สรุปหลัก-สกัดประเด็นคดี ซีดี วีซีดี คนเก็บขยะ ของกรุงเทพมหานคร | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

สรุปหลัก-สกัดประเด็นคดี ซีดี วีซีดี คนเก็บขยะ ของกรุงเทพมหานคร




สรุปหลัก-สกัดประเด็นคดี ซีดี วีซีดี คนเก็บขยะ ของกรุงเทพมหานคร

********************

กฎหมายที่เกี่ยวกับซีดี วีซีดี ที่เป็นภาพและเสียงที่เราเรียกว่า โสตวัสดุ เป็นที่มาของกฎหมายที่เกิดขึ้นกับคนเก็บขยะของกรุงเทพมหานคร ที่ศาลสูงสุดเพิ่งพิพากษายืนให้ปรับสองแสนบาท กฎหมายฉบับนี้มีที่มาคือ ผู้สร้าง ภาพยนตร์ เขาลงทุนไปเยอะ เมื่อสร้างเสร็จไปฉายในโรงก็ถูกก็อปปี้เอามาทำเป็นแผ่น ขายคลองถม ผู้สร้างก็เดือดร้อน ขณะนั้นผู้สร้างโรงภาพยนตร์มีอิทธิพลมากก็ผลักดันให้รัฐบาลออกกฎหมายฉบับนี้ ความจริงสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ของผู้สร้างงานสร้างสรรค์ ทั้งหลายเป็นสิทธิของส่วนรวมหรือของปัจเจก เจ้าของเขาควรจะรักษาประโยชน์ของเขาเองด้วยกระบวนการยุติธรรมปกติที่มีอยู่แล้ว สามารถที่จะฟ้องดำเนินคดีทั้งอาญาทั้งแพ่ง มีความผิดอยู่แล้ว สามารถที่จะใช้ทนายความไปดำเนินการได้ แต่กฎหมายฉบับนี้กลับ ผลักภาระให้เป็นภาระของประชาชน ไปเขียนกฎหมายว่า ซีดี ดีวีดีทั้งหมดเป็นสิ่งที่ต้องบังคับให้ ผู้ที่มีผู้ที่ครอบครอง ผู้ที่จำหน่ายจ่ายแจก จะต้องได้รับอนุญาต ต้องไปขออนุญาตโดยสถานประกอบการ ๑ ใบ ต้องมีใบอนุญาต ๑ ใบ ค่าธรรมเนียม ใบอนุญาต ๑ ปี หรือ ๒ ปี โดยต้องเสียค่าธรรมเนียม ๕,๐๐๐ บาท


การเขียนกฎหมายให้เป็นภาระของประชาชนคือ ถ้าประชาชนที่ถูกบังคับไม่มีใบอนุญาตก็จะใช้ กระบวนการยุติธรรมคือ เอาตำรวจไปจับ เอาอัยการไปฟ้องเอาศาลมาพิจารณาอย่างที่ ผมเล่าไปแล้ว คือ รัฐเป็นฝ่ายลงทุนให้ทั้งหมด เอกชนไม่ต้องลงทุนเลย แล้วยังเขียนโทษปรับสูงมาก มีโทษจำคุกและปรับ กฎหมายฉบับนี้มีโทษสูงสุดปรับถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท และ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ยังให้แบ่งค่าปรับให้แก่เจ้าของ ผมจำไม่ได้ ว่าครึ่งหนึ่งหรือเท่าไร คือเจ้าของได้รับค่าทดแทนจากค่าปรับด้วย พอเราเขียนกฎหมาย อย่างนี้แล้วไม่เขียนข้อยกเว้นไว้ด้วย ชาวบ้านที่ไปซื้อแผ่นเพลงหรือแผ่นภาพยนตร์หรือ แผ่นเล่นเกมส์มาจากแผงทั้งหลายในตลาดและนอกตลาด ซื้อมาแล้วใช้เบื่อแล้ว ตอนที่เศรษฐกิจไม่ดีก็ไปเปิดท้ายรถขายเขาขายแผ่นละ ๒๐ บาท แล้วกฎหมายเราเขียนบังคับว่าถ้าจะทำให้ถูกต้องตามกฎหมายคือ คุณต้องไปขออนุญาตคือคุณเสียค่าธรรมเนียม ๕,๐๐๐   บาท 


ถามว่าคนเก็บขยะเขารู้กฎหมายไหม ไม่รู้ ถ้าเขาจะทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย เขาไปขออนุญาตเสีย ๕,๐๐๐บาท แล้วมาขาย ๒๐ บาท หรือ ๕๐ บาท เป็นไปได้ในเชิงเศรษฐกิจหรือความถูกต้องของสังคมไหม เป็นไปไม่ได้ พอเขาถูกจับเขา ก็ถูกแนะนำว่า คดีนี้เล็กน้อย คุณรับสารภาพ ไปถึงศาลศาลก็ปล่อยแล้วโดยไม่อธิบายว่า โทษปรับสูงสุดเท่าไร ต่ำสุดเท่าไร โทษปรับตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ – ๕oo,ooo บาท ๒๐๐๐,๐๐๐ - ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท มีขั้นต่ำ พอมีขั้นต่ำรับสารภาพศาลก็ลดต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐   หรือ   ๒๐๐,๐๐๐  ไม่ได้


ดังนั้น จึงเจอโทษอย่างนี้ เพราะฉะนั้นการเขียนกฎหมายที่ไม่รอบคอบและไม่มีข้อยกเว้น อย่างน้อยต้องมีข้อยกเว้น ข้อยกเว้นในกรณีที่ไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจไม่มีร้านค้าประจำ อะไรอย่างนี้ เป็นต้น หรือซื้อมาจากท้องตลาดแล้วมาจำหน่ายจ่ายโอนหรือแจกจ่าย แม้แต่ให้เปล่าๆ ก็ผิดกฎหมายฉบับนี้ เพราะการจำหน่ายจ่ายแจก เข้าหมด ครอบครองก็ผิด เพราะฉะนั้น กฎหมายฉบับนี้เมื่อตอนที่ถูกจับ ตอนนั้นผมเป็นนายกสภาทนายความแล้วก็เข้าไปช่วย เพราะก็ให้ทนายความไปช่วยสู้คดีว่า กฎหมายฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญ แล้วละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชนที่ซื้อขายในท้องตลาดแล้ว เอาไปขายแบบของเก่าไม่ใช่การทำธุรกิจ ตามความหมายของกฎหมายฉบับนี้ แต่ศาลก็ไม่พิจารณาบอกว่า รับสารภาพมาแล้วก็ต้องลงโทษตามนี้ เพราะฉะนั้นถึงสูงสุดแล้วออกมา ก็เลยเจออย่างนี้ แต่ว่าช่วงนั้นก็มีนายตำรวจผู้ใหญ่คนหนึ่งเขาไปจ่ายค่าปรับให้ แต่ว่าคนเก็บขยะคนนี้ก็เป็นคนที่จิตใจดีมาก มีคนรวบรวมเงินไปบริจาคให้เขา เขาก็เอาเงินบริจาคทั้งหมดไปทำประโยชน์สาธารณะเหมือนกัน ผมคิดว่ากฎหมายอย่างนี้เป็นกฎหมายที่เข้าไปรุกล้ำสิทธิของประชาชน

อ้างอิง : หนังสือรวมคำบรรยายเนติ ภาค2/67 วิชา การจัดทำเอกสารทางกฏหหมาย(อ.สัก กอแสงเรือง) เล่มที่4


 ปิดหน้านี้  กดพิมพ์ (Print) หน้านี้

www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม