|
พระราชบัญญัติ การเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑
กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๗ เป็นปีที่ ๙
ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗” มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พุทธศักราช ๒๔๘๐ (๒) พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๐ (๓) พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๒ และ (๔) บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ “อนุสัญญา” หมายความว่า
อนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ซึ่งทำขึ้นที่เมืองชิคาโกเมื่อวันที่
๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ รวมตลอดถึงภาคผนวกและบทแก้ไขเพิ่มเติมภาคผนวกหรืออนุสัญญานั้น “อากาศยาน” หมายความรวมถึงเครื่องทั้งสิ้นซึ่งทรงตัวในบรรยากาศ
โดยปฏิกิริยาแห่งอากาศ เว้นแต่วัตถุซึ่งระบุยกเว้นไว้ในกฎกระทรวง “อากาศยานราชการ”[๓] หมายความว่า อากาศยานที่ใช้ในราชการของส่วนราชการ ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา
๕ “อากาศยานขนส่ง” หมายความว่า
อากาศยานซึ่งใช้หรือมุ่งหมายสำหรับใช้ขนส่งของหรือคนโดยสารเพื่อบำเหน็จเป็นทางค้า “อากาศยานส่วนบุคคล” หมายความว่า
อากาศยานซึ่งใช้หรือมุ่งหมายสำหรับใช้เพื่อประโยชน์ในกิจการอันมิใช่เพื่อบำเหน็จเป็นทางค้า “อากาศยานต่างประเทศ” หมายความว่า
อากาศยานซึ่งจดทะเบียนและมีสัญชาติตามกฎหมายต่างประเทศ “ร่มอากาศ” หมายความว่า
ร่มที่ใช้สำหรับหน่วงการหล่นของคน สิ่งของ
หรือสัตว์จากที่สูงโดยความต้านทานของอากาศ “ผลิตภัณฑ์” หมายความว่า อากาศยาน
ส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน ชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ ชิ้นส่วนมาตรฐาน หรือบริภัณฑ์
แล้วแต่กรณี “ลำตัวอากาศยาน” หมายความรวมถึง โครงสร้างของอากาศยาน
แต่ไม่รวมถึงส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน “ส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน” หมายความว่า
เครื่องยนต์ ใบพัด และส่วนประกอบอื่นของอากาศยานที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] “เครื่องยนต์” หมายความว่า
เครื่องที่ใช้หรือมุ่งหมายสำหรับใช้ในการขับเคลื่อนอากาศยาน รวมตลอดถึงชิ้นส่วน
อุปกรณ์ และส่วนประกอบของเครื่องยนต์ แต่ไม่รวมถึงใบพัด “ใบพัด” หมายความว่า
กลอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการขับเคลื่อนอากาศยานโดยมีชุดใบครีบติดกับเพลาขับของเครื่องยนต์ซึ่งเมื่อทำการหมุนจะก่อให้เกิดแรงผลักดันอันเป็นผลจากการกระทำของชุดใบครีบต่ออากาศในแนวตั้งฉากกับระนาบของการหมุนโดยประมาณ
รวมตลอดถึงชิ้นส่วน อุปกรณ์หรือส่วนประกอบที่ใช้ในการควบคุม
แต่ไม่รวมถึงใบครีบในเครื่องยนต์ และใบพัดประธานหรือใบพัดรองของเฮลิคอปเตอร์หรือของอากาศยานอื่นที่มีลักษณะคล้ายกับเฮลิคอปเตอร์ “ชิ้นส่วนของอากาศยาน”
หมายความว่า ลำตัวอากาศยาน ชิ้นส่วนของลำตัวอากาศยาน
หรือชิ้นส่วนของส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน “ชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ” หมายความว่า ชิ้นส่วนของอากาศยานที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ติดตั้งกับอากาศยาน
หรือเพื่อใช้ทดแทนชิ้นส่วนของอากาศยานตามที่กำหนดไว้ในใบรับรองแบบ “ชิ้นส่วนมาตรฐาน” หมายความว่า
ชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นโดยได้รับการรับรองมาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือตามมาตรฐานที่องค์กรของต่างประเทศกำหนดโดยมาตรฐานดังกล่าวผู้อำนวยการประกาศให้ใช้เป็นมาตรฐานชิ้นส่วนของอากาศยานได้ตามมาตรา ๓๔
วรรคสอง [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] “บริภัณฑ์” หมายความว่า เครื่องวัด กลไก ชิ้นส่วน
อุปกรณ์
และส่วนประกอบที่ใช้หรือมุ่งหมายที่จะใช้ในการทำงานหรือในการควบคุมอากาศยานในระหว่างการบิน
ไม่ว่าจะติดตั้งหรือประกอบอยู่ภายในหรือภายนอกอากาศยาน รวมตลอดถึงอุปกรณ์สื่อสาร ทั้งนี้ เฉพาะที่ผู้อำนวยการได้กำหนดมาตรฐานทางเทคนิคตามมาตรา
๓๔ (๑) [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] “แบบที่ได้รับการรับรอง” หมายความว่า แบบอากาศยาน
แบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่มีการรับรองโดยใบรับรองแบบหรือใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติม
หรือโดยหนังสือรับรองรวม
ทั้งหนังสือให้ความเห็นชอบการแก้ไขดัดแปลงแบบอากาศยานหรือแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
ตลอดจนแบบชิ้นส่วนรับรองคุณภาพตามใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ
และแบบบริภัณฑ์ตามใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์ “ใบรับรองแบบ” หมายความว่า หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อรับรองแบบที่ออกสำหรับอากาศยานต้นแบบหรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานตามมาตรา
๔๑/๒ รวมทั้งใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติม
และให้หมายความรวมถึงใบรับรองแบบหรือใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติมที่ออกให้โดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือประเทศที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย
และได้รับหนังสือรับรองตามมาตรา ๔๑/๑๓ และมาตรา ๔๑/๑๔ “ใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติม” หมายความว่า
หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อรับรองแบบที่แก้ไขเพิ่มเติมอากาศยานต้นแบบ
หรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่มีใบรับรองแบบแล้วตามมาตรา ๔๑/๕ วรรคสอง
(๒) (ก) หรือมาตรา ๔๑/๖ วรรคสอง “ผู้ได้รับใบรับรองแบบ”
หมายความรวมถึงผู้ได้รับโอนสิทธิจากผู้ที่ได้รับใบรับรองแบบด้วย “ใบอนุญาตผลิตอากาศยาน” หมายความว่า
หนังสือสำคัญที่ออกให้สำหรับผู้ได้รับอนุญาตให้ผลิตอากาศยานตามมาตรา ๔๑/๒๑ “ใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน” หมายความว่า
หนังสือสำคัญที่ออกให้สำหรับผู้ได้รับอนุญาตให้ผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานตามมาตรา
๔๑/๓๒ “ใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ” หมายความว่า
หนังสือสำคัญที่ออกให้สำหรับผู้ได้รับอนุญาตให้ผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพตามมาตรา
๔๑/๓๗ “ใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์” หมายความว่า
หนังสือสำคัญที่ออกให้สำหรับผู้ได้รับอนุญาตให้ผลิตบริภัณฑ์ตามมาตรา ๔๑/๔๗ “ใบสำคัญสมควรเดินอากาศ” หมายความว่า
หนังสือสำคัญสำหรับอากาศยานที่ออกให้เพื่อแสดงว่าอากาศยานลำใดมีความสมควรเดินอากาศตามมาตรา
๔๑/๖๑ และให้หมายความรวมถึงใบสำคัญสมควรเดินอากาศที่รัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือประเทศที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทยออกให้ตามมาตรา
๔๑/๗๒ “หนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศ” หมายความว่า
หนังสือสำคัญสำหรับส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน ชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ หรือบริภัณฑ์
ที่ออกให้เพื่อแสดงว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ผลิตขึ้นตามแบบที่ได้รับการรับรอง
หรือได้รับการบำรุงรักษาให้คงสภาพตามแบบที่ได้รับการรับรองหรือตามคำสั่งความสมควรเดินอากาศ “คำสั่งความสมควรเดินอากาศ” หมายความว่า
คำสั่งของผู้อำนวยการตามมาตรา ๔๑/๘๒ เพื่อให้อากาศยานใช้งานต่อไปได้โดยปลอดภัย “การบำรุงรักษา” หมายความว่า งานที่ต้องทำเพื่อให้อากาศยานคงความต่อเนื่องของความสมควรเดินอากาศ
เช่น การซ่อม การตรวจพินิจ การถอดเปลี่ยน การดัดแปลง หรือการแก้ไขข้อบกพร่อง “ใบรับรองหน่วยซ่อม” หมายความว่า
หนังสือสำคัญที่ออกให้สำหรับผู้ได้รับการรับรองให้ประกอบกิจการบำรุงรักษาอากาศยาน
ส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน หรือบริภัณฑ์ รวมทั้งชิ้นส่วนของอากาศยานตามมาตรา
๔๑/๙๔ “ผู้ดำเนินการหน่วยซ่อม” หมายความว่า
บุคคลที่ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมแต่งตั้งให้มีหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบในการดำเนินการของหน่วยซ่อมตามมาตรา
๔๑/๑๐๐ “สนามบิน” หมายความว่า พื้นที่ที่กำหนดไว้บนพื้นดินหรือน้ำหรือพื้นที่อื่นสำหรับใช้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเพื่อการขึ้นลงหรือเคลื่อนไหวของอากาศยาน
รวมตลอดถึงอาคาร สิ่งติดตั้งและอุปกรณ์ ซึ่งอยู่ภายในสนามบินนั้น “สนามบินอนุญาต” หมายความว่า
สนามบินที่บุคคลได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้ และสนามบินที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด “ที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน” หมายความว่า
พื้นที่ที่จัดไว้บนพื้นดินหรือน้ำหรือพื้นที่อื่นสำหรับใช้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเพื่อการขึ้นลงหรือเคลื่อนไหวของอากาศยานเป็นการชั่วคราวตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง
รวมตลอดถึงพื้นที่ดินที่บุคคลซึ่งไม่มีสิทธิในที่ดินนั้นได้หักร้างตัดฟันต้นไม้
หรือทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นที่เรียบซึ่งอากาศยานอาจขึ้นลงได้
และเป็นพื้นที่กว้างตั้งแต่สามสิบเมตรขึ้นไป และยาวตั้งแต่สามร้อยเมตรขึ้นไป “ที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต” หมายความว่า
ที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๕๓
หรือที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา ๕๕ “ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ” หมายความว่า
หนังสือสำคัญที่ออกให้สำหรับเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่ได้รับอนุญาตให้เปิดให้บริการแก่สาธารณะตามมาตรา
๖๐/๑ “ระบบการจัดการด้านนิรภัย” หมายความว่า
วิธีการจัดการด้านนิรภัยการบินและด้านนิรภัยภาคพื้น
เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงการกำหนดนโยบาย การวางแผน
การจัดโครงสร้างองค์กร ระบบความรับผิดชอบ และวิธีการที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัย “การรักษาความปลอดภัย” หมายความว่า
การป้องกันการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมายที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อกิจการบิน “ลานจอดอากาศยาน” หมายความว่า
บริเวณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นที่จอดอากาศยานของสนามบินอนุญาต
และหมายความรวมถึงสถานที่อื่นนอกบริเวณดังกล่าวในสนามบินอนุญาตที่อากาศยานได้รับอนุญาตให้จอดชั่วคราวเพื่อรับหรือรอรับบริการในกรณีจำเป็นหรือฉุกเฉิน “บริการในลานจอดอากาศยาน หมายความว่า บริการใด ๆ
ที่ต้องปฏิบัติเกี่ยวกับอากาศยานหรือธุรกิจการเดินอากาศในลานจอดอากาศยาน
นอกจากบริการช่างอากาศ “บริการช่างอากาศ”
หมายความว่า
บริการที่เกี่ยวกับเทคนิคในด้านความปลอดภัยของอากาศยานหรือการบำรุงรักษาอากาศยานในลานจอดอากาศยาน ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] “เครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ” หมายความว่า
เครื่องให้บริการที่จัดตั้งขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินอากาศของอากาศยาน
รวมตลอดถึงอาคาร สิ่งติดตั้งและอุปกรณ์ของเครื่องให้บริการนั้น “ผู้ประจำหน้าที่” หมายความว่า นักบิน ต้นหน นายช่าง
พนักงานวิทยุ พนักงานควบคุมการจราจรทางอากาศ พนักงานอำนวยการบิน
และผู้ทำหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับ [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๔
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] “ผู้ควบคุมอากาศยาน” หมายความว่า
นักบินที่ผู้ดำเนินการเดินอากาศหรือผู้จดทะเบียนอากาศยานกำหนดให้เป็นผู้ควบคุมและรับผิดชอบความปลอดภัยสำหรับการบินแต่ละเที่ยวบิน “ผู้จัดการสนามบินสาธารณะ” หมายความว่า ผู้อำนวยการ
ผู้จัดการหรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบบริหารจัดการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่เปิดให้บริการแก่สาธารณะ “ผู้ดำเนินการเดินอากาศ” หมายความว่า
ผู้ประกอบธุรกิจในการเดินอากาศ “สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย”[๔] หมายความว่า
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย “ผู้อำนวยการ”[๕] หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย “พนักงานเจ้าหน้าที่”[๖] หมายความว่า ผู้อำนวยการ
และผู้ซึ่งผู้อำนวยการแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี”[๗] หมายความว่า อธิบดีกรมท่าอากาศยาน หรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมท่าอากาศยานมอบหมาย “รัฐมนตรี” หมายความว่า
รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๕[๘]
พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่การเดินอากาศในราชการทหาร ราชการตำรวจ ราชการศุลกากร
และราชการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เว้นแต่การทำแผนการบินตามมาตรา ๑๘/๑ และการปฏิบัติตามกฎจราจรทางอากาศตามมาตรา
๑๘/๒ และมาตรา ๑๘/๓ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่ส่วนราชการใดประสงค์จะใช้สนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่ส่วนราชการนั้นดำเนินการเพื่อให้บริการแก่สาธารณะ
ส่วนราชการนั้นต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้
แต่ในการจัดตั้งสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต
ให้แจ้งผู้อำนวยการทราบโดยไม่ต้องขออนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้[๙] มาตรา ๕/๑[๑๐] ในการดำเนินการพิจารณาเพื่อออก
หรือต่ออายุใบรับรอง ใบอนุญาต ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต
หรือหนังสือรับรองตามความในพระราชบัญญัตินี้ หากมีความจำเป็นต้องตรวจสอบ ทดลอง
ทดสอบ หรือกระทำด้วยประการใด เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้ขอหรือผู้ได้รับใบรับรอง
ใบอนุญาต ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต หรือหนังสือรับรองนั้น
มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
หรือมีขีดความสามารถในการดำเนินการตามที่ขออนุญาต หรือในการดำเนินการเพื่อตรวจสอบว่าอากาศยาน
ส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน ชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ บริภัณฑ์ ชิ้นส่วนของอากาศยาน
สนามบิน เครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ
หรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานมีความปลอดภัยหรือเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้
ให้ผู้ขอหรือผู้ได้รับใบรับรอง ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต หรือหนังสือรับรองดังกล่าว
เป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายเพื่อการดังกล่าว ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ผู้อำนวยการกำหนด [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๘
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๕/๒[๑๑]
บทบัญญัติที่ให้อำนาจผู้อำนวยการสั่งเพิกถอนใบรับรอง ใบอนุญาต ใบสำคัญ
หนังสืออนุญาต หรือหนังสือรับรองในกรณีตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัตินี้
ไม่เป็นการจำกัดอำนาจอื่นของผู้อำนวยการในการสั่งเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ในกรณีที่ปรากฏว่ามีเหตุที่อาจต้องเพิกถอนตามวรรคหนึ่ง
โดยผู้ได้รับใบรับรอง ใบอนุญาต ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต หรือหนังสือรับรอง
ไม่สามารถอ้างความเชื่อโดยสุจริตมาคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองได้
ผู้อำนวยการมีหน้าที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏและสั่งการตามที่เห็นสมควรโดยไม่ชักช้า รายงานการตรวจสอบตามวรรคสอง
เป็นเอกสารที่เปิดเผยแก่บุคคลทั่วไป [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา
๕/๓[๑๒]
ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบรับรอง
ใบอนุญาต ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต หรือหนังสือรับรอง
และผู้อำนวยการได้สั่งให้มีการแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขดังกล่าว
ไม่เป็นเหตุให้ผู้ที่ได้รับใบรับรอง ใบอนุญาต ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต
หรือหนังสือรับรองนั้นพ้นความรับผิดในการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขดังกล่าว
หรือตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖[๑๓] ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
กับมีอำนาจออกกฎกระทรวงในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑)
กำหนดค่าธรรมเนียม ไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ (๒)
กำหนดอัตราขั้นสูงสำหรับค่าโดยสารและค่าระวางสำหรับอากาศยานขนส่งตามมาตรา ๒๐ (๓)
กำหนดอัตราขั้นสูงสำหรับค่าบริการในสนามบินอนุญาตซึ่งให้บริการแก่สาธารณะตามมาตรา
๕๖ (๒) และ (๓) (๔)
ยกเว้นค่าธรรมเนียมตาม (๑) ค่าโดยสารหรือค่าระวางสำหรับอากาศยานขนส่งตามมาตรา ๒๐
ค่าบริการ ค่าภาระ หรือเงินตอบแทนอื่นใดตามมาตรา ๕๖
หรือค่าบริการเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศตามมาตรา ๕๗ (๕)
กำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้[๑๔] กฎกระทรวงนั้น
เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ มาตรา ๖/๑[๑๕] ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจในการออกข้อบังคับ
ข้อกำหนด ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ ข้อบังคับตามวรรคหนึ่ง
เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการบินพลเรือนแล้ว ให้ใช้บังคับได้ ข้อบังคับและข้อกำหนดนั้น
เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ คณะกรรมการการบินพลเรือน และผู้อำนวยการ[๑๗] มาตรา
๗[๑๘] ให้มีคณะกรรมการการบินพลเรือนคณะหนึ่ง
ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงคมนาคม
ผู้บัญชาการทหารอากาศ
และกรรมการอื่นอีกเจ็ดคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นกรรมการ และให้ผู้อำนวยการ
เป็นกรรมการและเลขานุการ มาตรา ๘
รองประธานกรรมการและกรรมการอยู่ในตำแหน่งสี่ปี
รองประธานกรรมการหรือกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ
จะแต่งตั้งให้เป็นรองประธานกรรมการหรือกรรมการอีกก็ได้ มาตรา ๙
รองประธานกรรมการและกรรมการย่อมพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระ เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก ถ้ามีการพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระ
ให้มีการแต่งตั้งรองประธานกรรมการหรือกรรมการเข้าแทน แล้วแต่กรณี
ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเข้าแทนนี้ย่อมอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน มาตรา ๑๐
เมื่อประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่แทน มาตรา ๑๑
ในการประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือนต้องมีกรรมการมาประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม มาตรา ๑๒
การลงมติวินิจฉัยข้อปรึกษาให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน
ถ้ามีจำนวนเสียงลงคะแนนเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา ๑๓
ให้คณะกรรมการการบินพลเรือนมีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อกระทำกิจการ
หรือพิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริงใด ๆ อันอยู่ในขอบเขตแห่งอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการการบินพลเรือน ในการประชุมอนุกรรมการ ให้นำมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒
มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๑๔ ประธานกรรมการ
รองประธานกรรมการและกรรมการย่อมได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด มาตรา ๑๕[๑๙] ให้คณะกรรมการการบินพลเรือนมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
ให้ทันต่อเหตุการณ์ ถูกต้อง และครบถ้วนตามกฎหมายและตามอนุสัญญา
และให้มีอำนาจตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัตินี้ในเรื่องต่อไปนี้ (๑)
กำหนดนโยบายและพิจารณาอนุมัติแผนอำนวยความสะดวก แผนรักษาความปลอดภัย และแผนนิรภัยในการบินพลเรือนแห่งชาติ
รวมทั้งแผนแม่บทการจัดตั้งสนามบินพาณิชย์ของประเทศ (๒)
รับปรึกษาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบินพลเรือนแก่รัฐมนตรี (๓)
ให้ความเห็นชอบข้อบังคับที่ออกโดยผู้อำนวยการ (๔)
ให้ความเห็นชอบอัตราค่าธรรมเนียมกำกับการบินพลเรือน (๕)
พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณค่าโดยสารและค่าระวางสำหรับอากาศยานขนส่งตามมาตรา
๒๐ (๖)
พิจารณากำหนดอัตราและเงื่อนไขการเรียกเก็บค่าบริการ ค่าภาระ
หรือเงินตอบแทนอื่นใดในสนามบินอนุญาต ซึ่งให้บริการแก่สาธารณะตามมาตรา ๕๖
ซึ่งต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง (๗)
พิจารณากำหนดเงื่อนไขการเรียกเก็บและอนุมัติอัตราค่าบริการ
เครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ ซึ่งให้บริการแก่สาธารณะตามมาตรา ๕๗ (๘)
ปฏิบัติการอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๕/๑[๒๐] ในกรณีที่คณะกรรมการการบินพลเรือนเห็นว่าสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยไม่ได้ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายหรือตามอนุสัญญา
ให้คณะกรรมการการบินพลเรือนมีอำนาจเรียกให้ผู้อำนวยการ
พนักงานหรือบุคคลใดในสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยมาชี้แจงข้อเท็จจริงและมีอำนาจสั่งให้ดำเนินการ
หรือปรับปรุง แก้ไข หรือระงับซึ่งการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศหรือต่อการบินพลเรือนได้ มาตรา ๑๕/๒[๒๑] (ยกเลิก) มาตรา ๑๕/๓[๒๒] (ยกเลิก) มาตรา ๑๕/๔[๒๓] ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่
ดังต่อไปนี้ (๑)
ออกประกาศกำหนดส่วนประกอบอื่นของอากาศยานเป็นส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานตามมาตรา ๔ (๒)
ออกข้อกำหนด ดังต่อไปนี้ (ก)
มาตรฐานอากาศยานตามมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง (ข)
มาตรฐานอากาศยานที่ผลิตเพื่อส่งออกตามมาตรา ๓๕ (ค)
ระบุประเภทอากาศยานและส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่ผลิตตามแบบโดยไม่ต้องมีใบรับรองแบบตามมาตรา
๓๖ วรรคสาม (ง)
หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบโดยการบินทดลองหรือการทดสอบอย่างอื่นของอากาศยานต้นแบบหรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานต้นแบบตามมาตรา
๔๑/๒ (จ)
หลักเกณฑ์การใช้งานได้อย่างปลอดภัยของอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานตามมาตรา
๔๑/๔ (ฉ)
หลักเกณฑ์การตรวจสอบการแก้ไขดัดแปลงอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานตามมาตรา
๔๑/๕ มาตรา ๔๑/๖ และมาตรา ๔๑/๗ (ช)
การแก้ไขดัดแปลงแบบอากาศยาน แบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
แบบชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ
และแบบบริภัณฑ์ใดเป็นการแก้ไขในสาระสำคัญหรือไม่ใช่สาระสำคัญตามมาตรา ๔๑/๘ (๓)
ออกประกาศให้ใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเป็นมาตรฐานชิ้นส่วนของอากาศยานตามมาตรา
๓๔ วรรคสอง (๔)[๒๔]
(ยกเลิก) (๕)[๒๕]
(ยกเลิก) (๖)
กำหนดการบำรุงรักษาอากาศยาน สำหรับอากาศยานที่ไม่มีใบรับรองแบบตามมาตรา ๔๑/๖๙
วรรคสอง (๒) (๗)[๒๖]
(ยกเลิก) [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๕/๕[๒๗] (ยกเลิก) มาตรา
๑๕/๖[๒๘] การพิจารณาประเด็นทางเทคนิค
เป็นอำนาจดุลพินิจของผู้อำนวยการ และให้เป็นที่สุด บททั่วไปว่าด้วยอากาศยาน มาตรา ๑๖[๒๙] ห้ามมิให้ผู้ใดนำอากาศยานทำการบิน
เว้นแต่มีสิ่งเหล่านี้อยู่กับอากาศยานนั้น คือ (๑)
ใบสำคัญการจดทะเบียน (๒)
เครื่องหมายสัญชาติและทะเบียน และแผ่นแสดงเครื่องหมายอากาศยาน (๓)
ใบสำคัญสมควรเดินอากาศ (๔)
สมุดปูมเดินทาง (๕)
ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่แต่ละคน (๖)
ใบอนุญาตเครื่องวิทยุสื่อสาร ถ้ามีเครื่องวิทยุสื่อสาร (๗)
บัญชีแสดงรายชื่อผู้โดยสาร
ในกรณีที่เป็นการบินระหว่างประเทศที่มีการบรรทุกผู้โดยสาร (๘) บัญชีแสดงรายการสินค้า ในกรณีที่เป็นการบินระหว่างประเทศที่มีการบรรทุกสินค้า (๙)
สิ่งอื่นตามที่กำหนดในข้อกำหนด ความในมาตรานี้
ไม่ใช้บังคับแก่ (๑)
อากาศยานที่ทำการบินทดลองภายใต้เงื่อนไข ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด (๒)
อากาศยานทหารต่างประเทศ (๓)
อากาศยานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๖/๑[๓๐] ผู้จดทะเบียนอากาศยานต้องจัดให้มีสมุดปูมเดินทางไว้ประจำอากาศยาน
แต่ถ้ามีผู้ดำเนินการเดินอากาศสำหรับอากาศยานใดให้เป็นหน้าที่ของผู้ดำเนินการเดินอากาศ ให้ผู้ควบคุมอากาศยานบันทึกรายการในสมุดปูมเดินทางตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด แบบสมุดปูมเดินทางและการเก็บรักษาสมุดปูมเดินทางให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๖/๒[๓๑] แบบสมุดปูมเดินทาง
การเก็บรักษาสมุดปูมเดินทาง และหน้าที่บันทึกรายการในสมุดปูมเดินทาง
ของอากาศยานต่างประเทศ ให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศผู้จดทะเบียนอากาศยาน มาตรา ๑๖/๓[๓๒]
ผู้ดำเนินการเดินอากาศต้องจัดให้มีบัญชีแสดงรายชื่อผู้โดยสารและบัญชีแสดงรายการสินค้าตามมาตรา
๑๖ (๗) และ (๘) ไว้กับอากาศยาน แบบบัญชี การเก็บรักษาบัญชี และหน้าที่ในการบันทึกรายการในบัญชีตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อกำหนด ในกรณีที่เป็นอากาศยานต่างประเทศให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศผู้จดทะเบียนอากาศยาน [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๖/๔[๓๓]
ผู้ดำเนินการเดินอากาศต้องจัดให้มีแผนการบินตามมาตรา ๑๘/๑
และแผนปฏิบัติการบิน สำหรับอากาศยานที่ใช้บินในการดำเนินกิจการการเดินอากาศของตน แผนปฏิบัติการบินให้เป็นไปตามแบบ
หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๗
ห้ามมิให้อากาศยานใช้ที่หนึ่งที่ใดเป็นที่ขึ้นลงนอกจากสนามบินอนุญาต
หรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานที่ได้รับอนุญาตหรือที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด มาตรา ๑๘ อากาศยานต้องบินตามเส้นทางบินที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๘/๑[๓๔] อากาศยานทุกลำที่ทำการบินในราชอาณาจักร
ต้องทำแผนการบินและแจ้งต่อหน่วยงานให้บริการจราจรทางอากาศ แผนการบินให้เป็นไปตามแบบ
หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๘/๒[๓๕] อากาศยานทุกลำที่บินหรือเคลื่อนที่อยู่ในราชอาณาจักรต้องปฏิบัติตามกฎจราจรทางอากาศที่กำหนดในข้อบังคับ [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา
๑๘/๓[๓๖]
อากาศยานที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้และอากาศยานราชการที่บินหรือเคลื่อนที่อยู่นอกราชอาณาจักรต้องปฏิบัติตามกฎจราจรทางอากาศที่ประเทศนั้นกำหนดไว้
หากไม่อยู่ในอาณาเขตของประเทศใด
ให้ปฏิบัติตามกฎจราจรทางอากาศที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา
๑๙[๓๗]
อากาศยานต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง มาตรา ๒๐[๓๘]
การขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์เป็นบริการสาธารณะ การกำหนดค่าโดยสารและค่าระวางของอากาศยานขนส่งต้องเหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ การเก็บค่าโดยสารและค่าระวางสำหรับอากาศยานขนส่ง
ให้คณะกรรมการการบินพลเรือนกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณค่าโดยสารและค่าระวางของผู้ประกอบการอากาศยานขนส่งซึ่งต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ โดยให้แยกประเภทของบริการการขนส่งทางอากาศตามความเหมาะสม การเก็บค่าโดยสารและค่าระวางสำหรับอากาศยานขนส่งระหว่างประเทศ
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยบริการเดินอากาศ แล้วแต่กรณี มาตรา ๒๑[๓๙] ผู้จดทะเบียนอากาศยาน
ผู้ดำเนินการเดินอากาศ ผู้ประจำหน้าที่ บุคคลที่อยู่ในอากาศยาน
และผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ
ต้องปฏิบัติการเพื่อความปลอดภัยตามข้อบังคับ ผู้ดำเนินการเดินอากาศ
ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ
และผู้ประกอบการในสนามบินอนุญาตต้องรับผิดชอบและกำกับดูแลการปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยและแผนนิรภัยในการบินพลเรือนแห่งชาติ [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๒๒
ห้ามมิให้อากาศยานบินเข้าหรือบินผ่านเขตห้ามหรือเขตกำกัดการบินซึ่งรัฐมนตรีได้ประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๒๓ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องถ่ายภาพในอากาศยานหรือจากอากาศยานไม่ว่าโดยวิธีใด
ๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา ๒๔
ห้ามมิให้ผู้ใดบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินหรือทิ้งร่มอากาศ
นอกจากได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด มาตรา ๒๕
ห้ามมิให้ผู้ใดส่งหรือพายุทธภัณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ไปกับอากาศยาน
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรี
และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด มาตรา ๒๖
ห้ามมิให้ผู้ใดส่งหรือพาวัตถุอันตรายหรือสัตว์ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานหรือบุคคลในอากาศยานตามที่กำหนดในข้อกำหนดไปกับอากาศยาน
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๒๗
ห้ามมิให้อากาศยานนอกจากอากาศยานต่างประเทศบินออกนอกราชอาณาจักร
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา
๒๘[๔๐]
ห้ามมิให้อากาศยานต่างประเทศบินผ่านหรือขึ้นลงในราชอาณาจักร เว้นแต่จะมีสิทธิตามอนุสัญญา
หรือความตกลงระหว่างประเทศ
หรือได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีกำหนด มาตรา ๒๙
ห้ามมิให้อากาศยานทหารต่างประเทศบินผ่านหรือขึ้นลงในราชอาณาจักร
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรี มาตรา ๒๙ ทวิ[๔๑] ห้ามมิให้ผู้ใดใช้อากาศยานส่วนบุคคลในการเดินอากาศ
เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคลจากผู้อำนวยการ ผู้ได้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง
ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้แนบท้ายใบอนุญาต หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต
คุณสมบัติและลักษณะของผู้ขออนุญาต อายุใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคล
การพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคล
แบบใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคล และเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคล
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๗
