ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายลักษณะพยาน



ชื่อข้อมูล : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง น้ำหนักพยานหลักฐาน / สุพิศ ?ปราณีตพลกรัง
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายลักษณะพยาน
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 98/2534    

   
ป.วิ.อ. มาตรา 226

 
ป.อ. มาตรา 84

  
   เกิดเหตุเวลากลางคืนใกล้เวทีชกมวยซึ่งมีแสงสว่างเห็นได้ถนัด แม้ไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยยิงผู้ตาย แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเมื่อเสียงปืนดัง ขึ้นมี บ. พยานซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุมองไปตามเสียงปืนเห็นจำเลยกับพวกอีก 1 คน ยืนถืออาวุธปืนอยู่คนละกระบอกแล้ววิ่งผ่าน ม. พยานอีกคนหนึ่งเข้าป่าไป ขณะนั้นเจ้าหน้าที่สายตรวจทราบเหตุทางวิทยุจึงขับรถมายังที่เกิดเหตุพบจำเลยกับพวกคนหนึ่งเดิน อยู่จึงขอตรวจค้นจำเลยกับพวกวิ่งหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจับจำเลยได้พร้อมอาวุธปืนแล้วพาจำเลยมายังที่เกิดเหตุ ม. ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุเบิกความว่าจำเลยเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่งที่วิ่งผ่านพยานหนีเข้าป่าไปและหลังเกิดเหตุสิบกว่าวัน บ. มาดู ตัวจำเลยและยืนยันว่าจำเลยเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่งในจำนวนสองคนที่ยืนถืออาวุธปืนอยู่ในที่เกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุมีแต่จำเลยกับพวกเท่านั้นที่ถืออาวุธปืนอยู่ เสียงปืนดัง มาจากกลุ่มของจำเลยกับพวกซึ่งมีเพียง2 คน พฤติการณ์ดังนี้ถ้า จำเลยไม่ได้ยิงพวกของจำเลยก็ต้องยิงการที่จำเลยวิ่งหนีไปพร้อมกับพวกโดยถืออาวุธปืนไปด้วยแสดงว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาร่วมกันที่จะยิงผู้ตาย พยานโจทก์ดังกล่าวจึงฟังได้ว่าจำเลยร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย.

  
________________________________

  
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2531 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นคนละกระบอกยิงนายเลี่ยม ขุนโต ถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เจ้าพนักงานจับจำเจำเลยได้ในวันเกิดเหตุ พร้อมด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นไม่มีหมายเลขทะเบียน 1 กระบอก กับกระสุนปืน 1 นัด จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 394/2531 ของศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 288 นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 394/2531 ของศาลชั้นต้น

 
จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

 
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ลงโทษจำคุก 20 ปี ให้นับโทษต่อจากโทษคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 394/2531 ของศาลชั้นต้น

