ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา วิอาญา



ชื่อข้อมูล : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 / สอนชัย สิราริยกูล
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา วิอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5914/2539

       
 
ป.วิ.อ. มาตรา 120, 158, 173

 
ป.อ. มาตรา 90

 
พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 มาตรา 4, 65

  
   พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ.2522มาตรา4คำว่า"ผลิต"หมายความรวมตลอดถึงการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วยดังนั้นการที่จำเลยนำเฮโรอีนมาแบ่งบรรจุหลอดพลาสติกจึงเป็นการผลิตเฮโรอีนตามความหมายของมาตรา4แล้ว  เจ้าพนักงานตำรวจแจ้งข้อหาผลิตเฮโรอีนให้จำเลยทราบตั้งแต่ชั้นจับกุมซึ่งถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นแห่งขบวนการสอบสวนจำเลยแล้วแม้พนักงานสอบสวนมิได้เบิกความถึงการแจ้งข้อหาผลิตเฮโรอีนก็ตามแต่จำเลยก็ได้ให้การรับสารภาพเช่นเดียวกันกับในชั้นจับกุมเฮโรอีนที่จับได้ก็เป็นจำนวนเดียวกันจึงถือได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดฐานนี้แล้วโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องศาลลงโทษจำเลยฐานผลิตเฮโรอีนตามมาตรา65ได้  วันแรกที่ศาลชั้นต้นได้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังและสอบคำให้การจำเลยนั้นศาลได้สอบถามเรื่องทนายความแล้วจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องและแถลงว่าไม่ต้องการทนายความในสำนวนก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยซักค้านพยานโจทก์หรือดำเนินกระบวนพิจารณาอื่นใดที่ต้องอาศัยทนายความและยังแถลงว่าไม่ติดใจสืบพยานจำเลยเพิ่งมาโต้แย้งในชั้นฎีกาว่าศาลชั้นต้นต้องตั้งทนายความให้จำเลยดังนี้ต้องถือว่าศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ขัดต่อมาตรา173  โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าจำเลยได้บังอาจผลิตโดยแบ่งเฮโรอีนบรรจุหลอดเครื่องดื่มและมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิได้รับอนุญาตคำว่า"เพื่อจำหน่าย"นั้นโจทก์มุ่งถึงข้อหามีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองมิใช่ข้อหาผลิตเฮโรอีนดังนั้นจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์บรรยายฟ้องข้อหาผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายมาแล้วในฟ้อง  เฮโรอีนที่จำเลยผลิตและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นเฮโรอีนจำนวนเดียวกันการกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวกันผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา90

  
________________________________

  
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ผลิตโดยแบ่งเฮโรอีนบรรจุหลอดดูดเครื่องดื่มและมีเฮโรอีนบรรจุหลอดดูดเครื่องดื่มจำนวน 2 หลอดน้ำหนัก 0.09 กรัม บรรจุหลอดพลาสติก (ขวดพลาสติก) จำนวน 1 ขวดน้ำหนัก 0.29 กรัม ห่อด้วยกระดาษ 1 ห่อ น้ำหนัก 0.04 กรัมรวมน้ำหนักทั้งสิ้น 0.42 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และจำเลยได้จำหน่ายเฮโรอีนที่ครอบครองดังกล่าวจำนวน 2 หลอด น้ำหนัก 0.09 กรัม ให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อเป็นเงิน200 บาท โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 67, 102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 49, 91 ริบหลอดดูดเครื่องดื่ม1 หลอด กรรไกร 1 เล่ม ไฟแช็ก 1 อันของกลาง และสั่งห้ามจำเลยเสพยาเสพติดให้โทษต่อไปด้วย

 
จำเลย ให้การรับสารภาพ

 
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีนจำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี ริบหลอดดูดเครื่องดื่ม1 หลอด กรรไกร 1 เล่ม ไฟแช็ก 1 อัน ส่วนที่โจทก์ขอให้สั่งห้ามจำเลยเสพยาเสพติดให้โทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 49 นั้นเห็นว่า พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 98ได้บัญญัติวิธีการบำบัดรักษาไว้แล้ว ไม่สมควรที่จะสั่งห้ามจึงให้ยกคำขอของโจทก์ในข้อนี้

 
โจทก์ อุทธรณ์

 
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคหนึ่งให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53คงจำคุก 25 ปี รวมกับโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้วคงจำคุกจำเลยมีกำหนด 30 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

 
โจทก์ และ จำเลย ฎีกา

 
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่าจะลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 65 ฐานผลิตเฮโรอีนได้หรือไม่ เห็นว่าในพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 4 ได้บัญญัติคำนิยามคำว่า "ผลิต"ให้หมายความรวมตลอดถึงการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุด้วย ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยนำเฮโรอีนมาแบ่งบรรจุหลอดพลาสติกจึงเป็นการผลิตเฮโรอีนตามความหมายของคำว่า "ผลิต" แล้ว ส่วนปัญหาว่าโจทก์จะมีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหานี้หรือไม่นั้น ปรากฏจากคำเบิกความของร้อยตำรวจโทธวัชชัย อยู่มาก เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับจำเลยได้พร้อมของกลาง พยานโจทก์ว่าได้แจ้งข้อหาแก่จำเลยว่ามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่าย และผลิตจำเลยให้การรับสารภาพทุกข้อหา ตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.4เห็นได้ว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้แจ้งข้อหาผลิตเฮโรอีนให้จำเลยทราบแล้วตั้งแต่ชั้นจับกุม ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นแห่งขบวนการสอบสวนจำเลย และจำเลยก็ได้ให้การรับสารภาพทั้งเฮโรอีนที่จับได้เป็นของกลางก็เป็นจำนวนเดียวกันกับที่แจ้งข้อหาแก่จำเลยในชั้นสอบสวนว่ามีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้ร้อยตำรวจเอกคนอง ไข่ทาเจ้าพนักงานตำรวจผู้ทำการสอบสวนจำเลยจะมิได้เบิกความถึงการแจ้งข้อหาผลิตเฮโรอีนก็ตาม แต่จำเลยก็ได้ให้การรับสารภาพเช่นเดียวกันกับในชั้นจับกุม จึงถือได้ว่าได้มีการสอบสวนในความผิดฐานนี้แล้ว และโจทก์มีอำนาจฟ้อง ศาลจึงลงโทษจำเลยในความผิดตามมาตรา 65 ได้ สำหรับฎีกาของจำเลยที่ว่า คดีนี้มีโทษตามกฎหมายถึงประหารชีวิต ศาลจึงต้องตั้งทนายความให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 นั้น เห็นว่า ศาลได้สอบถามเรื่องทนายความแล้วแต่จำเลยแถลงว่าไม่ต้องการทนายความ และขอให้การรับสารภาพตามฟ้อง ดังปรากฏในคำให้การจำเลย และรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 1 กันยายน 2537 อันเป็นวันแรกที่ศาลชั้นต้นได้อ่านอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังและสอบคำให้การจำเลยทั้งในสำนวนไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ซักค้านพยานโจทก์หรือดำเนินกระบวนพิจารณาอื่นใดต้องอาศัยทนายความและจำเลยยังได้แถลงต่อศาลด้วยว่าไม่ติดใจสืบพยานจำเลยจนกระทั่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาคดีนี้จำเลยเพิ่งจะหยิบยกขึ้นโต้แย้งในชั้นฎีกา จึงเห็นว่าข้อโต้แย้งของจำเลยฟังไม่ขึ้น และศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ขัดต่อมาตรา 173 ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น

 
มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า คำฟ้องได้บรรยายข้อหาผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายไว้โดยชอบแล้วหรือไม่ เห็นว่า ในฟ้องข้อ 1 ก.โจทก์บรรยายข้อหานี้แต่เพียงว่าจำเลยได้บังอาจผลิตโดยแบ่งเฮโรอีนบรรจุหลอดเครื่องดื่มและมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิได้รับอนุญาต เห็นว่า คำว่าเพื่อจำหน่ายนั้นโจทก์ได้บรรยายมุ่งถึงข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง มิใช่ข้อหาผลิตเฮโรอีนทั้งในฟ้องข้อ 2 ก็ได้บรรยายย้ำว่า เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมยึดส่วนหนึ่งของเฮโรอีนที่จำเลยผลิต และมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเหลือจากการจำหน่ายด้วย จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยโดยได้บรรยายข้อหาผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายมาแล้วในฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ลงโทษจำเลยข้อหานี้ชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

 
แต่เมื่อพิเคราะห์คำฟ้องและข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการนำสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว ปรากฏว่าเฮโรอีนที่จำเลยผลิตและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้นเป็นเฮโรอีนจำนวนเดียวกันการกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลย ซึ่งในกรณีนี้ระหว่างมาตรา 65 วรรคหนึ่งกับมาตรา 66 วรรคหนึ่ง นั้น มาตรา 65 วรรคหนึ่งมีโทษหนักกว่า"

 
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานผลิตเฮโรอีน และฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคหนึ่งและมาตรา 66 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี รวมกับโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดสำหรับความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีน 2 ปี 6 เดือนแล้ว คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 27 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

    
(สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ - สุทธิ นิชโรจน์ - สุชาติ ถาวรวงษ์)

  
หมายเหตุ

  
ศาลฎีกาได้วินิจฉัยฎีกาของโจทก์ว่าตามคำฟ้องต้องถือว่าโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษมาตรา 65 วรรคหนึ่งและมาตรา 66 วรรคหนึ่ง ซึ่งทั้งสองข้อหามีโทษสูงสุดเพียงจำคุกตลอดชีวิต ไม่ใช่ขอให้ลงโทษตามมาตรา65 วรรคสอง ที่มีโทษถึงประหารชีวิต เหตุนี้ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ฎีกาว่าคดีนี้มีโทษถึงประหารชีวิต (ตามความเข้าใจของจำเลย) ศาลต้องตั้งทนายให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 ว่าศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาชอบแล้วก็เพราะคดีนี้ต้องบังคับตามมาตรา 173 วรรคสอง

 
     สอนชัย สิราริยกูล


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 935 ครั้ง

 


หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 / สอนชัย สิราริยกูล |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา วิอาญา ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  




คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]