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๒๙ ตรี[๔๒] ความในมาตรา ๒๙ ทวิ วรรคหนึ่ง
มิให้ใช้บังคับแก่อากาศยานขนส่งที่ใช้ในการขนส่งของหรือคนโดยสารอันมิใช่เพื่อบำเหน็จเป็นทางค้าเป็นครั้งคราว
และได้แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบแล้ว มาตรา ๒๙ จัตวา[๔๓]
ใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคลที่ผู้อำนวยการออกให้สำหรับอากาศยานส่วนบุคคลลำใด
ให้ใช้ได้เฉพาะอากาศยานส่วนบุคคลลำนั้น [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๗
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๒๙ เบญจ[๔๔]
ห้ามมิให้ผู้ใดนำอากาศยานส่วนบุคคลทำการบิน เว้นแต่จะได้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๖
และมีใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคลติดไปกับอากาศยานด้วย การจดทะเบียนและเครื่องหมายอากาศยาน มาตรา ๓๐[๔๕] ภายใต้บังคับมาตรา ๓๑
ผู้ซึ่งขอจดทะเบียนอากาศยานตามความในพระราชบัญญัตินี้ได้
ต้องเป็นเจ้าของอากาศยานที่ขอจดทะเบียน หรือถ้ามิได้เป็นเจ้าของ
ต้องเป็นผู้มีสิทธิครอบครองอากาศยานที่ขอจดทะเบียนและได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการให้จดทะเบียนได้ การขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนอากาศยาน
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๗
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๓๑[๔๖]
ผู้ซึ่งขอจดทะเบียนอากาศยานจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตามต้องมีสัญชาติไทย ถ้าเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด
ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย
มีสำนักงานใหญ่ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทตั้งอยู่ในราชอาณาจักร และ (๑) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ
ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย (๒) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด
ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดซึ่งต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนต้องมีสัญชาติไทย
และทุนของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑
ต้องเป็นของบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย (๓) ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด
บริษัทนั้นต้องไม่มีหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ กรรมการส่วนมากต้องมีสัญชาติไทย
และหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ ของหุ้นทั้งหมดต้องเป็นของบุคคลในประเภทต่อไปนี้แต่ละประเภทโดยลำพังหรือหลายประเภทรวมกัน (ก) บุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย (ข) กระทรวง ทบวง กรมในรัฐบาล (ค) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด
ซึ่งกระทรวง ทบวง กรม ในรัฐบาลถือหุ้นอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ ของหุ้นทั้งหมด (ง) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด
ซึ่งบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยถือหุ้นอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ ของทั้งหมด (จ) นิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ถ้าเป็นสมาคม ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย
มีสำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ในราชอาณาจักร
และข้อบังคับของสมาคมนั้นได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการแล้ว [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๐ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๓๒[๔๗]
ใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานเป็นอันใช้ไม่ได้ เมื่อ (๑)
มีการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ของอากาศยานนั้นในกรณีที่เจ้าของเป็นผู้จดทะเบียน
หรือมีการเปลี่ยนแปลงสิทธิครอบครองอากาศยานนั้นในกรณีที่ผู้มีสิทธิครอบครองเป็นผู้จดทะเบียน (๒) ผู้จดทะเบียนอากาศยานนั้นขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๑ (๓)
ปรากฏว่าการเป็นเจ้าของหรือการเป็นผู้มีสิทธิครอบครองของผู้จดทะเบียนอากาศยานนั้นไม่เป็นไปตามที่แสดงไว้ในการจดทะเบียนว่ามีสิทธิเช่นนั้นในรายการขอจดทะเบียน (๔)
อากาศยานนั้นได้รับความเสียหายมากจนไม่เหมาะสมที่จะใช้การต่อไปได้ (๕)
ใบสำคัญสมควรเดินอากาศของอากาศยานนั้นสิ้นอายุเกินกว่าหกเดือนแล้ว (๖) อากาศยานนั้นได้สูญหายไปเป็นเวลาเกินกว่าสามเดือนแล้ว ในกรณี (๑) ถึง (๕)
ให้ผู้จดทะเบียนอากาศยานนั้นส่งคืนใบสำคัญการจดทะเบียนแก่พนักงานเจ้าหน้าที่โดยไม่ชักช้า มาตรา
๓๓[๔๘] เครื่องหมายสัญชาติและทะเบียน
และแผ่นแสดงเครื่องหมายอากาศยาน ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] แบบอากาศยาน
การผลิตอากาศยาน และการควบคุมความสมควรเดินอากาศ[๔๙] ส่วนที่ ๑ มาตรฐานอากาศยาน[๕๐] มาตรา ๓๔[๕๑]
มาตรฐานอากาศยานให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อกำหนดของผู้อำนวยการ
โดยให้ประกอบด้วยมาตรฐานดังต่อไปนี้ (๑)
มาตรฐานความสมควรเดินอากาศของอากาศยานหรือของส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
รวมถึงมาตรฐานทางเทคนิคของบริภัณฑ์ (๒) มาตรฐานอากาศยานเกี่ยวกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เช่น
มาตรฐานมลพิษทางเสียง หรือมาตรฐานมลพิษทางอากาศ (๓)
มาตรฐานอื่นเพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยในการเดินอากาศ ผู้อำนวยการอาจประกาศให้ใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือตามที่องค์กรของต่างประเทศกำหนดเป็นมาตรฐานชิ้นส่วนของอากาศยานได้ มาตรฐานตาม (๑) สำหรับอากาศยาน
ให้กำหนดตามประเภทการใช้งานของอากาศยาน ได้แก่ การใช้งานปกติ ผาดแผลง ขนส่ง
และการใช้งานอื่นตามที่กำหนดในข้อกำหนด มาตรฐานตาม
(๑) (๒) และ (๓) ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่อนุสัญญากำหนด วรรคห้า[๕๒]
(ยกเลิก) [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๓๕[๕๓] ในกรณีที่เป็นการผลิตเพื่อส่งออก ผู้อำนวยการอาจออกข้อกำหนดมาตรฐานอากาศยาน
ให้แตกต่างไปจากมาตรฐานที่กำหนดไว้ในมาตรา ๓๔ ก็ได้ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] ส่วนที่ ๒ การรับรองแบบ[๕๔] มาตรา ๓๖[๕๕]
แบบที่จะใช้ในการผลิตอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานจะต้องมีใบรับรองแบบตามความในหมวดนี้ แบบอากาศยานและแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานต้องได้มาตรฐานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่ผู้อำนวยการกำหนดตามมาตรา ๓๔ ผู้อำนวยการอาจออกข้อกำหนดระบุประเภทอากาศยานและส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะตามลักษณะของการใช้งาน
ให้ผลิตตามแบบโดยไม่ต้องมีใบรับรองแบบก็ได้ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๓๗[๕๖]
ใบรับรองแบบอากาศยานหรือแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานมีดังต่อไปนี้ (๑)
ใบรับรองแบบมาตรฐาน ออกให้สำหรับแบบอากาศยานหรือแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่เป็นไปตามมาตรฐานที่ผู้อำนวยการกำหนดตามมาตรา
๓๔ (๒)
ใบรับรองแบบเฉพาะ ออกให้สำหรับแบบอากาศยาน เพื่อใช้งานที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น
การทำฝนเทียม การโปรยยาปราบศัตรูพืช หรือการทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศตามมาตรฐานที่ผู้อำนวยการกำหนดตามมาตรา
๓๔ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๓๘
ผู้ใดประสงค์จะขอรับใบรับรองแบบอากาศยานหรือแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด ในการขอใบรับรองแบบ
ผู้ขอจะต้องระบุมาตรฐานอากาศยานที่นำมาใช้ในการออกแบบอากาศยานหรือแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่ขอใบรับรองแบบ
พร้อมทั้งแผนและระยะเวลาการสร้างอากาศยานต้นแบบหรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานตามที่ขอใบรับรองแบบนั้นด้วย เมื่อผู้อำนวยการได้รับคำขอ
ให้ผู้อำนวยการตรวจสอบเอกสารหลักฐานของผู้ขอและประเมินความเป็นไปได้ของแบบที่เสนอ
วิธีดำเนินการ
และความพร้อมในการสร้างอากาศยานต้นแบบหรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
ตลอดจนฐานะทางการเงิน บุคลากร สถานที่ และเครื่องมือที่จะใช้ในการสร้าง
หากผู้อำนวยการเห็นว่ามีความเป็นไปได้
ให้ผู้อำนวยการออกหนังสืออนุญาตให้ผู้ขอดำเนินการสร้างอากาศยานต้นแบบหรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานดังกล่าวได้
โดยกำหนดระยะเวลาการสร้างให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ออกหนังสืออนุญาต ในกรณีที่ผู้ขอไม่สามารถสร้างให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคสาม
ผู้ขออาจขอขยายระยะเวลาการสร้างต่อผู้อำนวยการได้อีกหนึ่งครั้ง
และผู้อำนวยการอาจอนุญาตให้ขยายระยะเวลาดังกล่าวได้ไม่เกินสองปี ในกรณีที่ผู้ขอไม่สามารถสร้างอากาศยานต้นแบบหรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
ให้หนังสืออนุญาตเป็นอันสิ้นผล [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๓๙[๕๗]
ในกรณีที่มีผู้ขอใบรับรองแบบตามมาตรา ๓๘
และผู้อำนวยการเห็นว่ามาตรฐานที่กำหนดในข้อกำหนดตามมาตรา ๓๔ ไม่ครอบคลุมถึง
หรือไม่อาจใช้กับแบบของผู้ขอ เพราะเหตุที่มีวิวัฒนาการหรือลักษณะแผนแบบแตกต่างไปจากอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่มีใช้อยู่ในขณะนั้น
ให้ผู้อำนวยการมีหนังสืออนุญาตตามมาตรา ๓๘ วรรคสาม ไปพลางก่อนเป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไขพิเศษเกี่ยวกับมาตรฐานของอากาศยานหรือของส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่มีวิวัฒนาการหรือที่มีการออกแบบนั้นได้ตามที่เห็นสมควร เงื่อนไขพิเศษที่ผู้อำนวยการกำหนดตามวรรคหนึ่ง
ต้องมีระดับความปลอดภัยไม่น้อยกว่าระดับมาตรฐานตามมาตรา ๓๔ มาตรา ๔๐[๕๘] ภายใต้บังคับมาตรา ๔๑/๑
เมื่อผู้ขอใบรับรองแบบได้รับหนังสืออนุญาตจากผู้อำนวยการตามมาตรา ๓๘ วรรคสาม แล้ว
ผู้ขอมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑)
ดำเนินการสร้างอากาศยานต้นแบบหรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ระบุในคำขอใบรับรองแบบ (๒)
บันทึกรายละเอียดและรายงานการสร้างอากาศยานต้นแบบหรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด (๓)
ยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบการสร้างอากาศยานต้นแบบหรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน (๔)
หน้าที่อื่นตามที่ผู้อำนวยการกำหนด ในกรณีที่ผู้ขอใบรับรองแบบตามวรรคหนึ่งไม่ปฏิบัติหน้าที่ตาม
(๒) (๓) หรือ (๔) และผู้อำนวยการได้เตือนให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวแล้วยังฝ่าฝืน
ให้ผู้อำนวยการเพิกถอนหนังสืออนุญาตนั้น [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑[๕๙] ในระหว่างการสร้างอากาศยานต้นแบบหรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
หากผู้อำนวยการได้ออกข้อกำหนดมาตรฐานใหม่ที่แตกต่างจากมาตรฐานที่ระบุในคำขอใบรับรองแบบตามมาตรา
๔๐ (๑)
ซึ่งสามารถใช้กับแบบอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่กำลังดำเนินการสร้างได้
และผู้ขอใบรับรองแบบประสงค์ที่จะใช้มาตรฐานใหม่ดังกล่าวให้ผู้ขอแจ้งการเปลี่ยนมาตรฐานต่อผู้อำนวยการ ทั้งนี้
ผู้อำนวยการอาจกำหนดให้ผู้ขอใช้มาตรฐานอื่นที่เกี่ยวข้องเป็นการเพิ่มเติมด้วยก็ได้
หรือมิฉะนั้นผู้ขอต้องใช้มาตรฐานเดิม [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑[๖๐]
ในระหว่างการสร้างอากาศยานต้นแบบหรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
หากมีข้อกำหนดของผู้อำนวยการกำหนดมาตรฐานขึ้นใหม่ให้มีผลใช้บังคับย้อนหลังเพื่อความปลอดภัย อันเป็นการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานที่ระบุไว้ในคำขอใบรับรองแบบ
ให้ผู้ขอใบรับรองแบบปรับปรุงแบบโดยใช้มาตรฐานที่กำหนดขึ้นใหม่ในการสร้างอากาศยานต้นแบบหรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานดังกล่าว [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๒[๖๑]
เมื่อผู้ขอใบรับรองแบบได้ดำเนินการสร้างอากาศยานต้นแบบหรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานแล้ว
ให้ผู้อำนวยการจัดให้มีหรือสั่งให้ผู้ขอทำการทดสอบโดยการบินทดลองหรือการทดสอบอย่างอื่น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการในข้อกำหนดของผู้อำนวยการ
ในการนี้
ผู้อำนวยการอาจกำหนดให้มีการรับฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้เกี่ยวข้องด้วยก็ได้ เมื่อได้ทำการทดสอบตามวรรคหนึ่งแล้ว
หากผู้อำนวยการเห็นว่าอากาศยานต้นแบบหรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานนั้น
เป็นไปตามมาตรฐานอากาศยานและมีสภาพที่สามารถนำไปใช้งานได้อย่างปลอดภัย
ให้ผู้อำนวยการออกใบรับรองแบบอากาศยานหรือใบรับรองแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานตามประเภทที่กำหนดในมาตรา
๓๗
โดยผู้อำนวยการอาจกำหนดข้อจำกัดความสมควรเดินอากาศหรือข้อจำกัดอื่นในการใช้อากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานนั้นได้ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ และมาตรา ๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๓[๖๒] ใบรับรองแบบตามมาตรา ๓๗
ให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด โดยให้ระบุมาตรฐานต่าง ๆ
ที่ใช้ในการออกใบรับรองแบบไว้ในใบรับรองแบบด้วย
และในใบรับรองแบบต้องประกอบด้วยเอกสารดังต่อไปนี้ (๑)
แบบที่ออก (ก)
ภาพร่างและข้อกำหนดรายละเอียด
รวมทั้งบัญชีของภาพร่างและข้อกำหนดรายละเอียดที่จำเป็นในการใช้กำหนดรูปลักษณ์และลักษณะแผนแบบของอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่ใช้กับแบบดังกล่าว
โดยให้ระบุมาตรฐานเฉพาะที่กำหนดตามพระราชบัญญัตินี้
และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ผู้อำนวยการประกาศให้ใช้กับอากาศยานได้
(ถ้ามี) ไว้ด้วย (ข)
ข้อมูลเกี่ยวกับมิติ วัสดุ และกระบวนการที่จำเป็นในการใช้กำหนดความแข็งแรงทางโครงสร้างของอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน (ค)
ข้อจำกัดความสมควรเดินอากาศที่กำหนดเพื่อการคงความต่อเนื่องของความสมควรเดินอากาศสำหรับอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน (๒)
ข้อจำกัดการใช้งานของอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน และ (๓)
ข้อจำกัดหรือเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้องกับแบบอากาศยานหรือแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๔[๖๓] ในกรณีที่อากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานใดอยู่ระหว่างการทดสอบ
โดยได้บินทดลองตามมาตรา ๔๑/๒ แล้ว ก่อนได้รับใบรับรองแบบ
หากผู้ขอใบรับรองแบบประสงค์จะใช้อากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานนั้น
เพื่อฝึกอบรมผู้ประจำหน้าที่หรือเพื่อแสดงสมรรถนะเพื่อประโยชน์ทางการค้า
หรือเพื่อวัตถุประสงค์อย่างอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับ
ให้ยื่นคำขอใบรับรองแบบเป็นการชั่วคราวต่อผู้อำนวยการ
หากผู้อำนวยการเห็นว่าอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานดังกล่าวสามารถนำไปใช้งานได้อย่างปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ในข้อกำหนด
ให้ผู้อำนวยการออกใบรับรองแบบเป็นการชั่วคราว โดยผู้อำนวยการอาจกำหนดข้อจำกัดความสมควรเดินอากาศหรือข้อจำกัดอื่นในการใช้อากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานนั้นตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้ การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด มาตรา ๔๑/๕[๖๔] ผู้ทรงสิทธิในใบรับรองแบบอากาศยานหรือแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่ประสงค์จะทำการแก้ไขดัดแปลงแบบที่ได้รับการรับรองแล้ว
ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด ในการพิจารณาคำขอตามวรรคหนึ่ง
ให้ดำเนินการดังนี้ (๑)
ในกรณีที่เป็นการแก้ไขดัดแปลงที่ไม่ใช่สาระสำคัญ ให้ผู้อำนวยการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ในข้อกำหนดของผู้อำนวยการ
หากผู้อำนวยการไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้
ให้ผู้อำนวยการตรวจสอบตามวิธีการที่เห็นสมควร
และถ้าผลการตรวจสอบปรากฏว่าเป็นไปตามมาตรฐานอากาศยาน
และมีสภาพที่สามารถนำไปใช้งานได้อย่างปลอดภัย ให้ผู้อำนวยการออกหนังสือให้ความเห็นชอบแก่ผู้ขอโดยให้แนบแบบที่แก้ไขดัดแปลงไว้กับหนังสือดังกล่าวด้วย (๒)
ในกรณีที่เป็นการแก้ไขดัดแปลงในสาระสำคัญ
ให้ผู้อำนวยการตรวจสอบโดยให้นำความในมาตรา ๓๘ วรรคสาม และมาตรา ๔๑/๒
มาใช้บังคับโดยอนุโลม หากผู้อำนวยการเห็นว่า (ก) การแก้ไขดัดแปลงนั้นไม่ถึงขนาดต้องออกใบรับรองแบบฉบับใหม่
ให้ผู้อำนวยการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ในข้อกำหนดของผู้อำนวยการ
หากผู้อำนวยการไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้
ให้ผู้อำนวยการตรวจสอบตามวิธีการที่เห็นสมควร
และถ้าผลการตรวจสอบปรากฏว่าเป็นไปตามมาตรฐานอากาศยาน
และมีสภาพที่สามารถนำไปใช้งานได้อย่างปลอดภัย
ให้ผู้อำนวยการรับรองโดยการแก้ไขเพิ่มเติมในใบรับรองแบบฉบับเดิม
เว้นแต่ผู้ขอประสงค์จะให้ออกเป็นใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติม
ให้ผู้อำนวยการออกใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติมแก่ผู้ขอได้ (ข)
การแก้ไขดัดแปลงนั้นจำเป็นต้องตรวจสอบเพื่อออกใบรับรองแบบฉบับใหม่ ให้ผู้อำนวยการแจ้งผู้ขอเพื่อยื่นคำขอใบรับรองแบบตามมาตรา
๓๘ การรับรองการแก้ไขดัดแปลงตามมาตรานี้
ไม่มีผลเป็นการยกเลิกใบรับรองแบบฉบับเดิม เว้นแต่ผู้อำนวยการจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การรับรองตามวรรคสอง
(๑) หรือ (๒) (ก) ผู้ขออาจขอให้รับรองเป็นการเฉพาะลำหรือเป็นการทั่วไปเฉพาะแบบก็ได้ [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ และมาตรา ๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๖[๖๕]
ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์และกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตร
เจ้าของหรือผู้ครอบครองอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
หรือผู้อื่นซึ่งมิใช่ผู้ทรงสิทธิในใบรับรองแบบ
ประสงค์จะทำการแก้ไขดัดแปลงอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานให้แตกต่างไปจากแบบที่ได้รับการรับรองในสาระสำคัญ
อาจยื่นคำขอรับใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติมสำหรับสิ่งที่ผู้นั้นได้แก้ไขดัดแปลงเพิ่มเติมต่อผู้อำนวยการได้
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด เมื่อผู้อำนวยการได้รับคำขอตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้ตรวจสอบการแก้ไขดัดแปลงนั้นตามหลักเกณฑ์ในข้อกำหนดของผู้อำนวยการ
หากผู้อำนวยการไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ ให้ผู้อำนวยการตรวจสอบตามวิธีการที่เห็นสมควร
และถ้าผลการตรวจสอบปรากฏว่าเป็นไปตามมาตรฐานอากาศยาน
และมีสภาพที่สามารถนำไปใช้งานได้อย่างปลอดภัย
ให้ผู้อำนวยการออกใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติมแก่ผู้ขอ
แต่ถ้าผู้อำนวยการเห็นว่าเป็นการแก้ไขดัดแปลงที่ไม่ใช่สาระสำคัญ
ให้ถือว่าผู้ขอยื่นคำขอดัดแปลงอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานตามมาตรา
๔๑/๗ [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ และมาตรา ๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๗[๖๖]
เจ้าของหรือผู้ครอบครองอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานประสงค์จะทำการแก้ไขดัดแปลงอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานของตนให้แตกต่างไปจากแบบที่ได้รับการรับรองที่ไม่ใช่สาระสำคัญ
อาจยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด เมื่อผู้อำนวยการได้รับคำขอตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้ตรวจสอบการแก้ไขดัดแปลงนั้นตามหลักเกณฑ์ในข้อกำหนดของผู้อำนวยการ
หากผู้อำนวยการไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้
ให้ผู้อำนวยการตรวจสอบตามวิธีการที่เห็นสมควร
และถ้าผลการตรวจสอบปรากฏว่าเป็นไปตามมาตรฐานอากาศยาน
และมีสภาพที่สามารถนำไปใช้งานได้อย่างปลอดภัย
ให้ผู้อำนวยการออกหนังสือให้ความเห็นชอบแก่ผู้ขอโดยให้แนบแบบที่แก้ไขดัดแปลงไว้กับหนังสือดังกล่าวด้วย
แต่ถ้าผู้อำนวยการเห็นว่าเป็นการแก้ไขดัดแปลงในสาระสำคัญ
ให้ผู้อำนวยการยกคำขอและแจ้งผู้ขอเพื่อยื่นคำขอใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติมตามมาตรา
๔๑/๖ [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ และมาตรา ๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๘[๖๗] การแก้ไขดัดแปลงแบบดังต่อไปนี้
กรณีใดจะเป็นการแก้ไขดัดแปลงในสาระสำคัญหรือไม่ใช่สาระสำคัญ
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อกำหนดของผู้อำนวยการ (๑)
แบบอากาศยานหรือแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่ได้รับใบรับรองแบบแล้วตามมาตรา
๔๑/๕ มาตรา ๔๑/๖ และมาตรา ๔๑/๗ (๒)
แบบชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ ที่ได้รับการรับรองตามใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพตามมาตรา
๔๑/๔๒ หรือ (๓)
แบบบริภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองตามใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์ตามมาตรา ๔๑/๕๒ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๙[๖๘] ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจสั่งผู้ได้รับใบรับรองแบบ
ทำการแก้ไขแบบอากาศยานหรือแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน เมื่อปรากฏว่า (๑)
อากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานมีความปลอดภัยไม่เพียงพออันเนื่องมาจากแบบที่ได้รับการรับรอง (๒)
อากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานจะมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น
ถ้ามีการแก้ไขแบบที่ได้รับการรับรองแล้ว (๓)
มีความจำเป็นต้องแก้ไขแบบเพื่อให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น
หลังจากที่ได้ทำการตรวจหรือแก้ไขอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานตามคำสั่งความสมควรเดินอากาศของผู้อำนวยการตามมาตรา
๔๑/๘๒ แล้ว ในการออกคำสั่งตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้อำนวยการกำหนดระยะเวลาที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จไว้ด้วยแต่ต้องไม่เกินหนึ่งปี
และเพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยผู้อำนวยการอาจกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดการใช้งานของอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่สร้างตามแบบเดิมได้ตามที่เห็นสมควร เมื่อผู้ได้รับใบรับรองแบบได้ทำการแก้ไขแบบอากาศยานหรือแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานแล้ว
ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนดและให้นำความในมาตรา
๔๑/๕ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๐[๖๙]
ผู้ได้รับใบรับรองแบบไม่แก้ไขแบบภายในระยะเวลาที่ผู้อำนวยการกำหนดตามมาตรา
๔๑/๙ ให้ผู้อำนวยการสั่งเพิกถอนใบรับรองแบบนั้น เมื่อใบรับรองแบบอากาศยานหรือแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานถูกเพิกถอนแล้วให้ใบสำคัญสมควรเดินอากาศของอากาศยานแบบนั้นหรือของอากาศยานแบบที่ติดตั้งส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานแบบนั้น
เป็นอันสิ้นผลตามมาตรา ๔๑/๗๐ (๒) [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๑[๗๐]
ในกรณีที่ผู้อำนวยการมีคำสั่งกำหนดข้อจำกัดความสมควรเดินอากาศหรือข้อจำกัดอื่นตามมาตรา
๔๑/๒ วรรคสอง หรือมาตรา ๔๑/๔ วรรคหนึ่ง
หรือมีคำสั่งกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดการใช้งานตามมาตรา ๔๑/๙ วรรคสอง
หรือมีคำสั่งเพิกถอนใบรับรองแบบตามมาตรา ๔๑/๑๐ วรรคหนึ่ง
ให้ผู้อำนวยการประกาศคำสั่งดังกล่าวให้ทราบทั่วกัน เมื่อได้ทราบคำสั่งของผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้ได้รับใบรับรองแบบแจ้งให้ผู้จดทะเบียนอากาศยาน ผู้ดำเนินการเดินอากาศ
ผู้ผลิตอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานและผู้เกี่ยวข้องกับอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานนั้นทราบโดยทันที มาตรา ๔๑/๑๒[๗๑]
ใบรับรองแบบและใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติมที่ออกตามความในหมวดนี้อาจโอนให้แก่กันได้
เว้นแต่ใบรับรองแบบเป็นการชั่วคราวตามมาตรา ๔๑/๔
หรือหนังสือรับรองใบรับรองแบบที่ออกโดยรัฐต่างประเทศตามมาตรา ๔๑/๑๓ และมาตรา ๔๑/๑๔
จะโอนให้แก่กันมิได้ การโอนตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๓[๗๒] ผู้ได้รับใบรับรองแบบอากาศยาน
ใบรับรองแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน หรือใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติม
ที่ออกโดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือประเทศที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย
หากประสงค์จะขอให้ผู้อำนวยการรับรองแบบตามใบรับรองแบบดังกล่าวเพื่อทำการผลิตในประเทศไทย
ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการ
หากผู้อำนวยการเห็นว่าอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานตามใบรับรองแบบของประเทศนั้นมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานอากาศยานตามมาตรา
๓๔
ให้ผู้อำนวยการออกหนังสือรับรองว่าใบรับรองแบบดังกล่าวใช้ได้เช่นเดียวกับใบรับรองแบบตามส่วนนี้ การขอให้รับรอง
และการรับรองใบรับรองแบบตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๔[๗๓]
ผู้ได้รับใบรับรองแบบอากาศยานหรือใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติมที่ออกโดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือประเทศที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย
หรือผู้ขอจดทะเบียนอากาศยานตามใบรับรองแบบดังกล่าว
หากประสงค์จะขอให้ผู้อำนวยการรับรองแบบตามใบรับรองแบบดังกล่าว
เพื่อขอใบสำคัญสมควรเดินอากาศสำหรับอากาศยานที่จดทะเบียนอากาศยานในประเทศไทย
ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการ
หากผู้อำนวยการเห็นว่าอากาศยานตามใบรับรองแบบของประเทศนั้นมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานอากาศยานตามมาตรา
๓๔
ให้ผู้อำนวยการออกหนังสือรับรองว่าใบรับรองแบบดังกล่าวใช้ได้เช่นเดียวกับใบรับรองแบบตามส่วนนี้ การขอให้รับรอง
และการรับรองใบรับรองแบบตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๕[๗๔]
แบบชิ้นส่วนรับรองคุณภาพต้องได้มาตรฐานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานความสมควรเดินอากาศของอากาศยานหรือของส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่ผู้อำนวยการกำหนดตามมาตรา
๓๔ (๑) แบบที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพอาจเหมือนกับแบบชิ้นส่วนของผู้อื่นที่ได้รับการรับรองได้ ทั้งนี้
เมื่อไม่เป็นการละเมิดสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์และกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตร แบบของชิ้นส่วนรับรองคุณภาพที่ขออนุญาตผลิตตามมาตรา
๔๑/๓๗ ต้องได้รับการรับรองจากผู้อำนวยการพร้อมกับการออกใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ และมาตรา ๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๖[๗๕]
แบบบริภัณฑ์ต้องได้มาตรฐานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานทางเทคนิคที่ผู้อำนวยการกำหนดตามมาตรา
๓๔ (๑) แบบของบริภัณฑ์ที่ขออนุญาตผลิตตามมาตรา
๔๑/๔๗ ต้องได้รับการรับรองจากผู้อำนวยการพร้อมกับการออกใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ และมาตรา ๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘] ส่วนที่ ๓ การรับรองการผลิต[๗๖] มาตรา ๔๑/๑๗[๗๗] ในส่วนนี้ “การผลิต” หมายความว่า การผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อการพาณิชย์
เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น ความในมาตรานี้
ไม่ใช้บังคับแก่การผลิตของหน่วยซ่อมที่ได้รับใบอนุญาตตามความในหมวดนี้ มาตรา ๔๑/๑๘[๗๘] เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการผลิตผลิตภัณฑ์ตามความในส่วนนี้
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจออกข้อบังคับกำหนดในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑)
วิธีการผลิตเพื่อให้เป็นไปตามแบบและมาตรฐานตามที่กำหนด (๒)
วิธีการทำลายหรือการทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อไม่ให้เครื่องหมายและรหัสปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตไม่เป็นไปตามแบบหรือมาตรฐาน (๓)
ลักษณะ ประเภท หรือชนิดของเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต
รวมทั้งวัตถุดิบหรือสิ่งที่จะนำมาใช้ในการผลิต (๔)
การจัดให้มีคู่มือการทำงานเกี่ยวกับการผลิต (๕)
การจัดให้มีบันทึกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการผลิต ตลอดจนการเก็บรักษาบันทึกดังกล่าวไว้ในสถานที่ผลิต
เพื่อประโยชน์ในการควบคุมหรือตรวจสอบ (๖)
การรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด (๗)
การควบคุมคุณภาพการผลิต (๘)
เรื่องอื่นที่เกี่ยวกับการควบคุมการผลิต [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๔ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๗
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๙[๗๙]
ในกรณีที่การออกใบอนุญาตตามบทบัญญัติในส่วนนี้กำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นนิติบุคคล
และต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำตามที่รัฐมนตรีกำหนด
หากทุนจดทะเบียนดังกล่าวมีจำนวนเกินกว่าห้าร้อยล้านบาท
รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการบินพลเรือนมีอำนาจประกาศกำหนดให้มีการขออนุญาตเบื้องต้นต่อผู้อำนวยการก่อนการดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคลสำหรับกิจการนั้นได้ คุณสมบัติของผู้ขออนุญาต
หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นขออนุญาตเบื้องต้น และการอนุญาตเบื้องต้นตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ในการอนุญาตเบื้องต้นตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขและระยะเวลาให้ผู้ขออนุญาตเบื้องต้นดำเนินการเพื่อให้มีคุณสมบัติครบถ้วนได้
แต่ต้องไม่เกินหกเดือน
และในกรณีที่มีเหตุอันสมควรที่ผู้ขออนุญาตไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว
ผู้ขออนุญาตอาจขอขยายระยะเวลาต่อผู้อำนวยการได้อีกหนึ่งครั้ง
และผู้อำนวยการอาจอนุญาตให้ขยายระยะเวลาได้แต่ต้องไม่เกินสามเดือน ทุนจดทะเบียนจำนวนเกินกว่าห้าร้อยล้านบาทขึ้นไปตามวรรคหนึ่ง
อาจกำหนดให้มากกว่านั้นได้ตามจำนวนและเงื่อนไขที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] ๑.
การผลิตอากาศยานและส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน[๘๐] มาตรา ๔๑/๒๐[๘๑]
การผลิตอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่มีใบรับรองแบบต้องผลิตตามแบบที่ได้รับการรับรอง การผลิตอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่ไม่ต้องมีใบรับรองแบบตามมาตรา
๓๖ วรรคสาม
ต้องผลิตให้มีความปลอดภัยในการใช้งานตามหลักเกณฑ์และวิธีการในข้อกำหนดของผู้อำนวยการ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๒๑[๘๒] ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตอากาศยาน
เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตผลิตอากาศยานจากผู้อำนวยการ การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๒๒[๘๓] ภายใต้บังคับมาตรา ๔๑/๓๐
ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ต้องมีคุณสมบัติและลักษณะดังต่อไปนี้ (๑)
เป็นนิติบุคคลตามมาตรา ๔๑/๒๓ (๒)[๘๔]
มีเงินทุนเพียงพอแก่การผลิตอากาศยาน ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ (๓)[๘๕]
มีบุคลากรที่มีความรู้และความชำนาญเพียงพอในการผลิตอากาศยานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ (๔)
ลักษณะอื่นตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๒๓[๘๖]
ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยานต้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย
และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร โดย (๑)
มีทุนจดทะเบียนตามจำนวนที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการบินพลเรือน (๒)
มีทุนจดทะเบียนซึ่งเป็นของผู้มีสัญชาติไทยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา ๔๑/๒๔ (๓)
มีวัตถุประสงค์เพื่อการผลิตอากาศยาน หากมีวัตถุประสงค์เพื่อกิจการอื่นด้วยต้องเป็นวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตอากาศยานตามที่ผู้อำนวยการเห็นชอบ (๔)
อำนาจการบริหารกิจการอยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลผู้มีสัญชาติไทยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา
๔๑/๒๕ (๕)
กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการไม่มีลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา
๔๑/๒๖ (๖)
ต้องได้รับหรือมีสิทธิในใบรับรองแบบอากาศยาน
หรือมีสิทธิในแบบอากาศยานที่ไม่ต้องมีใบรับรองแบบตามมาตรา ๓๖ วรรคสาม
ที่ประสงค์จะทำการผลิต (๗)
ไม่อยู่ในระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตผลิตตามหมวดนี้
หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตผลิตตามหมวดนี้มายังไม่ครบสามปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตผลิต (๘)
ลักษณะอื่นตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่เป็นการผลิตอากาศยานที่ไม่ต้องมีใบรับรองแบบตามมาตรา
๓๖ วรรคสาม ผู้ขออาจเป็นนิติบุคคลประเภทอื่นนอกจากที่กำหนดในวรรคหนึ่งก็ได้ มาตรา ๔๑/๒๔[๘๗] ทุนของผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน
ต้องเป็นของบุคคลผู้มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดของทุนทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นบุคคลแต่ละประเภทโดยลำพังหรือหลายประเภทรวมกัน ดังต่อไปนี้ (๑)
บุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย (๒)
กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐ (๓)
บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด
ซึ่งทุนไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดของทุนทั้งหมดเป็นของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย ทั้งนี้ หุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ
ให้นับเป็นทุนของบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (๔)
ห้างหุ้นส่วนจำกัด
ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทั้งหมดมีสัญชาติไทยและทุนของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดเป็นของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย (๕)
ห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียน ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดมีสัญชาติไทย (๖)
นิติบุคคลอื่น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง นิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง
(๓) (๔) (๕) หรือ (๖) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยและมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร
และในกรณีที่นิติบุคคลดังกล่าวมีนิติบุคคลเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วน
นิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนนั้น
จะต้องมีทุนเป็นของบุคคลผู้มีสัญชาติไทยตามมาตรานี้ด้วย มาตรา ๔๑/๒๕[๘๘] อำนาจการบริหารกิจการของผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยานต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย ในกรณีดังต่อไปนี้
ให้ถือว่าอำนาจการบริหารกิจการ ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย (๑)
มีกรรมการที่ไม่มีสัญชาติไทยตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไป (๒)
ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจจัดการไม่มีสัญชาติไทย หรือ (๓)
มีการบริหารที่อยู่ภายใต้การครอบงำของผู้ไม่มีสัญชาติไทยตามลักษณะและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นว่าการผลิตอากาศยานของผู้ขอรับใบอนุญาตต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงจากต่างประเทศ
ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของผู้อำนวยการมีอำนาจยกเว้นคุณสมบัติตามมาตรานี้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตนั้นได้
แต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันได้รับใบอนุญาตผลิตอากาศยานแบบนั้น [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๒๖[๘๙] กรรมการ ผู้จัดการ
หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการของผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน
ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๑)
เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๒)
เป็นบุคคลล้มละลาย (๓)
ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๔)
เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ
หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการของผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยานซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตผลิตอากาศยานอันเป็นผลมาจากการบริหารกิจการของผู้นั้น (๕)
เคยถูกลงโทษทางวินัยให้พ้นจากตำแหน่งในส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ
เนื่องจากทุจริตต่อหน้าที่ (๖)
เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (๗)
เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการหรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอันเนื่องจากกระทำความผิดที่กระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (๘) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ
หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการของนิติบุคคลที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการอันเนื่องจากกระทำความผิดที่กระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (๙)
ลักษณะต้องห้ามอย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๔๑/๒๗[๙๐] ก่อนออกใบอนุญาตผลิตอากาศยาน
ให้ผู้อำนวยการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอแบบอากาศยานที่ขออนุญาตผลิต
ตลอดจนสถานที่และวิธีการผลิตของผู้ขอ ผู้อำนวยการจะออกใบอนุญาตผลิตอากาศยานให้แก่ผู้ขอได้
เมื่อปรากฏว่า (๑)
ผู้ขอมีคุณสมบัติและลักษณะตามมาตรา ๔๑/๒๒ (๒)
ผู้ขอมีขีดความสามารถที่จะผลิตอากาศยานได้ถูกต้องตามใบรับรองแบบหรือตามแบบที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตในกรณีที่เป็นการผลิตอากาศยานที่ไม่ต้องมีใบรับรองแบบตามมาตรา
๓๖ วรรคสาม และ (๓)
ผู้ขอได้จัดให้มีการควบคุมคุณภาพการผลิตตามมาตรา ๔๑/๑๘ (๗) ในการออกใบอนุญาตผลิตอากาศยาน
ผู้อำนวยการอาจกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดเกี่ยวกับการผลิตได้ตามที่เห็นสมควร ใบอนุญาตผลิตอากาศยานให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๒๘[๙๑] ใบอนุญาตผลิตอากาศยานให้มีอายุคราวละไม่เกินสามสิบปี ทั้งนี้
การกำหนดอายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับ [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๔
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๒๙[๙๒] การขอต่ออายุใบอนุญาตผลิตอากาศยาน
ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุอย่างน้อยหกสิบวัน ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด เมื่อผู้อำนวยการได้ตรวจสอบคุณสมบัติและขีดความสามารถของผู้ขอแล้ว
หากปรากฏว่าผู้ขอคงมีคุณสมบัติและมีขีดความสามารถในการผลิตได้ตามใบอนุญาต
ให้ผู้อำนวยการต่ออายุใบอนุญาต
ทั้งนี้ ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๔๑/๒๘ เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินการผลิตอากาศยานนั้นต่อไปได้
จนกว่าผู้อำนวยการจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๓๐[๙๓]
ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยานเป็นผู้ได้รับใบรับรองแบบ ผู้ขออาจขอให้ผู้อำนวยการออกใบอนุญาตผลิตอากาศยานเป็นการชั่วคราวสำหรับการผลิตตามใบรับรองแบบนั้นได้
และให้ผู้อำนวยการมีอำนาจออกใบอนุญาตผลิตอากาศยานเป็นการชั่วคราวได้เป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต
แต่ไม่เกินสองปีนับแต่วันที่ผู้ขอได้รับใบรับรองแบบ โดยให้นำบทบัญญัติในมาตรา
๔๑/๑๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม การควบคุมการผลิตตามใบอนุญาตผลิตอากาศยานเป็นการชั่วคราวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด ในกรณีที่พ้นระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
แต่ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตอากาศยานเป็นการชั่วคราวยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้รับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน
เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตมีคำขอ ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจขยายระยะเวลาได้อีกหนึ่งครั้ง
แต่ทั้งนี้ ไม่เกินหนึ่งปี [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๓๑[๙๔] ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตอากาศยานตามมาตรา
๔๑/๒๑ และมาตรา ๔๑/๓๐ ย่อมมีสิทธิผลิตลำตัวอากาศยาน
และชิ้นส่วนของอากาศยานด้วย ทั้งนี้
ตามแบบ วิธีการ เงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่กำหนดในใบอนุญาต ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงวิธีการ
เงื่อนไขหรือข้อจำกัดในการผลิตให้แตกต่างไปจากที่ได้รับอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๓๒[๙๕]
ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานจากผู้อำนวยการ การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๓๓[๙๖] ให้นำความในมาตรา ๔๑/๒๒ มาตรา ๔๑/๒๓ มาตรา
๔๑/๒๔ มาตรา ๔๑/๒๕ มาตรา ๔๑/๒๖ และมาตรา ๔๑/๒๗
มาใช้บังคับกับคุณสมบัติและลักษณะของผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
การออกใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน และการออกใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานเป็นการชั่วคราว
โดยอนุโลม ใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๓๔[๙๗] ใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานให้มีอายุคราวละไม่เกินยี่สิบปี ทั้งนี้
การกำหนดอายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับ การต่ออายุใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
ให้ต่อได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง และให้นำความในมาตรา ๔๑/๒๙
มาใช้บังคับโดยอนุโลม [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๔
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๓๕[๙๘]
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานตามมาตรา ๔๑/๓๒
ย่อมมีสิทธิผลิตชิ้นส่วนของส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานด้วย ทั้งนี้ ตามแบบ วิธีการ
เงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่กำหนดในใบอนุญาต ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงวิธีการ
เงื่อนไขหรือข้อจำกัดในการผลิตให้แตกต่างไปจากที่ได้รับอนุญาต
ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] ๒. การผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ[๙๙] มาตรา ๔๑/๓๖[๑๐๐]
การผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพสำหรับใช้ติดตั้งกับอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่มีใบรับรองแบบ
ต้องผลิตตามแบบที่ได้รับการรับรองหรือตามมาตรฐานความสมควรเดินอากาศที่ใช้กับอากาศยานที่จะนำไปติดตั้ง การผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพสำหรับใช้ติดตั้งกับอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่ไม่ต้องมีใบรับรองแบบตามมาตรา
๓๖ วรรคสาม
ต้องผลิตให้มีความปลอดภัยในการใช้งานตามหลักเกณฑ์และวิธีการในข้อกำหนดของผู้อำนวยการ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๓๗[๑๐๑]
ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตชิ้นส่วนเพื่อใช้ทดแทนในอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานซึ่งไม่ใช่บริภัณฑ์
เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด ความในวรรคหนึ่ง
มิให้ใช้บังคับแก่ (๑)
การผลิตชิ้นส่วนภายใต้ใบอนุญาตผลิตอากาศยานตามมาตรา ๔๑/๒๑
หรือใบอนุญาตผลิตอากาศยานเป็นการชั่วคราวตามมาตรา ๔๑/๓๐ (๒)
การผลิตชิ้นส่วนภายใต้ใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานตามมาตรา ๔๑/๓๒
หรือใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานเป็นการชั่วคราวตามมาตรา ๔๑/๓๓ (๓)
การผลิตชิ้นส่วนมาตรฐานซึ่งผู้อำนวยการประกาศกำหนดให้ใช้กับอากาศยานได้ตามมาตรา
๓๔ วรรคสอง (๔)
การผลิตชิ้นส่วนโดยเจ้าของอากาศยานหรือผู้จดทะเบียนอากาศยานหรือผู้ดำเนินการเดินอากาศ
เพื่อใช้ในการบำรุงรักษาอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานของตนตามมาตรา
๔๑/๔๔ (๕)
การผลิตชิ้นส่วนโดยหน่วยซ่อมเพื่อใช้ในการบำรุงรักษาอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่ตนรับบำรุงรักษาตามมาตรา
๔๑/๑๐๕ [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๓๘[๑๐๒] ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพต้องเป็นนิติบุคคลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง
และให้นำความในมาตรา ๔๑/๒๒ (๒) (๓) และ (๔) และมาตรา ๔๑/๒๕ วรรคสาม
มาใช้บังคับกับคุณสมบัติและลักษณะของผู้ขอโดยอนุโลม มาตรา ๔๑/๓๙[๑๐๓] ก่อนออกใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ
ให้ผู้อำนวยการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอ แบบชิ้นส่วนรับรองคุณภาพที่ขออนุญาตผลิต
ตลอดจนสถานที่และวิธีการผลิตของผู้ขอ ผู้อำนวยการจะออกใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพให้แก่ผู้ขอได้
เมื่อปรากฏว่า (๑)
ผู้ขอมีคุณสมบัติและลักษณะตามมาตรา ๔๑/๓๘ (๒)
ผู้ขอมีขีดความสามารถที่จะผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพได้ถูกต้องตามแบบที่ขออนุญาต (๓)
แบบชิ้นส่วนรับรองคุณภาพที่ขออนุญาตผลิต
เป็นแบบที่เหมือนกับแบบชิ้นส่วนของอากาศยานหรือของส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานตามแบบที่ได้รับการรับรอง
หรือเป็นแบบที่ได้ออกแบบขึ้นใหม่ตามมาตรฐานความสมควรเดินอากาศที่ใช้ในการออกแบบอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานนั้น (๔)
แบบชิ้นส่วนรับรองคุณภาพที่ขออนุญาตผลิตมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานทางเทคนิคตามมาตรา
๓๔ (๑) (๕)
ผลการทดสอบชิ้นส่วนรับรองคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในแบบที่ขออนุญาต และ (๖)
ผู้ขอได้จัดให้มีการควบคุมคุณภาพการผลิตตามมาตรา ๔๑/๑๘ (๗) ในการออกใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ
ผู้อำนวยการอาจกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดเกี่ยวกับการผลิตและการใช้งานของชิ้นส่วนรับรองคุณภาพนั้นได้ตามที่เห็นสมควรและให้ถือว่าการออกใบอนุญาตเป็นการรับรองแบบชิ้นส่วนรับรองคุณภาพที่ขออนุญาตผลิตด้วย ใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๔๐[๑๐๔] ใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพให้มีอายุคราวละไม่เกินสิบปี ทั้งนี้
การกำหนดอายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับ การต่ออายุใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ
ให้ต่อได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง และให้นำความในมาตรา ๔๑/๒๙
มาใช้บังคับโดยอนุโลม [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๔
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๔๑[๑๐๕]
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพต้องผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพตามแบบ
วิธีการ เงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่กำหนดในใบอนุญาต มาตรา ๔๑/๔๒[๑๐๖] ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพที่ประสงค์จะทำการผลิตแตกต่างจากแบบที่ได้รับการรับรองตามใบอนุญาตผลิต
ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑)
ในกรณีที่เป็นการแก้ไขดัดแปลงที่ไม่ใช่สาระสำคัญ
ให้มีสิทธิแก้ไขแบบและผลิตโดยใช้ใบอนุญาตเดิมได้
และให้แจ้งผู้อำนวยการทราบโดยไม่ชักช้า แต่หากผู้อำนวยการเห็นว่าการแก้ไขดัดแปลงดังกล่าวเป็นการแก้ไขดัดแปลงในสาระสำคัญ
ให้ผู้อำนวยการสั่งให้ดำเนินการตาม (๒)
ทั้งนี้ การแจ้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด (๒)
ในกรณีที่เป็นการแก้ไขดัดแปลงในสาระสำคัญ จะต้องขออนุญาตจากผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด
และเมื่อผู้อำนวยการทำการตรวจสอบแบบที่ขอแก้ไขดัดแปลงแล้ว
เห็นว่าชิ้นส่วนรับรองคุณภาพที่ผลิตตามแบบดังกล่าวมีคุณสมบัติในการใช้งานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานความสมควรเดินอากาศที่ใช้กับอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานตามแบบที่ได้รับการรับรองแบบเดิม
ให้ผู้อำนวยการแก้ไขใบอนุญาตฉบับเดิมหรือออกใบอนุญาตฉบับใหม่ให้แก่ผู้ขอ [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๙
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๔๓[๑๐๗]
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงวิธีการ
เงื่อนไขหรือข้อจำกัดในการผลิตให้แตกต่างไปจากที่ได้รับอนุญาตให้ยื่นคำขออนุญาตต่อผู้อำนวยการ การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงวิธีการ
เงื่อนไขหรือข้อจำกัดในการผลิตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๔๔[๑๐๘] เจ้าของอากาศยาน ผู้จดทะเบียนอากาศยาน
หรือผู้ดำเนินการเดินอากาศที่ประสงค์จะผลิตชิ้นส่วนเพื่อใช้ในการบำรุงรักษาอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานของตน
ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อผู้อำนวยการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด เมื่อผู้อำนวยการเห็นว่าผู้ขอมีขีดความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนได้มาตรฐานความสมควรเดินอากาศของอากาศยานหรือของส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
ให้ผู้อำนวยการอนุญาตตามคำขอโดยจะกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดเกี่ยวกับการผลิตและการใช้งานของชิ้นส่วนดังกล่าวได้ตามที่เห็นสมควร [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๔๕[๑๐๙] ให้นำความในมาตรา ๔๑/๙ และมาตรา ๔๑/๑๑
มาใช้บังคับโดยอนุโลมกับการสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพทำการแก้ไขแบบชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ
การออกคำสั่งกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดการใช้งานชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ
รวมทั้งการประกาศคำสั่งกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดการใช้งานแบบชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ ๓. การผลิตบริภัณฑ์[๑๑๐] มาตรา ๔๑/๔๖[๑๑๑]
การผลิตบริภัณฑ์สำหรับใช้ติดตั้งกับอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่มีใบรับรองแบบ
ต้องผลิตตามมาตรฐานทางเทคนิคของบริภัณฑ์ตามมาตรา ๓๔ (๑) มาตรา ๔๑/๔๗[๑๑๒] ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตบริภัณฑ์
เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์จากผู้อำนวยการ การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๔๘[๑๑๓] ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์ตามมาตรา
๔๑/๔๗ ต้องเป็นนิติบุคคลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้นำความในมาตรา
๔๑/๒๒ (๒) (๓) และ (๔) มาใช้บังคับกับคุณสมบัติและลักษณะของผู้ขอโดยอนุโลม มาตรา ๔๑/๔๙[๑๑๔] ก่อนออกใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์
ให้ผู้อำนวยการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอแบบบริภัณฑ์ที่ขออนุญาตผลิต
ตลอดจนสถานที่และวิธีการผลิตของผู้ขอ ผู้อำนวยการจะออกใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์ให้แก่ผู้ขอได้
เมื่อปรากฏว่า (๑)
ผู้ขอมีคุณสมบัติและลักษณะตามมาตรา ๔๑/๔๘ (๒)
ผู้ขอมีขีดความสามารถที่จะผลิตบริภัณฑ์ได้ถูกต้องตามแบบที่ขออนุญาต (๓)
แบบบริภัณฑ์ที่ขออนุญาตผลิตมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานทางเทคนิคตามมาตรา ๓๔ (๔)
ผลการทดสอบบริภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในแบบที่ขออนุญาตผลิต และ (๕)
ผู้ขอได้จัดให้มีการควบคุมคุณภาพการผลิตตามมาตรา ๔๑/๑๘ (๗) ในการออกใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์
ผู้อำนวยการอาจกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดเกี่ยวกับการผลิตและการใช้งานของบริภัณฑ์นั้นได้ตามที่เห็นสมควร
และให้ถือว่าการออกใบอนุญาตเป็นการรับรองแบบบริภัณฑ์ที่ขออนุญาตผลิตด้วย ใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์ให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๕๐[๑๑๕]
ใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์ให้มีอายุคราวละไม่เกินสิบปี ทั้งนี้ การกำหนดอายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับ การต่ออายุใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์
ให้ต่อได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง และให้นำความในมาตรา ๔๑/๒๙
มาใช้บังคับโดยอนุโลม [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๔
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๕๑[๑๑๖]
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์ต้องผลิตบริภัณฑ์ตามแบบ วิธีการ
เงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต มาตรา ๔๑/๕๒[๑๑๗]
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์ที่ประสงค์จะทำการผลิตแตกต่างไปจากแบบที่ได้รับการรับรองตามใบอนุญาตผลิต
ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑)
ในกรณีที่เป็นการแก้ไขดัดแปลงที่ไม่ใช่สาระสำคัญ ให้มีสิทธิแก้ไขแบบและผลิตโดยใช้ใบอนุญาตเดิมได้
และให้แจ้งผู้อำนวยการทราบโดยไม่ชักช้า
แต่หากผู้อำนวยการเห็นว่าการแก้ไขดัดแปลงดังกล่าวเป็นการแก้ไขดัดแปลงในสาระสำคัญ
ให้ผู้อำนวยการสั่งให้ดำเนินการตาม (๒)
ทั้งนี้ การแจ้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด (๒)
ในกรณีที่เป็นการแก้ไขดัดแปลงในสาระสำคัญ
จะต้องขออนุญาตจากผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด
และเมื่อผู้อำนวยการทำการตรวจสอบแบบที่ขอแก้ไขดัดแปลงแล้ว
เห็นว่าบริภัณฑ์ที่ผลิตตามแบบดังกล่าวมีคุณสมบัติในการใช้งานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานทางเทคนิคที่ผู้อำนวยการกำหนด
ให้ผู้อำนวยการแก้ไขใบอนุญาตฉบับเดิมหรือออกใบอนุญาตฉบับใหม่ให้แก่ผู้ขอ [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ และมาตรา ๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๕๓[๑๑๘]
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์ที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงวิธีการ
เงื่อนไขหรือข้อจำกัดในการผลิตให้แตกต่างไปจากที่ได้รับอนุญาต
ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อผู้อำนวยการ การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงวิธีการ
เงื่อนไขหรือข้อจำกัดในการผลิตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๕๔[๑๑๙] ให้นำความในมาตรา ๔๑/๙ และมาตรา ๔๑/๑๑
มาใช้บังคับโดยอนุโลมกับการสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์ทำการแก้ไขแบบบริภัณฑ์
การออกคำสั่งกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดการใช้งานบริภัณฑ์
รวมทั้งการประกาศคำสั่งกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดการใช้งานแบบบริภัณฑ์ ๔.
การควบคุมการผลิตผลิตภัณฑ์[๑๒๐] มาตรา ๔๑/๕๕[๑๒๑]
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตหรือมีสิทธิผลิตผลิตภัณฑ์ตามความในส่วนนี้
ต้องทำเครื่องหมายและรหัสกำกับไว้ที่ผลิตภัณฑ์ ลักษณะของเครื่องหมายและรหัส
และวิธีแสดงเครื่องหมายและรหัสตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๕๖[๑๒๒] ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์ติดกำกับหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศที่ผู้อำนวยการออกให้ตามมาตรา
๔๑/๗๔ ไว้กับส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน ชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ หรือบริภัณฑ์ ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๕๗[๑๒๓] เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการผลิตผลิตภัณฑ์ตามความในส่วนนี้
ให้ผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑)
เข้าไปในโรงงาน อาคาร
หรือสถานที่ของผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก
หรือในระหว่างเวลาทำการของสถานที่ดังกล่าว เพื่อตรวจสอบการผลิตและเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง (๒)
ตรวจสอบการผลิต รวมทั้งยึดหรืออายัดผลิตภัณฑ์ที่ผลิต (๓)
ตรวจสอบ รวมทั้งยึดหรืออายัด เอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเพื่อตรวจสอบ (๔)
สั่งระงับการผลิตในส่วนที่ไม่เป็นไปตามคู่มือการทำงานเกี่ยวกับการผลิตหรือที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัย (๕)
นำผลิตภัณฑ์ที่ผลิตไปทำการตรวจสอบหรือทดสอบ (๖)
สั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตนำผลิตภัณฑ์ที่ผลิตไปทำการตรวจสอบหรือทดสอบ (๗)
มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใดมาเพื่อประกอบการพิจารณา [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๕๘[๑๒๔]
ผู้อำนวยการมีอำนาจพักใช้ใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)
ผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ยินยอมให้ผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา
๔๑/๕๗ (๒)
ผู้ได้รับใบอนุญาตไม่อาจควบคุมคุณภาพหรือรักษาขีดความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๕๙[๑๒๕]
ผู้อำนวยการมีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)
ผู้ได้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติในสาระสำคัญที่ไม่อาจแก้ไขได้
หรือขาดคุณสมบัติอื่นและไม่แก้ไขภายในกำหนดระยะเวลาตามคำสั่งของผู้อำนวยการ (๒)
ผู้ได้รับใบอนุญาตไม่อาจควบคุมคุณภาพหรือไม่อาจรักษาไว้ซึ่งขีดความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน ทั้งนี้
ภายในกำหนดระยะเวลาตามคำสั่งของผู้อำนวยการที่สั่งให้แก้ไขปรับปรุง (๓)
ผู้ได้รับใบอนุญาตถูกพักใช้ใบอนุญาตเกินกว่าสองครั้ง ในช่วงเวลาสองปี (๔)
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพหรือใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์ไม่แก้ไขแบบภายในระยะเวลาที่ผู้อำนวยการกำหนดตามมาตรา
๔๑/๔๕ หรือมาตรา ๔๑/๕๔ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๖๐[๑๒๖] ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์
จะโอนสิทธิตามใบอนุญาตให้แก่บุคคลอื่นไม่ได้
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อำนวยการ การยื่นคำขอโอนสิทธิตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] ส่วนที่ ๔ ความสมควรเดินอากาศ[๑๒๗] ๑.
