง หรือศาลจังหวัดเท่านั้น เพราะศาลแขวงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีไม่มีทุนทรัพย์
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 14.
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยยักย้ายมรดกคิด เป็นเงินรวม ๙๗,๗๔๑,๖๖๖.๖๖ บาท ซึ่งโจทก์ ๔ คน มีสิทธิจะได้รับ เห็นได้ชัดว่า โจทก์เรียกร้อง แต่ละคน ๑๙,๕๔๘,๓๓๓.๓๓ บาท โจทก์แต่ละคนต้องเสียค่าขึ้นศาล ตามตาราง ๑ (ก) คนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 15.
ปวิพ. ภาค ๒ เป็นเรื่องวิธีพิจารณาในศาลชั้นต้น แยกออกเป็น ๒ ลักษณะ ลักษณะ ๑ คือวิธีพิจารณาสามัญในศาลชั้นต้น ลักษณะ ๒ วิธีพิจารณาวิสามัญในศาลชั้นต้น
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 16.
แม้บางคดีจะมีคำขอประเภทมีทุนทรัพย์และไม่มีทุนทรัพย์รวมกันมา หากคำขอประเภทมีทุนทรัพย์หรือไม่มีทุนทรัพย์เป็นเพียงคำขอต่อเนื่องจากคำขออีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นคำขอหลักหรือคำขอประธานก็ต้องพิจารณาคำขอหลักหรือคำขอประธานเป็นเกณฑ์ ว่าเป็นคดีมโนสาเร่หรือไม่
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 17.
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คหลายฉบับ แต่ละฉบับไม่เกินอำนาจศาลแขวง (ปัจจุบัน ๓๐๐,๐๐๐ บาท) แต่เมื่อรวมกันแล้วเกินอำนาจศาลแขวง (ไม่ใช่คดีมโนสาเร่) ดังนี้ ศาลแขวงรับไว้พิจารณาไม่ได้
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 18.
วิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่ ซึ่งเป็นวิธีพิจารณาวิสามัญในศาลชั้นต้น ลักษณะ ๒ หมวด ๑ นั้น ตาม มาตรา ๑๙๑ วรรคหนึ่ง โจทก์อาจยื่นคำฟ้อง เป็น หนังสือ หรือ มาแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อศาลก็ได้
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 19.
มีนักกฎหมายส่วนหนึ่งยังเข้าใจผิดว่า กรณีเช่นนี้ ต้องถือว่าเป็นกรณีที่อาจให้เช่าได้ เดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาถือว่า กรณีเช่นนี้ต้องถือว่าเป็นกรณีมีค่าเช่าขณะยื่นคำฟ้องเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท แม้สัญญาเช่าจะเลิกกันไปแล้วก่อนฟ้อง ก็ตามถือว่าคดีนี้เป็นคดีมโนสาเร่ แต่ต้องอย่าลืมดูเรื่องค่าเช่า และค่าเสียหายค้างชำระที่โจทก์ขอมาด้วยเพราะถือเป็นคำขอที่มีทุนทรัพย์ ถ้าจำนวนเงินเกินกว่าสามแสนบาท อาจทำให้คดีนี้ไม่เป็นคดีมโนสาเร่ แม้คำขอให้ขับไล่จะมีค่าเช่าไม่เกินเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ก็ตาม
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 20.
คดีมโนสาเร่และคดีไม่มีข้อยุ่งยาก เป็นเรื่องวิธีพิจารณาวิสามัญในศาลชั้นต้น
ถูก
ผิด


  





ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/74

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/74

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


sitemap.xml