 
จำเลยอุทธรณ์

 
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

 
จำเลยฎีกา

 
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบและจำเลยไม่โต้แย้งว่า ผู้ตายถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถึงแก่ความตายตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ เมื่อมีเสียงปืนดังขึ้นนายบุญช่วย แพงชาวนา ซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุมองไปตามเสียงปืนเห็นคนแปลกหน้า 2 คน ยืนถืออาวุธปืนอยู่คนละกระบอกแล้ววิ่งผ่านนายไหม สิงห์รอ หนีเข้าป่าไป สิบตำรวจเอกถวิล แสนสม ตำรวจสายตรวจทราบเหตุทางวิทยุจึงขับรถมายังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพลตำรวจนพดลพบจำเลยนี้กับพวกคนหนึ่งเดินอยู่จึงขอตรวจค้นจำเลยกับพวกวิ่งหนีพลตำรวจนพดลจับจำเลยได้พร้อมอาวุธปืน สิบตำรวจเอกถวิลพาจำเลยมายังที่เกิดเหตุ นายไหมซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุเบิกความเป็นพยานโจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่งที่วิ่งผ่านนายไหมหนีเข้าป่าไปตำรวจดำเนินคดีแก่จำเลยข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตและสืบทราบว่านายบุญช่วยเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ที่คนร้ายยิงผู้ตายจึงตามนายบุญช่วยมาดูตัวจำเลยหลังเกิดเหตุสิบกว่าวัน นายบุญช่วยมาเบิกความเป็นพยานโจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่งใน่จำนวน2 คน ที่ยืนถืออาวุธปืนอยู่ในที่เกิดเหตุ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นคนแปลกหน้าที่ยืนถืออาวุธปืนอยู่ในที่เกิดเหตุ แล้ววิ่งหนีไปหรือไม่ และจำเลยนี้ได้ใช้อาวุธยิงผู้ตายหรือร่วมกับพวกยิงผู้ตายหรือไม่ ปัญหาว่าจำเลยเป็นคนแปลกหน้าในคืนเกิดเหตุหรือไม่ โจทก์มีนายไหมซึ่งได้เห็นจำเลยอีกภายหลังเห็นคนแปลกหน้าวิ่งผ่านไปเพียง2-3 ชั่วโมง กับนายบุญช่วยซึ่งได้เห็นจำเลยอีกหลังจากเห็นคนแปลกหน้าถืออาวุธปืนอยู่ในที่เกิดเหตุและวิ่งหนีไปสิบกว่าวันมาเบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่งใน 2 คน ที่เป็นคนร้ายยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย ศาลฎีกาเห็นว่า คนร้ายทั้งสองเป็นคนแปลกหน้าย่อมมีลักษณะเด่นสะดุดตาพยาน ทั้งจำเลยนี้มีลักษณะเตี้ยตรงตามลักษณะคนร้ายที่พยานทั้งสองเบิกความถึง ยิ่งพิเคราะห์ภาพถ่ายตามเอกสารหมาย จ.2 จะเห็นว่าจำเลยมีลักษณะเตี้ยเป็นพิเศษเป็นลักษณะเด่นชัดให้จำได้ง่าย พยานได้เห็นจำเลยหลังจากเห็นคนร้ายวันเกิดเหตุไม่นานย่อมจะจำคนร้ายได้ แม้เกิดเหตุกลางคืน แต่เกิดเหตุใกล้เวทีชกมวยย่อมมีแสงสว่างเห็นได้ถนัดและไม่ปรากฎว่าพยานรู้จักจำเลยมาก่อนจึงไม่มีสาเหตุกับจำเลยทั้งไม่มีส่วนได้เสียในคดีหรือเป็นญาติกับผู้ตายจึงไม่มีเหตุต้องสงสัยว่าพยานจะเบิกความปรักปรำจำเลย จึงเชื่อได้ว่าจำเลยเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่งที่พยานเห็นในเวลาเกิดเหตุ ที่จำเลยอ้างว่าได้ยืนดูศพผู้ตายประเดี๋ยวหนึ่งจึงกลับไปนั้น เห็นว่าเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ได้เพราะจำเลยพกอาวุธปืนอยู่ในเวลาเกิดเหตุยิงกันตำรวจอาจตรวจค้นผู้อยู่ในบริเวณเกิดเหตุได้ทุกคน จำเลยย่อมเข้าใจความจริงข้อนี้และคงไม่รอให้ตำรวจตรวจค้นได้ แม้เมื่อจำเลยเดินอยู่ระหว่างทางจำเลยยังวิ่งหนีตำรวจ ดังที่จำเลยเบิกความข้ออ้างของจำเลยไม่พอฟังหักล้างพยานโจทก์ ปัญหาต่อไปว่าจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายหรือร่วมกับพวกยิงผู้ตายหรือไม่นั้น ในข้อที่ว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายหรือไม่นั้นไม่มีผู้ใดรู้เห็น แต่ขณะเกิดเหตุมีแต่จำเลยกับพวกเท่านั้นถืออาวุธปืนอยู่ เสียงปืนดังขึ้นจากกลุ่มของจำเลยกับพวกซึ่งมีเพียง 2 คน ถ้าจำเลยไม่ได้ยิงพวกของจำเลยก็ต้องยิงการที่จำเลยวิ่งหนีไปพร้อมกับพวกโดยถืออาวุธปืนไปด้วยกันเช่นนี้แสดงว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาร่วมกันที่จะยิงผู้ตาย จึงฟังได้ว่าจำเลยร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย และมีความผิดตามฟ้องของโจทก์ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

 
พิพากษา.

    
(วิทวัส อยู่วัฒนา - บุญส่ง วรรณกลาง - ตัน เวทไว)

  
หมายเหตุ

  
 คำพิพากษาฎีกาฉบับนี้เป็นตัวอย่างของการวินิจฉัยข้อเท็จจริงขณะเกิดเหตุไม่มีประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์ว่าใครเป็นคนร้ายที่ยิงผู้ตาย ดังนั้นจึงต้องพิเคราะห์ข้อเท็จจริงจากพยานแวดล้อมใกล้ชิดทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ เพื่อวินิจฉัยข้อเท็จจริงบ่งชี้ถึงน้ำหนักพยานหลักฐานโจทก์ว่ามีน้ำหนักมั่นคงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยได้หรือไม่

 
 พยานบุคคลซึ่งเป็นพยานแวดล้อมใกล้ชิดที่สำคัญมี 2 ปาก คือพยานปากแรกอยู่ใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ หลังเสียงปืนดัง มองไปทางเสียงปืนก็เห็นชายแปลกหน้า 2 คน คือ จำเลยกับพวกยืนถือปืนคนละกระบอกพยานอีกปากหนึ่งเห็นจำเลยกับพวกวิ่งผ่านมาทางพยานและหนีเข้าป่าไปขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืน แต่สถานที่เกิดเหตุเป็นบริเวณสนามมวยจุดที่เกิดเหตุอยู่ใกล้เวทีมวยมีแสงสว่างเห็นได้ถนัด หลังเกิดเหตุก็ยืนยันว่าจำเลยเป็นหนึ่งในชายแปลกหน้าที่พบเห็น สิ่งที่สนับสนุนการจดจำของพยานทั้งสองได้อีกประการหนึ่งก็คือ จำเลยมีลักษณะเตี้ยเป็นพิเศษเป็นลักษณะพิเศษที่ทำให้จดจำได้ง่าย พยานมีความเป็นกลางไม่มีสาเหตุกับจำเลยมาก่อน ในส่วนของจำเลยก็มีพิรุธ คือ วิ่งหลบหนีขณะเจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุม เมื่อจับตัวได้ก็พบอาวุธปืน ซึ่งจำเลยนำสืบพัวพันเข้ามาว่าได้ไปชมการชกมวยในวันที่เกิดเหตุด้วยเมื่อพิจารณาประกอบกันแล้วพยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยได้ แม้ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้ยิงผู้ตายก็ตาม

 
 ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ และพอที่จะยกขึ้นเทียบเคียงเพื่อประกอบการพิจารณากรณีมีแต่พยานแวดล้อม ไม่มีประจักษ์พยาน  แต่ก็มีน้ำหนักพอที่จะฟังลงโทษจำเลยได้ มีดังนี้

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1346/2530 โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์ขณะจำเลยข่มขืนและฆ่าเด็กหญิง พ. แต่โจทก์มีพยานมาเบิกความว่าเห็นชายคนหนึ่งวิ่งไล่เด็กผู้หญิง พยานจำไม่ได้ว่าเป็นใครเพราะยืนดูอยู่ห่าง ปรากฎว่าเวลาที่พยานเห็นเหตุการณ์นั้นตรงกับเวลาที่เกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุเล็กน้อยพยานได้พบจำเลยอยู่ตรงบริเวณใกล้กับที่พบศพเด็กหญิง พ. จำเลยสวมเสื้อผ้าเช่นเดียวกับเสื้อผ้าของชายที่วิ่งไล่เด็กผู้หญิง ทั้งพฤติการณ์ของชายและเด็กผู้หญิงที่พยานเห็นนั้นก็ตรงกับข้อเท็จจริงตามคำรับสารภาพของจำเลย ประกอบกับได้ความว่า การทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพของจำเกับได้ความว่า การทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาาพของจำเลยนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องคอยถามจำเลยทุกขั้นตอน และบางครั้งเมื่อผู้แสดงแทนผู้ตายทำไม่ถูกต้อง จำเลยก็บอกให้ทำใหม่ให้ถูกต้องซึ่งเป็นเหตุผลแสดงว่าจำเลยได้ให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจดังนี้ ฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้อง

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 868/2531 โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนเล็กกลยิงกราดผู้เสียหายและผู้ตายในโรงภาพยนต์ แต่มีพยานแวดล้อม โดยผู้เสียหายคนหนึ่งเห็นจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุในเวลาใกล้เคียงกับขณะเกิดเหตุ สอดคล้องกับคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลย จำเลยรับสารภาพทั้งชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนต่อหน้านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ทั้งยังนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพและขอขมาต่อผู้เสียหายและบิดามารดาของผู้ตายด้วยความสมัครใจเพราะสำนึกผิดและโดยเปิดเผยต่อหน้าประชาชนและต่อหน้านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ทั้งยังนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพและขอขมาต่อผู้เสียหายและบิดามารดาของผู้ตายด้วยความสมัครใจเพราะสำนึกผิดและโดยเปิดเผยต่อหน้าประชาชนและสื่อมวลชน พยานโจทก์ทุกปากไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลย ไม่มีเหตุผลที่จะให้การปรักปรำจำเลย พนักงานสอบสวนก็ให้ความเป็นธรรมแก่จำเลย ในวันพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น จำเลยก็ยังให้การรับสารภาพในตอนต้น แม้ต่อมาจะกลับให้การปฏิเสธแต่ก็ไม่ปรากฎว่าเป็นเพราะเหตุใด เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว จำเลยก็มิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาเชื่อว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริงตามฟ้อง

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4437/2531 ผู้ตายขี่รถจักรยานสองล้อไปเก็บผักบุ้งบริเวณท้องนา ต่อมาพบผู้ตายถูกข่มขืนกระทำชำเราใกล้กับสถานีทดลองข้าวซึ่งจำเลยทำงานอยู่พบเส้นผมประมาณ 20-30 เส้น กับขนที่อวัยวะเพศ 1 เส้น คกอยู่ที่กองเลือดในที่เกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้นำตัวอย่างเส้นผมและขนจากอวัยวะเพศของจำเลยและของคนงานสถานีทดลองข้าวดังกล่าวรวม 8 คน ไปตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบกับเส้นผมและขนจากอวัยวะเพศของกลาง ผลการตรวจลักษณะภายนอกและการตรวจน้ำเหลืองทางวิทยาเชื่อว่าเส้นผมบางเส้นและขนจากอวัยวะเพศของกลางเป็นของจำเลยโดยมีนายแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์มาเบิกความร้บรองว่า วิธีการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวสามารถยืนยัน ได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์และยังพบร่องรอยบาดแผลขีดข่วนที่ร่างกายของจำเลยอีกหลายแห่งอันเกิดจากการดิ้นรนต่อสู้ของผู้ตาย ดังนี้ พยานหลักฐานโจทก์ฟังลงโทษจำเลยฐานข่มขืนกระทำชำเราและฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277วรรคแรก,289(7) ได้.

 
  สุพิศ  ปราณีตพลกรัง


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 1024 ครั้ง

 


หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง น้ำหนักพยานหลักฐาน / สุพิศ ?ปราณีตพลกรัง |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายลักษณะพยาน ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  




คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]