การรับรองความสมควรเดินอากาศของอากาศยาน[๑๒๘] มาตรา ๔๑/๖๑[๑๒๙]
อากาศยานที่ใช้ในการเดินอากาศในราชอาณาจักร
ต้องมีใบสำคัญสมควรเดินอากาศที่ออกให้สำหรับอากาศยานนั้น ตามความในส่วนนี้ มาตรา ๔๑/๖๒[๑๓๐] ใบสำคัญสมควรเดินอากาศมีสองแบบ คือ (๑)
ใบสำคัญสมควรเดินอากาศแบบมาตรฐาน
ออกให้สำหรับอากาศยานที่ใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ในการขนส่งคน หรือของ รวมทั้งสัตว์
และเป็นอากาศยานที่ได้สร้างขึ้นตามแบบในใบรับรองแบบมาตรฐานตามมาตรา ๓๗ (๑)
หรือตามแบบที่มีหนังสือรับรองตามมาตรา ๔๑/๑๔ (๒)
ใบสำคัญสมควรเดินอากาศแบบพิเศษมีสี่ประเภท ได้แก่ (ก)
ประเภทที่หนึ่ง ออกให้สำหรับอากาศยานที่ใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์นอกจากการขนส่งคน
หรือของ รวมทั้งสัตว์
และเป็นอากาศยานที่สร้างขึ้นตามแบบในใบรับรองแบบเฉพาะตามมาตรา ๓๗ (๒)
หรือตามแบบที่มีหนังสือรับรองตามมาตรา ๔๑/๑๔ (ข)
ประเภทที่สอง ออกให้สำหรับอากาศยานที่ใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ในการบินทดลองเพื่อออกใบรับรองแบบตามมาตรา
๔๑/๒ วรรคหนึ่ง หรือใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติมตามมาตรา ๔๑/๕ วรรคสอง (๒) (ก)
หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นตามที่กำหนดในข้อกำหนด (ค)
ประเภทที่สาม ออกให้สำหรับอากาศยานที่ใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ชั่วคราวและเป็นอากาศยานที่สร้างขึ้นตามแบบในใบรับรองแบบเป็นการชั่วคราวตามมาตรา
๔๑/๔ (ง)
ประเภทที่สี่
ออกให้สำหรับอากาศยานที่ใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะโดยไม่ต้องมีใบรับรองแบบตามมาตรา
๓๖ วรรคสาม ใบสำคัญสมควรเดินอากาศตามมาตรานี้จะออกให้แก่อากาศยานที่จดทะเบียนแล้ว
และมีความปลอดภัยเพื่อใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๖๓[๑๓๑] ภายใต้บังคับมาตรา ๔๑/๖๕
ผู้ขอรับใบสำคัญสมควรเดินอากาศต้องเป็นผู้จดทะเบียนอากาศยานตามพระราชบัญญัตินี้
โดยให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด การขอรับใบสำคัญสมควรเดินอากาศอาจยื่นขอพร้อมกับการขอรับใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานก็ได้
แต่จะออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศได้ต่อเมื่อได้ออกใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานแล้ว [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๖๔[๑๓๒]
เมื่อผู้อำนวยการได้รับคำขอใบสำคัญสมควรเดินอากาศ
ให้ผู้อำนวยการตรวจอากาศยานลำที่ขอ
รวมทั้งจัดให้มีหรือสั่งให้ผู้ขอทำการทดสอบตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยหากเห็นว่าอากาศยานนั้นเป็นไปตามแบบที่ได้รับการรับรอง
หรือตามหลักเกณฑ์และวิธีการผลิตในข้อกำหนดของผู้อำนวยการตามมาตรา ๔๑/๒๐ วรรคสอง
และอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ให้ผู้อำนวยการออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศตามแบบที่กำหนดไว้ในมาตรา
๔๑/๖๒ แก่ผู้ขอ ผู้อำนวยการอาจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยให้เป็นเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศแทนผู้อำนวยการได้ มาตรา ๔๑/๖๕[๑๓๓]
ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการเดินอากาศที่นำอากาศยานต่างประเทศมาประกอบกิจการในราชอาณาจักรตามสัญญาเช่าหรือสัญญาอื่นทำนองเดียวกัน
อาจขอรับใบสำคัญสมควรเดินอากาศตามความในหมวดนี้ได้
หากมีความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการนั้น มาตรา ๔๑/๖๖[๑๓๔]
ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตอากาศยานประสงค์จะให้พนักงานของตนออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศสำหรับอากาศยานที่ตนทำการผลิตขึ้น
ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการ
ถ้าผู้อำนวยการเห็นว่าผู้ได้รับใบอนุญาตและพนักงานของผู้ได้รับใบอนุญาตมีความสามารถและความรับผิดชอบเพียงพอ
ให้ผู้อำนวยการออกใบอนุญาตให้พนักงานของผู้ได้รับใบอนุญาตนั้นเป็นผู้ออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศสำหรับอากาศยานแบบที่ผู้ได้รับใบอนุญาตทำการผลิตได้ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศ
การขอ การออก การพักใช้
และการเพิกถอนใบอนุญาตให้เป็นผู้ออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ใบอนุญาตให้เป็นผู้ออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด
และให้มีอายุคราวละไม่เกินหนึ่งปี พนักงานที่ได้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง
ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบที่ผู้อำนวยการกำหนด
และให้พนักงานดังกล่าวเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา การออกใบอนุญาต
การพักใช้ และการเพิกถอนใบอนุญาตให้เป็นผู้ออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศให้เป็นที่สุด [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๖๗[๑๓๕] ใบสำคัญสมควรเดินอากาศตามมาตรา ๔๑/๖๒
ให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด โดยให้มีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (๑)
ใบสำคัญสมควรเดินอากาศแบบมาตรฐาน (ก)
ชื่อประเทศไทย (ข)
ชื่อหน่วยงานที่ออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศ (ค)
เครื่องหมายสัญชาติและทะเบียนอากาศยาน (ง)
ชื่อผู้สร้าง ชื่อแบบ และเลขหมายชุดของอากาศยานของผู้สร้าง (จ)
ประเภทการใช้งานของอากาศยานตามมาตรา ๓๔ วรรคสาม (ฉ)
วันออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศ และวันหมดอายุ (ช)
ลายมือชื่อและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ผู้ออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศ (ซ)
ข้อความที่ระบุว่าได้ออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศตามอนุสัญญาและตามพระราชบัญญัตินี้ (๒)
ใบสำคัญสมควรเดินอากาศแบบพิเศษ ให้มีรายการตาม (๑) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) และ
(ช) และเงื่อนไขหรือข้อจำกัดการใช้อากาศยาน [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๖๘[๑๓๖] ใบสำคัญสมควรเดินอากาศ
ให้มีอายุดังต่อไปนี้ (๑)
ใบสำคัญสมควรเดินอากาศแบบมาตรฐาน ให้มีอายุคราวละสามปี (๒)
ใบสำคัญสมควรเดินอากาศแบบพิเศษ (ก)
ประเภทที่หนึ่ง ให้มีอายุคราวละสามปี (ข)
ประเภทที่สอง ให้มีอายุคราวละไม่เกินหนึ่งปี
ทั้งนี้
ต้องไม่เกินกำหนดระยะเวลาที่ผู้อำนวยการอนุญาตให้ผู้ขอใบรับรองแบบดำเนินการสร้างอากาศยานต้นแบบหรือต้นแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานให้แล้วเสร็จตามมาตรา
๓๘ วรรคสาม หรือระยะเวลาที่จะใช้ทำการบินตามวัตถุประสงค์อื่นตามมาตรา ๔๑/๖๒ (๒)
(ข) (ค)
ประเภทที่สาม ให้มีอายุคราวละหนึ่งปี (ง)
ประเภทที่สี่ ให้มีอายุคราวละหนึ่งปี [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๖๙[๑๓๗] การขอต่ออายุใบสำคัญสมควรเดินอากาศ
ให้ผู้ได้รับใบสำคัญสมควรเดินอากาศยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการก่อนใบสำคัญสมควรเดินอากาศสิ้นอายุอย่างน้อยหกสิบวัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด เมื่อผู้อำนวยการได้ตรวจอากาศยาน
ประวัติการบำรุงรักษา
รวมทั้งจัดให้มีหรือสั่งให้ผู้ขอทำการทดสอบตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยแล้ว
ให้ผู้อำนวยการต่ออายุใบสำคัญสมควรเดินอากาศให้แก่อากาศยานตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามมาตรา
๔๑/๖๘ หากผู้อำนวยการเห็นว่า (๑)
ในกรณีอากาศยานที่มีใบรับรองแบบ
อากาศยานนั้นได้รับการบำรุงรักษาให้คงสภาพตามแบบที่ได้รับการรับรอง
และตามคำสั่งความสมควรเดินอากาศ และอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย (๒)
ในกรณีอากาศยานที่ไม่มีใบรับรองแบบ อากาศยานนั้นได้รับการบำรุงรักษาตามที่ผู้อำนวยการกำหนด
และอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ และมาตรา ๔๑ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๗๐[๑๓๘] ภายใต้บังคับมาตรา ๔๑/๘๕
ใบสำคัญสมควรเดินอากาศเป็นอันสิ้นผลเมื่อมีเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้ (๑)
ใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานลำนั้นเป็นอันใช้ไม่ได้ตามมาตรา ๓๒ (๒) ใบรับรองแบบอากาศยาน
หรือใบรับรองแบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานถูกเพิกถอนตามมาตรา ๔๑/๑๐ วรรคหนึ่ง (๓)
มีการดัดแปลงอากาศยานโดยฝ่าฝืนมาตรา ๔๑/๗๘ (๔)
ผู้อำนวยการสั่งเพิกถอนใบสำคัญสมควรเดินอากาศตามมาตรา ๔๑/๘๗ หรือ (๕)
อากาศยานนั้นได้รับความเสียหายหรือชำรุดจนอยู่ในสภาพอันตรายที่ผู้ประจำหน้าที่ไม่สามารถแก้ไขได้ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๗๑[๑๓๙]
ผู้ใดประสงค์จะขอรับใบสำคัญสมควรเดินอากาศสำหรับการส่งออกอากาศยาน
ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด เมื่อผู้อำนวยการได้รับคำขอตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้ผู้อำนวยการตรวจอากาศยาน รวมทั้งจัดให้มีหรือสั่งให้ผู้ขอทำการทดสอบตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัย
หากเห็นว่าอากาศยานนั้นเป็นไปตามมาตรฐานอากาศยานตามมาตรา ๓๔
และตามข้อกำหนดของประเทศที่จะส่งไป และอยู่ในสภาพใช้งานได้อย่างปลอดภัย
ให้ผู้อำนวยการออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศสำหรับการส่งออกให้แก่ผู้ขอ
และให้นำความในมาตรา ๔๑/๖๔ วรรคสอง และมาตรา ๔๑/๖๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ใบสำคัญสมควรเดินอากาศสำหรับการส่งออกอากาศยาน
ให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด โดยให้มีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (๑)
ชื่อหน่วยงานที่ออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศสำหรับการส่งออกอากาศยาน (๒)
ชื่อผู้สร้าง ชื่อแบบ และเลขหมายชุดของอากาศยานของผู้สร้าง (๓)
วันออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศสำหรับการส่งออกอากาศยาน (๔)
ข้อความที่ระบุว่าเป็นอากาศยานใหม่หรืออากาศยานที่ใช้งานแล้ว (๕) ลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศสำหรับการส่งออกอากาศยาน [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๗๒[๑๔๐] ภายใต้บังคับมาตรา ๔๑/๖๕
อากาศยานต่างประเทศที่ใช้ในการเดินอากาศในราชอาณาจักร
ต้องมีใบสำคัญสมควรเดินอากาศที่ออกให้สำหรับอากาศยานลำนั้นตามกฎหมายของประเทศที่จดทะเบียนอากาศยานซึ่งเป็นรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือเป็นประเทศที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย ทั้งนี้
การออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศของประเทศดังกล่าวต้องมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ในภาคผนวกแห่งอนุสัญญา ๒.
การรับรองความสมควรเดินอากาศของผลิตภัณฑ์อื่น[๑๔๑] มาตรา ๔๑/๗๓[๑๔๒] ส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
ชิ้นส่วนรับรองคุณภาพและบริภัณฑ์ที่จะใช้ติดตั้งกับอากาศยานที่มีใบรับรองแบบและใบสำคัญสมควรเดินอากาศได้
ต้องมีหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศติดกำกับไว้กับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
เว้นแต่เป็นชิ้นส่วนมาตรฐาน สำหรับผลิตภัณฑ์ตามวรรคหนึ่ง
ที่จะนำไปติดตั้งกับอากาศยานที่ไม่มีใบรับรองแบบแต่มีใบสำคัญสมควรเดินอากาศแบบพิเศษตามมาตรา
๔๑/๖๒ (๒) (ง) ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของผู้อำนวยการที่ออกตามมาตรา ๔๑/๒๐ วรรคสอง
หรือมาตรา ๔๑/๓๖ วรรคสอง [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๗๔[๑๔๓]
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์ที่ประสงค์จะขอรับหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศของส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
ชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ หรือบริภัณฑ์ที่ทำการผลิต ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด เมื่อผู้อำนวยการได้รับคำขอตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้อำนวยการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
รวมทั้งจัดให้มีหรือสั่งให้ผู้ขอทำการทดสอบตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยหากเห็นว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นไปตามมาตรฐานอากาศยานตามมาตรา
๓๔ และอยู่ในสภาพใช้งานได้อย่างปลอดภัย
ให้ผู้อำนวยการออกหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศสำหรับผลิตภัณฑ์นั้นให้แก่ผู้ขอ
และให้นำความในมาตรา ๔๑/๖๔ วรรคสอง และมาตรา ๔๑/๖๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม หนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๗๕[๑๔๔] ผู้ใดประสงค์จะขอหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศสำหรับการส่งออกซึ่งส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
ชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ หรือบริภัณฑ์ ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด
และให้นำความในมาตรา ๔๑/๖๔ และมาตรา ๔๑/๖๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๗๖[๑๔๕]
ให้หนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศของต่างประเทศที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด
ใช้ได้เช่นเดียวกับหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศที่ออกตามความในหมวดนี้ ผู้อำนวยการจะประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่งได้ต่อเมื่อประเทศนั้นมีมาตรฐานในการออกหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] ๓.
การคงความต่อเนื่องของความสมควรเดินอากาศ[๑๔๖] มาตรา ๔๑/๗๗[๑๔๗] เพื่อประโยชน์ในการคงความต่อเนื่องของความสมควรเดินอากาศ
อากาศยานที่มีใบสำคัญสมควรเดินอากาศต้องได้รับการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย
ดังนี้ (๑)
อากาศยานที่มีใบรับรองแบบ
ต้องได้รับการบำรุงรักษาให้คงสภาพตามแบบที่ได้รับการรับรอง
และตามคำสั่งความสมควรเดินอากาศตามมาตรา ๔๑/๘๒ (๒)
อากาศยานที่ไม่มีใบรับรองแบบ
ต้องได้รับการบำรุงรักษาให้มีความปลอดภัยในการใช้งานตามข้อกำหนดของผู้อำนวยการที่ออกตามมาตรา
๔๑/๒๐ วรรคสอง และตามคำสั่งความสมควรเดินอากาศตามมาตรา ๔๑/๘๒ หลักเกณฑ์
วิธีการ และกำหนดเวลาการบำรุงรักษาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๗๘[๑๔๘]
การแก้ไขดัดแปลงอากาศยานที่มีใบสำคัญสมควรเดินอากาศให้แตกต่างไปจากใบรับรองแบบจะกระทำมิได้
เว้นแต่ผู้อำนวยการจะให้ความเห็นชอบเป็นหนังสือตามมาตรา ๔๑/๕ วรรคสอง (๑)
หรือมาตรา ๔๑/๗ วรรคสอง หรือได้รับใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติมตามมาตรา ๔๑/๕ วรรคสอง
(๒) (ก) หรือมาตรา ๔๑/๖ วรรคสอง [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๗๙[๑๔๙]
ในการบำรุงรักษาอากาศยานที่มีใบสำคัญสมควรเดินอากาศที่ต้องใช้ชิ้นส่วนทดแทนเพื่อเปลี่ยน ดัดแปลง
หรือแก้ไขอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
ชิ้นส่วนที่ใช้ทดแทนนั้นจะต้อง (๑) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์
หรือเป็นชิ้นส่วนที่ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมทำการดัดแปลงหรือทำขึ้นใหม่เพื่อใช้ในการบำรุงรักษาตามมาตรา
๔๑/๑๐๕ หรือ (๒)
เป็นชิ้นส่วนที่เจ้าของอากาศยาน
ผู้จดทะเบียนอากาศยานหรือผู้ดำเนินการเดินอากาศผลิตขึ้นใช้เองตามมาตรา ๔๑/๔๔
หรือเป็นชิ้นส่วนมาตรฐาน มาตรา ๔๑/๘๐[๑๕๐] ผู้จดทะเบียนอากาศยานมีหน้าที่
ดังต่อไปนี้ (๑)
จัดให้มีการบันทึกประวัติการบำรุงรักษาอากาศยาน ส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
รวมทั้งการจัดเก็บหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศของส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
ชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ และบริภัณฑ์ที่ใช้ในการบำรุงรักษา
เพื่อเป็นหลักฐานในการบำรุงรักษา (๒)
จัดทำรายงานการบำรุงรักษาอากาศยานให้ผู้อำนวยการทราบทุกหกเดือน (๓)
จัดทำรายงานเกี่ยวกับสาระสำคัญของอากาศยานตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๓๒ (๔)
แจ้งการสูญหายของอากาศยานโดยไม่ชักช้า การปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด ถ้ามีผู้ดำเนินการเดินอากาศสำหรับอากาศยานใด
ให้หน้าที่ตามวรรคหนึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ดำเนินการเดินอากาศ [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๘๑[๑๕๑]
เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าอากาศยานลำใดที่มีใบสำคัญสมควรเดินอากาศมีความไม่ปลอดภัยในการใช้งาน
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้ผู้จดทะเบียนอากาศยานทำการตรวจโดยระบุรายการและกำหนดระยะเวลาที่ต้องทำการตรวจให้แล้วเสร็จไว้ด้วย เมื่อได้ตรวจอากาศยานตามวรรคหนึ่งแล้ว
หากพบข้อบกพร่องให้ผู้จดทะเบียนอากาศยานทำการบำรุงรักษาอากาศยานตามมาตรา ๔๑/๗๗
พร้อมทั้งบันทึกประวัติและทำรายงานการบำรุงรักษาตามมาตรา ๔๑/๘๐
และถ้าข้อบกพร่องนั้นเป็นกรณีที่กระทบต่อความปลอดภัยในการใช้งานให้ผู้จดทะเบียนอากาศยานแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบทันที มาตรา ๔๑/๘๒[๑๕๒]
เมื่อปรากฏว่าอากาศยานลำใดหรือแบบใดที่มีใบสำคัญสมควรเดินอากาศ
มีหรืออาจมีความไม่ปลอดภัยในการใช้งาน
เพราะเหตุหนึ่งเหตุใดและเหตุดังกล่าวอาจเกิดขึ้นแก่อากาศยานลำอื่นที่สร้างขึ้นตามแบบอากาศยานนั้นหรือแบบอากาศยานอื่นที่มีลักษณะเดียวกันได้
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจออกคำสั่งความสมควรเดินอากาศดังต่อไปนี้
เพื่อให้อากาศยานแบบดังกล่าวใช้งานต่อไปได้โดยปลอดภัย (๑)
ให้มีการตรวจหรือแก้ไขอากาศยานดังกล่าวทุกลำหรือบางลำ (๒)
ให้ถอดเปลี่ยนส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน บริภัณฑ์ หรือชิ้นส่วนของอากาศยาน (๓)
กำหนดหรือแก้ไขเงื่อนไขหรือข้อจำกัดการใช้งานอากาศยาน ในการออกคำสั่งความสมควรเดินอากาศตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้อำนวยการกำหนดรายการและระยะเวลาที่จะให้ดำเนินการ และให้นำความในมาตรา ๔๑/๘๑
วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๘๓[๑๕๓] เมื่อเป็นที่ประจักษ์ว่าอากาศยานลำใดหรือแบบใดมีความไม่ปลอดภัยในการใช้งาน
ให้ผู้อำนวยการสั่งห้ามอากาศยานลำนั้นหรือแบบนั้นหรือแบบอื่นที่มีลักษณะเดียวกันทำการบิน
และให้ผู้จดทะเบียนอากาศยานทำการแก้ไขจนมีความปลอดภัยในการใช้งาน ทั้งนี้
เมื่ออากาศยานนั้นได้รับการบำรุงรักษาตามมาตรา ๔๑/๗๗ และได้รับการรับรองตามมาตรา
๔๑/๘๔ แล้ว ให้ผู้อำนวยการยกเลิกคำสั่งห้ามทำการบิน [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๘๔[๑๕๔] อากาศยานที่ได้รับการบำรุงรักษาแล้ว
จะทำการบินได้ต่อเมื่อได้รับการรับรองโดยผู้ประจำหน้าที่ที่มีสิทธิทำการตามมาตรา
๔๕ หรือได้รับการรับรองโดยหน่วยซ่อมตามมาตรา ๔๑/๑๐๑ (๑) มาตรา ๔๑/๘๕[๑๕๕]
ให้ใบสำคัญสมควรเดินอากาศเป็นอันใช้ไม่ได้เป็นการชั่วคราวเมื่อปรากฏว่ามีเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้ (๑)
ส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน บริภัณฑ์
หรือชิ้นส่วนของอากาศยานที่นำมาเปลี่ยนทดแทนในอากาศยานไม่มีหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศตามมาตรา
๔๑/๗๓ วรรคหนึ่ง (๒)
อากาศยานนั้นไม่ได้รับการบำรุงรักษาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และกำหนดเวลาการบำรุงรักษาที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนดตามมาตรา ๔๑/๗๗ วรรคสอง (๓)
การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ตาม (๑) ในอากาศยาน ไม่ได้รับการรับรองการบำรุงรักษาตามมาตรา
๔๑/๘๔ (๔)
เมื่อผู้ควบคุมอากาศยานแจ้งให้นายช่างทำการบำรุงรักษาตามมาตรา ๔๑/๘๘ เมื่ออากาศยานได้รับการบำรุงรักษาตามมาตรา
๔๑/๗๗ และได้รับการรับรองตามมาตรา ๔๑/๘๔ แล้ว
ให้ใบสำคัญสมควรเดินอากาศของอากาศยานลำนั้น เป็นอันใช้ได้ต่อไป [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๘๖[๑๕๖]
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจสั่งพักใช้ใบสำคัญสมควรเดินอากาศของอากาศยานลำใดได้เมื่อผู้มีหน้าที่ตามมาตรา
๔๑/๘๐ ไม่จัดให้มีการบันทึกประวัติ
หรือไม่ทำรายงานให้ผู้อำนวยการทราบหรือมีการบันทึกประวัติหรือทำรายงานไม่ตรงตามความจริง [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๘๗[๑๕๗]
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบสำคัญสมควรเดินอากาศของอากาศยานลำใดหรือแบบใดได้
ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)
เมื่อผู้อำนวยการมีคำสั่งความสมควรเดินอากาศตามมาตรา ๔๑/๘๒
หรือเมื่อผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเกี่ยวกับความปลอดภัยตามมาตรา
๔๑/๘๑ หรือมาตรา ๔๑/๘๓ แล้ว
อากาศยานลำนั้นหรือแบบนั้นไม่ได้รับการบำรุงรักษาตามรายการและระยะเวลาที่ระบุในคำสั่งของผู้อำนวยการหรือของพนักงานเจ้าหน้าที่
โดยไม่มีเหตุอันสมควร (๒)
เมื่อผู้มีหน้าที่ตามมาตรา ๔๑/๘๐ ไม่จัดให้มีการบันทึกประวัติ
หรือไม่ทำรายงานให้ผู้อำนวยการทราบ
หรือมีการบันทึกประวัติหรือทำรายงานไม่ตรงตามความจริง ทั้งนี้ ในสาระสำคัญหรือเป็นประจำ (๓)
ไม่อาจแก้ไขอากาศยานลำนั้นหรือแบบนั้นให้มีความปลอดภัยได้ ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจกำหนดเกณฑ์ที่ถือว่าเป็นการทำบันทึกประวัติหรือการรายงานไม่ตรงตามความจริงในสาระสำคัญหรือเป็นประจำตาม
(๒) ได้ตามที่เห็นสมควร [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๘๘[๑๕๘]
ในกรณีที่ผู้ควบคุมอากาศยานเห็นว่าอากาศยานอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถทำการบินได้อย่างปลอดภัย
ให้แจ้งนายช่างทำการบำรุงรักษาอากาศยานให้อยู่ในสภาพที่ทำการบินได้อย่างปลอดภัยก่อนนำอากาศยานทำการบิน มาตรา ๔๑/๘๙[๑๕๙] ห้ามมิให้ผู้ใดนำอากาศยานทำการบิน
ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)
ไม่มีใบสำคัญสมควรเดินอากาศตามมาตรา ๔๑/๖๑ (๒)
ใบสำคัญสมควรเดินอากาศเป็นอันสิ้นผลตามมาตรา ๔๑/๗๐ (๓) ใบสำคัญสมควรเดินอากาศเป็นอันใช้ไม่ได้เป็นการชั่วคราวตามมาตรา
๔๑/๘๕ (๔)
อากาศยานนั้นไม่ได้รับการตรวจตามรายการเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้อำนวยการสั่งตามมาตรา
๔๑/๘๑ หรือมาตรา ๔๑/๘๒ (๕)
อากาศยานนั้นอยู่ในระหว่างต้องคำสั่งห้ามบินตามมาตรา ๔๑/๘๓ (๖)
ใบสำคัญสมควรเดินอากาศถูกพักใช้ตามมาตรา ๔๑/๘๖ หรือ (๗)
ใบสำคัญสมควรเดินอากาศถูกเพิกถอนตามมาตรา ๔๑/๘๗ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๙๐[๑๖๐]
ในกรณีที่อากาศยานลำใดที่ต้องห้ามทำการบินตามมาตรา ๔๑/๘๙
แต่มีความจำเป็นที่จะต้องให้อากาศยานดังกล่าวบินไปยังฐานของผู้จดทะเบียนอากาศยานหรือของผู้ดำเนินการเดินอากาศ
หรือบินไปยังหน่วยซ่อมหรือบินหลบภัย หรือในกรณีที่จำเป็นต้องให้อากาศยานซึ่งมีใบสำคัญสมควรเดินอากาศลำใดทำการบินนอกเหนือไปจากข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในคู่มือของอากาศยาน
ถ้าผู้อำนวยการเห็นว่าอากาศยานนั้นสามารถบินได้อย่างปลอดภัยเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว
ผู้อำนวยการอาจอนุญาตเป็นหนังสือให้อากาศยานนั้นทำการบินไปยังสถานที่ดังกล่าวได้ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้อำนวยการกำหนด [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๙๑[๑๖๑]
ในกรณีที่ผู้อำนวยการเห็นว่าอากาศยานต่างประเทศลำใดที่ไม่ได้ทำการบินอาจมีความไม่ปลอดภัยในการใช้งาน
ให้ผู้อำนวยการแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของประเทศผู้จดทะเบียนอากาศยานนั้นทราบ
หรือในกรณีที่ผู้อำนวยการเห็นว่าอากาศยานต่างประเทศที่จะทำการบินอาจมีความไม่ปลอดภัยหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายได้
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจสั่งห้ามอากาศยานนั้นทำการบินในราชอาณาจักร
เว้นแต่จะได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้อำนวยการกำหนด และให้นำความในมาตรา ๔๑/๙๐
มาใช้บังคับโดยอนุโลม [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๙๒[๑๖๒]
ในกรณีผู้อำนวยการมีคำสั่งความสมควรเดินอากาศตามมาตรา ๔๑/๘๒
หรือผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเกี่ยวกับความปลอดภัยตามมาตรา ๔๑/๘๑
มาตรา ๔๑/๘๓ มาตรา ๔๑/๘๖ มาตรา ๔๑/๘๗ หรือมาตรา ๔๑/๙๑ ให้ผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ผู้จดทะเบียนอากาศยาน
ผู้ดำเนินการเดินอากาศ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบ
หรือประกาศคำสั่งดังกล่าวให้ทราบทั่วกัน ส่วนที่ ๕ หน่วยซ่อม[๑๖๓] มาตรา ๔๑/๙๓[๑๖๔] ภายใต้บังคับมาตรา ๔๑/๑๐๙
การประกอบกิจการหน่วยซ่อมในราชอาณาจักร
ต้องได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมตามความในส่วนนี้ ใบรับรองหน่วยซ่อมมีสามประเภท
คือ (๑)
ประเภทที่หนึ่ง สำหรับบำรุงรักษาอากาศยาน (๒)
ประเภทที่สอง สำหรับบำรุงรักษาส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน (๓)
ประเภทที่สาม สำหรับบำรุงรักษาบริภัณฑ์และชิ้นส่วนของอากาศยาน มาตรา ๔๑/๙๔[๑๖๕] ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการหน่วยซ่อม
เว้นแต่จะได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมจากผู้อำนวยการ การขอรับใบรับรองและการออกใบรับรองตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด
และให้ผู้อำนวยการกำหนดแบบของอากาศยาน ส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน บริภัณฑ์
หรือชิ้นส่วนของอากาศยาน ที่หน่วยซ่อมมีสิทธิทำการบำรุงรักษาไว้ในใบรับรองหน่วยซ่อมด้วย [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๙๕[๑๖๖]
ผู้ขอรับใบรับรองหน่วยซ่อมต้องมีคุณสมบัติและลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑)
สำหรับใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่ง
ให้นำคุณสมบัติและลักษณะตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา ๔๑/๒๒
มาใช้บังคับโดยอนุโลม เว้นแต่ใบรับรองหน่วยซ่อมสำหรับอากาศยานที่มีมวลวิ่งขึ้นสูงสุดไม่เกินห้าพันเจ็ดร้อยกิโลกรัม
ผู้อำนวยการอาจกำหนดให้ใช้คุณสมบัติตามที่กำหนดใน (๒) ก็ได้ (๒)
สำหรับใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่สองและประเภทที่สาม
ต้องเป็นนิติบุคคลตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้นำความในมาตรา ๔๑/๒๒ (๒) (๓) และ
(๔) มาใช้บังคับกับคุณสมบัติและลักษณะของผู้ขอโดยอนุโลม [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๙๖[๑๖๗] ก่อนออกใบรับรองหน่วยซ่อม
ให้ผู้อำนวยการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะของผู้ขอ
รวมทั้งสถานที่และวิธีการบำรุงรักษาของผู้ขอ ผู้อำนวยการจะออกใบรับรองหน่วยซ่อมให้แก่ผู้ขอได้
เมื่อปรากฏว่า ผู้ขอมีคุณสมบัติและลักษณะตามที่กำหนดในมาตรา ๔๑/๙๕ และสถานที่
เครื่องมือ เอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ความสมควรเดินอากาศ
คู่มือการบริหารจัดการหน่วยซ่อม คู่มือการบำรุงรักษา รวมถึงระบบการควบคุมคุณภาพและระบบการประกันคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในมาตรา
๔๑/๑๐๓ (๑) มีความเหมาะสมกับกิจการที่ขอใบรับรอง ในการออกใบรับรองหน่วยซ่อม
ผู้อำนวยการอาจกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดการบำรุงรักษาในใบรับรองได้ ใบรับรองหน่วยซ่อม
ให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๙๗[๑๖๘] ใบรับรองหน่วยซ่อม ให้มีอายุดังต่อไปนี้ (๑)
ใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่ง ให้มีอายุคราวละไม่เกินยี่สิบปี (๒)
ใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่สอง ให้มีอายุคราวละไม่เกินสิบปี (๓)
ใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่สาม ให้มีอายุคราวละไม่เกินห้าปี การกำหนดอายุใบรับรองหน่วยซ่อม
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับ [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๔
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๙๘[๑๖๙] การขอต่ออายุใบรับรองหน่วยซ่อม
ให้ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการก่อนใบรับรองสิ้นอายุอย่างน้อยหกสิบวัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด
และให้นำความในมาตรา ๔๑/๒๙ วรรคสองและวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๙๙[๑๗๐]
ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่งย่อมมีสิทธิทำการบำรุงรักษาอากาศยาน
รวมทั้งส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน บริภัณฑ์
และชิ้นส่วนของอากาศยานเฉพาะแบบที่ระบุไว้ในใบรับรอง ทั้งนี้ ตามวิธีการ
เงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในใบรับรอง ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่สองย่อมมีสิทธิทำการบำรุงรักษาส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
รวมทั้งบริภัณฑ์ และชิ้นส่วนของอากาศยานเฉพาะแบบที่ระบุไว้ในใบรับรอง ทั้งนี้ ตามวิธีการ
เงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในใบรับรอง ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่สามย่อมมีสิทธิทำการบำรุงรักษาบริภัณฑ์และชิ้นส่วนของอากาศยานเฉพาะแบบที่ระบุไว้ในใบรับรอง ทั้งนี้ ตามวิธีการ
เงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในใบรับรอง มาตรา ๔๑/๑๐๐[๑๗๑]
ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมต้องแต่งตั้งผู้ดำเนินการหน่วยซ่อมคนหนึ่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบในการดำเนินงานของหน่วยซ่อมโดยทั่วไป
และปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๔๑/๑๐๓ โดยแจ้งการแต่งตั้งให้ผู้อำนวยการทราบ ผู้ดำเนินการหน่วยซ่อมต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ดำเนินการหน่วยซ่อมขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามวรรคสอง
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบรับรองเปลี่ยนผู้ดำเนินการหน่วยซ่อมได้ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๐๑[๑๗๒]
เมื่อผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมได้ทำการบำรุงรักษาอากาศยาน
ส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน บริภัณฑ์ หรือชิ้นส่วนของอากาศยานเสร็จแล้ว
ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑)
ออกหนังสือรับรองการนำกลับไปใช้งาน ในกรณีที่เป็นอากาศยาน (๒)
ออกหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศ ในกรณีที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
บริภัณฑ์ หรือชิ้นส่วนของอากาศยาน
