หนี้เงินต่างประเทศมีวิธีการชำระหนี้และคิดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

หนี้เงินต่างประเทศมีวิธีการชำระหนี้และคิดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร


การชำระหนี้เงินต่างประเทศและวิธีการคิดอัตราแลกเปลี่ยน มีหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ระบุในแหล่งข้อมูล ดังนี้ 

1. วิธีการชำระหนี้เงินต่างประเทศ

การชำระหนี้เงินต่างประเทศแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลักตามเจตนาของคู่กรณี:

  • กรณีระบุให้ใช้เงินตราชนิดนั้นโดยเฉพาะ: หากสัญญาซื้อขายระบุชัดเจนว่าให้ใช้เงินสกุลใด (เช่น ดอลลาร์สหรัฐ) ก็ต้องชำระเป็นเงินสกุลนั้น จะใช้เงินสกุลอื่นไม่ได้ และไม่ต้องพิจารณาเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเพราะถือว่าคู่กรณีรับความเสี่ยงไว้แล้ว
  • กรณีแสดงหนี้ไว้เป็นเงินต่างประเทศ (มาตรา 196): หากเป็นการแสดงมูลค่าไว้เป็นเงินต่างประเทศโดยไม่ได้ระบุว่าต้องชำระเป็นเงินสกุลนั้นเท่านั้น ลูกหนี้มีสิทธิเลือก ชำระเป็นเงินไทยที่มีมูลค่าเท่ากันได้,
    • สิทธิการเลือกเป็นของลูกหนี้: เจ้าหนี้หรือศาลไม่มีอำนาจเลือกแทนลูกหนี้,
    • การฟ้องคดี: เจ้าหนี้สามารถฟ้องขอให้ชำระเป็นเงินต่างประเทศหรือเงินไทยก็ได้ แต่แม้ศาลพิพากษาให้ชำระเป็นเงินต่างประเทศ ลูกหนี้ก็ยังมีสิทธิเลือกชำระเป็นเงินไทยตามมาตรา 196 อยู่ดี

2. วิธีการคิดอัตราแลกเปลี่ยน

เมื่อลูกหนี้เลือกชำระหนี้เป็นเงินไทย กฎหมายกำหนดวิธีคิดอัตราแลกเปลี่ยนตาม มาตรา 196 วรรคสอง ดังนี้:

  • วันและเวลาที่ใช้คำนวณ: ให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ สถานที่และในเวลาที่ส่งใช้เงินจริง ๆ ไม่ใช่เวลาที่หนี้ถึงกำหนด หรือวันที่ฟ้อง หรือวันที่ศาลมีคำพิพากษา,,
  • ประเภทของอัตราแลกเปลี่ยน: ศาลฎีกาให้ใช้อัตรา แลกเปลี่ยนเสรี (Free Exchange Rate) ซึ่งเป็นอัตราที่ธนาคารพาณิชย์ใช้ซื้อขายกันทั่วไป ไม่ใช่อัตราของทางราชการหรืออัตราในตลาดมืด
  • สถานที่อ้างอิง: โดยปกติจะถือตามอัตราของธนาคารพาณิชย์ใน กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วประเทศไทย

3. กรณีเงินตราสกุลเดิมถูกยกเลิก (มาตรา 197)

หากเงินตราชนิดที่ระบุไว้ถูกยกเลิกไม่ใช้แล้วในเวลาที่ต้องชำระหนี้ ให้ถือเสมือนว่ามิได้ระบุให้ใช้เงินตราชนิดนั้น และต้องชำระด้วยเงินตราที่ใช้อยู่ในขณะนั้น,

  • ตัวอย่าง: กรณีสกุลเงินในยุโรปที่เปลี่ยนมาใช้ เงินยูโร ศาลจะพิพากษาให้ชำระด้วยเงินยูโรที่มีมูลค่าเท่ากับจำนวนหนี้เดิม โดยคำนวณอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสุดท้ายที่เงินสกุลเดิมยังมีค่าเทียบกับยูโร และหากจะชำระเป็นเงินไทย ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนยูโรเป็นบาท ณ วันและสถานที่ที่ชำระเงินจริง

4. การเรียกค่าเสียหายจากอัตราแลกเปลี่ยน

หากค่าเงินเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ทำให้เจ้าหนี้เสียประโยชน์ (เช่น เงินบาทตกต่ำลงหลังจากลูกหนี้ผิดนัด) เจ้าหนี้อาจเรียกค่าเสียหายเพิ่มได้หากพิสูจน์ได้ว่าเป็น ความเสียหายพิเศษ ที่คู่กรณีคาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นพฤติการณ์นั้นล่วงหน้าตามมาตรา 222 วรรคสอง


 ปิดหน้านี้  กดพิมพ์ (Print) หน้านี้

www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม