พระราชบัญญัติ ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.๒๕๕๖ ฉบับปรับปรุง ปัจจุบัน

พระราชบัญญัติ

ส่งเสริมกีฬาอาชีพ

พ.ศ. ๒๕๕๖

                  

 

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖

เป็นปีที่ ๖๘ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

 

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมกีฬาอาชีพ

 

พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๖๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

 

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

 

มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖

 

มาตรา ๒[๑]  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

มาตรา ๓  พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่กีฬาอาชีพที่มีกฎหมายกำหนดการส่งเสริมหรือการคุ้มครองนักกีฬาอาชีพและบุคลากรซึ่งเกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพนั้นไว้เป็นการเฉพาะแล้ว

 

มาตรา ๔  ในพระราชบัญญัตินี้

กีฬาอาชีพ หมายความว่า กีฬาที่จัดการแข่งขันอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากลและมีนักกีฬาอาชีพเข้าร่วมแข่งขันกัน โดยมีรายได้จากการแข่งขัน ตามชนิดหรือประเภทที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

นักกีฬาอาชีพ หมายความว่า ผู้ซึ่งเล่นกีฬาอาชีพเป็นอาชีพ

บุคลากรกีฬาอาชีพ หมายความว่า ผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอน หรือผู้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาอาชีพ  ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

ผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ หมายความว่า บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคลซึ่งจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ

สมาคมกีฬาอาชีพ หมายความว่า สมาคมกีฬาที่ได้จดทะเบียนแล้วตามกฎหมายและมีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับกีฬาอาชีพหรือการส่งเสริมกีฬาอาชีพ

สโมสรกีฬาอาชีพ หมายความว่า คณะบุคคล หรือนิติบุคคลที่ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับกีฬาอาชีพหรือการส่งเสริมกีฬาอาชีพ ไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าสโมสรหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่หมายความรวมถึงสมาคมกีฬาอาชีพ

การล้มกีฬา หมายความว่า การเข้าแข่งขันกีฬาอาชีพโดยแสร้งแพ้หรือโดยกระทำการหรือไม่กระทำการแข่งขันกีฬาอาชีพโดยมีเจตนาทุจริต และให้หมายรวมถึงการเข้าแข่งขันกีฬาอาชีพโดยสมยอมกันเพื่อให้ผลการแข่งขันเป็นไปตามที่กำหนดไว้เป็นการล่วงหน้า

กองทุน[๒] หมายความว่า กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย

คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการกีฬาอาชีพ

นายทะเบียน หมายความว่า ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยหรือผู้ซึ่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยมอบหมายเป็นหนังสือ

พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๕  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวง หรือออกระเบียบหรือประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

หมวด ๑

คณะกรรมการ

                  

 

มาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการกีฬาอาชีพ ประกอบด้วย

(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานกรรมการ

(๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนหกคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย

(๓) กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น

(ก) ผู้แทนนักกีฬาอาชีพซึ่งมาจากการเลือกกันเองของนักกีฬาอาชีพให้เหลือสี่คน โดยต้องเป็นนักกีฬาอาชีพต่างชนิดกัน

(ข) ผู้แทนผู้เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพจำนวนสี่คน ได้แก่ ผู้แทนบุคลากรกีฬาอาชีพ ผู้แทนผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ ผู้แทนสโมสรกีฬาอาชีพ และผู้แทนสมาคมกีฬาอาชีพ ซึ่งมาจากการเลือกกันเองในแต่ละฝ่ายให้เหลือฝ่ายละหนึ่งคน โดยต้องเป็นกีฬาอาชีพต่างชนิดกัน

(๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ความสามารถความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมกีฬาอาชีพจำนวนหกคน ซึ่งในจำนวนนี้ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารจัดการกีฬาด้านการตลาดและระบบสิทธิประโยชน์ด้านกฎหมาย และด้านสื่อสารมวลชนเกี่ยวกับกีฬาอย่างน้อยด้านละหนึ่งคน

ให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยแต่งตั้งรองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยคนหนึ่ง เป็นเลขานุการ

 

มาตรา ๗  ภายใต้บังคับมาตรา ๘ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์ และวิธีการเลือกหรือแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

 

มาตรา ๘  กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) ต้องมีสัญชาติไทยและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๒) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(๓) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๔) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของการกีฬาแห่งประเทศไทย

(๕) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจหรือจากหน่วยงานเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่

(๖) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๙  กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปีและอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้

ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีดำเนินการเพื่อให้มีการแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างภายในหกสิบวัน เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้นั้นเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน

ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่

 

มาตรา ๑๐  นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ

(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๘

(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๖) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้

ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลง และยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่

 

มาตรา ๑๑  คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) เสนอนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนแม่บทเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

(๒) เสนอแนะคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการใช้มาตรการทางภาษีอากร เพื่อการส่งเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพ

(๓) เสนอความเห็นหรือให้คำปรึกษาต่อรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีในเรื่องอันอาจมีผลกระทบต่อการส่งเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพ

(๔) กำหนดชนิดหรือประเภทกีฬาที่ให้ถือว่าเป็นกีฬาอาชีพตามพระราชบัญญัตินี้

(๕) กำหนดลักษณะหรือนิยามความหมายของการเป็นผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอน หรือผู้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาอาชีพซึ่งให้ถือว่าเป็นบุคลากรกีฬาอาชีพตามพระราชบัญญัตินี้

(๖) ออกระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นจดแจ้งการจดแจ้ง รายการหลักฐานการจดแจ้ง การเปลี่ยนรายการหลักฐานการจดแจ้ง การยกเลิกหลักฐานการจดแจ้ง การกำหนดแบบการจดแจ้ง การกำหนดแบบหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้ง การออกหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งและใบแทน หรือการอื่นใดที่เกี่ยวกับการจัดทำฐานข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูล การเผยแพร่ข้อมูลของนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ สโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพ และผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ หรือการอื่นที่เกี่ยวกับกีฬาอาชีพ

(๗) กำหนดมาตรฐานการจ้าง มาตรฐานการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ มาตรฐานความปลอดภัย ให้เป็นธรรมและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

(๘) ออกประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ

(๙)[๓] ออกระเบียบกำหนดเงื่อนไขและมาตรการ และพิจารณาให้การคุ้มครอง ช่วยเหลือ ส่งเสริม และสนับสนุนนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ ผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ สมาคมกีฬาอาชีพและสโมสรกีฬาอาชีพ

(๑๐) ออกระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และวิธีพิจารณาเกี่ยวกับการอุทธรณ์และการร้องทุกข์

(๑๑) วินิจฉัยอุทธรณ์ วินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ของนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ และการดำเนินการที่เกี่ยวกับการกีฬาอาชีพ

(๑๒)[๔] (ยกเลิก)

(๑๓)[๕] (ยกเลิก)

(๑๔) ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการหรือตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

 

มาตรา ๑๒  ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการโดยอนุโลม

 

มาตรา ๑๓  ให้มีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้ง ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการอื่นอีกสี่คน โดยในจำนวนนี้จะต้องเป็นผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ด้านกฎหมายอย่างน้อยหนึ่งคน

คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์โดยอนุโลม

 

มาตรา ๑๔  คณะกรรมการหรือคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการหรือคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์มอบหมายก็ได้

 

มาตรา ๑๕  ให้คณะกรรมการ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ และคณะอนุกรรมการ ได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

 

มาตรา ๑๖[๖]  ให้การกีฬาแห่งประเทศไทยทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการและคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ รับผิดชอบงานธุรการ งานประชุมการศึกษา วิเคราะห์และรวบรวมข้อมูล และกิจการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการและคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์

 

หมวด ๒

สโมสรกีฬาอาชีพและสมาคมกีฬาอาชีพ

                  

 

มาตรา ๑๗  ให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพจดแจ้งการดำเนินการต่อนายทะเบียน

การจดแจ้งตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับนักกีฬาอาชีพ และบุคลากรกีฬาอาชีพที่อยู่ในสังกัดหรือในความดูแลของตน

เมื่อนายทะเบียนได้รับแบบการจดแจ้งและหลักฐานแล้ว ให้รับจดแจ้ง และออกหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งให้แก่ผู้ยื่นจดแจ้งโดยไม่ชักช้า เว้นแต่ผู้ยื่นจดแจ้งดำเนินการไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน ให้นายทะเบียนแนะนำให้ผู้ยื่นจดแจ้งดำเนินการให้ถูกต้องและครบถ้วนในคราวเดียวกันภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแบบการจดแจ้งและหลักฐานการจดแจ้ง เมื่อได้ดำเนินการถูกต้องและครบถ้วน ให้รับจดแจ้งพร้อมออกหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งให้แก่ผู้แจ้ง

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นจดแจ้ง การจดแจ้ง รายการหลักฐานการจดแจ้ง แบบการจดแจ้ง แบบหนังสือสำคัญ และการออกใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

 

มาตรา ๑๘  เมื่อได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งแล้ว สโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพนั้นอาจใช้คำซึ่งแสดงว่าเป็นกีฬาอาชีพประกอบชื่อสโมสรหรือสมาคมก็ได้

สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพที่ได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือ การส่งเสริม และการสนับสนุน ตามเงื่อนไขและมาตรการที่คณะกรรมการกำหนด รวมตลอดถึงสิทธิประโยชน์อื่นที่กฎหมายกำหนด

 

มาตรา ๑๙[๗]  สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพที่ได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งตามมาตรา ๑๗ ที่ประสงค์จะขอรับการช่วยเหลือ การส่งเสริม และการสนับสนุนจากกองทุนให้ยื่นคำขอต่อคณะกรรมการ

คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นคำขอ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

 

มาตรา ๒๐  ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดข้อมูล หรือรายการหลักฐานที่ได้เคยยื่นขอจดแจ้งไว้แล้ว ให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพนั้นแจ้งการเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงนั้น

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นคำขอเปลี่ยนแปลง รายการหลักฐานการจดแจ้งการยกเลิกหลักฐานการจดแจ้ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

 

มาตรา ๒๑  สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดที่ได้รับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพเข้าอยู่ในสังกัดหรืออยู่ในความดูแล มีหน้าที่ต้องจัดทำสัญญาจ้างหรือความตกลงร่วมกัน แล้วแต่กรณี เป็นหนังสือ

ข้อกำหนดในสัญญาจ้างหรือความตกลงร่วมกันตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการจ้างหรือมาตรการในการคุ้มครองที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยอย่างน้อยต้องกำหนดเรื่องชั่วโมงทำงานตามปกติ วันหยุด วันลา การเลิกจ้าง มาตรการด้านความปลอดภัย และการคุ้มครองนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพ การทำประกันเพื่อคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และอุบัติเหตุ สำหรับนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ การเยียวยารักษากรณีมีความเสียหายหรืออันตรายอันเกิดจากการบาดเจ็บในการฝึกซ้อมหรือแข่งขันกีฬาอาชีพ รายได้ การแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพกับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพ

 

มาตรา ๒๒  ให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพออกระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยจรรยาสำหรับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพที่อยู่ในสังกัดหรืออยู่ในความดูแลซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ เพื่อใช้บังคับเป็นการภายในให้ชัดเจน

ให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพกำหนดบทลงโทษนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพที่อยู่ในสังกัดหรืออยู่ในความดูแลที่ฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยจรรยาตามวรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้

ในกรณีที่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพไม่ลงโทษนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพตามบทลงโทษตามวรรคสอง สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพนั้นอาจถูกตัดสิทธิตามมาตรา ๑๘ ได้ ทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน

 

มาตรา ๒๓  เพื่อประโยชน์ในการกำกับการดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา ๒๒ ให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพส่งระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยจรรยาสำหรับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพที่อยู่ในสังกัดหรืออยู่ในความดูแลตามมาตรา ๒๒ ต่อนายทะเบียนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งตามมาตรา ๑๗

ในกรณีที่ระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยจรรยาที่ได้ยื่นไว้ตามวรรคหนึ่งเปลี่ยนแปลงไป ให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพแจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

 

มาตรา ๒๔  ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดตามมาตรา ๖๔ ถึงมาตรา ๖๗ ให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพตัดสิทธินักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพที่อยู่ในสังกัดหรืออยู่ในความดูแล ในการได้รับการเสนอชื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอาชีพในนามสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพในรายการใด ๆ ตามระยะเวลาที่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพกำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

ให้นำความในวรรคสามของมาตรา ๒๒ มาใช้บังคับกับกรณีที่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพที่ไม่ลงโทษนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม

 

มาตรา ๒๕  ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๔ มาใช้บังคับกับกรณีที่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไม่ได้รับความเป็นธรรมอันเนื่องจากการกระทำของสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพอื่นด้วย โดยอนุโลม

 

มาตรา ๒๖  ในกรณีที่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไม่ปฏิบัติตามระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งงดหรือระงับการช่วยเหลือ การส่งเสริม และการสนับสนุนดังกล่าวได้ทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน

 

มาตรา ๒๗  ในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอาชีพ ให้สโมสรกีฬาอาชีพและสมาคมกีฬาอาชีพมีหน้าที่ดูแลนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และบรรดากองเชียร์หรือผู้เข้าชมการแข่งขันซึ่งนิยมชมชอบนักกีฬาอาชีพหรือทีมของตนที่อยู่ภายในบริเวณสถานที่จัดการแข่งขันให้อยู่ในความเรียบร้อยตลอดระยะเวลาที่จัดการแข่งขันนัดที่ตนเข้าร่วมการแข่งขันนั้น

 

มาตรา ๒๘  บทบัญญัติในหมวดนี้ เว้นแต่มาตรา ๒๗ ไม่ให้นำมาใช้บังคับแก่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพของต่างประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันในรายการการแข่งขันกีฬาอาชีพที่จัดขึ้นในราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว

 

หมวด ๓

นักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ

                  

 

มาตรา ๒๙  เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและส่งเสริมนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพให้นักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพยื่นขอจดแจ้งการเป็นนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพต่อนายทะเบียน

คุณสมบัติของผู้ขอจดแจ้ง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นขอจดแจ้งการจดแจ้งรายการหลักฐานการจดแจ้ง การเปลี่ยนรายการหลักฐานการจดแจ้ง การยกเลิกหลักฐานการจดแจ้ง การกำหนดแบบการจดแจ้ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

 

มาตรา ๓๐  เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอจดแจ้งตามมาตรา ๒๙ แล้ว ให้นายทะเบียนออกบัตรประจำตัวให้แก่นักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ

แบบบัตรประจำตัว อายุบัตรประจำตัว และการออกใบแทนบัตรประจำตัวตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

 

มาตรา ๓๑  นักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพที่ได้รับบัตรประจำตัวตามมาตรา ๓๐ มีสิทธิได้รับการคุ้มครอง การช่วยเหลือ การส่งเสริม และการสนับสนุนตามเงื่อนไขและมาตรการที่คณะกรรมการกำหนด รวมตลอดถึงสิทธิประโยชน์อื่นที่กฎหมายกำหนด

ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖ มาใช้บังคับแก่การขอรับการคุ้มครองการช่วยเหลือ การส่งเสริม และการสนับสนุนจากกองทุน และการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการของนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพตามวรรคหนึ่ง โดยอนุโลม

 

มาตรา ๓๒  ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณจะต้องมีกลไกและระบบในการดำเนินงานเพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และการลงโทษในกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องเป็นไปตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ

การจัดทำประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตามวรรคหนึ่ง จะต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียอย่างกว้างขวาง

 

มาตรา ๓๓  ความสัมพันธ์ระหว่างนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพกับสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพ ให้เป็นไปตามสัญญาและความตกลงร่วมกันระหว่างนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพ กับสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพที่ตนสังกัดหรืออยู่ในความดูแล

 

มาตรา ๓๔  นักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพผู้ใดเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมอันเนื่องจากการกระทำของสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพซึ่งตนสังกัดหรืออยู่ในความดูแล ให้ผู้นั้นมีสิทธิร้องทุกข์ต่อนายทะเบียน

ให้นายทะเบียนเสนอเรื่องร้องทุกข์ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งขึ้นตามมาตรา ๑๓ เพื่อทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยหรือพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

นักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ สโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพ ซึ่งไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ตามวรรคสอง มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยดังกล่าว

หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และวิธีพิจารณาเกี่ยวกับการร้องทุกข์และการอุทธรณ์ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

 

มาตรา ๓๕  นักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพย่อมมีเสรีภาพในการรวมกลุ่มกันเป็นองค์กรเพื่อผดุงศักดิ์ศรีและรักษาผลประโยชน์ของสมาชิก รวมทั้งการเจรจาความตกลงร่วมกันกับสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพ

องค์กรตามวรรคหนึ่งเมื่อจดทะเบียนแล้ว ให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรวมกลุ่ม อำนาจหน้าที่ขององค์กรความสัมพันธ์ขององค์กรกับสมาชิกและสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพ การกำกับดูแลองค์กรโดยนายทะเบียน หลักเกณฑ์ วิธีการในการจดทะเบียน และการอันจำเป็นอื่น ให้กำหนดเป็นพระราชกฤษฎีกา

 

มาตรา ๓๖  ในกรณีที่นักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเล่นกีฬาอาชีพหรือปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับกีฬาอาชีพโดยมีสัญญาจ้างหรือความตกลงร่วมกันกับสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพ หากประสงค์ที่จะให้การกีฬาแห่งประเทศไทยช่วยเหลือประสานงาน หรืออำนวยความสะดวกในการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว ให้บุคคลดังกล่าวหรือสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพเจ้าสังกัดหรือดูแล แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนบุคคลและระยะเวลาตามสัญญาหรือความตกลงร่วมกัน หรือข้อมูลอื่นอันจำเป็นแก่การดำเนินการนั้นต่อการกีฬาแห่งประเทศไทย

ให้การกีฬาแห่งประเทศไทยประสานงานและนำส่งข้อมูลที่จำเป็นต่อการพิจารณาอนุญาตแก่ผู้มีอำนาจพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองหรือกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี หรือดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควรแก่กรณี

 

หมวด ๔

การจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ

                  

 

มาตรา ๓๗  ในการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพแต่ละรายการ ให้ผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพแจ้งแผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับการจัดการแข่งขันซึ่งรวมถึงการแบ่งผลประโยชน์หรือรายได้ ต่อนายทะเบียนก่อนการจัดการแข่งขันตามที่นายทะเบียนกำหนด และจัดให้มีมาตรฐานการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพและมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาอาชีพ รวมทั้งผู้เข้าชมการแข่งขันกีฬาอาชีพ

มาตรฐานการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพและมาตรฐานความปลอดภัยตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยอย่างน้อยต้องกำหนดเรื่องที่ผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) ความปลอดภัยและมาตรฐานของอาคาร สถานที่ที่จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ ทางเข้าออกอาคารและสถานที่นั้น สิ่งอำนวยความสะดวก สถานที่และระบบที่จำเป็นต่อการควบคุมหรือดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพนั้น

(๒) มาตรการควบคุม ดูแล และรักษาความสงบเรียบร้อยในสถานที่ที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาอาชีพหรือประกอบกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการแข่งขันกีฬาอาชีพ

(๓) การสอดส่องดูแลการปฏิบัติงานของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาอาชีพ หรือการประกอบกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการแข่งขันกีฬาอาชีพมิให้มีพฤติกรรมที่สร้างความเสียหายแก่นักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ

(๔) การจัดให้มีการตรวจสุขภาพนักกีฬาอาชีพโดยแพทย์แผนปัจจุบัน และรับรองด้วยว่านักกีฬาอาชีพนั้นมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอาชีพหรือประกอบกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการแข่งขันกีฬาอาชีพได้อย่างปลอดภัย

(๕) การจัดให้มีบุคลากรทางการแพทย์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นและเหมาะสมต่อการรักษาสุขภาพร่างกายของนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพอยู่ประจำสนามแข่งขัน หรือสถานที่จัดกิจกรรมกีฬาอาชีพ ตลอดเวลาที่มีการแข่งขันกีฬาอาชีพหรือประกอบกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการแข่งขันกีฬาอาชีพ

(๖) การอำนวยความสะดวกแก่นักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาอาชีพ

 

มาตรา ๓๘  ในกรณีที่นายทะเบียนพบว่ามีการฝ่าฝืนมาตรา ๓๗ และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นการกระทำผิดตามกฎหมายอื่นด้วย ให้นายทะเบียนแจ้งผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ หรือส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

มาตรา ๓๙  ผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพซึ่งปฏิบัติตามมาตรา ๓๗ มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือ การส่งเสริม และการสนับสนุน ตามเงื่อนไขและมาตรการที่คณะกรรมการกำหนด รวมตลอดถึงสิทธิประโยชน์อื่นที่กฎหมายกำหนด

ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖ มาใช้บังคับแก่การขอรับการช่วยเหลือ การส่งเสริมและการสนับสนุนจากกองทุน และการไม่ปฏิบัติตามระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้หรือคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการของผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพตามวรรคหนึ่ง โดยอนุโลม

 

หมวด ๕

กองทุน[๘] (ยกเลิก)

                  

 

มาตรา ๔๐[๙]  (ยกเลิก)

 

มาตรา ๔๑[๑๐]  (ยกเลิก)

 

มาตรา ๔๒[๑๑]  (ยกเลิก)

 

มาตรา ๔๓[๑๒]  (ยกเลิก)

 

มาตรา ๔๔[๑๓]  (ยกเลิก)

 

มาตรา ๔๕[๑๔]  (ยกเลิก)

 

มาตรา ๔๖[๑๕]  (ยกเลิก)

 

มาตรา ๔๗[๑๖]  (ยกเลิก)

 

มาตรา ๔๘[๑๗]  (ยกเลิก)

 

มาตรา ๔๙[๑๘]  (ยกเลิก)

 

มาตรา ๕๐[๑๙]  (ยกเลิก)

 

มาตรา ๕๑[๒๐]  (ยกเลิก)

 

หมวด ๖

การยกย่องเชิดชูเกียรติ

                  

 

มาตรา ๕๒  นักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพที่ได้จดแจ้งตามมาตรา ๒๙ แล้ว อาจได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นนักกีฬาอาชีพแห่งชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพแห่งชาติ

คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการคัดเลือกนักกีฬาอาชีพแห่งชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพแห่งชาติ การประกาศยกย่อง รวมตลอดถึงประโยชน์ตอบแทนซึ่งนักกีฬาอาชีพแห่งชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพแห่งชาติจะได้รับจากเงินกองทุน การถูกถอด และการถูกตัดสิทธิการได้รับประโยชน์ตอบแทน ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

มาตรา ๕๓  นักกีฬาอาชีพแห่งชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพแห่งชาติต้องดำรงตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาเกียรติความเป็นนักกีฬาอาชีพแห่งชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพแห่งชาติ

ในกรณีที่นักกีฬาอาชีพแห่งชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพแห่งชาติไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงตามมาตรา ๕๒ หรือถูกลงโทษตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา ให้นายทะเบียนดำเนินการถอดผู้นั้นออกจากการเป็นนักกีฬาอาชีพแห่งชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพแห่งชาติ และให้สิทธิในการได้รับประโยชน์ตอบแทนจากเงินกองทุนในฐานะที่เป็นนักกีฬาอาชีพแห่งชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพแห่งชาติเป็นอันระงับ

 

หมวด ๗

นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่

                  

 

มาตรา ๕๔  ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑) เข้าไปในที่ทำการสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพ สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาหรือสถานที่อื่นใดที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ เพื่อตรวจสอบอาคารสถานที่ อุปกรณ์การแข่งขันกีฬา รวมทั้งเครื่องมือ เครื่องใช้ และยานพาหนะที่ใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพหรือกิจกรรมกีฬาที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับกีฬาอาชีพ ตลอดจนเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพ ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือเวลาทำการของสถานที่นั้น เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการดำเนินการที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้

(๒) มีหนังสือเรียกผู้ซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ ส่งเอกสาร หรือวัตถุที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาได้

 

มาตรา ๕๕  ในการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๕๔ ให้นักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ หรือผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ ตลอดจนบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องหรืออยู่ในสถานที่นั้นอำนวยความสะดวกตามสมควร

 

มาตรา ๕๖  ในการปฏิบัติหน้าที่ นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง

บัตรประจำตัวนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

 

มาตรา ๕๗  ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

 

หมวด ๘

บทกำหนดโทษ

                  

 

ส่วนที่ ๑

โทษทางปกครอง

                  

 

มาตรา ๕๘  สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไม่จดแจ้งการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง หรือไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดข้อมูล หรือรายการหลักฐานที่ได้เคยยื่นขอจดแจ้งไว้แล้วตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับทางปกครองตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท

 

มาตรา ๕๙  สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไม่จัดทำสัญญาจ้างหรือความตกลงร่วมกันเป็นหนังสือ หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการจ้างที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งแสนบาท

 

มาตรา ๖๐  สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ หรือมาตรา ๒๔ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งแสนบาท

 

มาตรา ๖๑  สโมสรกีฬาอาชีพและสมาคมกีฬาอาชีพใดไม่ดูแลนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และบรรดากองเชียร์หรือผู้เข้าชมการแข่งขันซึ่งนิยมชมชอบนักกีฬาอาชีพ หรือทีมของตนที่อยู่ภายในบริเวณสถานที่จัดการแข่งขัน ให้อยู่ในความเรียบร้อยตามมาตรา ๒๗ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งแสนบาท

 

มาตรา ๖๒  ผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๗ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

 

มาตรา ๖๓  การกำหนดโทษปรับทางปกครองในส่วนนี้ และการพิจารณาลงโทษทางปกครองให้คณะกรรมการคำนึงถึงความร้ายแรงของพฤติการณ์แห่งการกระทำความเสียหายที่เกิดจากการกระทำนั้น  ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราที่คณะกรรมการกำหนด

 

ส่วนที่ ๒

โทษอาญา

                  

 

มาตรา ๖๔  ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่นักกีฬาอาชีพหรือผู้อื่น เพื่อจูงใจให้นักกีฬาอาชีพกระทำการล้มกีฬา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๖๕  ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อให้มีการกระทำการล้มกีฬา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๖๖  ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้ตัดสินหรือผู้อื่นเพื่อจูงใจให้ผู้ตัดสินทำหน้าที่ตัดสินไม่เป็นไปตามระเบียบหรือกติกาการแข่งขัน หรือทำหน้าที่ตัดสินอย่างไม่ถูกต้องเที่ยงธรรม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๖๗  ผู้ตัดสินใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อทำหน้าที่ตัดสินไม่เป็นไปตามระเบียบหรือกติกาการแข่งขันหรือทำหน้าที่ตัดสินอย่างไม่ถูกต้องเที่ยงธรรม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงหกแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๖๘  ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(๑) ไม่มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือหลักฐานหรือสิ่งใดตามคำสั่งของคณะกรรมการคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ คณะอนุกรรมการ นายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วแต่กรณี โดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือ

(๒) ขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๕๔

 

บทเฉพาะกาล

                  

 

มาตรา ๖๙  ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๖ (๓) (ก) และ (ข) และ (๔) ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการกีฬาอาชีพประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อทำหน้าที่คณะกรรมการไปพลางก่อน โดยให้รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยซึ่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยแต่งตั้งเป็นเลขานุการ

 

มาตรา ๗๐  ให้โอนบรรดากิจการ เงิน และทรัพย์สิน ตลอดจนสิทธิ และหนี้ของกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพตามข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทยว่าด้วยการบริหารกองทุน การจัดหาผลประโยชน์และการจัดการกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๒ ไปเป็นของกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๗๑  ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการกีฬาอาชีพตามมาตรา ๖๙ หรือคณะกรรมการตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี ทำหน้าที่คณะกรรมการบริหารกองทุนไปพลางก่อนจนกว่าจะมีคณะกรรมการบริหารกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๗๒  สโมสรกีฬาอาชีพและสมาคมกีฬาอาชีพที่ดำเนินการอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มาจดแจ้งการดำเนินการต่อนายทะเบียนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับในระหว่างนี้มิให้นำมาตรา ๕๘ มาใช้บังคับ

 

มาตรา ๗๓  มิให้นำความในมาตรา ๓๗ และมาตรา ๖๒ มาใช้บังคับแก่การจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพรายการที่ได้ดำเนินการไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังไม่เสร็จสิ้น

 

มาตรา ๗๔  ให้ออกกฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งของการกีฬาแห่งประเทศไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาอาชีพที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กีฬาอาชีพเป็นกิจกรรมกีฬาที่นานาประเทศให้ความสำคัญและเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้แก่นักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพ อีกทั้งการจัดให้มีการแข่งขันกีฬาอาชีพหรือกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับกีฬาอาชีพ ยังเป็นปัจจัยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเผยแพร่ชื่อเสียง เกียรติภูมิของประเทศ แต่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่ส่งเสริมกีฬาอาชีพให้มีมาตรฐานทัดเทียมนานาประเทศ และกำหนดมาตรการคุ้มครอง ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนานักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพที่ชัดเจน จึงสมควรกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมกีฬาอาชีพ เพื่อกำหนดมาตรฐานด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับกีฬาอาชีพให้สอดคล้องกับสากล เพื่อยกระดับมาตรฐานการกีฬาอาชีพในประเทศไทย และเพื่อคุ้มครองช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนานักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพ  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

                     

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ[๒๑]

 

ข้อ ๓  ให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ดังต่อไปนี้

(๖) ให้ยกเลิกหมวด ๕ กองทุน มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ และให้โอนบรรดาทรัพย์สิน หนี้สิน ภาระผูกพัน สิทธิ หน้าที่ รวมทั้งพนักงานและลูกจ้างของกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพตามพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ไปเป็นของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘  ทั้งนี้ ให้สิทธิและหน้าที่ของพนักงานหรือลูกจ้างยังคงเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง

 

ข้อ ๔  ให้บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกีฬามวยตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ในส่วนที่เกี่ยวกับกองทุนกีฬามวย และของคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพและกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพตามพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารกองทุนตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ กำหนด

 

ข้อ ๕  ให้การกีฬาแห่งประเทศไทยดำเนินการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๘ เรื่อง ความคืบหน้าและการดำเนินการเพิ่มเติมตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๘ พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. ๒๕๕๘ และคำสั่งนี้ ให้แล้วเสร็จภายในสองเดือนนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ

 

ข้อ ๖  ในกรณีเห็นสมควร นายกรัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้

 

ข้อ ๗  คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป


นุสรา/ปรับปรุง

๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๙

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๑๑๘ ก/หน้า ๑/๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๖

[๒] มาตรา ๔ นิยามคำว่า กองทุน แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๓] มาตรา ๑๑ (๙) แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๔] มาตรา ๑๑ (๑๒) ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๕] มาตรา ๑๑ (๑๓) ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๖] มาตรา ๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๗] มาตรา ๑๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๘] หมวด ๕ กองทุน ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๙] มาตรา ๔๐ ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๑๐] มาตรา ๔๑ ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๑๑] มาตรา ๔๒ ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๑๒] มาตรา ๔๓ ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๑๓] มาตรา ๔๔ ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๑๔] มาตรา ๔๕ ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๑๕] มาตรา ๔๖ ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๑๖] มาตรา ๔๗ ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๑๗] มาตรา ๔๘ ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๑๘] มาตรา ๔๙ ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๑๙] มาตรา ๕๐ ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๒๐] มาตรา ๕๑ ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

[๒๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๒๓๘ ง/หน้า ๖/๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๙

ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/74

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/74

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


sitemap.xml