พร้อมทั้งติดกำกับหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศไว้กับผลิตภัณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา
๔๑/๗๓ วรรคหนึ่ง หนังสือรับรองตาม
(๑) และ (๒)
ให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนดโดยอย่างน้อยต้องระบุรายการที่ได้บำรุงรักษา
หมายเลขใบรับรองหน่วยซ่อม และรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งลงลายมือชื่อพนักงานหรือนายช่างที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรา
๔๑/๑๐๒ ในกรณีที่หน่วยซ่อมเป็นผู้ติดตั้งส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
บริภัณฑ์ หรือชิ้นส่วนของอากาศยานทดแทนผลิตภัณฑ์เดิม
ให้มอบหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศของผลิตภัณฑ์ที่ติดตั้งนั้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้ผู้จดทะเบียนอากาศยานทำการบันทึกประวัติการบำรุงรักษาและเก็บรักษาหนังสือรับรองดังกล่าวตามมาตรา
๔๑/๘๐ (๑) [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๐๒[๑๗๓]
ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมต้องแต่งตั้งพนักงานหรือนายช่างเป็นผู้มีอำนาจลงนามในหนังสือรับรองงานตามมาตรา
๔๑/๑๐๑ โดยการแต่งตั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการ พนักงานหรือนายช่างที่จะได้รับแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง
ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด พนักงานหรือนายช่างที่ได้รับแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง
ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบที่ผู้อำนวยการกำหนด [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๐๓[๑๗๔] นอกจากที่กำหนดไว้ในมาตรา ๔๑/๑๐๐ และมาตรา
๔๑/๑๐๒ ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมและผู้ดำเนินการหน่วยซ่อมมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑)
จัดให้มี (ก)
สถานที่ที่ใช้ในการบำรุงรักษา (ข)
เครื่องมือที่ใช้ในการบำรุงรักษา (ค)
เอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ความสมควรเดินอากาศของงานที่ต้องปฏิบัติ (ง)
คู่มือการบริหารจัดการหน่วยซ่อม คู่มือการบำรุงรักษา
รวมถึงระบบการควบคุมคุณภาพและระบบการประกันคุณภาพ (จ)
การบันทึกและเก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวกับงานบำรุงรักษาที่ได้กระทำ (๒)
จัดหาบุคลากรที่มีความรู้และความชำนาญในจำนวนที่เพียงพอแก่การปฏิบัติงานรวมทั้งจัดให้มีนโยบายการฝึกอบรมบุคลากร
และควบคุมดูแลให้บุคลากรดังกล่าวปฏิบัติตามคู่มือการบำรุงรักษา (๓)
รายงานข้อมูลเกี่ยวกับการบำรุงรักษาและเหตุที่มีผลกระทบต่อความสมควรเดินอากาศของผลิตภัณฑ์ที่รับบำรุงรักษา (๔)
หน้าที่อื่นตามที่ผู้อำนวยการกำหนด รายการตาม
(๑) (ค) (ง) และ (จ) และ (๓)
ให้เป็นไปตามแบบและหลักเกณฑ์ที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๐๔[๑๗๕] ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมต้องดำเนินการบำรุงรักษาอากาศยาน
ส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน บริภัณฑ์
หรือชิ้นส่วนของอากาศยานที่รับบำรุงรักษาด้วยตนเอง ในกรณีที่มีความจำเป็นหรือสมควรที่จะให้ผู้อื่นรับช่วงงานบางส่วน
ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมต้องกำกับดูแลการดำเนินงานที่ให้ช่วงไปตามเงื่อนไขที่ผู้อำนวยการกำหนดและต้องรับผิดชอบงานที่ผู้รับช่วงงานได้กระทำ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๐๕[๑๗๖] ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมที่ประสงค์จะผลิตชิ้นส่วนของอากาศยานเพื่อใช้ในการบำรุงรักษาอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่ตนรับบำรุงรักษา
ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด เมื่อผู้อำนวยการเห็นว่าผู้ขอมีขีดความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนของอากาศยานได้มาตรฐานความสมควรเดินอากาศของอากาศยานหรือของส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
ให้ผู้อำนวยการอนุญาตตามคำขอ
โดยจะกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดเกี่ยวกับการผลิตและการใช้งานของชิ้นส่วนดังกล่าวได้ตามที่เห็นสมควร [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๐๖[๑๗๗]
เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการบำรุงรักษาอากาศยาน ส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
บริภัณฑ์ หรือชิ้นส่วนของอากาศยาน
ให้ผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินการของหน่วยซ่อม
และให้นำความในมาตรา ๔๑/๕๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๐๗[๑๗๘]
ผู้อำนวยการมีอำนาจพักใช้ใบรับรองหน่วยซ่อมได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)
ผู้ได้รับใบรับรองไม่ยินยอมให้ผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา
๔๑/๑๐๐ วรรคสาม และมาตรา ๔๑/๑๐๖ (๒)
ผู้ได้รับใบรับรองไม่อาจรักษาระบบการควบคุมคุณภาพ
ระบบการประกันคุณภาพหรือขีดความสามารถในการบำรุงรักษาให้ได้มาตรฐาน [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๐๘[๑๗๙]
ผู้อำนวยการมีอำนาจเพิกถอนใบรับรองหน่วยซ่อมได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)
ผู้ได้รับใบรับรองขาดคุณสมบัติในสาระสำคัญที่ไม่อาจแก้ไขได้
หรือขาดคุณสมบัติอื่นและไม่แก้ไขภายในกำหนดระยะเวลาตามคำสั่งของผู้อำนวยการ (๒)
ผู้ได้รับใบรับรองไม่สามารถปรับปรุงระบบการควบคุมคุณภาพ ระบบการประกันคุณภาพ
หรือขีดความสามารถในการบำรุงรักษาให้ได้มาตรฐาน
ภายในกำหนดระยะเวลาที่ผู้อำนวยการสั่งพักใช้ตามมาตรา ๔๑/๑๐๗ (๒) (๓)
ผู้ได้รับใบรับรองถูกพักใช้ใบรับรองเกินกว่าสองครั้งในช่วงเวลาสองปี [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๐๙[๑๘๐] เจ้าของ ผู้จดทะเบียน
หรือผู้ดำเนินการเดินอากาศอากาศยานต่างประเทศจะทำการบำรุงรักษาอากาศยานของตนเองในราชอาณาจักรได้ต่อเมื่อได้แจ้งให้ผู้อำนวยการทราบตามระเบียบที่ผู้อำนวยการกำหนด
เว้นแต่การบำรุงรักษาก่อนทำการบิน หลังทำการบิน
และการถอดเปลี่ยนส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานหรือชิ้นส่วนของอากาศยานที่ตนมีขีดความสามารถ ในการบำรุงรักษาอากาศยานตามวรรคหนึ่ง
เจ้าของ ผู้จดทะเบียน หรือผู้ดำเนินการเดินอากาศดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับการบำรุงรักษาตามที่ผู้อำนวยการกำหนด [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๑๐[๑๘๑] การประกอบกิจการบำรุงรักษาเฉพาะอากาศยานต่างประเทศในราชอาณาจักร
ต้องได้รับใบอนุญาตจากผู้อำนวยการ การขอ
การออก การพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด ทั้งนี้ ให้นำความในมาตรา ๔๑/๙๕
มาใช้บังคับกับคุณสมบัติของผู้ขอโดยอนุโลม [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๑/๑๑๑[๑๘๒] ศูนย์หรือหน่วยซ่อมที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศจะทำการบำรุงรักษาอากาศยานไทยหรือบำรุงรักษาส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
บริภัณฑ์ หรือชิ้นส่วนของอากาศยานที่จะใช้กับอากาศยานไทยได้
ต้องได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมต่างประเทศจากผู้อำนวยการ การขอ
การออก แบบ อายุ การพักใช้และการเพิกถอนใบรับรองหน่วยซ่อมต่างประเทศตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด ให้นำความในมาตรา
๔๑/๑๐๓ มาใช้บังคับกับผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมต่างประเทศโดยอนุโลม [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] ผู้ประจำหน้าที่ มาตรา ๔๒ ห้ามมิให้ผู้ใดเป็นผู้ประจำหน้าที่
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
หรือมีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ซึ่งออกให้โดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือรัฐที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย
แต่สำหรับผู้ประจำหน้าที่ในอากาศยานที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทยจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้มีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ซึ่งออกให้โดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือรัฐที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย
ถ้าได้นำใบอนุญาตนั้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่รับรองแล้ว
ให้ถือว่าเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔๓ การขอ การออก และการรับรองใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๔[๑๘๓]
ผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑)
มีสัญชาติไทย (๒)
มีความประพฤติเรียบร้อย (๓)
มีอายุ สุขภาพร่างกายสมบูรณ์ ความรู้และความชำนาญตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ เมื่อมีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษเฉพาะราย
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจยกเว้นคุณสมบัติตามที่กำหนดในวรรคหนึ่งได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด มาตรา ๔๕ ผู้ประจำหน้าที่มีสิทธิทำการตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๔๖
ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ให้ใช้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๔๗ เมื่อเห็นว่าผู้ประจำหน้าที่คนใดหย่อนคุณสมบัติตามมาตรา
๔๔ (๓) เกี่ยวกับสุขภาพร่างกาย ความรู้หรือความชำนาญ พนักงานเจ้าหน้าที่
มีอำนาจสั่งให้ผู้ประจำหน้าที่นั้นรับการทดสอบโดยการตรวจทางแพทย์
หรือรับการทดสอบความรู้ ความชำนาญทางทฤษฎีหรือทางปฏิบัติก็ได้ มาตรา ๔๘
เมื่อปรากฏว่าผู้ประจำหน้าที่คนใดขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๔๔
หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๔๗
หรือฝ่าฝืนบทแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือต้องคำพิพากษาให้จำคุกตามกฎหมายอื่น
เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่มีกำหนดโทษชั้นลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่นั้น มาตรา ๔๙
ผู้ประจำหน้าที่ต้องปฏิบัติตามวินัยที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๕๐
ห้ามมิให้ผู้ประจำหน้าที่ในอากาศยานปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างที่มีอาการเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บซึ่งอาจกระทำให้เสื่อมสมรรถภาพในการปฏิบัติหน้าที่
และถ้าการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บนั้นเป็นระยะเวลาตั้งแต่ ๑๔ วันขึ้นไป ห้ามมิให้ผู้ประจำหน้าที่นั้นปฏิบัติหน้าที่จนกว่านายแพทย์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดให้จะได้ตรวจและออกใบรับรองว่า
ผู้ประจำหน้าที่นั้นได้หายจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ
และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้ผู้ประจำหน้าที่นั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไป มาตรา ๕๐ ทวิ[๑๘๔] เว้นแต่จะมีกรณีฉุกเฉินอันอาจเป็นภยันตรายแก่อากาศยาน
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมอากาศยานนำอากาศยานขึ้นลง ณ
ที่หนึ่งที่ใดนอกจากสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานที่ได้รับอนุญาตหรือที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ระบุไว้สำหรับการบินเที่ยวนั้น สนามบินและเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ มาตรา ๕๑
ห้ามมิให้บุคคลใดจัดตั้งสนามบินหรือเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่โดยอนุมัติรัฐมนตรี มาตรา ๕๒
การขอและการออกใบอนุญาตจัดตั้งสนามบินหรือเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๕๓
ห้ามมิให้บุคคลใดจัดตั้งที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ บุคคลซึ่งได้รับอนุญาตตามมาตรานี้ต้องปฏิบัติตามวิธีการและเงื่อนไขซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด มาตรา ๕๓ ทวิ[๑๘๕] (ยกเลิก) มาตรา ๕๔
เมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสนามบิน
เครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน
ไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง
หรือตามวิธีการและเงื่อนไขซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดไว้เพื่อการนั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตนั้น มาตรา ๕๕
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดพื้นดินหรือน้ำแห่งใดเป็นสนามบินอนุญาต
หรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน มาตรา ๕๖[๑๘๖]
เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตซึ่งให้บริการแก่สาธารณะ จะเรียกเก็บเงินเพื่อการใช้สนามบินอนุญาตที่ให้บริการแก่สาธารณะไม่ได้
เว้นแต่ค่าบริการ ค่าภาระ หรือเงินตอบแทนอื่นใด ดังต่อไปนี้ (๑)
ค่าบริการผู้โดยสารขาออกตามหมวด ๖ ทวิ (๒)
ค่าบริการในการขึ้นลงของอากาศยาน (๓)
ค่าบริการที่เก็บอากาศยาน (๔)
ค่าบริการในลานจอดอากาศยาน (๕) ค่าบริการ ค่าภาระ หรือเงินตอบแทนอื่นใดตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ค่าบริการตาม
(๒) และ (๓)
ให้เรียกเก็บได้ไม่เกินอัตราที่กำหนดในข้อบังคับซึ่งต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ค่าบริการ
ค่าภาระ หรือเงินตอบแทนอื่นใดตาม (๔) และ (๕)
ให้เป็นไปตามเงื่อนไขและอัตราตามหลักเกณฑ์ที่ผู้อำนวยการอนุมัติ ทั้งนี้ ในการอนุมัติของผู้อำนวยการ
ให้คำนึงถึงความเป็นธรรมของผู้บริโภคและความสามารถในการแข่งขันของสนามบินนั้น ความในมาตรานี้ให้ใช้บังคับแก่ที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตซึ่งให้บริการแก่สาธารณะด้วย [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๐ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา
๕๗[๑๘๗]
เจ้าของหรือผู้ดำเนินการเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ
ซึ่งให้บริการแก่สาธารณะ
จะเรียกเก็บค่าบริการเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศได้ตามเงื่อนไขและอัตราที่ผู้อำนวยการอนุมัติ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๐ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๕๘
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตบริเวณใกล้เคียงสนามบิน
หรือสถานที่ตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศเป็นเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ มาตรา ๕๙ ภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศตามมาตรา ๕๘
ห้ามมิให้บุคคลใดก่อสร้างหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น
หรือปลูกต้นไม้ยืนต้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการให้อนุญาตตามมาตรานี้
พนักงานเจ้าหน้าที่จะกำหนดเงื่อนไขอย่างใด ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้ มาตรา ๖๐ ถ้าปรากฏว่ามีการฝ่าฝืนต่อมาตรา ๕๙
วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนเงื่อนไขตามมาตรา ๕๙ วรรคสอง
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ฝ่าฝืนจัดการรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
หรือตัด หรือย้ายต้นไม้นั้นภายในเวลาที่กำหนด ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคก่อน
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจัดการรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือตัด
หรือย้ายต้นไม้นั้นเสียเอง ค่าใช้จ่ายในการนี้ให้ผู้ฝ่าฝืนเป็นผู้ชดใช้ มาตรา ๖๐/๑[๑๘๘] ภายใต้บังคับมาตรา ๖๐/๓๔
สนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตจะเปิดให้บริการแก่สาธารณะได้ต่อเมื่อได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะจากผู้อำนวยการ ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะให้เป็นไปตามประเภทของสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
โดยคำนึงถึงสภาพที่ตั้ง ขนาดของอากาศยานที่ใช้ขึ้นลง จำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการ
และประเภทการบิน [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๒[๑๘๙]
เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่ประสงค์จะเปิดให้บริการแก่สาธารณะ
ให้ยื่นคำขอรับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะต่อผู้อำนวยการ
พร้อมทั้งคู่มือการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้นและเอกสารหลักฐานอื่น
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๓[๑๙๐] ภายใต้บังคับมาตรา ๖๐/๓๔ และมาตรา ๖๐/๓๕
ผู้ขอรับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ ต้องเป็นนิติบุคคลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง
และให้นำความในมาตรา ๔๑/๒๒ (๒) (๓) และ (๔)
มาใช้บังคับกับคุณสมบัติและลักษณะของผู้ขอโดยอนุโลม ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะประเภทที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน
ผู้อำนวยการอาจกำหนดให้ใช้คุณสมบัติและลักษณะอื่นที่แตกต่างจากที่กำหนดในวรรคหนึ่ง
ก็ได้ ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองไม่ใช้บังคับกับส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่เปิดให้บริการแก่สาธารณะ[๑๙๑] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๔[๑๙๒] ให้นำความในมาตรา ๔๑/๒๓ (๑) และ (๒) มาตรา
๔๑/๒๔ มาตรา ๔๑/๒๕ และมาตรา ๔๑/๒๖ มาใช้บังคับกับทุน อำนาจการบริหารกิจการ
และลักษณะต้องห้ามของกรรมการผู้จัดการหรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการของผู้ขอรับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะโดยอนุโลม มาตรา ๖๐/๕[๑๙๓] เพื่อประโยชน์ในการให้บริการสาธารณะ
เมื่อผู้ขอใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะได้ยื่นคำขอตามมาตรา ๖๐/๒ แล้ว
ถ้าผู้อำนวยการเห็นว่ามีเหตุอันสมควรที่จะให้ดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่ขอใบรับรองเป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจออกใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะชั่วคราวได้
โดยจะกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดไว้ด้วยก็ได้ ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะชั่วคราว
ให้ใช้ได้จนกว่าจะออกใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ หรือจนถึงวันที่ผู้อำนวยการกำหนดไว้ในใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะชั่วคราวนั้น
แต่ต้องไม่เกินหกเดือนนับจากวันที่ออกใบรับรอง ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะชั่วคราวตามมาตรานี้
ให้เสียค่าธรรมเนียมเป็นรายเดือนตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๖[๑๙๔]
ผู้อำนวยการจะออกใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะให้แก่ผู้ขอได้เมื่อปรากฏว่า (๑)
ผู้ขอมีคุณสมบัติและลักษณะตามมาตรา ๖๐/๓ และมาตรา ๖๐/๔ (๒)
ลักษณะทางกายภาพของสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต
และของสิ่งกีดขวางโดยรอบ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวก สิ่งติดตั้ง อุปกรณ์
และบริการทั้งในเวลาปกติและเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในข้อกำหนด (๓)
ผู้ที่จะเป็นผู้จัดการสนามบินสาธารณะมีใบรับรองตามมาตรา ๖๐/๑๒ (๔)
มีระเบียบเกี่ยวกับกระบวนการการดำเนินงาน ระบบการจัดการด้านนิรภัย
และการรักษาความปลอดภัย ระบบการตรวจสอบภายใน
และคู่มือการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้น
เป็นไปตามมาตรา ๖๐/๑๕ (๕)
มีบุคลากรที่มีความสามารถและมีจำนวนเพียงพอในการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต ในการออกใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ
ผู้อำนวยการอาจกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดเกี่ยวกับการดำเนินงานได้ตามที่เห็นสมควร
และเพื่อประโยชน์ในการบังคับการให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
ให้ผู้อำนวยการแยกประเภทเงื่อนไขหรือข้อจำกัดในใบรับรองว่าเงื่อนไขหรือข้อจำกัดใดเป็นเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่เป็นสาระสำคัญ ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๗[๑๙๕]
ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะให้มีอายุคราวละสิบปี แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินอายุใบอนุญาตจัดตั้งสนามบิน มาตรา ๖๐/๘[๑๙๖]
การขอต่ออายุใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ
ให้ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการก่อนวันที่ใบรับรองดังกล่าวสิ้นอายุไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด เมื่อผู้อำนวยการได้ตรวจสอบคุณสมบัติและขีดความสามารถของผู้ขอแล้ว
หากปรากฏว่าผู้ขอคงมีคุณสมบัติและขีดความสามารถในการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตได้ตามใบรับรอง
ให้ผู้อำนวยการต่ออายุใบรับรอง ทั้งนี้
ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๐/๗ เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบรับรองตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้นต่อไปได้
จนกว่าผู้อำนวยการจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบรับรอง [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๙[๑๙๗] เมื่อมีเหตุตามมาตรา ๖๐/๓๒ (๑) (๒) หรือ
(๓) ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะได้ตามที่เห็นสมควร มาตรา ๖๐/๑๐[๑๙๘]
หากผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะประสงค์จะขอเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานให้แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ
ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการล่วงหน้าอย่างน้อยหกสิบวัน
พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๑๑[๑๙๙]
ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะต้องจัดให้มีผู้จัดการสนามบินสาธารณะคนหนึ่ง
เป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่ได้รับใบรับรอง มาตรา ๖๐/๑๒[๒๐๐]
ผู้ที่จะเป็นผู้จัดการสนามบินสาธารณะตามมาตรา ๖๐/๑๑
จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบรับรองผู้จัดการสนามบินสาธารณะจากผู้อำนวยการ การขอ
การออก และการเพิกถอนใบรับรองผู้จัดการสนามบินสาธารณะ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๑๓[๒๐๑] ผู้จัดการสนามบินสาธารณะตามมาตรา ๖๐/๑๑
ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (๑)
มีอายุไม่ต่ำกว่า ๓๕ ปีบริบูรณ์ (๒)
มีความรู้และความชำนาญตามที่กำหนดในข้อกำหนด (๓)
มีคุณสมบัติอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๑๔[๒๐๒]
ให้ผู้จัดการสนามบินสาธารณะมีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตซึ่งให้บริการสาธารณะเช่นเดียวกับผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ
ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๐/๑๕ (๑) (๓) (๔) และ (๕) มาตรา ๖๐/๑๖ และมาตรา ๖๐/๑๗ มาตรา ๖๐/๑๕[๒๐๓]
ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑)
ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการอย่างเสมอภาค และจัดเก็บค่าบริการ ค่าภาระหรือเงินตอบแทนอื่นใดให้เป็นไปตามมาตรา
๕๖ และมาตรา ๖๐/๓๗ (๒)
ควบคุมการดำเนินการของผู้จัดการสนามบินสาธารณะ (๓)
ดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้น โดย (ก)
จัดให้มี ปรับปรุง
และปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับกระบวนการการดำเนินงานระบบการจัดการด้านนิรภัย
การรักษาความปลอดภัย
และระบบการตรวจสอบภายในของสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้น (ข)
จัดให้มีบุคลากรอย่างเพียงพอ
และมีระบบควบคุมดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรดังกล่าวอยู่เสมอ (ค)
จัดให้มีคู่มือการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตสำหรับบุคลากรอย่างครบถ้วน
และปรับปรุงหรือแก้ไขคู่มือการดำเนินงานดังกล่าวให้ทันสมัยอยู่เสมอ (ง)
รักษาสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต
สิ่งอำนวยความสะดวกรวมทั้งสิ่งติดตั้งและอุปกรณ์ในสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้น
ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในข้อกำหนด (จ)
ควบคุมดูแลการบริการภายในสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตตามที่ได้รับใบรับรองนั้น
ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในข้อกำหนด (ฉ)
จัดทำรายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามระเบียบที่ผู้อำนวยการกำหนด (๔)
ให้ความร่วมมือแก่ผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการตามมาตรา ๖๐/๑๙
มาตรา ๖๐/๒๐ และมาตรา ๖๐/๒๒ (๕)
ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในข้อกำหนด การดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตตาม
(๓) ให้เป็นไปตามประเภทใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะที่ได้รับ ระเบียบเกี่ยวกับกระบวนการการดำเนินงาน
ระบบการตรวจสอบภายใน ระบบควบคุมดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากร
และคู่มือการดำเนินงานตาม (๓)
ให้เป็นไปตามมาตรฐานและมีข้อมูลที่ครบถ้วนตามระเบียบที่ผู้อำนวยการกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๕ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๑๖[๒๐๔]
ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ ต้องควบคุมดูแลมิให้มีการใช้หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้สนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่ได้รับใบรับรองนั้นผิดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ มาตรา ๖๐/๑๗[๒๐๕]
เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยในการดำเนินงานตามใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ
ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑)
ตรวจค้นผู้โดยสาร ผู้ประจำหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานที่จะขึ้นอากาศยาน
รวมถึงสิ่งใด ๆ ที่บุคคลดังกล่าวจะนำขึ้นอากาศยาน (๒)
ตรวจค้นสัมภาระหรือสิ่งของที่จะบรรทุกไปกับอากาศยาน (๓)
ตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ รวมทั้งสิ่งของที่จะเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบิน การตรวจค้นตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด ในการดำเนินการตามมาตรานี้
ให้ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะประกาศเขตหวงห้าม
และแต่งตั้งพนักงานเพื่อปฏิบัติการ โดยการแต่งตั้งพนักงานดังกล่าว
จะต้องแจ้งให้ผู้อำนวยการทราบล่วงหน้า เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ผู้อำนวยการกำหนด ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจกำหนดคุณสมบัติของพนักงานเพื่อดำเนินการตามมาตรานี้
และผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะจะต้องจัดทำบันทึกประวัติและผลการปฏิบัติงานตามระเบียบที่ผู้อำนวยการกำหนด ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานตามมาตรานี้
ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๑๘[๒๐๖] ในกรณีที่มีความจำเป็น
ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะอาจขอให้ผู้อำนวยการกำหนดให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศหรือตัวแทนของผู้ดำเนินการเดินอากาศเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ตรวจค้นสัมภาระหรือสินค้าที่จะบรรทุกไปกับอากาศยานที่ขึ้นจากสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่ให้บริการแก่สาธารณะแทน
และให้นำความในมาตรา ๖๐/๑๗ วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่และวรรคห้า มาใช้บังคับ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๐ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๑๙[๒๐๗]
ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อย
ให้รัฐมนตรีหรือผู้อำนวยการมีอำนาจสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจค้นตามมาตรา
๖๐/๑๗ และมาตรา ๖๐/๑๘ ได้ มาตรา ๖๐/๒๐[๒๐๘]
เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ
ให้ผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑)
เข้าไปในสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะตามหมวดนี้
ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในระหว่างเวลาทำการของสถานที่ดังกล่าว
เพื่อตรวจสอบการดำเนินงานและเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง (๒)
ยึดเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานเพื่อการตรวจสอบ (๓)
มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใดมาเพื่อประกอบการพิจารณา (๔)
สั่งระงับการดำเนินงานสนามบินสาธารณะในส่วนที่ไม่เป็นไปตามกระบวนการการดำเนินงาน
ระบบการจัดการด้านนิรภัย การรักษาความปลอดภัย ระบบการตรวจสอบภายใน
คู่มือการดำเนินงานสนามบิน หรือเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่ผู้อำนวยการกำหนดตามมาตรา
๖๐/๖ หรือที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๒๑[๒๐๙]
ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะจะโอนสิทธิตามใบรับรองให้แก่บุคคลอื่นไม่ได้
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อำนวยการ การยื่นคำขอโอนสิทธิตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๒๒[๒๑๐]
เพื่อประโยชน์ในการป้องกันหรือรักษาความปลอดภัยสาธารณะ
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจสั่งระงับการดำเนินงานของสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
หรือสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินงานแทนจนกว่าเหตุดังกล่าวจะหมดไป [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๒๓[๒๑๑] เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงของชาติ
รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งควบคุมการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะเป็นการชั่วคราวได้ ในการสั่งควบคุมการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตตามมาตรานี้
ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมสนามบินขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย
ประธานกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามคำแนะนำของคณะกรรมการการบินพลเรือน
และกรรมการอีกไม่เกินหกคน โดยให้มีผู้แทนจากกระทรวงคมนาคมอย่างน้อยหนึ่งคน
และบุคคลที่คณะกรรมการการบินพลเรือนเสนอแต่งตั้งหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิอื่น มาตรา ๖๐/๒๔[๒๑๒]
