|
พระราชบัญญัติ เนติบัณฑิตยสภา พ.ศ. ๒๕๐๗ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๓
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นปีที่ ๑๙
ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยเนติบัณฑิตยสภา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา
ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเนติบัณฑิตยสภา พ.ศ.
๒๕๐๗” มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓
ให้เนติบัณฑิตยสภาซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งขึ้น
และซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยทนายความด้วยนั้น เป็นนิติบุคคล มาตรา ๔
เนติบัณฑิตยสภามีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (๑)
ส่งเสริมการศึกษานิติศาสตร์และการประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย รวมทั้งจัดให้มีทุนเพื่อการนั้น (๒)
ควบคุมมรรยาททนายความตามกฎหมายว่าด้วยทนายความ (๓)
ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาชิก มาตรา ๕
เนติบัณฑิตยสภาอาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้ (๑)
เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน (๒)
ค่าจดทะเบียน ค่าบำรุง และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ (๓)
ผลประโยชน์จากการลงทุนและกิจกรรมอื่น (๔)
ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ (๕)
รายได้ตามกฎหมายอื่น มาตรา ๖
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมดำรงตำแหน่งสภานายกพิเศษแห่งเนติบัณฑิตยสภา
มีอำนาจหน้าที่กำกับกิจการของเนติบัณฑิตยสภาตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๗
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า
คณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นนายก
อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์และอธิบดีกรมอัยการเป็นอุปนายก และกรรมการอื่นอีกมีจำนวนไม่ต่ำกว่าสิบหกคน
ซึ่งจะได้เลือกตั้งจากสามัญสมาชิกของเนติบัณฑิตยสภา มีอำนาจหน้าที่บริหารกิจการของเนติบัณฑิตยสภาให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับเนติบัณฑิตยสภา มาตรา ๘
ให้คณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภามีอำนาจตราข้อบังคับเนติบัณฑิตยสภาเกี่ยวกับ (๑)
ประเภทสมาชิก คุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสมาชิก
การเข้าเป็นสมาชิกและการขาดจากสมาชิกภาพ (๒)
ค่าจดทะเบียน ค่าบำรุง และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ (๓)
การกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติและประเภทบุคคลที่จะเป็นกรรมการ
วิธีการเลือกตั้งและการพ้นจากตำแหน่งกรรมการ (๔)
การประชุมคณะกรรมการและการประชุมอื่น ๆ (๕)
เรื่องอื่นที่อยู่ภายในวัตถุประสงค์ของเนติบัณฑิตยสภาหรือที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเนติบัณฑิตยสภาตามกฎหมายอื่น ภายใต้บังคับมาตรา
๑๑ ข้อบังคับเนติบัณฑิตยสภานั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ให้ใช้บังคับได้ มาตรา ๙
ในกิจการเกี่ยวกับบุคคลภายนอก
ให้นายกหรืออุปนายกซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกเป็นผู้แทนเนติบัณฑิตยสภา มาตรา ๑๐
สภานายกพิเศษจะเข้าฟังการประชุมและชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุมคณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาหรือจะส่งความเห็นเป็นหนังสือไปยังเนติบัณฑิตยสภาในเรื่องใด
ๆ ก็ได้ มาตรา ๑๑
มติของคณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาต้องได้รับความเห็นชอบของสภานายกพิเศษก่อน
จึงจะดำเนินการตามมตินั้นได้
เว้นแต่จะเป็นมติซึ่งมีบทกฎหมายอื่นบัญญัติให้อำนาจไว้ มติของคณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบของสภานายกพิเศษนั้น
ให้นายกเสนอสภานายกพิเศษโดยไม่ชักช้า สภานายกพิเศษอาจยับยั้งมตินั้นได้
ในกรณีที่มิได้มีการยับยั้งภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับมติที่นายกเสนอ
ให้ถือว่าสภานายกพิเศษให้ความเห็นชอบด้วยมตินั้น ถ้าสภานายกพิเศษยับยั้งมติใด
ให้คณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาประชุมพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ในการประชุมนั้นถ้ามีเสียงยืนยันมติถึงสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ
ก็ให้ดำเนินการตามมตินั้นได้ มาตรา ๑๒
ในระหว่างที่ยังมิได้ตราข้อบังคับเนติบัณฑิตยสภาขึ้นใหม่ตามมาตรา ๘
ให้คงใช้ข้อบังคับเนติบัณฑิตยสภาที่ใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาตามข้อบังคับเนติบัณฑิตยสภาที่กล่าวในวรรคหนึ่งคงอยู่รักษาการในตำแหน่งต่อไป
และให้มีหน้าที่ตราข้อบังคับเนติบัณฑิตยสภาขึ้นใหม่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
กับจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาตามข้อบังคับใหม่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อบังคับนั้นใช้บังคับ เมื่อได้เลือกตั้งคณะกรรมการคณะใหม่เสร็จแล้ว
ให้คณะกรรมการที่รักษาการในตำแหน่งตามวรรคสองพ้นหน้าที่ไป มาตรา ๑๓
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล
ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่ยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยเนติบัณฑิตยสภาโดยเฉพาะ จึงสมควรตรากฎหมายขึ้นเพื่อความประสงค์นี้ ปัทมา/แก้ไข วศิน/ตรวจ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๓ สุกัญญา/ผู้จัดทำ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔ |