หมวดหมู่  ทดสอบความรู้ เตรียมสอบเนติ ภาค 2 วิแพ่ง - สกัดหลักจากรวมคำบรรยายเนติฯ

แบบทดสอบ แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๑๐ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ประเด็นที่น่าสนใจ (ชุดที่ ๑)


  หมายเหตุ : สกัดหลัก เน้นประเด็นจากรวมคำบรรยายเนติบัณฑิต (อ.ศิริชัย สวัสดิ์มงคล) สมัยที่ ๖๘
---------------------------------------------

แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๑๐ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ประเด็นที่น่าสนใจ (ชุดที่ ๑) | ทดสอบความรู้ เตรียมสอบเนติ ภาค 2 วิแพ่ง - สกัดหลักจากรวมคำบรรยายเนติฯ ที่ LawSiam.com

คำถามข้อที่ 1.
มาตรา ๔ อันนี้เราพูดถึงเรื่องของศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ เขาบอกให้จัดตั้งขึ้นเป็นศาลชั้นอุทธรณ์ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ส่วนจะเปิดทำการ เมื่อใดให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
ใช่
ไม่ใช่

คำถามข้อที่ 2.
มาตรา ๘ วรรคสาม ก็จะบอกไว้ว่าถ้าไม่มีผู้ทำการตามวรรคสองหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ผู้พิพากษาที่มีอาวุโสสูงสุดถัดไปตามลำดับ เป็นผู้ทำการแทน ในศาลฎีกาสูงสุดก็คือประธานศาลฎีกา ถัดไปก็จะเป็นรองประธานศาล ฎีกา ๖ คน ถัดไปก็จะเป็นประธานแผนกซึ่งมีอยู่ด้วยถัน ๑๐ แผนก ถัดไปก็จะเป็น หัวหน้าคณะในศาลฎีกาซึ่งมี ๓๕ คณะ คือคณะที่ ๑ ถึง ๓๕ ซึ่งเรียงอาวุโสไว้แล้ว ถัดไปก็เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาอีก ๗๐ คน ในวรรคสี่ ในกรณีที่ไม่มีผู้ทำการแทนตามวรรคสาม ประธานศาลฎีกาจะสั่งให้ผู้พิพากษาคนหนึ่งเป็นผู้ทำการแทนก็ได้
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 3.
มาตรา ๖ ก็จะเป็นเรื่องของการจัดตั้ง การยกเลิก เดี๋ยวนี้การเปลี่ยนแปลงเขต อำนาจศาลยุติธรรม สามารถทำได้โดยไม่ต้องออกพระราชบัญญัติแล้ว แต่ว่าการจัดตั้ง ศาลต่าง ๆ ก็เป็นหน้าที่ของเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมว่าควรจะจัดตั้งศาลที่ไหนบ้าง โดยเนื่องจากว่าศาลไม่สามารถจะจัดตั้งศาลเองได้เลย เพราะว่าต้องผ่าน ครม. แล้วก็ ผ่านสภา ต้องมีกฎหมายออกมาเป็นพระราชบัญญัติ
ใช่
ไม่ใช่

คำถามข้อที่ 4.
มาตรา ๗ เป็นเรื่องของกบศ.จะเป็นคนกำหนดจำนวนผู้พิพากษาในศาล ยุติธรรมให้เหมาะสมตามความจำเป็นแห่งราชการ การจัดตั้งศาลเราจะมีระเบียบของเรา อยู่ว่าศาลนั้นจะมีจำนวนผู้พิพากษากี่คน เราก็ต้องดูจำนวนคดี เราจะดูว่าศาลนี้ศาลเล็ก ศาลใหญ่เราต้องดูจากจำนวนคดีที่พิจารณาในศาลนั้น ดังนั้นกบศ.จะเป็นคนกำหนด จำนวนผู้พิพากษาเองว่าควรจะมีผู้พิพากษาอยู่กี่คน แต่ใครจะเป็นคนไปอยู่ที่ศาลนั้นบ้าง กต. เป็นคนกำหนด กบศ. กำหนดจากจำนวนคดีที่เกิดขึ้น
ใช่
ไม่ใช่

คำถามข้อที่ 5.
มาตรา ๑๐ เป็นเรื่องของหัวหน้าแผนกมีการแบ่งส่วนราชการในศาลฎีกาอย่างที่อาจารย์อธิบายแล้ว เรามีการแบ่งแผนกออกเป็น ๑๐ แผนกก็จะมีแผนกต่าง ๆ ที่มาจาก ศาลชำนัญพิเศษ ๕ แผนก มีศาลเยาวชน ศาลล้มละลาย ศาลภาษีอากร ศาลแรงงาน และก็ศาลทรัพย์สินทางปัญญา และก็จะมีแผนกพาณิชย์ แผนกผู้บริโภค แผนกสิ่งแวดล้อม แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แผนกเลือกตั้ง ซึ่งจะมีหัวหน้าแผนกอยู่ ๑ คน ตอนหลังได้เปลี่ยนจากหัวหน้าแผนกเป็นประธานแผนกแล้ว ถ้าประธานแผนกว่างลงหรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ผู้พิพากษาที่มีอาวุโสสูงสุดในแผนก นั้นก็จะเป็นผู้ทำการแทน และถ้าคนที่มีอาวุธสูงสุดในแผนกไม่สามารถทำการแทนได้ก็ให้ผู้พิพากษาที่มีอาวุโสถัดไปตามลำดับ เวลาเขาประชุมแผนกก็จะเป็นเรื่องที่คดีของแผนก ที่เอาเข้าที่ประชุมแผนกด้วยเพื่อพิจารณาพร้อมๆ กัน
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 6.
สมัยก่อนพอพูดถึงศาลอุทธรณ์ก็จะต้องหมายถึงศาลอุทธรณ์กับ ศาลอุทธรณ์ภาค แต่ตอนนี้จะเพิ่มขึ้นมาจากคำว่าศาล ซึ่งมีคำว่า ..ศาลชั้นอุทธรณ์
ใช่
ไม่ใช่

คำถามข้อที่ 7.
มาตรา ๑๐ เป็นเรื่องความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่ของตัวหัวหน้าผู้รับผิดชอบของศาล คือประธานศาลฎีกา ประธานศาลอุทธรณ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค แล้ว ก็อธิบดีกับหัวหน้าศาลมีความรับผิดชอบในราชการของศาลให้เป็นไปโดยเรียบร้อย ในราชการของศาลเราจะแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 8.
มาตรา ๗ คล้ายๆ กับการประชุมใหญ่ของ ศาลฎีกา แต่อันนี้จะอยู่ในศาลอุทธรณ์ก็จะมีการประชุมถ้ามีปัญหาสำคัญที่สมควรได้รับการวินิจฉัยโดยที่ประชุมแผนกหรือการประชุมร่วมระหว่างแผนกบางครั้งคดีแต่ละแผนก ปกติมันก็จะมีคดีเกี่ยวกับแผนกนั้นเองซึ่งแต่ละแผนกก็สามารถที่จะประชุมร่วมกันใน แผนกได้ แต่บางครั้งแผนกบางเรื่องมันอาจจะมีการเกี่ยวพันกันระหว่างสองแผนกได้ อาจจะมีคดีเกี่ยวกับเรื่องภาษีอากรกับศาลทรัพย์สินทางปัญญาเกิดขึ้นมา โดยประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะเป็นคนให้มีการวินิจฉัยดังกล่าวโดยที่ประชุมแผนกหรือ การประชุมร่วมระหว่างแผนกก็ได้ การประชุมตามวรรคหนึ่งก็จะมีรองประธานศาลอุทธรณ์ คดีชำนัญพิเศษที่รับผิดชอบแผนกที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับเรื่องภาษีอากรก็จะเป็นรองประธาน ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษฝ่ายภาษีอากรเข้าเป็นประธาน
ใช่
ไม่ใช่

คำถามข้อที่ 9.
***ในมาตรา ๘, ๙, ๑๐ ทั้งหมด มีเหมือนกันอย่างหนึ่ง คือ เขาห้ามผู้พิพากษาอาวุโสและผู้พิพากษาประจำศาลเป็นผู้ทำการแทน
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 10.
มาตรา ๑๓ เป็นเรื่องของอธิบดีผู้พิพากษาภาคก็มีความสำคัญในต่างจังหวัด เพราะว่าเป็นคนคุมนโยบายของศาลในภาคซึ่งเป็นศาลชั้นต้น ในศาลชั้นต้นนั้นก็จะแบ่ง ออกเป็น ๙ ภาค สำหรับสถานที่ตั้งและเขตอำนาจทาง กบศ. เขาเป็นคนกำหนดโดย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 11.
มาตรา ๘ เป็นเรื่องของบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้บังคับกับศาลอุทธรณ์ให้นำมาใช้บังคับคดีกับศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษด้วย เว้นแต่บทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นชัดว่าบังคับเฉพาะคดีในศาลอุทธรณ์
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 12.
มาตรา ๒ เป็นเรื่องของศาลชั้นต้น ก็ยังไม่มีการแก้ไขอะไรใช้กฎหมายเก่าได้ ศาลชั้นต้นก็จะแบ่งออกเป็น ๓ ประเภทใหญ่ๆ คือศาลในกรุงเทพมหานคร ศาล ในต่างจังหวัด ศาลยุติธรรมอื่นซึ่งกฎหมายจัดตั้งศาลนั้นๆ กำหนดให้เป็นศาลชั้นต้น
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 13.
ในมาตรา ๘ วรรคสอง เมื่อตำแหน่งประธานศาลฎีกา ประธานศาลอุทธรณ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค หรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นว่างลง ในกรณีที่จะเป็นผู้ทำการแทนนั้น จะมีได้สองกรณีด้วยกัน คือ ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบของศาลนั้นว่างลงหรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ กรณีว่างลงก็อาจจะเกิดเนื่องจากตัวหัวหน้าคนนั้นอาจจะเสียชีวิต ย้ายไปรับราชการที่อื่น ถูกไล่ออก ลาออก เกษียณอายุ หรือว่าถูกถอดถอนโดยกฎหมาย ก็คือทำให้ตำแหน่งนั้นว่างลง และกรณีที่สองคือกรณีตำแหน่งนั้นยังไม่ว่างแต่คนที่ดำรง ตำแหน่งนั้นไม่สามารถปฏิบัติราชการได้เนื่องจากเหตุส่วนตัว อาจจะเป็นเพราะลาป่วยมีการเจ็บป่วย ลากิจไปธุระ ลาไปศึกษาต่างประเทศ ซึ่งจะต้องมีผู้ทำการแทนตาม กฎหมายก็จะระบุไว้ว่าจะมีใครบ้าง ถ้าเป็นในศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ หรือว่าศาลอุทธรณ์ภาค รวมทั้งศาลชั้นต้นด้วย คนที่จะทำการแทนก็คือ รองประธานหรือรองอธิบดีที่มีอาวุโส สูงสุดเป็นผู้ทำการแทน ทุกศาลเหมือนกันหมด ถ้าหากรองประธานศาลฎีกาหรือรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นไม่สามารถจะปฏิบัติราชการได้ก็ให้ผู้ที่มีอาวุโสถัดลงมาตามลำดับเป็นผู้ทำการแทน ดังนั้นผู้ที่มีอาวุโสสูงสุดจะมีคนเดียวเสมอ พอประธานศาลฎีกา ติดประชุมไปต่างประเทศคนที่จะเป็นผู้ทำการแทนประธานศาลฎีกาก็คือรองประธานศาล ฎีกาคนที่ ๑ แต่ถ้าสมมุติว่ารองคนที่ ๑ ไปกับประธานศาลฎีกาด้วย คนที่ทำการแทน ต่อไปก็คือรองคนที่ ๒ ตามลำดับ
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 14.
มาตรา ๑๒ ตัวหัวหน้าแผนกหรือผู้พิพากษาหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นก็ต้องรับผิดชอบงานในแผนกนั้นแต่ว่าต้องปฏิบัติตามคำสั่งของประธานศาลฎีกา ประธานศาลอุทธรณ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาคอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรือผู้พิพากษา หัวหน้าศาลนั้น ก็คือในแต่ละแผนกที่เขาแบ่งที่มาในแต่ละศาลก็จะมีหัวหน้าแผนกอยู่แล้ว หัวหน้าแผนกก็จะเป็นคนรับผิดชอบงานในแผนกของตัวเอง แต่ว่ารับผิดชอบแต่ก็ต้องปฏิบัติตามที่ตัวหัวหน้าผู้รับผิดชอบเป็นคนสั่งด้วย ต้องมีการประชุมยังไงบ้าง เวลาอยาก จะมีการประชุมใหญ่ในแผนกร่วมกับที่อื่น ตัวหัวหน้าผู้รับผิดชอบของศาลก็จะเป็นคน กำหนดนโยบายให้อีกที ซึ่งหัวหน้าแผนกก็จะต้องปฏิบัติตามผู้รับผิดชอบของแต่ละศาลด้วย
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 15.
มาตรา ๕ เป็นเรื่องของประธานศาลฎีกาที่ว่ามีอำนาจในการวางระเบียบฝ่ายตุลาการของศาลยุติธรรมเพื่อให้กิจการของศาลดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและก็เป็นระเบียบเดียวกัน และให้คำแนะนำแก่ผู้พิพากษาในการปฎิบัติตามระเบียบวิธีการต่างๆ ที่กำหนดขึ้นโดยกฎหมายและก็โดยประการอื่นให้เป็นไปโดยถูกต้องด้วย อันนี้ก็ให้อำนาจ ประธานศาลฎีกาซึ่งเป็นประมุขฝ่ายตุลาการที่จะสามารถให้คำแนะนำและก็ออกระเบียบอะไรต่างๆ ให้เป็นแนวทางเดียวกัน ก็มีอยู่เยอะที่ทางประธานศาลฎีกาออกระเบียบมา นอกจากวางระเบียบแล้วอาจจะออกเป็นคำแนะนำได้
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 16.
ตาม มาตรา ๙ มีศาลจังหวัดกับศาลแขวงก็จะมีหัวหน้าศาลเป็นผู้รับผิดชอบ ตามวรรคสอง เมื่อหัวหน้าศาลไม่อยู่หรือว่างลงหรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ผู้พิพากษาที่มีอาวุโสสูงสุด ในศาลจะเป็นผู้ทำการแทน เนื่องจากว่าไม่มีรอง แบบประธานศาลฎีกา ๖ คน ซึ่งจะระบุไปที่ตัวผู้พิพากษาที่มีอาวุโสสูงสุดในศาลนั้นเลยคนเดียวเป็นผู้ทำการแทน ถ้าหากว่าผู้ที่มีอาวุโสสูงสุดในศาลนั้นไม่สามารถจะปฏิบัติราชการได้ก็ให้ผู้พิพากษาในศาลที่มีอาวุโส ถัดไปตามลำดับเป็นผู้ทำการแทน
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 17.
มาตรา ๕ ศาลอุทธรณ์ คดีชำนัญพิเศษมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชำนัญพิเศษ ก็หมายความว่าต่อไปทุกศาลชำนัญพิเศษพอตัดสินแล้วก็ต้องอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และก็ให้มีการจัดตั้งแผนกต่างๆ ขึ้นในศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษขึ้นมา ๕ แผนกเพื่อจะรองรับคดีที่จะอุทธรณ์ขึ้นมา
ใช่
ไม่ใช่

คำถามข้อที่ 18.
มาตรา ๘ จะเป็นเรื่องของศาลใหญ่ ๆ ก็จะมีตั้งแต่ศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นที่เป็นระดับ ศาลแพ่ง ศาลอาญา เขาให้เรียกว่าหัวหน้าผู้รับผิดชอบของศาลในแต่ละชั้นศาลว่ามีศาลอะไรบ้าง
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 19.
ผู้พิพากษาอาวุโสกับคำว่าผู้พิพากษาที่มีอาวุโสสูงสุดในศาลไม่เหมือนกัน
ถูก
ผิด

คำถามข้อที่ 20.
มาตรา ๙ วางหลักว่าคดีที่ศาลชำนัญพิเศษมีคำพิพากษาหรือคำสั่งก่อนวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ตอนนี้เราอุทธรณ์ตรงไปยังศาลฎีกาซึ่งมีแผนกอยู่แล้ว พออุทธรณ์ไปแล้วศาลฎีกาก็เป็นคนพิจารณาต่อไป สำหรับบรรดาคดีชำนัญพิเศษที่มีการอุทธรณ์และค้างพิจารณาอยู่ในศาลใดก่อนวันเปิดทำการก็ให้ศาลนั้นมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป คดีที่ตอนนี้ศาลตัดสินไปแล้วและอุทธรณ์ไปยังศาลฎีกา การพิจารณาคดีมันยังอยู่ที่ศาลฎีกาก็ให้ศาลฎีกา พิจารณาพิพากษาคดีต่อไป มันจะเริ่มก็ต่อเมื่อมีการประกาศตั้งศาลอุทธรณ์แล้วถึงจะมาที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
ใช่
ไม่ใช่


  





ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/74

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/74

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


sitemap.xml