ให้ผู้อำนวยการแจ้งคำสั่งควบคุมการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตตามมาตรา
๖๐/๒๓ เป็นหนังสือให้ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะทราบ
และให้ปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้น
หรือที่อื่นตามที่ผู้อำนวยการเห็นสมควร
พร้อมทั้งให้ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อยสองฉบับสามวันติดต่อกัน [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๒๕[๒๑๓] เมื่อมีคำสั่งควบคุมการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตตามมาตรา
๖๐/๒๓
ให้คณะกรรมการควบคุมสนามบินมีอำนาจหน้าที่จัดการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตดังกล่าว ให้ประธานกรรมการควบคุมสนามบิน
เป็นผู้แทนของนิติบุคคลที่ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ ในการปฏิบัติหน้าที่
ให้คณะกรรมการควบคุมสนามบินมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา
๖๐/๒๐
และให้มีอำนาจแต่งตั้งและกำหนดอำนาจหน้าที่ของพนักงานควบคุมสนามบินคนหนึ่งหรือหลายคนให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดได้ มาตรา ๖๐/๒๖[๒๑๔]
เมื่อมีคำสั่งควบคุมการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตตามมาตรา
๖๐/๒๓ (๑)
ห้ามมิให้คณะกรรมการ กรรมการ
และพนักงานของนิติบุคคลที่ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ กระทำกิจการใด
ๆ ของสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่รัฐมนตรีสั่งควบคุมตามมาตรา
๖๐/๒๓ อีกต่อไป เว้นแต่จะได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการควบคุมสนามบิน (๒)
ให้กรรมการและพนักงานของสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้นจัดการตามสมควรเพื่อรักษาทรัพย์และประโยชน์ของสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้น
และต้องรีบรายงานให้คณะกรรมการควบคุมสนามบินทราบ
และส่งมอบทรัพย์สินพร้อมด้วยสมุดบัญชี เอกสาร และสิ่งอื่นอันเกี่ยวกับกิจการ
สินทรัพย์และหนี้สิน ให้คณะกรรมการควบคุมสนามบินโดยไม่ชักช้า มาตรา ๖๐/๒๗[๒๑๕]
เมื่อมีคำสั่งควบคุมการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตตามมาตรา
๖๐/๒๓
ให้ผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้น
แจ้งการครอบครองให้คณะกรรมการควบคุมสนามบินทราบโดยไม่ชักช้า มาตรา ๖๐/๒๘[๒๑๖]
ในการเข้าควบคุมสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตตามมาตรา ๖๐/๒๓
ให้เรียกเก็บค่าดำเนินกิจการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้นเป็นรายได้ของแผ่นดิน ค่าดำเนินกิจการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตตามวรรคหนึ่ง
ให้เก็บในอัตราร้อยละห้าของรายได้ของสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต
ในระหว่างที่เข้าควบคุมสนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวนั้น หากในรอบปีบัญชีใด
การดำเนินกิจการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้น
ไม่มีกำไรหรือมีกำไรไม่ครบค่าดำเนินกิจการสนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวตามอัตราที่กำหนดไว้ในวรรคสอง
ให้ได้รับการยกเว้นหรือเรียกเก็บค่าดำเนินกิจการได้เท่าที่มีกำไร แล้วแต่กรณี มาตรา ๖๐/๒๙[๒๑๗] กรรมการควบคุมสนามบิน
และพนักงานควบคุมสนามบินที่คณะกรรมการควบคุมสนามบินแต่งตั้ง
อาจได้รับค่าตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกำหนด ค่าใช้จ่ายและค่าตอบแทนในการควบคุมสนามบิน
ให้จ่ายจากสินทรัพย์ของนิติบุคคลที่ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ มาตรา ๖๐/๓๐[๒๑๘]
เมื่อคณะกรรมการควบคุมสนามบินเห็นว่าเหตุแห่งการควบคุมสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตหมดสิ้นไป
ให้รายงานรัฐมนตรีเพื่อสั่งเลิกการควบคุม และให้นำมาตรา ๖๐/๒๔
มาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อรัฐมนตรีสั่งเลิกการควบคุม
ให้คณะกรรมการควบคุมสนามบินส่งมอบสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้นแก่ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะดังกล่าวตามระเบียบที่ผู้อำนวยการกำหนด [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๘
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๓๑[๒๑๙]
ผู้อำนวยการมีอำนาจพักใช้ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะได้
ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)
ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะหรือผู้จัดการสนามบินสาธารณะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา
๖๐/๑๔ มาตรา ๖๐/๑๕ มาตรา ๖๐/๑๖ หรือมาตรา ๖๐/๑๗
และผู้อำนวยการได้สั่งให้แก้ไขปรับปรุงแล้ว
ไม่อาจแก้ไขปรับปรุงการดำเนินงานให้เกิดความปลอดภัยได้ภายในระยะเวลาตามคำสั่งของผู้อำนวยการ
ให้ผู้อำนวยการกำหนดระยะเวลาสั่งพักใช้ตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินครั้งละหกเดือน (๒)
ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะหรือผู้จัดการสนามบินสาธารณะไม่ยินยอมให้ผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อำนวยการหรือของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๖๐/๒๐ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๓๒[๒๒๐]
ผู้อำนวยการมีอำนาจเพิกถอนใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)
เมื่อมีความจำเป็นเพื่อความมั่นคงของชาติ (๒)
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสภาพทางกายภาพของสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตหรือของบริเวณใกล้เคียงสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตในสาระสำคัญ
แตกต่างไปจากในขณะที่ออกใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะจนเป็นเหตุให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการใช้สนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวนั้น (๓)
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในมาตรฐานเกี่ยวกับความปลอดภัยในการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต
อันมีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตในลักษณะที่ไม่อาจแก้ไขได้ (๔)
ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะได้รับใบรับรองโดยแสดงข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จหรือไม่ครบถ้วน
โดยมีเจตนาเพื่อให้ได้รับใบรับรองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย (๕)
ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะขาดคุณสมบัติหรือลักษณะตามมาตรา ๖๐/๓
หรือมาตรา ๖๐/๔ และไม่แก้ไขภายในกำหนดระยะเวลาตามคำสั่งของผู้อำนวยการ (๖)
ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะหรือผู้จัดการสนามบินสาธารณะฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา
๖๐/๑๔ มาตรา ๖๐/๑๕ มาตรา ๖๐/๑๖ และมาตรา ๖๐/๑๗
ที่ก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการอย่างร้ายแรง (๗)
มีการสั่งพักใช้ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปภายในช่วงเวลาสองปี เมื่อผู้อำนวยการสั่งเพิกถอนใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ
ให้ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะส่งคืนใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะต่อผู้อำนวยการภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งเพิกถอนใบรับรอง [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๓๓[๒๒๑]
เพื่อประโยชน์แห่งความต่อเนื่องของการให้บริการสาธารณะ
ในกรณีที่มีการสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะตามมาตรา
๖๐/๓๑ หรือมาตรา ๖๐/๓๒
รัฐมนตรีหรือผู้อำนวยการอาจสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตต่อไปเป็นการชั่วคราวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่จะเกิดแก่สาธารณะได้ ทั้งนี้ ให้นำมาตรา ๖๐/๒๓ มาตรา ๖๐/๒๔
มาตรา ๖๐/๒๕ มาตรา ๖๐/๒๖ มาตรา ๖๐/๒๗ มาตรา ๖๐/๒๘ มาตรา ๖๐/๒๙ และมาตรา ๖๐/๓๐
มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๖๐/๓๔[๒๒๒] (ยกเลิก) มาตรา
๖๐/๓๕[๒๒๓] (ยกเลิก) ค่าบริการผู้โดยสารขาออก[๒๒๔] มาตรา ๖๐/๓๖[๒๒๕] ในหมวดนี้ “ปีบัญชี” หมายความว่า
ปีบัญชีที่เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตต้องจัดทำบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี
แต่สำหรับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ
และรัฐวิสาหกิจที่ไม่ใช่บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชน
ให้หมายความรวมถึงปีงบประมาณตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ มาตรา ๖๐/๓๗[๒๒๖]
ค่าบริการผู้โดยสารขาออกให้เรียกเก็บได้เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์เกี่ยวกับความปลอดภัยและการบำรุงรักษาสนามบิน
การจัดหาและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกในสนามบินสำหรับผู้โดยสาร
ตลอดจนการรักษาสิ่งแวดล้อมและลดมลพิษที่เกิดจากการใช้สนามบิน เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตจะเรียกเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกจากผู้โดยสารอากาศยาน
ณ สนามบินอนุญาตได้
เมื่อได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการบินพลเรือน มาตรา ๖๐/๓๘[๒๒๗]
เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตที่ประสงค์จะเรียกเก็บค่าบริการผู้โดยสารตามมาตรา
๖๐/๓๗ ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการเพื่อเสนอรัฐมนตรีอนุมัติ ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๓๙[๒๒๘] ค่าบริการผู้โดยสารขาออกให้ใช้จ่ายได้
เพื่อการดังต่อไปนี้ (๑)
การซ่อมแซม ปรับปรุง หรือขยายสนามบิน (๒)
การจัดหา ปรับปรุง หรือดำเนินงานสิ่งอำนวยความสะดวกในสนามบินให้แก่ผู้โดยสาร (๓)
การปรับปรุงความปลอดภัยหรือการรักษาความปลอดภัยของสนามบิน (๔)
การก่อสร้างหรือการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อลดผลกระทบทางเสียงที่เกิดขึ้นจากการใช้สนามบิน (๕)
การรักษาสิ่งแวดล้อมและลดมลพิษที่เกิดจากการใช้สนามบิน (๖)
การอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสนามบิน ตามที่รัฐมนตรีอนุมัติ มาตรา ๖๐/๔๐[๒๒๙] ให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตที่ได้รับอนุมัติ
ให้เรียกเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกตามมาตรา ๖๐/๓๗ วรรคสอง จัดทำ (๑)
งบที่แสดงรายได้และค่าใช้จ่ายของค่าบริการผู้โดยสารขาออก
ตามหลักเกณฑ์การปันส่วนที่ผู้อำนวยการเห็นชอบ (๒)
งบประมาณประจำปี โดยให้แยกเป็นงบลงทุนและงบทำการ (๓)
รายงานเกี่ยวกับการเงินแสดงถึงรายได้ ค่าใช้จ่าย
รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในการรับและจ่ายเงินค่าบริการผู้โดยสารขาออกที่ได้รับ งบประมาณประจำปีตาม
(๒)
ให้ยื่นต่อผู้อำนวยการก่อนเริ่มปีบัญชีไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันและในกรณีที่ค่าใช้จ่ายงบลงทุนมีจำนวนเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวงให้จัดทำเป็นโครงการเสนอต่อรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติก่อน
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด รายงานเกี่ยวกับการเงินตาม
(๓) ให้ยื่นต่อผู้อำนวยการทุกครึ่งรอบปีบัญชีภายในหกสิบวันนับแต่วันครบกำหนด [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๔๑[๒๓๐]
เพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร
เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตอาจขอให้ผู้อำนวยการกำหนดให้เจ้าของหรือผู้จดทะเบียนอากาศยานหรือผู้ดำเนินการเดินอากาศจัดเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกแทนได้ ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจสั่งให้เจ้าของหรือผู้จดทะเบียนอากาศยาน
หรือผู้ดำเนินการเดินอากาศเป็นผู้จัดเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด ทั้งนี้
จะกำหนดให้มีค่าตอบแทนการจัดเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกแก่ผู้จัดเก็บไว้ด้วยก็ได้ บุคคลตามวรรคสอง
มีหน้าที่จัดเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกและนำส่งให้แก่เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาต
ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อกำหนด
ในกรณีที่ไม่นำส่งหรือนำส่งเงินค่าบริการผู้โดยสารขาออกไม่ครบภายในกำหนดระยะเวลา
บุคคลนั้นต้องชดใช้จำนวนเงินค่าบริการที่ขาดพร้อมด้วยเงินเพิ่มร้อยละยี่สิบห้าต่อปีให้แก่เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาต [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๗
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๔๒[๒๓๑]
เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการจัดเก็บและการใช้จ่ายค่าบริการผู้โดยสารขาออกให้ผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่
ดังต่อไปนี้ (๑)
เข้าไปในสนามบินอนุญาต
หรือสถานที่ประกอบการของเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาต
หรือของผู้มีหน้าที่จัดเก็บตามมาตรา ๖๐/๔๑ วรรคสอง
ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในระหว่างเวลาทำการของสถานที่ดังกล่าว
เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติการตามความในหมวดนี้ (๒) ตรวจสอบการทำงบประมาณ
การจัดเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกและการทำบัญชี (๓) ยึดหรืออายัดบัญชี
เอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับค่าบริการผู้โดยสารขาออก (๔)
มีหนังสือเรียกให้บุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใดมาเพื่อประกอบการพิจารณา [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๔๓[๒๓๒]
เพื่อประโยชน์ในการบริหารสนามบินที่ใช้เพื่อสาธารณะเป็นการทั่วไป
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตนำเงินที่ได้จากการจัดเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกในอัตราไม่เกินร้อยละสิบเข้าบัญชีเงินทุนหมุนเวียนตามมาตรา
๖๐/๔๔ มาตรา ๖๐/๔๔[๒๓๓] ให้กรมท่าอากาศยานจัดตั้งเงินทุนหมุนเวียนขึ้นทุนหนึ่งตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง ในกรณีที่สนามบินอนุญาตตามหมวดนี้
ดำเนินงานโดยกรมท่าอากาศยานให้นำส่งเงินค่าบริการผู้โดยสารขาออกที่กรมท่าอากาศยานจัดเก็บได้ตามมาตรา
๖๐/๓๗ วรรคสอง เข้าบัญชีเงินทุนหมุนเวียนตามวรรคหนึ่ง การใช้จ่ายเงินจากบัญชีเงินทุนหมุนเวียนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
หลักเกณฑ์ และวิธีการในการใช้จ่ายเงินตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง
และให้อธิบดีจัดทำรายงานการเงินเกี่ยวกับการรับจ่ายเงินค่าบริการผู้โดยสารขาออกที่ได้รับตามวรรคสอง
ยื่นต่อรัฐมนตรีทุกหกเดือน [คำว่า “กรมท่าอากาศยาน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔๒
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐/๔๕[๒๓๔] ในกรณีที่ผู้ดำเนินการเดินอากาศ
เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน
เจ้าของหรือผู้ดำเนินการเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ
หรือผู้ประกอบการให้บริการในลานจอดอากาศยาน เรียกเก็บค่าโดยสาร ค่าระวาง ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการ
เกินอัตราที่กำหนดตามมาตรา ๒๐ มาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ มาตรา ๖๐/๓๗ วรรคสองหรือมาตรา
๖๐ ฉ แล้วแต่กรณี
ให้อธิบดีสั่งให้นำเงินส่วนที่เกินส่งเข้าบัญชีเงินทุนหมุนเวียนตามมาตรา ๖๐/๔๔
ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่เกินกว่าสิบห้าวัน และในกรณีที่ไม่นำส่ง
ให้คิดเงินเพิ่มในอัตราร้อยละยี่สิบห้าต่อปี ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร
อธิบดีอาจอนุมัติให้ขยายกำหนดเวลาในการนำส่งเงินส่วนที่เกินและหรือเงินเพิ่ม ทั้งนี้
โดยให้ชำระดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์โดยทั่วไปตามระเบียบที่ผู้อำนวยการกำหนด ในกรณีที่มีข้อโต้แย้ง
ให้นำกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองว่าด้วยการอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง
มาใช้บังคับโดยอนุโลม [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๘
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา
๖๐/๔๖[๒๓๕]
ความในหมวดนี้ให้ใช้บังคับแก่ที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่ให้บริการสาธารณะด้วย บริการในลานจอดอากาศยาน
และบริการช่างอากาศ[๒๓๖] มาตรา ๖๐ จัตวา[๒๓๗]
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดลานจอดอากาศยานของสนามบินอนุญาต เมื่อรัฐมนตรีกำหนดลานจอดอากาศยานของสนามบินอนุญาตใดแล้ว
ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบการให้บริการในลานจอดอากาศยานหรือบริการช่างอากาศ
เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการให้บริการในลานจอดอากาศยานหรือบริการช่างอากาศ
แล้วแต่กรณี จากพนักงานเจ้าหน้าที่โดยอนุมัติรัฐมนตรี มาตรา ๖๐ เบญจ[๒๓๘]
ผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการให้บริการในลานจอดอากาศยานหรือบริการช่างอากาศ ต้องมีคุณสมบัติและมีลักษณะตามข้อบังคับ
หรือเป็นสายการบินที่กำหนดของต่างประเทศ
ซึ่งประเทศไทยได้ยอมรับแล้วตามความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ และประเทศที่กำหนดสายการบินนั้นมิได้วางข้อห้ามหรือข้อกำกัดแก่สายการบินที่กำหนดของไทยในการประกอบการให้บริการในลานจอดอากาศยานหรือบริการช่างอากาศในประเทศนั้น หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการให้บริการในลานจอดอากาศยานหรือบริการช่างอากาศ
อายุใบอนุญาต การพักใช้ใบอนุญาต
และการเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวให้กำหนดโดยกฎกระทรวง บุคคลซึ่งได้รับอนุญาตตามมาตรานี้ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐ ฉ[๒๓๙]
ผู้ประกอบการให้บริการในลานจอดอากาศยานจะเก็บค่าบริการในลานจอดอากาศยานได้ไม่เกินอัตราที่ผู้อำนวยการอนุมัติด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๐ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๖๐ สัตต[๒๔๐]
ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปในลานจอดอากาศยานเว้นแต่จะได้ปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยที่กำหนดโดยเจ้าของสนามบินอนุญาตหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าของให้เป็นผู้รักษาสนามบินอนุญาต ผู้เข้าไปในลานจอดอากาศยานต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] อุบัติเหตุ มาตรา ๖๑[๒๔๑] เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแก่อากาศยานใดในราชอาณาจักรหรือแก่อากาศยานไทยในต่างประเทศ
ให้ผู้จดทะเบียนอากาศยานนั้นในกรณีอากาศยานไทย
หรือตัวแทนเจ้าของในกรณีอากาศยานต่างประเทศ
แจ้งอุบัติเหตุนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยไม่ชักช้า
และทำรายงานตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนด และดำเนินการทั้งปวงตามกฎหมายว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับอุบัติเหตุของอากาศยาน เมื่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้รับแจ้งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแก่อากาศยานตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบโดยเร็ว มาตรา ๖๒[๒๔๒]
เมื่อเกิดอุบัติเหตุแก่อากาศยานใดในราชอาณาจักร
ให้อากาศยานนั้นอยู่ในความพิทักษ์ของปลัดกระทรวงคมนาคม หรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงคมนาคมมอบหมาย
และห้ามมิให้บุคคลใดปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดแก่อากาศยานหรือส่วนของอากาศยานนั้นโดยมิได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงคมนาคมหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงคมนาคมมอบหมาย
พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ เว้นแต่กรณีจำเป็นเพื่อ (๑)
ให้คน ไปรษณียภัณฑ์และสัตว์พ้นภัย (๒)
คุ้มครองอากาศยานนั้นมิให้เสียหายโดยไฟไหม้หรือเหตุอื่นใด (๓)
ป้องกันภยันตรายมิให้เกิดแก่ประชาชน (๔)
เคลื่อนย้ายอากาศยานหรือส่วนของอากาศยานนั้นมิให้กีดขวางต่อการเดินอากาศหรือการขนส่งอย่างอื่น (๕)
เคลื่อนย้ายอากาศยานหรือส่วนของอากาศยานนั้นไปสู่ที่ปลอดภัยเมื่ออับปางในน้ำ หรือ (๖)
เคลื่อนย้ายสิ่งของหรือสินค้าให้พ้นภยันตราย
ในกรณีนี้ให้ทำภายใต้ความควบคุมดูแลของปลัดกระทรวงคมนาคม
หรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงคมนาคมมอบหมาย พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ มาตรา ๖๓
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินการสอบสวนในเรื่องใด
ๆ อันเกี่ยวกับอุบัติเหตุของอากาศยานในราชอาณาจักร มาตรา ๖๔
ให้คณะกรรมการสอบสวนที่ได้แต่งตั้งขึ้นตามมาตรา ๖๓ มีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) เข้าในที่ดิน อาคาร
โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งอากาศยานหรือส่วนของอากาศยานที่ประสบอุบัติเหตุนั้นตกหรือปรากฏอยู่ (๒) สั่งให้บุคคลใด ๆ
มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือวัตถุใดอันเป็นหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับอากาศยานซึ่งประสบอุบัติเหตุ อำนาจตรวจ
ยึดและหน่วงเหนี่ยว มาตรา ๖๕
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกตรวจเอกสารตามมาตรา ๑๖
และถ้าปรากฏว่ามีการฝ่าฝืนต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับเอกสารใด
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดเอกสารนั้นไว้เพื่อดำเนินการต่อไปได้ มาตรา ๖๖ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ (๑) เข้าในสถานที่ใด ๆ แห่งสนามบินอนุญาต
ที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานหรือสถานที่ตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ (๒) เข้าในโรงงานหรือสถานที่ซึ่งเป็นที่สร้าง ประกอบ ซ่อม
หรือตรวจและถอดปรับอากาศยานหรือส่วนของอากาศยาน
และตรวจสอบการเหล่านั้นตลอดถึงส่วนต่าง ๆ
และแบบที่เกี่ยวกับส่วนเหล่านั้นในระหว่างเวลาทำงาน (๓) ขึ้นตรวจและค้นอากาศยานซึ่งมีเหตุที่จะเชื่อว่ามีของต้องห้ามหรือต้องกำกัดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นใด
หรือของซึ่งได้นำเข้าในหรือจะนำออกนอกราชอาณาจักร อันเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร (๔)
ตรวจอากาศยานซึ่งมีใบสำคัญสมควรเดินอากาศแล้วเป็นครั้งคราวตามที่เห็นสมควร (๕) เข้าตรวจสถานที่เก็บอากาศยาน (๖)
ยึดของต้องห้ามหรือต้องกำกัดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นใดหรือของซึ่งได้นำเข้าในหรือจะนำออกนอกราชอาณาจักรอันเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร มาตรา ๖๗
เมื่อมีการฝ่าฝืนต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับอากาศยานใด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน่วงเหนี่ยวการออกเดินทางของอากาศยานนั้น มาตรา ๖๗/๑[๒๔๓] ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้อำนวยการ ผู้ซึ่งผู้อำนวยการมอบหมาย หรือพนักงานเจ้าหน้าที่
ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา
๖๗/๒[๒๔๔] ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
ให้ผู้อำนวยการ ผู้ซึ่งผู้อำนวยการมอบหมาย และพนักงานเจ้าหน้าที่
เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] บทกำหนดโทษ[๒๔๕] มาตรา ๖๘[๒๔๖]
ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท (๑)
นำอากาศยานทำการบิน โดยไม่นำใบสำคัญการจดทะเบียน ใบสำคัญสมควรเดินอากาศ
สมุดปูมเดินทาง ใบอนุญาตเครื่องวิทยุสื่อสารถ้ามีเครื่องวิทยุสื่อสาร
บัญชีแสดงรายชื่อผู้โดยสารและบัญชีแสดงรายการสินค้าติดไปกับอากาศยานตามมาตรา ๑๖
(๑) (๓) (๔) (๖) (๗) (๘) หรือ (๙) (๒)
นำอากาศยานทำการบิน
โดยอากาศยานนั้นไม่แสดงเครื่องหมายสัญชาติและทะเบียนหรือไม่ติดแผ่นแสดงเครื่องหมายอากาศยานตามมาตรา
๑๖ (๒) (๓)
นำอากาศยานทำการบิน
โดยมีผู้ประจำหน้าที่ที่ไม่นำใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ของตนติดไปกับอากาศยานตามมาตรา
๑๖ (๕) (๔)
นำอากาศยานส่วนบุคคลทำการบิน
โดยไม่นำใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคลติดไปกับอากาศยานตามมาตรา ๒๙ เบญจ (๕)
นำอากาศยานทำการบิน
โดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดความสมควรเดินอากาศหรือข้อจำกัดอื่นตามมาตรา
๔๑/๒ วรรคสอง หรือมาตรา ๔๑/๔ วรรคหนึ่ง หรือเงื่อนไขหรือข้อจำกัดการใช้งานตามมาตรา
๔๑/๙ วรรคสอง ที่เกี่ยวกับความปลอดภัย โดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้ใดนำอากาศยานทำการบิน
โดยอากาศยานนั้นไม่ได้จดทะเบียนอากาศยานตามมาตรา ๓๐
หรือไม่มีสมุดปูมเดินทางตามมาตรา ๑๖/๑
หรือมีผู้ประจำหน้าที่ซึ่งไม่มีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ในอากาศยานตามมาตรา ๔๒
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๖๙[๒๔๗]
ผู้จดทะเบียนอากาศยานหรือผู้ดำเนินการเดินอากาศผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินแปดหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (๑)
ไม่จัดให้มีสมุดปูมเดินทางตามมาตรา ๑๖/๑ วรรคหนึ่ง
หรือจัดให้มีสมุดปูมเดินทางแต่มีรายการไม่ครบถ้วนตามมาตรา ๑๖/๑ วรรคสอง (๒)
ไม่เก็บรักษาสมุดปูมเดินทางตามที่กำหนดในข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา ๑๖/๑ วรรคสาม (๓)
ไม่จัดให้มีเครื่องหมายสัญชาติและทะเบียนหรือไม่ติดแผ่นแสดงเครื่องหมายอากาศยานตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา
๓๓ [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๗๐[๒๔๘]
ผู้ควบคุมอากาศยานผู้ใดไม่บันทึกรายการในสมุดปูมเดินทาง
บันทึกรายการในสมุดปูมเดินทางไม่ครบถ้วน
หรือบันทึกรายการในสมุดปูมเดินทางไม่ตรงตามความเป็นจริงตามมาตรา ๑๖/๑ วรรคสอง
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๗๑[๒๔๙]
ผู้ดำเนินการเดินอากาศผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (๑)
ไม่จัดให้มีบัญชีแสดงรายชื่อผู้โดยสารหรือบัญชีแสดงรายการสินค้าตามมาตรา ๑๖/๓
วรรคหนึ่ง หรือจัดให้มีแต่มีรายการไม่ครบถ้วนหรือมีรายการไม่ตรงตามความเป็นจริง (๒)
ไม่เก็บรักษาบัญชีหรือไม่บันทึกรายการในบัญชีตามที่กำหนดในข้อกำหนดตามมาตรา ๑๖/๓
วรรคสอง (๓)
ไม่จัดให้มีแผนการบินหรือแผนปฏิบัติการบินตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๖/๔ [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๗๒[๒๕๐]
เว้นแต่จะมีกรณีฉุกเฉินอันอาจเป็นอันตรายแก่อากาศยานหรือบุคคลในอากาศยานผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (๑)
นำอากาศยานขึ้นลงโดยฝ่าฝืนมาตรา ๑๗ หรือมาตรา ๕๐ ทวิ (๒)
นำอากาศยานบินนอกเส้นทางบินที่กำหนดในข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา ๑๘ [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๕
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๗๓[๒๕๑]
ผู้ควบคุมอากาศยานผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท (๑)
นำอากาศยานทำการบินโดยไม่มีแผนการบินตามมาตรา ๑๘/๑ (๒)
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรทางอากาศที่กำหนดในข้อบังคับที่ออกตามมาตรา ๑๘/๒ (๓)
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรทางอากาศที่กำหนดในข้อบังคับที่ออกตามมาตรา ๑๘/๓ (๔)
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับหรือข้อกำหนดตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๗๔[๒๕๒]
ผู้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (๑)
ผู้ดำเนินการเดินอากาศเก็บค่าโดยสารหรือค่าระวางไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการการบินพลเรือนกำหนด
หรือเกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๒๐ (๒)
เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต ซึ่งให้บริการแก่สาธารณะเก็บค่าบริการ
ค่าภาระ หรือเงินตอบแทนอื่นใด นอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง
หรือเกินอัตราที่คณะกรรมการการบินพลเรือนกำหนดหรืออนุมัติตามมาตรา ๕๖ วรรคสองหรือวรรคสาม
แล้วแต่กรณี (๓)
เจ้าของหรือผู้ดำเนินการเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ ซึ่งให้บริการแก่สาธารณะเก็บค่าบริการโดยฝ่าฝืนมาตรา
๕๗ (๔)
คณะกรรมการ กรรมการ
และพนักงานของนิติบุคคลที่ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะกระทำกิจการใด
ๆ ของสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา
๖๐/๒๖ (๕)
เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก โดยไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีหรือเก็บเกินกว่าที่รัฐมนตรีอนุมัติตามมาตรา
๖๐/๓๗ วรรคสอง (๖)
ผู้ประกอบการให้บริการในลานจอดอากาศยานผู้ใดเก็บค่าบริการเกินอัตราที่ผู้อำนวยการอนุมัติตามมาตรา
๖๐ ฉ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๐ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๗๕[๒๕๓] ผู้จดทะเบียนอากาศยาน
ผู้ดำเนินการเดินอากาศ ผู้ประจำหน้าที่บุคคลอื่นในอากาศยาน
หรือผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท ผู้ดำเนินการเดินอากาศหรือผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ
หรือผู้ประกอบการในสนามบินอนุญาต
หรือผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยหรือแผนนิรภัยในการบินพลเรือนแห่งชาติผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา
๒๑ วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๗๖[๒๕๔]
ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (๑)
นำอากาศยานบินเข้าหรือบินผ่านเขตห้ามหรือเขตกำกัดการบินซึ่งรัฐมนตรีได้ประกาศกำหนดตามมาตรา
๒๒ (๒)
นำอากาศยานไทยบินออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา
๒๗ (๓)
นำอากาศยานต่างประเทศบินผ่านหรือขึ้นลงในราชอาณาจักรโดยไม่มีสิทธิหรือไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีตามมาตรา
๒๘ (๔)
นำอากาศยานทหารต่างประเทศบินผ่านหรือขึ้นลงในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีตามมาตรา
๒๙ มาตรา ๗๗[๒๕๕] ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๓ หรือมาตรา ๖๐ สัตต
วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท มาตรา ๗๘[๒๕๖]
ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (๑)
บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน
หรือทิ้งร่มอากาศโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๔ (๒)
