หมวดหมู่  ทดสอบความรู้ เตรียมสอบเนติ ภาค 2 วิแพ่ง - สกัดหลักจากรวมคำบรรยายเนติฯ

แบบทดสอบ แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๗ วิ.แพ่ง ภาค ๔ - บังคับคดี ประเด็นที่น่าสนใจ (ชุดที่ ๑)


 หมายเหตุ สกัดหลักจาก หนังสือรวมคำบรรยายเนติ สมัยที่ ๖๘ (อ.ชัยยุทธ ศรีจำนงค์)
---------------------------------------------

แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๗ วิ.แพ่ง ภาค ๔ - บังคับคดี ประเด็นที่น่าสนใจ (ชุดที่ ๑) | ทดสอบความรู้ เตรียมสอบเนติ ภาค 2 วิแพ่ง - สกัดหลักจากรวมคำบรรยายเนติฯ ที่ LawSiam.com

คำถามข้อที่ 1.
มาตรา ๒๘๔ จึงเป็นเรื่องของหนี้เงิน หรือ เรื่องร้องขัดทรัพย์ ก็ต้องเป็นกรณีให้ชำระหนี้เงินเท่านั้น คือ ต้องมีการบังคับคดียึดทรัพย์ของลูกหนี้มาเพื่อขายทอดตลาดแล้วเอาเงินมาชำระหนี้เงิน แล้วต่อมามีผู้มาร้องว่าทรัพย์ที่ถูกยึดนั้นไม่ใช่ทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาขอให้ปล่อยทรัพย์ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๘
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 2.
น ป.วิ.อ. มาตรา ๒๒๖ ได้บัญญัติข้อยกเว้น คือ บทตัดพยานหลักฐานที่สำคัญไว้ ...
ถูกต้อง
ผิด

คำถามข้อที่ 3.
ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๐ เป็นเพียงบทสันนิษฐานเพื่อประโยชน์แห่งบทบัญญัติในภาค ๔ ว่าด้วยวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาและการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ที่ให้ถือว่าบุคคลตามที่ระบุไว้แล้วจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในวิธีบังคับคดีเท่านั้น มิได้หมายความว่าบุคคลอื่นนอกจากที่ระบุไว้แล้วจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 4.
มาตรา ๒๗๖ วรรคท้าย บัญญัติว่า “ในกรณีที่ออกหมายบังคับคดีให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาส่งมอบทรัพย์สิน กระทำการ หรืองดเว้นกระทำ การอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือให้ขับไล่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ให้ศาลระบุเงื่อนไขแห่งการบังคับคดีลงในหมายนั้นตามมาตรา ๒๑๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้ศาลกำหนดการบังคับคดีเพียงเท่าที่สภาพแห่งการบังคับคดีจะเปิดช่องให้ทำไดโดยทางศาลหรือโดยทางเจ้าพนักงานบังคับคดี”
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 5.
คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๕๐๘/๒๕๕๓ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้อง ให้เพิกถอนหมายบังคับคดีและการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท โดยอ้างว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของโจทก์กับจำเลยที่ ๑ และไม่ใช่ทรัพย์มรดกของ ว. เพราะก่อน ที่ ว. จะถึงแก่ความตายได้ยกที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้อง โดยสละการครอบครองและส่งมอบการครอบครองให้ผู้ร้องตามคำร้องของผู้ร้องมีความมุ่งหมายเพื่อได้รับผลที่จะให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปล่อยที่ดินพิพาทที่ยึดคืนให้แก่ผู้ร้อง จึงเป็นกรณีที่ต้องด้วย ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๘ ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะในเรื่องร้องขัดทรัพย์ มิใช่เป็นการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขกระบวนวิธีการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๙๖ วรรคสอง ประกอบ มาตรา ๒๗ แต่การที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาท เพื่อนำออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาแบ่งให้โจทก์และจำเลยทั้งสองตามส่วนนั้น เป็น วิธีการแบ่งทรัพย์สินให้เป็นไปตามคำพิพากษาที่ให้แบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท โดยศาลกำหนดไว้ว่าหากไม่สามารถแบ่งได้ให้ประมูลราคากันระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสอง ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้นำที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดนำเงินที่ได้แบ่งให้โจทก์ ๑ ใน ๓ ส่วน อันเป็นวิธีการแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้มีสิทธิร่วมกันตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๖๔ วรรคสอง โจทก์และจำเลยทั้งสองมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อกัน จึงมิใช่การร้องขอให้บังคับคดีตาม บ่.วิ.พ. มาตรา ๒๗๑ ผู้ร้องจึง ...
ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดอันเป็นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๘ เข้ามาในชั้นบังคับคดีนี้
มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดอันเป็นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๘ เข้ามาในชั้นบังคับคดีนี้

