ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา วิอาญา



ชื่อข้อมูล : หมายเหตุฎีกา เรื่อง การร้องทุกข์แทนกัน
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา วิอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 610/2515      
 
ป.พ.พ. มาตรา 1077
ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), 2 (7), 121
ป.อ. มาตรา 96

 
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497

  
หุ้นส่วนที่ไม่ใช่ผู้จัดการหรือผู้แทนของห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคล ย่อมไม่มีอำนาจร้องทุกข์แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น

 
ใบมอบอำนาจซึ่งมีข้อความว่ามอบอำนาจให้ฟ้องร้องต่อศาลเกี่ยวกับคดีเรื่องเช็คได้ทุกศาล เป็นการมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนเฉพาะการฟ้องร้องคดีต่อศาล ไม่รวมถึงการมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ด้วย

 
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ หลังจากวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค 5 เดือนเศษ โดยโจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด  ฟ้องโจทก์ย่อมขาดอายุความ

  
________________________________

  
    โจทก์ฟ้องและขอแก้ฟ้องว่า โจทก์เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย นายปานทอง จินตนาวงศ์ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการได้มอบอำนาจให้นายประพันธ์ บูรพาธนะ ดำเนินคดีแทนตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้อง เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2511 จำเลยที่ 1 โดยนายธิติ ธรรมกมล ได้ทำสัญญาเช่ารถแทรกเตอร์ของโจทก์ไป 3 คัน ในอัตราค่าเช่าชั่วโมงละ 260, 200 และ 210 บาท ตามสำเนาสัญญาเช่าท้ายฟ้อง จำเลยที่ 1 ค้างค่าเช่ารถโจทก์ทั้ง 3 คันเป็นเงินประมาณ 60,000 บาท วันที่ 2 กรกฎาคม 2511 จำเลยที่ 1 จ่ายเช็คชำระหนี้ค่าเช่ารถแทรกเตอร์ให้โจทก์ 2 ฉบับ ลงชื่อจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นผู้สั่งจ่าย คือเช็คหมายเลข ซี 486373 เงิน 30,000 บาท สั่งจ่ายวันที่ 15 กรกฎาคม 2511 และเช็คหมายเลข ซี 486374 เงิน 30,000 บาท สั่งจ่ายวันที่ 2 สิงหาคม 2511 ตามสำเนาเช็คท้ายฟ้อง วันที่ 18 กรกฎาคม 2511 โจทก์นำเช็คเลขที่ ซี 486373 ไปขึ้นเงินที่ธนาคารไทยพัฒนา จำกัด สาขาประตูน้ำ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยแจ้งให้ติดต่อกับผู้สั่งจ่าย โจทก์ติดต่อกับจำเลยทั้ง 3 หลายครั้ง ในที่สุดนายโชติชัย หุ้นส่วนคนหนึ่งของจำเลยที่ 1 นำเงินมาชำระให้โจทก์ 10,000 บาท โจทก์สลักหลังเช็คไว้ เงินที่เหลืออีก 20,000 บาท จำเลยทั้ง 3 ยังไม่ชำระจนบัดนี้ และระหว่างวันที่ 2 สิงหาคม ถึง 20 สิงหาคม 2511 วันใดจำไม่ได้ โจทก์นำเช็คเลขที่ ซี 486374 ไปเบิกเงินที่ธนาคาร แต่เบิกไม่ได้ วันที่ 21 สิงหาคม 2511โจทก์นำเช็คฉบับนี้ไปเข้าธนาคารอีก ธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินโดยแจ้งว่าเงินในบัญชีไม่พอจ่าย ทั้งนี้ เป็นการที่จำเลยร่วมกันออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค เหตุเกิดที่ตำบลสามเสนใน และตำบลมักกะสันอำเภอพญาไท จังหวัดพระนคร เกี่ยวพันกันโจทก์ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจบางซื่อ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2511 เพื่อดำเนินคดีกับจำเลยแล้ว ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3