ขัดขวางหรือหลีกเลี่ยงการตรวจค้นตามมาตรา ๖๐/๑๗ มาตรา ๖๐/๑๘ หรือมาตรา ๖๐/๑๙ (๓)
ขัดขวางการเข้าดำเนินการหรือเข้าควบคุมการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตตามมาตรา
๖๐/๒๓ หรือมาตรา ๖๐/๓๓ (๔)
ไม่แจ้งการครอบครองทรัพย์สินหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวที่ถูกสั่งควบคุมการดำเนินงานให้คณะกรรมการควบคุมสนามบินทราบตามมาตรา
๖๐/๒๗ มาตรา ๗๙[๒๕๗]
ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี
หรือปรับไม่เกินแปดหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (๑)
ส่งหรือพายุทธภัณฑ์ไปกับอากาศยานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๕ (๒)
ส่งหรือพาวัตถุอันตรายหรือสัตว์ไปกับอากาศยานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา
๒๖ (๓)
เป็นผู้ประจำหน้าที่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๔๒ ในกรณีที่ผู้ควบคุมอากาศยานทำการบินโดยรู้ว่ามีผู้กระทำความผิดตาม
(๑) หรือ (๒)
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๘๐[๒๕๘] ผู้ใดได้รับอนุญาตตามมาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕
มาตรา ๒๖ มาตรา ๕๓ วรรคสอง หรือมาตรา ๖๐ เบญจ วรรคสาม
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในการอนุญาต
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท มาตรา ๘๑[๒๕๙]
ผู้ใดใช้อากาศยานส่วนบุคคลทำการบินโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการตามมาตรา
๒๙ ทวิ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๗
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๘๒[๒๖๐] ผู้ได้รับใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคลผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้แนบท้ายใบอนุญาตตามมาตรา
๒๙ ทวิ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
และในกรณีที่เป็นความผิดต่อเนื่องกันให้ปรับอีกวันละหนึ่งหมื่นบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง มาตรา ๘๓[๒๖๑]
ผู้จดทะเบียนอากาศยานผู้ใดไม่ส่งคืนใบสำคัญการจดทะเบียนตามมาตรา ๓๒ วรรคสอง
หรือผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะผู้ใดไม่ส่งคืนใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะตามมาตรา
๖๐/๓๒ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทและปรับอีกวันละสองพันบาทจนกว่าจะส่งคืน มาตรา ๘๔[๒๖๒]
ผู้ใดแสดงหรือใช้เครื่องหมายสัญชาติและทะเบียนหรือแผ่นแสดงเครื่องหมายอากาศยานบนอากาศยาน
ที่แตกต่างไปจากที่กำหนดในข้อกำหนดตามมาตรา ๓๓
หรือนำอากาศยานที่แสดงหรือใช้เครื่องหมายสัญชาติและทะเบียนหรือแผ่นแสดงเครื่องหมายอากาศยานดังกล่าวทำการบิน
โดยรู้ว่าอากาศยานนั้นแสดงหรือใช้เครื่องหมายสัญชาติและทะเบียนหรือแผ่นแสดงเครื่องหมายอากาศยานโดยมิชอบ
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนแปดหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๘๕[๒๖๓]
ผู้ได้รับใบรับรองแบบผู้ใดไม่แจ้งคำสั่งของผู้อำนวยการตามมาตรา ๔๑/๑๑
วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท มาตรา ๘๖[๒๖๔]
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงห้าแสนบาท (๑) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับที่ออกตามมาตรา ๔๑/๑๘
(๑) (๓) (๗) หรือ (๘) (๒) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามแบบ วิธีการ
เงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่กำหนดในใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา
๔๑/๓๑ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๔๑/๓๕ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๔๑/๔๑ หรือมาตรา ๔๑/๕๑ (๓)
ไม่แจ้งการผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพหรือบริภัณฑ์ที่แตกต่างไปจากแบบที่ไม่ใช่สาระสำคัญต่อผู้อำนวยการตามมาตรา
๔๑/๔๒ (๑) หรือมาตรา ๔๑/๕๒ (๑) [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๔
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๘๗[๒๖๕] ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตหรือมีสิทธิผลิตผลิตภัณฑ์ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับที่ออกตามมาตรา
๔๑/๑๘ (๒) หรือข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา ๔๑/๔๕ หรือมาตรา ๔๑/๕๖
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๘๘[๒๖๖]
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับที่ออกตามมาตรา
๔๑/๑๘ (๔) (๕) หรือ (๖) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๔
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๘๙[๒๖๗]
ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ (๑)
ผลิตอากาศยานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๔๑/๒๑ (๒)
ผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๔๑/๓๒ (๓)
ประกอบกิจการหน่วยซ่อมโดยไม่ได้รับใบรับรองตามมาตรา ๔๑/๙๔ (๔)
ประกอบกิจการบำรุงรักษาอากาศยานต่างประเทศในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา
๔๑/๑๑๐ (๕)
เปิดสนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานให้บริการแก่สาธารณะ โดยไม่ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะจากผู้อำนวยการตามมาตรา
๖๐/๑ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๙๐[๒๖๘]
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตอากาศยานหรือใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานผู้ใดผลิตอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่ผู้อำนวยการกำหนดตามมาตรา
๔๑/๒๗ วรรคสาม หรือมาตรา ๔๑/๓๓ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๙๑[๒๖๙]
ผู้ใดผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๔๑/๓๗ หรือผลิตบริภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา
๔๑/๔๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๙๒[๒๗๐]
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพหรือใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์ผู้ใด
ผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพหรือบริภัณฑ์แตกต่างไปจากแบบในสาระสำคัญโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการตามมาตรา
๔๑/๔๒ (๒) หรือมาตรา ๔๑/๕๒ (๒) ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๙๓[๒๗๑] เจ้าของอากาศยาน ผู้จดทะเบียนอากาศยาน
หรือผู้ดำเนินการเดินอากาศผู้ใดผลิตชิ้นส่วนเพื่อใช้ในการบำรุงรักษาอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานของตนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการตามมาตรา
๔๑/๔๔ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๙๔[๒๗๒] เจ้าของอากาศยาน ผู้จดทะเบียนอากาศยาน
หรือผู้ดำเนินการเดินอากาศผู้ใดผลิตชิ้นส่วนเพื่อใช้ในการบำรุงรักษาอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานของตน
หรือใช้งานชิ้นส่วนดังกล่าวโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือข้อจำกัดเกี่ยวกับการผลิตและการใช้งานตามที่ผู้อำนวยการกำหนดตามมาตรา
๔๑/๔๔ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๙๕[๒๗๓]
ผู้ใดปลอมเครื่องหมายหรือรหัสกำกับของผลิตภัณฑ์ลงบนผลิตภัณฑ์ตามมาตรา ๔๑/๕๕
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี
หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๙๖[๒๗๔]
ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (๑)
ไม่ยินยอมให้ผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตามมาตรา ๔๑/๕๗ มาตรา
๖๐/๒๐ มาตรา ๖๐/๔๒ หรือมาตรา ๖๖ (๒)
ไม่ยินยอมให้คณะกรรมการสอบสวนปฏิบัติการตามมาตรา ๖๔ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๙๗[๒๗๕]
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์ผู้ใดโอนใบอนุญาตผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา
๔๑/๖๐ หรือผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะผู้ใดโอนใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา
๖๐/๒๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท มาตรา ๙๘[๒๗๖]
พนักงานของผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตที่ได้รับใบอนุญาตให้มีอำนาจออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศหรือหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่ออกตามมาตรา
๔๑/๖๖ วรรคสี่ หรือตามมาตรา ๔๑/๗๔ วรรคสอง
หรือพนักงานของผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะหรือผู้ดำเนินการเดินอากาศหรือตัวแทนของผู้ดำเนินการเดินอากาศผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจค้นตามข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา
๖๐/๑๗ วรรคสอง
และการกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท [คำว่า “ข้อกำหนด” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๙๙[๒๗๗]
ผู้ใดบำรุงรักษาอากาศยานโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๔๑/๗๙ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี
หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๑๐๐[๒๗๘]
ผู้จดทะเบียนอากาศยานหรือผู้ดำเนินการเดินอากาศผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา
๔๑/๘๐ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงห้าแสนบาท มาตรา ๑๐๑[๒๗๙] ผู้ใดนำอากาศยานทำการบินโดยฝ่าฝืนมาตรา
๔๑/๘๙ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี
หรือปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนแปดหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๑๐๒[๒๘๐] ผู้ใดนำอากาศยานทำการบินโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้อำนวยการกำหนดตามมาตรา
๔๑/๙๐ หรือมาตรา ๔๑/๙๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๐๓[๒๘๑]
ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงห้าแสนบาท (๑)
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามวิธีการ
เงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในใบรับรองหน่วยซ่อมตามมาตรา ๔๑/๙๙ (๒)
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้อำนวยการกำหนดในการกำกับดูแลการดำเนินงานที่ให้ช่วงไปตามมาตรา
๔๑/๑๐๔ วรรคสอง (๓)
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือข้อจำกัดเกี่ยวกับการผลิตชิ้นส่วนของอากาศยานที่ผู้อำนวยการกำหนดในการอนุญาตให้ผลิตเพื่อใช้ในการบำรุงรักษาตามมาตรา
๔๑/๑๐๕ วรรคสอง [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๐๔[๒๘๒]
พนักงานหรือนายช่างของหน่วยซ่อมซึ่งมีอำนาจลงนามในหนังสือรับรองงาน
ผู้ใดรับรองงานตามมาตรา ๔๑/๑๐๑ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) อันเป็นเท็จ
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ดำเนินการหน่วยซ่อมผู้ใดละเลยปล่อยให้พนักงานหรือนายช่างของหน่วยซ่อมรับรองงานตามวรรคหนึ่งอันเป็นเท็จ
ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับพนักงานหรือนายช่างของหน่วยซ่อมตามวรรคหนึ่ง พนักงานหรือนายช่างของหน่วยซ่อมซึ่งมีอำนาจลงนามในหนังสือรับรองงานผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่ออกตามมาตรา
๔๑/๑๐๒ วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท มาตรา ๑๐๕[๒๘๓] ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมหรือผู้ดำเนินการหน่วยซ่อมผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ในมาตรา
๔๑/๑๐๓ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงห้าแสนบาท มาตรา ๑๐๖[๒๘๔]
ผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมผู้ใดผลิตชิ้นส่วนของอากาศยานเพื่อใช้เองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการตามมาตรา
๔๑/๑๐๕ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๐๗[๒๘๕] เจ้าของ ผู้จดทะเบียนหรือผู้ดำเนินการเดินอากาศอากาศยานต่างประเทศผู้ใดไม่แจ้งการบำรุงรักษาให้ผู้อำนวยการทราบตามมาตรา
๔๑/๑๐๙ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท เจ้าของ
ผู้จดทะเบียนหรือผู้ดำเนินการเดินอากาศอากาศยานต่างประเทศผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๔๑/๑๐๙
วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๐๘[๒๘๖]
ผู้ประจำหน้าที่ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท (๑)
ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีสิทธิทำการตามที่กำหนดในข้อบังคับที่ออกตามมาตรา ๔๕ (๒)
ไม่ปฏิบัติตามวินัยที่กำหนดในข้อบังคับที่ออกตามมาตรา ๔๙ (๓)
ปฏิบัติหน้าที่โดยฝ่าฝืนมาตรา ๕๐ [คำว่า “ข้อบังคับ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๖ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๐๙[๒๘๗]
ผู้ใดจัดตั้งสนามบินหรือเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา
๕๑
หรือจัดตั้งที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา
๕๓ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกินสองล้านบาท มาตรา ๑๑๐[๒๘๘]
ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะหรือผู้จัดการสนามบินสาธารณะผู้ใดไม่ควบคุมดูแลให้มีการใช้หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้สนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตตามที่ได้รับใบรับรอง
โดยผิดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่ระบุไว้ในใบรับรองตามมาตรา ๖๐/๑๖
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท
และในกรณีที่เป็นความผิดต่อเนื่องกันให้ปรับอีกวันละหนึ่งหมื่นบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง
เป็นการกระทำโดยผิดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่ระบุไว้ในใบรับรองว่าเป็นเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่เป็นสาระสำคัญ
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
และในกรณีที่เป็นความผิดต่อเนื่องกันให้ปรับอีกวันละสองหมื่นบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง มาตรา ๑๑๑[๒๘๙] ผู้ใดเป็นผู้จัดการสนามบินสาธารณะโดยไม่ได้รับใบรับรองจากผู้อำนวยการตามมาตรา
๖๐/๑๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสองหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๑๒[๒๙๐]
ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะหรือผู้จัดการสนามบินสาธารณะผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ในมาตรา
๖๐/๑๕ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงห้าแสนบาท มาตรา ๑๑๓[๒๙๑] ผู้ใดประกอบการให้บริการในลานจอดอากาศยานหรือบริการช่างอากาศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา
๖๐ จัตวา วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๑๑๔[๒๙๒] ผู้จดทะเบียนอากาศยาน
หรือตัวแทนเจ้าของอากาศยานในกรณีอากาศยานต่างประเทศผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖๑
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท มาตรา ๑๑๕[๒๙๓]
ผู้ใดปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดแก่อากาศยานอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา
๖๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๑๑๖[๒๙๔] ผู้ใดมีผลิตภัณฑ์ไว้เพื่อจำหน่ายโดยรู้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตไม่เป็นไปตามแบบหรือมาตรฐานที่ปรากฏเครื่องหมายหรือรหัสกำกับไว้ที่ผลิตภัณฑ์นั้น
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๑๑๗[๒๙๕] ผู้ใดปลอมใบรับรอง ใบอนุญาต ใบสำคัญ
หนังสืออนุญาตหรือหนังสือรับรอง ที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำผิดตามวรรคหนึ่ง
ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคสอง
เป็นผู้ปลอมเอกสารตามวรรคหนึ่งด้วย ให้ลงโทษตามวรรคสองแต่กระทงเดียว มาตรา ๑๑๘[๒๙๖] ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล
ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ
หรือผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด
ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย มาตรา ๑๑๙[๒๙๗] บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียว
หรือโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับ ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบตามมาตรา ๑๒๐
มีอำนาจเปรียบเทียบได้ ผู้อำนวยการอาจออกข้อบังคับกำหนดให้การกระทำความผิดซ้ำ
หรือการกระทำความผิดที่เห็นว่าร้ายแรง
เป็นความผิดที่ไม่อาจเปรียบเทียบปรับตามวรรคหนึ่งได้ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๐ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๒๐[๒๙๘] ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัตินี้
ได้แก่ (๑)
พนักงานสอบสวน สำหรับความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวไม่เกินห้าหมื่นบาท
หรือโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือโทษปรับตามมาตรา ๗๗ (๒)
ผู้อำนวยการ สำหรับความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวไม่เกินห้าหมื่นบาท
หรือโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือโทษปรับที่ไม่ใช่ความผิดที่อยู่ในอำนาจของพนักงานสอบสวนตาม
(๑) (๓)
คณะกรรมการเปรียบเทียบความผิดที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง
สำหรับความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวเกินกว่าห้าหมื่นบาท
หรือโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือโทษปรับที่ไม่ใช่ความผิดที่อยู่ในอำนาจของพนักงานสอบสวนตาม
(๑) หรือของผู้อำนวยการตาม (๒) ในการเปรียบเทียบตามหมวดนี้
ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบตามวรรคหนึ่ง (๒) หรือ (๓) ต้องเปรียบเทียบปรับไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของอัตราโทษปรับที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๓๙ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๒๑[๒๙๙] ถ้าการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้มีทรัพย์สินซึ่งทำหรือมีไว้เป็นความผิด
หรือเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด
หรือเป็นทรัพย์สินที่บุคคลได้มาโดยการกระทำความผิด
ความผิดนั้นอาจเปรียบเทียบได้ต่อเมื่อผู้กระทำความผิดยินยอมให้ของกลางที่ยึดหรืออายัด
ตกเป็นของแผ่นดิน มาตรา ๑๒๒[๓๐๐]
ให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบความผิดที่รัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนสามคน
ประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงคมนาคม ผู้แทนสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
และผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด การประชุม
และวิธีพิจารณาของคณะกรรมการเปรียบเทียบความผิด ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด [คำว่า “สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔๒
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๒๓[๓๐๑]
ในกรณีที่พนักงานสอบสวนพบว่าผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๙
ที่ไม่อยู่ในอำนาจของพนักงานสอบสวนตามมาตรา ๑๒๐ (๑)
หากผู้นั้นยินยอมให้เปรียบเทียบ ให้พนักงานสอบสวนส่งเรื่องให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้นั้นแสดงความยินยอมให้เปรียบเทียบ
เพื่อให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบดำเนินการต่อไป [คำว่า “สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔๒
แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๒๔[๓๐๒] ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจออกข้อบังคับกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามมาตรา
๑๒๑ [คำว่า “ผู้อำนวยการ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา
๔๐ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘] มาตรา ๑๒๕[๓๐๓]
เมื่อผู้มีอำนาจเปรียบเทียบได้ทำการเปรียบเทียบกรณีใดแล้ว เมื่อผู้กระทำความผิดได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบ
ภายในระยะเวลาที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบกำหนดซึ่งไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปรียบเทียบ
ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๒๖[๓๐๔]
ถ้าผู้กระทำความผิดยินยอมให้เปรียบเทียบแล้วไม่ชำระค่าปรับภายในเวลาตามมาตรา
๑๒๕ ให้ดำเนินคดีต่อไป โดยให้อายุความเริ่มนับตั้งแต่วันครบกำหนดชำระค่าปรับตามคำสั่งของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม[๓๐๕] (๑) ใบอนุญาตส่งหรือพาวัตถุอันตรายหรือสัตว์ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท ไปกับอากาศยาน (๒) ใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยาน ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๓) ใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคล ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๔) ใบรับรองแบบอากาศยาน ฉบับละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๕) ใบรับรองแบบส่วนประกอบสำคัญของ ฉบับละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท อากาศยาน (๖) ใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติม ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๗) การรับรองใบรับรองแบบอากาศยานหรือ ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แบบส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานหรือ ใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติม
ซึ่งออกโดยรัฐภาคี แห่งอนุสัญญาหรือประเทศที่ทำความตกลง กับประเทศไทย (๘) ใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ฉบับละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท (๙) ใบอนุญาตผลิตอากาศยานเป็นการชั่วคราว ฉบับละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท (๑๐) ใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน ฉบับละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท (๑๑) ใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ ฉบับละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท (๑๒) ใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์ ฉบับละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท (๑๓) ใบสำคัญสมควรเดินอากาศ ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๑๔) ใบสำคัญสมควรเดินอากาศสำหรับการส่งออก ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๑๕) หนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๑๖) หนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท สำหรับการส่งออก (๑๗) ใบอนุญาตเป็นผู้ออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศ ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศ (๑๘) ใบรับรองหน่วยซ่อม ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๑๙) ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๒๐) ใบรับรองใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ ฉบับละ ๔,๐๐๐ บาท ซึ่งออกโดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญา หรือรัฐที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย (๒๑) ใบอนุญาตจัดตั้งสนามบิน (ก)
สำหรับสนามบินที่ให้บริการสาธารณะ ฉบับละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท (ข) สำหรับสนามบินส่วนบุคคล ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๒๒) ใบอนุญาตจัดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวก ฉบับละ ๔๐,๐๐๐ บาท ในการเดินอากาศ (๒๓) ใบอนุญาตจัดตั้งที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน (ก) เกินกว่า ๓ เดือน ฉบับละ ๕๐,๐๐๐ บาท (ข) ไม่เกิน ๓ เดือน ฉบับละ ๗,๐๐๐ บาท (๒๔) ใบรับรองการดำเนินงานสนามบิน ฉบับละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท สาธารณะ (๒๕) ใบรับรองการดำเนินงานสนามบิน ฉบับละ ๗๐,๐๐๐ บาท สาธารณะชั่วคราว เดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท (๒๖) ใบรับรองผู้จัดการสนามบินสาธารณะ ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๒๗) ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการให้บริการ ฉบับละ ๔๐,๐๐๐ บาท ในลานจอดอากาศยาน (๒๘) ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการให้บริการ ฉบับละ ๔๐,๐๐๐ บาท ช่างอากาศ (๒๙)
ใบแทนใบอนุญาต ใบสำคัญ ใบรับรอง กึ่งหนึ่งของใบอนุญาต หรือหนังสือรับรอง ใบสำคัญ
ใบรับรอง หรือหนังสือรับรองนั้น แต่ไม่เกิน
๒,๐๐๐ บาท (๓๐) การต่ออายุใบอนุญาต ใบสำคัญ ใบรับรอง
ครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมสำหรับ ใบอนุญาต
ใบสำคัญ ใบรับรองแต่ละฉบับ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่พัฒนาการในด้านการบินพลเรือนของโลกได้ก้าวหน้าไปเป็นอันมาก
โดยเฉพาะในฝ่ายวิชาการ จำนวนอากาศยานที่บินภายในประเทศและที่บินเข้ามาในราชอาณาจักรทวีขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายเท่า
อากาศยานในปัจจุบันมีความเร็วสูงและขนาดโตกว่าแต่ก่อน
จำเป็นจะต้องมีการควบคุมการดำเนินการเดินอากาศและการจราจรทางอากาศให้รัดกุมยิ่งขึ้น จึงเป็นการสมควรที่จะปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศเสียใหม่
และเพิ่มเติมบทบัญญัติให้มีคณะกรรมการการบินพลเรือนขึ้นคณะหนึ่งมีอำนาจออกข้อบังคับตามพระราชบัญญัตินี้และตามภาคผนวกแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศซึ่งทำขึ้นที่เมืองชิคาโก
เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ (ค.ศ. ๑๙๔๔) ซึ่งรัฐบาลไทยเป็นภาคี
กับวางบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ
เกี่ยวกับอุบัติเหตุ และเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ประจำหน้าที่ พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๘[๓๐๖] มาตรา ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
เนื่องจากปรากฏว่าผู้ควบคุมอากาศยานได้นำอากาศยานไปลงยังที่อื่นนอกจากสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานที่ได้รับอนุญาตหรือที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ระบุไว้
และไปลงยังสนามบินลับและบินออกนอกประเทศจนปรากฏผลเสียหายเกิดขึ้นกับอากาศยานเป็นอย่างมาก
และปรากฏว่าขณะนี้ได้มีผู้ลักลอบสร้างสนามบินลับมากขึ้นเป็นลำดับ
เพื่อความปลอดภัยของประเทศชาติจึงเป็นการสมควรที่จะแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศให้มีบทบัญญัติรัดกุมยิ่งขึ้น
และในโอกาสเดียวกันก็เพิ่มอัตราโทษให้หนักยิ่งขึ้นด้วย พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒[๓๐๗] มาตรา ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้
ไม่มีบทบัญญัติเปิดโอกาสให้ผู้ครอบครองอากาศยานจดทะเบียนอากาศยานได้ จึงเป็นการสมควรที่จะแก้ไขให้ผู้ครอบครองอากาศยานซึ่งมีเหตุอันสมควรที่จะจดทะเบียนอากาศยานนั้น
ให้มีสิทธิจดทะเบียนได้ในเมื่อรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติได้พิจารณาเห็นว่ามีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้จดทะเบียน พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔[๓๐๘] มาตรา ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่ในปัจจุบันนี้บรรดาสนามบินของนานาประเทศได้เก็บค่าธรรมเนียมจากผู้โดยสารในการที่ใช้สนามบินเป็นท่าขึ้นโดยสารอากาศยาน
ทางประเทศไทยก็ได้มีสนามบินซึ่งให้บริการแก่ผู้โดยสารได้ตามสมควรแล้ว
จึงสมควรเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้โดยสารซึ่งโดยสารออกจากสนามบินดังที่ปฏิบัติกันทั่วไป
เพื่อประโยชน์ในการที่จะได้รายได้มาช่วยในการใช้จ่ายของรัฐต่อไป พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๐๗[๓๐๙] มาตรา ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
เพื่อให้สอดคล้องต้องตามทางปฏิบัติอันนานาประเทศนิยมและเพื่อความสะดวกเรียบร้อยในเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน
จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศในส่วนที่ว่าด้วยค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินให้เหมาะสมกับภาวการณ์ พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๔[๓๑๐] มาตรา ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่พัฒนาการในด้านการบินพลเรือนของโลกได้ก้าวหน้ามาเป็นอันมาก
อากาศยานปัจจุบันมีน้ำหนักและขนาดใหญ่กว่าแต่ก่อนมาก
สมควรแก้ไขเพิ่มเติมอัตราค่าธรรมเนียมค่าขึ้นลงของอากาศยานให้เหมาะสมกับภาวการณ์
และให้สอดคล้องกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๑[๓๑๑] มาตรา ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่การให้บริการต่าง ๆ ในลานจอดอากาศยานและการบริการช่างอากาศเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับความปลอดภัยของอากาศยาน
และผู้โดยสารอากาศยานและการให้ความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินอากาศและการบินพลเรือน
สมควรวางหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้ไว้เพื่อให้การให้บริการดังกล่าวเป็นไปอย่างมีระเบียบเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล
โดยกำหนดให้การให้บริการดังกล่าวเป็นกิจการที่ต้องได้รับอนุญาต
และกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการอนุญาต
กับทั้งสมควรกำหนดให้มีการนำเงินค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินที่เก็บได้มาใช้ในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารภายในสนามบินได้
เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินกิจการของสนามบิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๒๕[๓๑๒] มาตรา ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๖
ในระหว่างที่ยังมิได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม
หรือยังมิได้มีข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือนกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมตามมาตรา
๖ หรือมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ให้อัตราค่าธรรมเนียมที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษายังคงใช้บังคับเป็นค่าธรรมเนียมต่อไป
จนกว่าจะได้มีกฎกระทรวงหรือข้อบังคับดังกล่าว แล้วแต่กรณี มาตรา
๗
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
เนื่องจากการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมขั้นสูงไว้ท้ายพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.
๒๔๙๗
ทำให้ไม่สะดวกในการปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจและโดยที่ค่าธรรมเนียมต่าง
ๆ ในพระราชบัญญัติแยกได้เป็นสองลักษณะ คือ ค่าธรรมเนียมที่มีลักษณะเป็นค่าภาษี
และค่าธรรมเนียมที่มีลักษณะเป็นค่าบริการ
จึงสมควรยกเลิกการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมขั้นสูงไว้ท้ายพระราชบัญญัติ
และสมควรแยกประเภทของค่าธรรมเนียมที่มีลักษณะเป็นค่าภาษีและค่าธรรมเนียมที่มีลักษณะเป็นค่าบริการออกจากกัน
โดยกำหนดให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีที่จะออกกฎกระทรวงกำหนด “อัตรา”
ที่จะเรียกเก็บสำหรับค่าธรรมเนียมที่มีลักษณะเป็นค่าภาษี และมีอำนาจกำหนด
“อัตราขั้นสูง” สำหรับค่าธรรมเนียมที่มีลักษณะเป็นค่าบริการ
และให้คณะกรรมการการบินพลเรือนมีอำนาจกำหนดอัตราที่จะเรียกเก็บสำหรับค่าธรรมเนียมที่มีลักษณะเป็นค่าบริการ
ซึ่งต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๔[๓๑๓] มาตรา ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๘
ผู้ได้รับใบสำคัญจดทะเบียนอากาศยานอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
หากประสงค์จะใช้อากาศยานที่จดทะเบียนไว้เป็นอากาศยานส่วนบุคคล
ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เมื่อได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคลแล้ว
ให้ใช้อากาศยานที่ได้จดทะเบียนไว้ในการเดินอากาศต่อไปได้
จนกว่าจะได้รับแจ้งการไม่อนุญาตจากรัฐมนตรี มาตรา
๙
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่รัฐบาลเห็นสมควรให้เอกชนไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลสามารถใช้อากาศยานส่วนบุคคลได้ ทั้งนี้
เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาการขนส่งทางอากาศ
และให้มีบุคลากรเกี่ยวกับการขนส่งทางอากาศ
มากขึ้นเป็นกำลังสำรองของประเทศที่อาจเรียกมาใช้ได้เมื่อมีความจำเป็น
แต่การให้เอกชนสามารถใช้อากาศยานส่วนบุคคลได้นั้นอาจมีผลกระทบไปถึงความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศ
จำเป็นจะต้องมีการควบคุมอย่างเคร่งครัด
โดยบังคับให้เอกชนที่ประสงค์จะใช้อากาศยานส่วนบุคคลต้องขอรับใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ซึ่งรัฐมนตรีมีดุลพินิจโดยเด็ดขาดที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาต จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒[๓๑๔] มาตรา ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายที่จะแปรสภาพรัฐวิสาหกิจให้เป็นองค์กรธุรกิจในรูปบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุน
และการบริหารจัดการในกิจการที่รัฐวิสาหกิจดำเนินการอยู่อันจะทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
และเป็นการลดภาระในด้านงบประมาณของรัฐลงด้วย
และในขณะเดียวกันจำเป็นต้องระดมเงินทุนจากต่างประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบัน
สมควรแก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติของผู้ขอจดทะเบียนอากาศยานตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศเสียใหม่
โดยกำหนดให้บริษัทมหาชนจำกัดมีคุณสมบัติที่จะจดทะเบียนอากาศยานได้
และลดสัดส่วนการถือหุ้นของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยในห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด
เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑[๓๑๕] มาตรา
๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่มาตรา ๑๓
เฉพาะความในส่วนที่ ๑ มาตรฐานอากาศยาน ส่วนที่ ๒ การรับรองแบบ และส่วนที่ ๓
การรับรองการผลิตให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๒๒
ให้กรรมการการบินพลเรือนที่ได้รับแต่งตั้งอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
อยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการการบินพลเรือนตามมาตรา ๗
แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๓
มาตรฐานอากาศยานที่ออกตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งมีผลใช้ได้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ถือว่าเป็นมาตรฐานตามมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๔
อากาศยานแบบใดได้รับใบสำคัญสมควรเดินอากาศตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งมีผลใช้ได้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
แต่ยังไม่มีใบรับรองแบบให้ถือว่าแบบของอากาศยานนั้นได้รับการรับรองตามความในมาตรา
๓๘ แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
และเพื่อเป็นหลักฐานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องขอใบรับรองแบบเฉพาะการต่อผู้อำนวยการตามระเบียบที่ผู้อำนวยการกำหนด แบบของใบรับรองแบบเฉพาะการ
ให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด และให้นำความในมาตรา ๔๑/๓
แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๒๕
อากาศยานที่ได้รับใบรับรองแบบจากรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือประเทศที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย
และได้รับใบสำคัญสมควรเดินอากาศตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งมีผลใช้ได้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ถือว่าอากาศยานดังกล่าวได้รับหนังสือรับรองแบบอากาศยานจากผู้อำนวยการตามความในมาตรา
๔๑/๑๔ แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
และเพื่อเป็นหลักฐานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องขอหนังสือรับรองแบบเฉพาะการต่อผู้อำนวยการตามระเบียบที่ผู้อำนวยการกำหนด แบบของหนังสือรับรองแบบเฉพาะการ
ให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนดและให้นำความในมาตรา ๔๑/๑๔
แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๒๖
ผู้ใดทำการผลิตอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ทำการผลิตต่อไปได้ แต่ต้องยื่นคำขออนุญาตผลิตต่อผู้อำนวยการตามมาตรา ๔๑/๒๑
หรือมาตรา ๔๑/๓๒ แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี
ภายในหกเดือนนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและเมื่อได้ยื่นคำขอแล้ว
ให้ทำการผลิตต่อไปได้จนกว่าผู้อำนวยการจะแจ้งไม่อนุญาต การออกใบอนุญาตผลิตอากาศยานหรือใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้อำนวยการพิจารณาและมีคำสั่งภายในเวลาไม่เกินสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในระหว่างการผลิตตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจกำหนดวิธีการ เงื่อนไข
หรือข้อจำกัดเกี่ยวกับการผลิตและการใช้งาน
ตลอดจนการทำเครื่องหมายและรหัสกำกับไว้ที่อากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่ทำการผลิตหรือที่ผลิตมาแล้ว
และการออกและการติดกำกับหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศของส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานดังกล่าวได้ตามมาตรา
๔๑/๒๗ วรรคสาม มาตรา ๔๑/๕๕ มาตรา ๔๑/๕๖ และมาตรา ๔๑/๗๔
แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
แล้วแต่กรณี มาตรา ๒๗
ผู้ใดทำการผลิตชิ้นส่วนเพื่อใช้ทดแทนในอากาศยาน
ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ทำการผลิตต่อไปได้
แต่ต้องยื่นคำขออนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพต่อผู้อำนวยการตามมาตรา ๔๑/๓๗
แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
ภายในหกเดือนนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
และเมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ทำการผลิตต่อไปได้จนกว่าผู้อำนวยการจะแจ้งไม่อนุญาต การออกใบอนุญาตผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้อำนวยการพิจารณาและมีคำสั่งภายในเวลาไม่เกินสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในระหว่างการผลิตตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจกำหนดวิธีการ เงื่อนไข
หรือข้อจำกัดเกี่ยวกับการผลิตและการใช้งาน
ตลอดจนการทำเครื่องหมายและรหัสกำกับไว้ที่ชิ้นส่วนที่ทำการผลิตหรือที่ผลิตมาแล้ว
และการออกและการติดกำกับหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศของชิ้นส่วนดังกล่าวได้ตามมาตรา
๔๑/๓๙ วรรคสาม มาตรา ๔๑/๕๕ มาตรา ๔๑/๕๖ และมาตรา ๔๑/๗๔
แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
แล้วแต่กรณี มาตรา ๒๘
ผู้ใดมีผลิตภัณฑ์ที่จะต้องได้รับอนุญาตผลิตตามความในพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
ไว้ในครอบครองเพื่อใช้หรือเพื่อจำหน่าย ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
และประสงค์จะให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้หรือจำหน่ายต่อไปได้ตามความในพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
ให้แจ้งต่อผู้อำนวยการภายในหกเดือนนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ผู้อำนวยการกำหนด เมื่อผู้อำนวยการเห็นว่าผลิตภัณฑ์ตามวรรคหนึ่ง
ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
ให้ผู้อำนวยการกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ โดยจะกำหนดวิธีการ เงื่อนไข
หรือข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้งานหรือการจำหน่ายหรือการทำเครื่องหมายหรือรหัสกำกับไว้ที่ผลิตภัณฑ์
หรือการออกและการติดกำกับหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศของผลิตภัณฑ์นั้นได้ตามที่เห็นสมควร มาตรา ๒๙
ใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งมีผลใช้ได้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้คงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุใบอนุญาตนั้น ใบรับรองความสมควรเดินอากาศของบริภัณฑ์ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งมีผลใช้ได้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับนั้น
ให้คงใช้บังคับได้เช่นเดียวกับหนังสือรับรองความสมควรเดินอากาศของบริภัณฑ์ที่ออกให้ตามมาตรา
๔๑/๗๔ แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ใบแต่งตั้งให้เอกชนซึ่งเป็นพนักงานของผู้รับใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์เป็นผู้ออกใบรับรองความสมควรเดินอากาศของบริภัณฑ์ที่ผู้อำนวยการออกให้ตามความในพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งมีผลใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ไม่ว่าใบแต่งตั้งนั้นจะมีอายุหรือไม่ก็ตาม
ให้คงใช้ได้ต่อไปอีกหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ
แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินอายุใบอนุญาตผลิตบริภัณฑ์นั้น มาตรา ๓๐
ใบสำคัญสมควรเดินอากาศที่ออกตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งมีผลใช้ได้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ถือว่าเป็นใบสำคัญสมควรเดินอากาศที่ออกตามมาตรา ๔๑/๖๔
แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
และให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุใบสำคัญสมควรเดินอากาศนั้น มาตรา ๓๑
ใบรับรองหน่วยซ่อมที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งมีผลใช้ได้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้คงใช้ได้ต่อไปจนกว่าใบรับรองนั้นจะสิ้นอายุ การแต่งตั้งของผู้ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อม
ให้พนักงานของตนเป็นผู้รับรองงานที่หน่วยซ่อมได้บำรุงรักษา
ที่ผู้อำนวยการเห็นชอบตามระเบียบของกรมการขนส่งทางอากาศที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งมีผลใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้คงใช้ได้ต่อไปอีกหกเดือนนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ
แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินอายุใบรับรองหน่วยซ่อมนั้น มาตรา ๓๒
บรรดาเงินค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินที่เจ้าของอากาศยานหรือผู้มีสิทธิครอบครองอากาศยานหรือตัวแทนจัดเก็บตามมาตรา
๖๐ ตรี วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๑
ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้นำส่งเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินที่ผู้โดยสารนั้นออกเดินทางตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๐ ตรี วรรคสองและวรรคสาม
และให้นำความในมาตรา ๖๐ ตรี วรรคสี่ มาใช้บังคับด้วย มาตรา ๓๓
บรรดาสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่เปิดให้บริการแก่สาธารณะอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้นยื่นคำขอใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะต่อผู้อำนวยการตามมาตรา
๖๐/๒ แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
ภายในหกเดือนนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้ว
ให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตดังกล่าวดำเนินการต่อไปได้
จนกว่าผู้อำนวยการจะแจ้งว่าสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้นไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะออกใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ ทั้งนี้ เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้น
ต้องจัดให้มีผู้จัดการสนามบินสาธารณะที่มีใบรับรองจากผู้อำนวยการตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในระหว่างการดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตตามวรรคหนึ่ง
ผู้อำนวยการอาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
หรือเงื่อนไขให้ผู้ยื่นคำขอใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะปฏิบัติเป็นการชั่วคราวเพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยในการให้บริการสาธารณะได้ ถ้าเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต
ไม่ยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง
และมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงของชาติ
หรือเพื่อประโยชน์ในความต่อเนื่องของการให้บริการสาธารณะ ให้นำบทบัญญัติมาตรา
๖๐/๒๓ หรือมาตรา ๖๐/๓๓ มาใช้บังคับ แล้วแต่กรณี มาตรา ๓๔
ให้สนามบินอนุญาตที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับมีสิทธิเรียกเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกโดยให้ถือว่าได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีตามมาตรา
๖๐/๓๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
โดยให้จัดทำงบประมาณประจำปีเสนอต่อผู้อำนวยการตามมาตรา ๖๐/๔๐ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ
และให้นับวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับเป็นวันเริ่มรับเงินค่าธรรมเนียมเพื่อการจัดทำบัญชีและรายงานเกี่ยวกับการเงินตามมาตรา
๖๐/๔๐ มาตรา ๓๕
ให้เงินทุนหมุนเวียนที่จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๖๐ ตรี วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗
ที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นเงินทุนหมุนเวียนตามมาตรา ๖๐/๔๔
แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
และให้ถือว่าระเบียบว่าด้วยการใช้จ่ายเงินจากบัญชีเงินทุนหมุนเวียนที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังตามมาตรา
๖๐ ตรี วรรคหก แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับเป็นระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังตามมาตรา ๖๐/๔๔
วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๖
บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ
ตลอดจนข้อบังคับหรือการอนุมัติของคณะกรรมการการบินพลเรือน
หรือคำสั่งของผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง
ระเบียบ ข้อบังคับ หรือการอนุมัติของคณะกรรมการการบินพลเรือน
หรือคำสั่งของผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ออกตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ในเรื่องนั้น ๆ ใช้บังคับ มาตรา ๓๗
บรรดาคำขอที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่
ให้ถือว่าเป็นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
ในกรณีที่คำขอดังกล่าวมีข้อความแตกต่างไปจากคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีอำนาจสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา
๓๘
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว
มีบทบัญญัติไม่เป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (Convention on International Civil Aviation) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี และมาตรฐานสากลของประเทศต่าง ๆ
สมควรกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการควบคุมการผลิตอากาศยานและชิ้นส่วนของอากาศยาน
และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกข้อกำหนดและคำสั่งความสมควรเดินอากาศให้ครอบคลุมเรื่องดังกล่าว
ตลอดจนเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ในการควบคุมและรับรองการดำเนินการสนามบินสาธารณะ รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บและการนำส่งเงินค่าบริการผู้โดยสารขาออก
ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาและมาตรฐานสากล
ทั้งนี้ เพื่อขยายโอกาสทางด้านอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อกรมการขนส่งทางอากาศ
เป็นกรมการบินพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๒[๓๑๖]
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา
๓ ให้เปลี่ยนชื่อกรมการขนส่งทางอากาศ
เป็นกรมการบินพลเรือน มาตรา ๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนชื่อกรมการขนส่งทางอากาศ เป็นกรมการบินพลเรือน เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจด้านการบิน
ซึ่งครอบคลุมทั้งการขนส่งทางอากาศและการเดินอากาศ
และเป็นการสอดคล้องกับแนวทางในการกำหนดชื่อหน่วยงานลักษณะเดียวกันในต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ พระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๓[๓๑๗] มาตรา ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่การนำอากาศยานทำการบินจะต้องมีแผนการบินและส่งให้แก่หน่วยงานให้บริการจราจรทางอากาศ
หน่วยงานของทหาร หรือส่วนราชการอื่นที่มีอำนาจหน้าที่ในการให้บริการจราจรทางอากาศ
ซึ่งตามอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (Convention on International Civil Aviation)
ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ก็ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวไว้ด้วย
แต่ในพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ยังไม่มีบทบัญญัติที่กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดทำแผนการบินและการปฏิบัติตามกฎจราจรทางอากาศ
ทำให้การตรวจสอบอากาศยานที่บินเข้ามาในราชอาณาจักรในลักษณะที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศหรือเป็นภัยต่อสาธารณะของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารไม่มีความชัดเจน
สมควรเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘[๓๑๘] มาตรา ๒
พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๔๓
ให้บรรดากฎกระทรวง ข้อบังคับ ข้อกำหนด ระเบียบ ประกาศ
หรือคำสั่งของปลัดกระทรวงคมนาคม คณะกรรมการการบินพลเรือน คณะกรรมการเทคนิค
ผู้อำนวยการกรมการบินพลเรือน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ
ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะมีกฎกระทรวง ข้อบังคับ ข้อกำหนด ระเบียบ ประกาศ
หรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้ในเรื่องนั้น
ๆ ใช้บังคับ บรรดาเรื่องใด
ๆ ที่มีกฎกระทรวงกำหนดไว้ แต่ตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้ได้บัญญัติให้ออกเป็นข้อบังคับ ข้อกำหนด
ระเบียบหรือคำสั่งของผู้อำนวยการ เมื่อได้มีการออกข้อบังคับ ข้อกำหนด
ระเบียบหรือคำสั่งในเรื่องเดียวกันนั้นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้แล้ว ให้กฎกระทรวงนั้นเป็นอันยกเลิก มาตรา ๔๔
ให้บรรดาใบอนุญาต ใบรับรอง ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต หนังสือรับรองการอนุญาต
การดำเนินการใด ๆ
หรือเงื่อนไขที่กำหนดโดยชอบตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้ เป็นใบอนุญาต ใบรับรอง ใบสำคัญ
หนังสืออนุญาต หนังสือรับรอง การอนุญาต การดำเนินการใด ๆ
หรือเงื่อนไขที่ออกโดยชอบตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้
ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขให้ผิดไปจากที่กำหนดไว้เดิม
ให้ผู้มีอำนาจตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้ มีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้ได้ มาตรา ๔๕
ให้สนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่ให้บริการแก่สาธารณะ
ซึ่งดำเนินการโดยส่วนราชการอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับยังคงดำเนินการได้ต่อไป
และให้ผู้อำนวยการตรวจสอบระบบการจัดการด้านนิรภัย การรักษาความปลอดภัย
ระบบการตรวจสอบภายใน ระเบียบเกี่ยวกับกระบวนการการดำเนินงาน
คู่มือการดำเนินงานของสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต
และมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยอื่น ๆ
ว่าเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศหรือไม่ ในกรณีที่ผู้อำนวยการพบว่าการดำเนินการของสนามบินตามวรรคหนึ่งเป็นไปโดยถูกต้อง
ให้ผู้อำนวยการออกใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะให้
หากการดำเนินการของสนามบินไม่ถูกต้อง ให้ผู้อำนวยการสั่งให้ส่วนราชการที่ดำเนินงานสนามบินนั้นดำเนินการแก้ไขปรับปรุงภายในเวลาที่กำหนด
ในระหว่างการแก้ไขปรับปรุงดังกล่าวจะสั่งให้หยุดดำเนินงานให้บริการแก่สาธารณะไว้ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ มาตรา ๔๖
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ
โดยที่ได้มีการจัดตั้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
ซึ่งเป็นการปรับปรุงโครงสร้าง และรูปแบบของหน่วยงานด้านการบินพลเรือน
ตามข้อเสนอแนะขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ
และมีการยุบเลิกกรมการบินพลเรือน โดยเปลี่ยนเป็นกรมท่าอากาศยาน ดังนั้น
เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินและการปฏิบัติราชการตามโครงสร้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐[๓๑๙] มาตรา
๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕
มาตรา ๕๔ เฉพาะในส่วนที่สันนิษฐานให้กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น
ต้องรับโทษทางอาญาร่วมกับการกระทำความผิดของนิติบุคคล
โดยไม่ปรากฏว่ามีการกระทำหรือเจตนาประการใดอันเกี่ยวกับการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น
ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
๒๕๕๐ มาตรา ๓๙ วรรคสอง เป็นอันใช้บังคับไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในลักษณะดังกล่าวทำนองเดียวกัน
คือ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗๔
พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๗๘ พระราชบัญญัติสถานบริการ
พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๒๘/๔ และพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๗๒/๕ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๙ วรรคสอง
เป็นอันใช้บังคับไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
มาตรา ๖ ดังนั้น เพื่อแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวและกฎหมายอื่นที่มีบทบัญญัติในลักษณะเดียวกันมิให้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ชวัลพร/ปรับปรุง ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ นุสรา/ตรวจ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ [๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๑/ตอนที่ ๕๘/หน้า ๑๒๔๙/๑๔ กันยายน ๒๔๙๗ [๒] มาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๓] มาตรา ๔ นิยามคำว่า “อากาศยานราชการ” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ [๔] มาตรา ๔
นิยามคำว่า “สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย”
เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ [๕] มาตรา ๔
นิยามคำว่า “ผู้อำนวยการ” เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ [๖] มาตรา ๔
นิยามคำว่า “พนักงานเจ้าหน้าที่”
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๗] มาตรา ๔
นิยามคำว่า “อธิบดี”
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๘] มาตรา ๕
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ [๙] มาตรา ๕ วรรคสอง
เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ [๑๐] มาตรา ๕/๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๑] มาตรา ๕/๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๒] มาตรา ๕/๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๓] มาตรา ๖
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๔] มาตรา ๖ วรรคหนึ่ง
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๑๕] มาตรา ๖/๑ เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ [๑๖] ชื่อ หมวด ๑
คณะกรรมการการบินพลเรือน และคณะกรรมการเทคนิค แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๗] คำว่า “ผู้อำนวยการ”
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๑๘] มาตรา ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๙] มาตรา ๑๕
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๐] มาตรา ๑๕/๑
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๑] มาตรา ๑๕/๒ ยกเลิกโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๒] มาตรา ๑๕/๓ ยกเลิกโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๓] มาตรา ๑๕/๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๔]มาตรา ๑๕/๔ (๔)
ยกเลิกโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๕] มาตรา ๑๕/๔ (๕)
ยกเลิกโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๖] มาตรา ๑๕/๔ (๗)
ยกเลิกโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๗] มาตรา ๑๕/๕ ยกเลิกโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๘] มาตรา ๑๕/๖
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๙] มาตรา ๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๓๐] มาตรา ๑๖/๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๓๑] มาตรา ๑๖/๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๓๒] มาตรา ๑๖/๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๓๓] มาตรา ๑๖/๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ [๓๔] มาตรา ๑๘/๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ [๓๕] มาตรา ๑๘/๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ [๓๖] มาตรา ๑๘/๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ [๓๗] มาตรา ๑๙
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๓๘] มาตรา ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๓๙] มาตรา ๒๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๔๐] มาตรา ๒๘
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๔๑] มาตรา ๒๙ ทวิ
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๔ [๔๒] มาตรา ๒๙ ตรี
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๔ [๔๓] มาตรา ๒๙ จัตวา
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๔ [๔๔] มาตรา ๒๙ เบญจ
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๔ [๔๕] มาตรา ๓๐
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ [๔๖] มาตรา ๓๑
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ [๔๗] มาตรา ๓๒
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ [๔๘] มาตรา ๓๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๔๙] หมวด ๔
แบบอากาศยาน การผลิตอากาศยาน และการควบคุมความสมควรเดินอากาศ มาตรา ๓๔ ถึงมาตรา
๔๑/๑๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๕๐] ส่วนที่ ๑ มาตรฐานอากาศยาน เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑)
พ.ศ. ๒๕๕๑ [๕๑] มาตรา ๓๔
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๕๒] มาตรา ๓๔ วรรคห้า
ยกเลิกโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ [๕๓] มาตรา ๓๕
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๕๔] ส่วนที่ ๒ การรับรองแบบ มาตรา ๓๖ ถึงมาตรา ๔๑/๑๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๕๕] มาตรา ๓๖
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๕๖] มาตรา ๓๗
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๕๗] มาตรา ๓๙
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๕๘] มาตรา ๔๐
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๕๙] มาตรา ๔๑
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๖๐] มาตรา ๔๑/๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๖๑] มาตรา ๔๑/๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๖๒] มาตรา ๔๑/๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๖๓] มาตรา ๔๑/๔
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๖๔] มาตรา ๔๑/๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๖๕] มาตรา ๔๑/๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๖๖] มาตรา ๔๑/๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๖๗] มาตรา ๔๑/๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๖๘] มาตรา ๔๑/๙
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๖๙] มาตรา ๔๑/๑๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๗๐] มาตรา ๔๑/๑๑
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๗๑] มาตรา ๔๑/๑๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๗๒] มาตรา ๔๑/๑๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๗๓] มาตรา ๔๑/๑๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๗๔] มาตรา ๔๑/๑๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๗๕] มาตรา ๔๑/๑๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๗๖] ส่วนที่ ๓
การรับรองการผลิต มาตรา ๔๑/๑๗ ถึงมาตรา ๔๑/๖๐ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๗๗] มาตรา ๔๑/๑๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๗๘] มาตรา ๔๑/๑๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๗๙] มาตรา ๔๑/๑๙
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๘๐] ๑.
การผลิตอากาศยานและส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๘๑] มาตรา ๔๑/๒๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๘๒] มาตรา ๔๑/๒๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๘๓] มาตรา ๔๑/๒๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๘๔] มาตรา ๔๑/๒๒ (๒)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๘๕] มาตรา ๔๑/๒๒ (๓)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๘๖] มาตรา ๔๑/๒๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๘๗] มาตรา ๔๑/๒๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๘๘] มาตรา ๔๑/๒๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๘๙] มาตรา ๔๑/๒๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๙๐] มาตรา ๔๑/๒๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๙๑] มาตรา ๔๑/๒๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๙๒] มาตรา ๔๑/๒๙
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๙๓] มาตรา ๔๑/๓๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๙๔] มาตรา ๔๑/๓๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๙๕] มาตรา ๔๑/๓๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๙๖] มาตรา ๔๑/๓๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๙๗] มาตรา ๔๑/๓๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๙๘] มาตรา ๔๑/๓๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๙๙] ๒. การผลิตชิ้นส่วนรับรองคุณภาพ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๐๐] มาตรา ๔๑/๓๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๐๑] มาตรา ๔๑/๓๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๐๒] มาตรา ๔๑/๓๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๐๓] มาตรา ๔๑/๓๙
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๐๔] มาตรา ๔๑/๔๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๐๕] มาตรา ๔๑/๔๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๐๖] มาตรา ๔๑/๔๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๐๗] มาตรา ๔๑/๔๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๐๘] มาตรา ๔๑/๔๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๐๙] มาตรา ๔๑/๔๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๑๐] ๓.
การผลิตบริภัณฑ์ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๑๑] มาตรา ๔๑/๔๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๑๒] มาตรา ๔๑/๔๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๑๓] มาตรา ๔๑/๔๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๑๔] มาตรา ๔๑/๔๙
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๑๕] มาตรา ๔๑/๕๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๑๖] มาตรา ๔๑/๕๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๑๑๗] มาตรา ๔๑/๕๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๑๘] มาตรา ๔๑/๕๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๑๙] มาตรา ๔๑/๕๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๒๐] ๔. การควบคุมการผลิตผลิตภัณฑ์ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๒๑] มาตรา ๔๑/๕๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๒๒] มาตรา ๔๑/๕๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๒๓] มาตรา ๔๑/๕๗ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๑๒๔] มาตรา ๔๑/๕๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๒๕] มาตรา ๔๑/๕๙
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๒๖] มาตรา ๔๑/๖๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๒๗] ส่วนที่ ๔
ความสมควรเดินอากาศ มาตรา ๔๑/๖๑ ถึงมาตรา ๔๑/๙๒ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๒๘] ๑.
การรับรองความสมควรเดินอากาศของอากาศยาน เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๒๙] มาตรา ๔๑/๖๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๓๐] มาตรา ๔๑/๖๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๓๑] มาตรา ๔๑/๖๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๓๒] มาตรา ๔๑/๖๔
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๑๓๓] มาตรา ๔๑/๖๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๓๔] มาตรา ๔๑/๖๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๓๕] มาตรา ๔๑/๖๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๓๖] มาตรา ๔๑/๖๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๓๗] มาตรา ๔๑/๖๙
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๓๘] มาตรา ๔๑/๗๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๓๙] มาตรา ๔๑/๗๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๔๐] มาตรา ๔๑/๗๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๔๑] ๒.
การรับรองความสมควรเดินอากาศของผลิตภัณฑ์อื่น เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๔๒] มาตรา ๔๑/๗๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๔๓] มาตรา ๔๑/๗๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๔๔] มาตรา ๔๑/๗๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๔๕] มาตรา ๔๑/๗๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๔๖] ๓.
การคงความต่อเนื่องของความสมควรเดินอากาศ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๔๗] มาตรา ๔๑/๗๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๔๘] มาตรา ๔๑/๗๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๔๙] มาตรา ๔๑/๗๙
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๕๐] มาตรา ๔๑/๘๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๕๑] มาตรา ๔๑/๘๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๕๒] มาตรา ๔๑/๘๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๕๓] มาตรา ๔๑/๘๓ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๑๕๔] มาตรา ๔๑/๘๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๕๕] มาตรา ๔๑/๘๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๕๖] มาตรา ๔๑/๘๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๕๗] มาตรา ๔๑/๘๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๕๘] มาตรา ๔๑/๘๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๕๙] มาตรา ๔๑/๘๙
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๖๐] มาตรา ๔๑/๙๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๖๑] มาตรา ๔๑/๙๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๖๒] มาตรา ๔๑/๙๒
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๑๖๓] ส่วนที่ ๕
หน่วยซ่อม มาตรา ๔๑/๙๓ ถึงมาตรา ๔๑/๑๑๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๖๔] มาตรา ๔๑/๙๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๖๕] มาตรา ๔๑/๙๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๖๖] มาตรา ๔๑/๙๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๖๗] มาตรา ๔๑/๙๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๖๘] มาตรา ๔๑/๙๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๖๙] มาตรา ๔๑/๙๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๗๐] มาตรา ๔๑/๙๙
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๗๑] มาตรา ๔๑/๑๐๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๗๒] มาตรา ๔๑/๑๐๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๗๓] มาตรา ๔๑/๑๐๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๗๔] มาตรา ๔๑/๑๐๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๗๕] มาตรา ๔๑/๑๐๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๗๖] มาตรา ๔๑/๑๐๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๗๗] มาตรา ๔๑/๑๐๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๗๘] มาตรา ๔๑/๑๐๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๗๙] มาตรา ๔๑/๑๐๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๘๐] มาตรา ๔๑/๑๐๙
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๘๑] มาตรา ๔๑/๑๑๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๘๒] มาตรา ๔๑/๑๑๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๘๓] มาตรา ๔๔
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๑๘๔] มาตรา ๕๐ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๘ [๑๘๕] มาตรา ๕๓ ทวิ
ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๘๖] มาตรา ๕๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๘๗] มาตรา ๕๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๘๘] มาตรา ๖๐/๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๘๙] มาตรา ๖๐/๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๙๐] มาตรา ๖๐/๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๙๑] มาตรา ๖๐/๓ วรรคสาม
เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ [๑๙๒] มาตรา ๖๐/๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๙๓] มาตรา ๖๐/๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๙๔] มาตรา ๖๐/๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๙๕] มาตรา ๖๐/๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๙๖] มาตรา ๖๐/๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๙๗] มาตรา ๖๐/๙
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๙๘] มาตรา ๖๐/๑๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๑๙๙] มาตรา ๖๐/๑๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๐๐] มาตรา ๖๐/๑๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๐๑] มาตรา ๖๐/๑๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๐๒] มาตรา ๖๐/๑๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๐๓] มาตรา ๖๐/๑๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๐๔] มาตรา ๖๐/๑๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๐๕] มาตรา ๖๐/๑๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๐๖] มาตรา ๖๐/๑๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๐๗] มาตรา ๖๐/๑๙
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๐๘] มาตรา ๖๐/๒๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๐๙] มาตรา ๖๐/๒๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๑๐] มาตรา ๖๐/๒๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๑๑] มาตรา ๖๐/๒๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๑๒] มาตรา ๖๐/๒๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๑๓] มาตรา ๖๐/๒๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๑๔] มาตรา ๖๐/๒๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๑๕] มาตรา ๖๐/๒๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๑๖] มาตรา ๖๐/๒๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๑๗] มาตรา ๖๐/๒๙
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๑๘] มาตรา ๖๐/๓๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๑๙] มาตรา ๖๐/๓๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๒๐] มาตรา ๖๐/๓๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๒๑] มาตรา ๖๐/๓๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๒๒] มาตรา ๖๐/๓๔
ยกเลิกโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๒๓] มาตรา ๖๐/๓๕
ยกเลิกโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๒๔] หมวด ๖ ทวิ
ค่าบริการผู้โดยสารขาออก มาตรา ๖๐/๓๖ ถึงมาตรา ๖๐/๔๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๒๕] มาตรา ๖๐/๓๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๒๖] มาตรา ๖๐/๓๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๒๗] มาตรา ๖๐/๓๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๒๘] มาตรา ๖๐/๓๙ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๒๙] มาตรา ๖๐/๔๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๓๐] มาตรา ๖๐/๔๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๓๑] มาตรา ๖๐/๔๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๓๒] มาตรา ๖๐/๔๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๓๓] มาตรา ๖๐/๔๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๓๔] มาตรา ๖๐/๔๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๓๕] มาตรา ๖๐/๔๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๓๖] หมวด ๖ ตรี บริการในลานจอดอากาศยาน และบริการช่างอากาศ มาตรา
๖๐ จัตวา
ถึงมาตรา ๖๐ สัตต เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๑ [๒๓๗] มาตรา ๖๐ จัตวา
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๗) พ.ศ. ๒๕๒๑ [๒๓๘] มาตรา ๖๐ เบญจ
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๗) พ.ศ. ๒๕๒๑ [๒๓๙] มาตรา ๖๐ ฉ
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๗) พ.ศ. ๒๕๒๑ [๒๔๐] มาตรา ๖๐ สัตต
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๗) พ.ศ. ๒๕๒๑ [๒๔๑] มาตรา ๖๑
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๔๒] มาตรา ๖๒
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๔๓] มาตรา ๖๗/๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๔๔] มาตรา ๖๗/๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๔๕] หมวด ๙ บทกำหนดโทษ
มาตรา ๖๘ ถึงมาตรา ๑๒๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๔๖] มาตรา ๖๘
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๔๗] มาตรา ๖๙
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๔๘] มาตรา ๗๐
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๔๙] มาตรา ๗๑
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ [๒๕๐] มาตรา ๗๒
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๕๑] มาตรา ๗๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๕๒] มาตรา ๗๔
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๕๓] มาตรา ๗๕
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๕๔] มาตรา ๗๖
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๕๕] มาตรา ๗๗
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๕๖] มาตรา ๗๘
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๕๗] มาตรา ๗๙
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๕๘] มาตรา ๘๐
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๕๙] มาตรา ๘๑
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๖๐] มาตรา ๘๒
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๖๑] มาตรา ๘๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๖๒] มาตรา ๘๔
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ
(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๖๓] มาตรา ๘๕ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๖๔] มาตรา ๘๖ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๖๕] มาตรา ๘๗
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
พ.ศ. ๒๕๕๘ [๒๖๖] มาตรา ๘๘ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๖๗] มาตรา ๘๙ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๖๘] มาตรา ๙๐ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๖๙] มาตรา ๙๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๗๐] มาตรา ๙๒ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๗๑] มาตรา ๙๓ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๗๒] มาตรา ๙๔ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๗๓] มาตรา ๙๕ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๗๔] มาตรา ๙๖ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๗๕] มาตรา ๙๗ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๗๖] มาตรา ๙๘ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๗๗] มาตรา ๙๙ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๗๘] มาตรา ๑๐๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๗๙] มาตรา ๑๐๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๘๐] มาตรา ๑๐๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๘๑] มาตรา ๑๐๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๘๒] มาตรา ๑๐๔ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๕๑ [๒๘๓] มาตรา ๑๐๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๘๔] มาตรา ๑๐๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๘๕] มาตรา ๑๐๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๘๖] มาตรา ๑๐๘
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๘๗] มาตรา ๑๐๙
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๘๘] มาตรา ๑๑๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๘๙] มาตรา ๑๑๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๙๐] มาตรา ๑๑๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๙๑] มาตรา ๑๑๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๙๒] มาตรา ๑๑๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๙๓] มาตรา ๑๑๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๙๔] มาตรา ๑๑๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๙๕] มาตรา ๑๑๗
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๙๖] มาตรา ๑๑๘
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล
พ.ศ. ๒๕๖๐ [๒๙๗] มาตรา ๑๑๙
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๙๘] มาตรา ๑๒๐
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๒๙๙] มาตรา ๑๒๑
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๓๐๐] มาตรา ๑๒๒
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๓๐๑] มาตรา ๑๒๓
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๓๐๒] มาตรา ๑๒๔
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๓๐๓] มาตรา ๑๒๕
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๓๐๔] มาตรา ๑๒๖
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๓๐๕] อัตราค่าธรรมเนียม
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่
๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ [๓๐๖] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๒/ตอนที่ ๖๓/หน้า ๑๓๓๙/๒๓ สิงหาคม ๒๔๙๘ [๓๐๗] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๖/ตอนที่ ๑๒๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๕๖/๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๒ [๓๐๘] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๘/ตอนที่ ๗๖/หน้า ๑๐๖๔/๒๖ กันยายน ๒๕๐๔ [๓๐๙] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๑/ตอนที่ ๖๖/หน้า ๔๘๑/๑๔ กรกฎาคม ๒๕๐๗ [๓๑๐] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๘/ตอนที่ ๑๐๖/หน้า ๖๖๒/๕ ตุลาคม ๒๕๑๔ [๓๑๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๕/ตอนที่ ๑๔๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๐๓/๒๕ ธันวาคม ๒๕๒๑ [๓๑๒] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๙/ตอนที่ ๑๐๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๒๖/๖ สิงหาคม ๒๕๒๕ [๓๑๓] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๑๖๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๓/๑๘ กันยายน ๒๕๓๔ [๓๑๔] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๑๑๘ ก/หน้า ๓๙/๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ [๓๑๕] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๔๕ ก/หน้า ๙/๗ มีนาคม ๒๕๕๑ [๓๑๖] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๘๗ ก/หน้า ๔/๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ [๓๑๗] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๓๖ ก/หน้า ๑/๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ [๓๑๘] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๙๕ ก/หน้า ๑๗/๑ ตุลาคม ๒๕๕๘ [๓๑๙] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๑๘ ก/หน้า ๑/๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ |