หมวดหมู่  ทดสอบความรู้ เตรียมสอบเนติ ภาค 2 วิแพ่ง - สกัดหลักจากรวมคำบรรยายเนติฯ

แบบทดสอบ แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๕ วิ.แพ่ง ภาค ๓ อุทธรณ์ฎีกา - ประเด็นที่น่าสนใจ (ชุดที่ ๑)


 
หมายเหตุ สกัดหลักจาก หนังสือรวมคำบรรยายเนติ เล่ม ๑ สมัยที่ ๖๘
*************
การแก้ไขเพิ่มเติมระบบอุทธรณ์ ฎีกา จะมีผลใช้บังคับกับคดีแพ่งที่ยื่นฟ้องต่อศาลตั้งแต่วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ส่วนคดีที่ยื่นฟ้องก่อนวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ยังคงใช้บังคับโดยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ถูกยกเลิก ...ฉะนั้นการบรรยายในปีนี้จะบรรยายครอบคลุม ไปถึงกฎหมายที่ถูกยกเลิกแต่ยังมีผลใช้บังคับกับคดีที่เกิดขึ้นก่อนวันที่กฎหมายที่แก้ไข เพิ่มเติมมีผลบังคับด้วย / อ.อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ หน้า ๑๑๒.

---------------------------------------------

แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๕ วิ.แพ่ง ภาค ๓ อุทธรณ์ฎีกา - ประเด็นที่น่าสนใจ (ชุดที่ ๑) | ทดสอบความรู้ เตรียมสอบเนติ ภาค 2 วิแพ่ง - สกัดหลักจากรวมคำบรรยายเนติฯ ที่ LawSiam.com

คำถามข้อที่ 1.
แม้ศาลจะมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์โดย วินิจฉัยว่าโจทก์และจำเลยต่างครอบครองที่ดินของตน แต่คำวินิจฉัยมีผลกระทบกระเทือนถึงสิทธิของจำเลยตามที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ครอบครองที่ดินของจำเลยโดยอาศัยสิทธิของจำเลย จำเลยย่อมอุทธรณ์ได้ เมื่อจำเลยไม่อุทธรณ์ คำพิพากษาดังกล่าว จึง....
ผูกพันคู่ความมิให้กล่าวอ้างเป็นอย่างอื่น
ไม่ผูกพันคู่ความมิให้กล่าวอ้างเป็นอย่างอื่น

คำถามข้อที่ 2.
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๘๐๓/๒๕๓๘ แม้จำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีเพราะโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง แต่การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ วินิจฉัยว่าที่พิพาทมิได้เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้เลี้ยงสัตว์ร่วมกันตามที่จำเลยอ้าง แต่เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า อาจเป็นที่เสียหายแก่จำเลย จำเลยย่อม.......
มีสิทธิฎีกาโต้แย้งได้
ไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งได้

คำถามข้อที่ 3.
การฎีกานั้น ตามมาตรา ๒๒๔/๑ บัญญัติว่า “ภายใต้บังคับมาตรา ๒๔๗ คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด” และมาตรา ๒๔๗ บัญญัติว่า “การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา” แต่บทบัญญัติดังกล่าวนี้ ไม่ใช้บังคับแก่คดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๕๘ ใช้บังคับ และมาตรา ๙ ของพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติให้บังคับตามกฎหมายซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ดังนั้น บรรดาคดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๕๘ ใช้บังคับ หากเป็นคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทก็ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามมาตรา ๒๔๘ วรรคหนึ่ง เช่นเดิม
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 4.
คำฟ้องฎีกา (มาตรา ๒๔๘)
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 5.
คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๘๗๕/๒๕๔๕ จำเลยขอสินเชื่อโดยทำสัญญากับโจทก์ หลายประเภท และจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ มูลหนี้ทั้งหมดจึงเกี่ยวข้องกัน และโจทก์มีสิทธินำมาฟ้องรวมเป็นคดีเดียวกันได้ ค่าขึ้นศาลที่โจทก์มีหน้าที่ชำระตาม ตาราง ๑ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ข้อ ๑ (ก) จึงเท่ากับสองแสนบาท ซึ่งเป็นอัตราสูงสุด การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มโดยแยกตามมูลหนี้แต่ละสัญญา จึงเป็นการเรียกเก็บค่าขึ้นศาลเกินกว่าที่โจทก์มีหน้าที่ต้องเสียตามกฎหมาย จำเลยซึ่งเป็นคู่ความฝ่ายซึ่งมีหน้าที่ต้องชำระแทนโจทก์ หากตนเป็นฝ่ายแพ้คดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๖๑ วรรคหนึ่ง ย่อมถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสีย จึง.....
มีสิทธิคัดค้านและอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นได้
ไม่มีสิทธิคัดค้านและอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นได้