 
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว สั่งประทับฟ้องโจทก์

 
จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 3 ไม่ได้ตัวมาดำเนินคดี ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ 3 คงดำเนินการพิจารณาต่อไปเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 2 เมื่อพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้ว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คำร้องทุกข์ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2511 ตามเอกสารหมาย จ.8 ซึ่งนายประพันธ์ บูรพาธนะ เป็นผู้แจ้งต่อพนักงานสอบสวน ไม่มีข้อความว่าโจทก์เป็นผู้แจ้งหรือมอบอำนาจให้นายประพันธ์มาร้องทุกข์แทน คำร้องทุกข์ของนายประพันธ์จึงเป็นการกระทำไปในฐานะส่วนตัว ไม่ใช่คำร้องทุกข์ของโจทก์ โจทก์ทราบเรื่องธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2511 แต่โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2512 พ้นกำหนดสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดคดีจึงขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยไม่จำต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงอื่น

 
โจทก์อุทธรณ์

 
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

 
โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ

 
ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีแล้ว คงมีปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นผู้ลงนามในเช็คได้ออกเช็คจ่ายเงินชำระหนี้ให้โจทก์ 2 ฉบับ ตามเช็คหมาย จ.4 จ.5 โจทก์นำเช็คหมาย จ.4 ไปขึ้นเงินจากธนาคารเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2511 ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้ติดต่อกับผู้สั่งจ่ายโจทก์ติดต่อกับจำเลย ในที่สุดจำเลยชำระเงินให้โจทก์ตามเช็คฉบับนี้ 10,000 บาท มีคงค้างอีก 20,000 บาท ต่อมาวันที่ 21 สิงหาคม 2511 โจทก์นำเช็คหมาย จ.5 ไปขึ้นเงินจากธนาคาร ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยแจ้งว่าเงินในบัญชีไม่พอจ่าย ตามเอกสารใบคืนเช็คหมาย จ.7 รุ่งขึ้นวันที่ 22 สิงหาคม 2511 นายประพันธ์ บูรพาธนะ หุ้นส่วนผู้หนึ่งของโจทก์ซึ่งได้รับมอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจทั่วไป ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2511 หมาย จ.2 ได้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อให้ดำเนินคดีกับจำเลย และโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 3 ฐานจ่ายเช็คไม่มีเงินต่อศาลอาญา ในวันที่ 29 มกราคม 2512

 
ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คำร้องทุกข์หมาย จ.8 ไม่มีข้อความประการใดเลยที่แสดงให้เห็นว่า นายประพันธ์ บูรพาธนะ ได้ร้องทุกข์ในนามของห้างหุ้นส่วนจำกัดปานทองพานิช โจทก์ หรือได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้ร้องทุกข์แทน ร้อยตำรวจตรีสมบัติ กล่ำสมบัติ พนักงานสอบสวนผู้รับคำร้องทุกข์ก็เบิกความว่า นายประพันธ์ร้องทุกข์ในฐานะส่วนตัว นายประพันธ์เป็นเพียงหุ้นส่วนคนหนึ่ง ไม่ใช่ผู้จัดการหรือผู้แทนของโจทก์ ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายนายประพันธ์จึงไม่มีอำนาจร้องทุกข์แทนโจทก์ และตามใบมอบอำนาจทั่วไปลงวันที่ 1 สิงหาคม 2511 หมาย จ.2 มีข้อความว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายประพันธ์ฟ้องร้องจำเลยต่อศาลเกี่ยวกับคดีเรื่องเช็คได้ทุกศาลจนคดีถึงที่สุด ให้มีอำนาจแต่งตั้งทนายความ และรับเงินจากศาลแทนโจทก์ได้ ซึ่งเป็นการมอบอำนาจโดยชัดแจ้งให้ดำเนินการแทนโจทก์เฉพาะการฟ้องร้องคดีต่อศาลเท่านั้น ไม่รวมถึงการมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนด้วย ที่นายประพันธ์ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนขอให้ดำเนินคดีกับจำเลยจึงไม่ใช่คำร้องทุกข์ของโจทก์ ไม่มีผลตามกฎหมาย ถือได้ว่า โจทก์ไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2512 หลังจากวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2511 ถึง 5 เดือนเศษฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว

 
พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์

     (รัตน์ ศรีไกรวิน - ประสม เภกะสุต - ถนอม ครูไพศาล)
 

 
หมายเหตุ
เกี่ยวกับการร้องทุกข์แทนกันนี้ เคยมีคำพิพากษาฎีกาที่ 155/2502 ซึ่งวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า เรื่องร้องทุกข์ ไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องกระทำด้วยตนเอง และตามสภาพของการร้องทุกข์ก็เป็นเรื่องเปิดช่องให้จัดการแทนกันได้ การร้องทุกข์จึงมอบอำนาจ ให้ร้องแทนกันได้ และต่อมาก็ยังมีคำพิพากษาฎีกาที่ 1534/2503วินิจฉัยตามแนวนี้

 
ส่วนการฟ้องคดีอาญานั้น ก็เคยมีคำพิพากษาฎีกาที่ 890/2503 วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่าไม่มีกฎหมายใดที่บังคับว่าการฟ้องคดีอาญาผู้เสียหายจักต้องทำด้วยตนเอง ทั้งตามสภาพของการฟ้องคดีอาญาก็ไม่เป็นเรื่องที่จักต้องกระทำด้วยตนเองเฉพาะตัว ผู้เสียหายจึงมอบอำนาจให้ฟ้องคดีอาญาได้

 
ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคลและเป็นผู้เสียหายได้มอบหมายให้หุ้นส่วนคนหนึ่งเป็นผู้มีอำนาจฟ้องร้องจำเลยต่อศาลเกี่ยวกับคดีเรื่องเช็คได้ทุกศาลจนคดีถึงที่สุด หุ้นส่วนคนนั้นจึงได้ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและต่อมาก็ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาล แต่ศาลฎีกาเห็นว่าหุ้นส่วนที่ไปร้องทุกข์นั้นไม่ใช่หุ้นส่วนผู้จัดการและไม่ใช่ผู้แทนของห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งเป็นผู้เสียหาย ทั้งไม่มีหนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์แทน จึงถือว่าหุ้นส่วนผู้นั้นไม่มีอำนาจร้องทุกข์ในนามของห้างหุ้นส่วน

 
ถ้าพิเคราะห์กันอย่างเผิน ๆ ก็อาจจะเห็นไปได้ว่า เมื่อผู้เสียหายได้มอบอำนาจให้ฟ้องคดีได้แล้ว ก็น่าจะถือว่าได้มอบอำนาจให้ร้องทุกข์ด้วย เพราะการร้องทุกข์ก็เป็นการเริ่มต้นของการที่จะฟ้องคดีนั่นเอง ทั้งเมื่อดูตามบทบัญญัติมาตรา 3 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การร้องทุกข์ก็เป็นเรื่องซึ่งอยู่ในอำนาจที่ผู้จัดการแทนผู้เสียหายจะดำเนินการได้ด้วย แต่ถ้าได้พิเคราะห์กันอย่างละเอียดแล้ว ก็จะเห็นว่าการร้องทุกข์กับการฟ้องคดีเป็นคนละเรื่องกัน มาตรา 3 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็ได้ระบุเรื่องร้องทุกข์กับเรื่องการเป็นโจทก์ฟ้องคดีไว้เป็นคนละข้อกัน ทั้งการร้องทุกข์ก็มีวิธีการและรายละเอียดบางอย่าง จะต้องปฏิบัติดังปรากฏในมาตรา 123 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และถ้ายอมให้ร้องทุกข์แทนได้โดยไม่ได้มีการมอบอำนาจให้ชัดแจ้ง หากการร้องทุกข์นั้นเป็นเท็จ ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องความรับผิดในทางอาญาด้วย ดังนั้น เมื่อศาลฎีกายอมให้มีการมอบอำนาจร้องทุกข์แทนได้ ผู้ที่จะมีอำนาจไปร้องทุกข์แทน จึงควรได้รับการมอบอำนาจให้ไปกระทำการโดยชัดแจ้ง มิใช่แปลความอนุโลมเอาเองว่าเมื่อมอบอำนาจให้ฟ้องคดีได้แล้วจะหมายรวมไปถึงการมอบอำนาจให้ร้องทุกข์แทนด้วย

 
บรรณาธิการ


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 514 ครั้ง

 


หมายเหตุฎีกา เรื่อง การร้องทุกข์แทนกัน |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา วิอาญา ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  




คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]