คำถามข้อที่ 6.
ภาคบังคับคดี แบ่งเนื้อหาออกเป็น ๒ ลักษณะ ดังนี้
ลักษณะ ๑ วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา เริ่มที่มาตรา ๒๕๓ ถึงมาตรา ๒๗๐
ลักษณะ ๒ การบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง เริ่มที่มาตรา ๒๗๑ ถึงมาตรา ๓๒๓
ถูกทั้ง 2 ข้อ

คำถามข้อที่ 7.
มาตรา ๒๘๘ ร้องขัดทรัพย์ใช้กับเรื่องหนี้เงินเท่านั้น (ฎีกาที่ ๖๗๖/๒๕๔๖)
ใช่
ไม่ใช่

คำถามข้อที่ 8.
การบังคับคดีกรณีการหย่าโดยคู่สัญญาทำหนังสือสัญญาหย่าไว้แล้ว การบังคับคดีทำได้โดยเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ส่วนการหย่าโดยมีเหตุหย่าไม่จำต้องเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย เพราะมีเหตุหย่าตามบทบัญญัติของกฎหมาย สามีภริยาที่จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ได้ทำหนังสือหย่ากันเองด้วย ความสมัครใจ มีพยาน ๒ คนลงชื่อในหนังสือหย่า อีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่า ที่อำเภอ กรณีนี้มีวิธีบังคับทางอื่นโดยไม่ต้องจับกุมกักขังได้ คือ ถ้าจำเลยไม่ไปจดทะเบียนหย่ากับโจทก์ ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๒๑๓ ดังที่ ป.วิ.พ. มาตรา ๒๗๖ บัญญัติไว้ ศาลจึงไม่จำเป็นต้องบังคับให้ตัวจำเลยไปจดทะเบียนหย่า
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 9.
การบังคับคดีต้องกระทำโดยผู้มีส่วนได้เสีย
ใช่
ไม่ใช่

คำถามข้อที่ 10.
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๙๖๘/๒๕๔๔ ในคดีเดิมโจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยให้แบ่งมรดกของนางไหล คำน้อย ให้แก่โจทก์ทั้งสามตามสัญญาแบ่งมรดก ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยแบ่งมรดกบางส่วนให้โจทก์ทั้งสามตามสัญญาแบ่งมรดก หากแบ่งกันไม่ได้ให้เอาออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วน เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ทั้งสามจึงขอให้บังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์พิพาท จึงเป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์พิพาทดำเนินการเพื่อแบ่งทรัพย์สินในฐานะเจ้าของรวมเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้โจทก์ทั้งสามและจำเลยจึงมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อกัน กรณีไม่ใช่การร้องขอให้บังคับคดีตามป.วิ.พ. มาตรา ๒๗๑ ผู้ร้องทั้งสองและจำเลย....
ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๘
มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๘

คำถามข้อที่ 11.
การบังคับคดีให้รื้อถอนรั้วลวดหนามออกจากทางภาระจำยอมเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะดำเนินการตามมาตรา ๒๙๖ ทวิ จึงบังคับตามคำขอของโจทก์ที่ให้โจทก์มีอำนาจนำบุคคลอื่นทำการรื้อถอนโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในกรณีที่จำเลยไม่ยอมรื้อถอนให้ไม่ได้
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 12.
การบังคับคดีขับไล่หรือรื้อถอน (มาตรา ๒๙๖ ทวิ-๒๙๖ สัตต) ขับไล่ หรือต้องออกไปหรือต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยหรือทรัพย์ที่ครอบครอง ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะยื่นคำขอฝ่ายเดียว โดยทำเป็นคำร้องต่อศาลเพื่อตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเข้าครอบครองทรัพย์ดังกล่าว
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 13.
เมื่อศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา จะต้องดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษา
ใช่
ไม่ใช่

คำถามข้อที่ 14.
กรณีที่บังคับให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาชำระเงิน (มาตรา ๒๘๓-๒๘๗) โดยเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องขอหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เพื่อขายหรือจำหน่าย แล้วนำเงินมาชำระให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 15.
คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๗๖/๒๕๔๖ โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินพิพาท ซึ่งโจทก์ทั้งสามและจำเลยเป็นผู้มีชื่อในเอกสารสิทธิดังกล่าวร่วมกัน ต่อมาศาล ฎีกาพิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสาม เนื้อที่ ๒ ไร่ ๔๗ ตารางวา หากจำเลยไม่ยอมแบ่งแยกให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา หากไม่สามารถแบ่งแยกได้ให้นำที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินแบ่งกันตามส่วน จำเลยไม่ยอมแบ่งแยกและการแบ่งแยกไม่อาจกระทำได้ โจทก์ทั้งสามจึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินแบ่งกันตามส่วน การยึดทรัพย์ในกรณีนี้มิใช่เป็นการร้องขอให้บังคับคดีตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หากแต่เป็นการร้องขอให้ศาลกำหนดวิธีการแบ่งทรัพย์สินกันระหว่างโจทก์ทั้งสามและจำเลยผู้เป็นเจ้าของรวมตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๖๔ วรรคสอง ฉะนั้น ....
ผู้ร้องทั้งห้าจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๘
ผู้ร้องทั้งห้าจึงมีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๘

คำถามข้อที่ 16.
ถ้าเป็นกรณีที่ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของลูกหนี้ เช่น จ้างให้ลูกหนี้ แกะสลักไม้ ถ้าลูกหนี้แกะสลักเสร็จแล้วแต่ไม่ยอมส่งมอบตามสัญญาก็สามารถบังคับให้ส่งมอบด้วยวิธีการยึดงานแกะสลักได้ แต่ถ้ายังแกะสลักไม่เสร็จ สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับลูกหนี้มาทำให้เสร็จเพราะเป็นสิทธิเฉพาะตัวของลูกหนี้ ต้องบังคับเรียกค่าเสียหาย
ใช่
ไม่ใช่

คำถามข้อที่ 17.
กรณีส่งมอบโฉนดที่ดิน ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ยอมส่งมอบโฉนดที่ดิน โจทก์ไม่สามารถที่จะขอให้เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินฉบับใหม่ให้ได้ เพราะเป็นการบังคับคดีแก่บุคคลภายนอก
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 18.
บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในวิธีการบังคับคดีรายละเอียดอยู่ในมาตรา ๒๘๐ แต่ไม่จำกัดเฉพาะบุคคลตามมาตรา ๒๘๐ เท่านั้น บุคคลอื่นนอกจากมาตรา ๒๘๐ ที่มีส่วนได้เสียก็สามารถเข้ามาในชั้นบังคับคดีได้ถ้าถูกกระทบกระเทือนสิทธิซึ่งมีหลักพิจารณาในลักษณะเดียวกับ ป.วิ.พ.มาตรา ๕๕
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 19.
ขอให้ลูกหนี้กระทำการต่อไปให้เสร็จ ถ้าลูกหนี้ไม่ทำเป็นสิทธิเฉพาะตัวของลูกหนี้จะบังคับให้มาทำไม่ได้เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ทำได้ เพราะ ฉะนั้นการบังคับอาจใช้วิธีไปจ้างคนอื่นมาทำโดยลูกหนี้ออกค่าใช้จ่าย เพราะสภาพแห่งหนี้ เปิดช่องให้ทำอย่างนั้น ตามนัย ป.พ.พ. มาตรา ๒๑๓ วรรคสองตอนต้น
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 20.
ในคดีที่เป็นการร้องขอให้ศาลกำหนดวิธีการแบ่งทรัพย์สินกันระหว่าง เจ้าของรวมตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๖๔ วรรคสอง จะร้องขัดทรัพย์ไม่ได้ และหากเป็นเรื่องทำนองเดียวกันก็ร้องขอกันส่วนตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๗ ไม่ได้ เช่นกัน
ถูก
ผิด


  





ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/74

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/74

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


sitemap.xml