คำถามข้อที่ 6.
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๕๒ ให้สิทธิคู่ความที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาที่จะอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น แต่เมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของอีกฝ่ายหนึ่งไว้แล้ว อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งว่า ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ย่อมโต้แย้งไว้ในคำแก้ฎีกา
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 7.
จำเลยยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ เมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินและมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ด้วย ทั้งต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระ ตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๓๔ จะเลือกอุทธรณ์ เฉพาะคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลเพียงอย่างเดียวหาได้ไม่
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 8.
ส่วนการฎีกานั้น การพิจารณาและการพิพากษาคดีของศาลฎีการวมทั้งการสั่งคืนค่าฤชาธรรมเนียมตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๕๘ ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา ตามมาตรา ๒๕๐ และมาตรา ๒๕๒ ในกรณีที่ไม่มีข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาตาม มาตรา ๒๕๐ กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น มาตรา ๒๕๒ ก็ให้นำบทบัญญัติในลักษณะ ๑ ว่าด้วยอุทธรณ์มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 9.
การอุทธรณ์เป็นกรณีที่คู่ความประสงค์จะให้ศาลอุทธรณ์บังคับให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งรับผิดแตกต่างหรือนอกเหนือไปจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยกฎหมายกำหนดให้เป็นคำฟ้องอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้น คู่ความจะขอให้ศาลอุทธรณ์บังคับคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งรับผิดโดยขอมาในคำแก้อุทธรณ์ตาม มาตรา ๒๓๗ ไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่ชอบที่จะวินิจฉัยให้
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 10.
ปัจจุบันมีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขระบบการฎีกาเดิมซึ่งเป็น “ระบบสิทธิ” เป็น “ระบบอนุญาต” มีผลใช้บังคับแก่คดีที่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลตั้งแต่วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ เป็นต้นไปแล้ว
ใช่
ไม่ใช่

คำถามข้อที่ 11.
คำสั่งที่รับอุทธรณ์หรือฎีกาเป็นคำสั่งรับคำคู่ความ คำสั่งรับคำคู่ความตาม มาตรา ๑๘ อุทธรณ์ฎีกาไม่ได้ถือเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาอย่างหนึ่ง
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 12.
การอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ ไม่อนุญาตให้ผู้ร้องขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมพร้อมฟ้องฎีกา ต้องอุทธรณ์ไปยังศาล อุทธรณ์ตามลำดับชั้นศาล จะอุทธรณ์ตรงไปยังศาลฎีกาหาได้ไม่
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 13.
คดีที่มีการฟ้องต่อศาลชั้นต้น จึงไม่อาจไปสู่การอุทธรณ์ฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาได้ทุกคดี
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 14.
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ บัญญัติว่า “ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๑๓๘, ๑๖๘, ๑๘๘ และ ๒๒๒ และในลักษณะนี้ คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นนั้น ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ เว้นแต่คำพิพากษาหรือคำสั่ง นั้นประมวลกฎหมายนี้ หรือกฎหมายอื่นจะได้บัญญัติว่าให้เป็นที่สุด”
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 15.
ตามมาตรา ๒๔๔/๑ บัญญัติให้คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด และให้อยู่ภายในบังคับของมาตรา ๒๔๗ ที่บัญญัติให้การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่ง ของศาลอุทธรณ์ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฏีกา
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 16.
ในชั้นศาลอุทธรณ์ โดยปกติศาลอุทธรณ์ไม่ต้องดำเนินกระบวนพิจารณา และสืบพยานหลักฐานใหม่ คงพิจารณาจากพยานหลักฐานในสำนวนความที่ศาลชั้นต้น ได้ทำไว้แล้ววินิจฉัยคดีโดยเพียงแต่พิจารณาฟ้องอุทธรณ์ คำแก้อุทธรณ์ เอกสาร และหลักฐานทั้งปวงในสำนวนความซึ่งศาลชั้นต้นได้ทำไว้และล่งขึ้นมา เว้นแต่ศาลอุทธรณ์จะเห็นสมควรมีคำสั่งให้มีการพิจารณาเพิ่มเติมต่อไปหรือพิจารณาใหม่ตามมาตรา ๒๔๐
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 17.
ปัจจุบัน คดีแพ่งได้เปลี่ยนแปลงระบบอุทธรณ์ฎีกาจากเดิมโดยให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ฎีกาจากศาลฎีกา
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 18.
ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยที่ ๑ วาง เงินค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาและค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แทนโจทก์ เพราะวางเมื่อพ้นกำหนดฎีกา เป็นคำสั่งอันเกี่ยวกับการขอขยายระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ หาใช่การสั่งเกี่ยวกับการรับหรือไม่รับฎีกาของจำเลยที่ ๑ ไม่ หากจำเลยที่ ๑ ประสงค์จะอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของศาลดังกล่าวก็ชอบที่จะอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ไปตามลำดับชั้นศาลไม่มีบทกฎหมายใดให้อำนาจจำเลยที่ ๑ ฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้น ดังกล่าวโดยตรงต่อศาลฎีกาได้
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 19.
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียน ขายบ้านให้โจทก์ จำเลยให้การว่าจำเลยไม่เคยขายบ้านให้โจทก์ สัญญาซื้อขายบ้านที่โจทก์อ้างเป็นเอกสารปลอมและเป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาดโดยไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยทำสัญญาขายบ้านให้โจทก์แล้วจำเลย ทำสัญญาเช่าบ้านด้วย แสดงเจตนาซื้อขายบ้านเสร็จเด็ดขาด เมื่อไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่สัญญาซื้อขายเป็นโมฆะ ดังนี้แม้จำเลยจะเป็นฝ่ายชนะคดีในศาลชั้นต้น แต่ที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยทำสัญญาขายบ้านให้แก่โจทก์แล้วทำสัญญาเช่าบ้านนั้นอาจทำให้จำเลยเสียสิทธิเป็นที่เสียหายหรือเป็นโทษแก่จำเลย จำเลยย่อม.......
มีสิทธิอุทธรณ์ ฎีกาในประเด็นดังกล่าวได้
ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ฎีกาในประเด็นดังกล่าวได้

คำถามข้อที่ 20.
คำแก้อุทธรณ์ (มาตรา ๒๓๕, ๒๓๖, ๒๓๗)
ถูก
ผิด


  





ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/74

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/74

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


sitemap.xml