คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2540
ป.อ. มาตรา 2 วรรคแรก
พ.ร.บ.สุขาภิบาล พ.ศ.2495 มาตรา 7
ตามพระราชบัญญัติสุขาภิบาลพ.ศ.2495ที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำการฝ่าฝืนด้วยการไปใช้สิทธิเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาลพระสมุทรเจดีย์โดยไม่มีสิทธิมิได้บัญญัติบทกำหนดโทษไว้ในมาตราหนึ่งมาตราใดและตามพระราชบัญญัติสุขาภิบาล(ฉบับที่3)พ.ศ.2528มาตรา3ซึ่งให้ยกเลิกความในมาตรา7แห่งพระราชบัญญัติสุขาภิบาลพ.ศ.2495และให้ใช้ความใหม่แทนได้บัญญัติไว้ในวรรคสุดท้ายของมาตรา7ว่าการเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาลตามความใน(4)ให้ใช้วิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลโดยอนุโลมนั่นก็คือให้ใช้วิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลโดยอนุโลมซึ่งต้องตีความโดยเคร่งครัดว่าพระราชบัญญัติสุขาภิบาล(ฉบับที่3)พ.ศ.2528มาตรา3มีเจตนารมณ์เพียงว่าในการเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาลตามมาตรา7(4)ให้นำแต่เฉพาะวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่านั้นมิได้หมายความว่าให้นำบทบัญญัติของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมาใช้บังคับทั้งหมดดังนั้นจะนำเอาบทกำหนดโทษผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลพ.ศ.2482มาตรา72ซึ่งอยู่ในหมวด9อันเป็นเรื่องบทกำหนดโทษโดยเฉพาะมาใช้บังคับโดยอนุโลมหาได้ไม่ฉะนั้นเมื่อจำเลยไปใช้สิทธิเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาลพระสมุทรเจดีย์ในวันเกิดเหตุโดยไม่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งถือว่าการกระทำของจำเลยในขณะนั้นไม่มีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้โจทก์ฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยไม่ได้ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา2วรรคแรก
________________________________
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสุขาภิบาลพ.ศ. 2495 มาตรา 7 พระราชบัญญัติสุขาภิบาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528มาตรา 3 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ. 2482มาตรา 72 และขอให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจำเลยมีกำหนดเวลา 4 ปี
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์โดยอัยการพิเศษประจำเขต 1 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองว่าจำเลยเป็นผู้ไม่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาลพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ แต่จำเลยไปใช้สิทธิเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาลพระสมุทรเจดีย์ในวันเกิดเหตุณ หน่วยเลือกตั้งที่ 2 จนถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับ คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยตามคำขอท้ายฟ้องได้หรือไม่ เห็นว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคแรกบัญญัติว่า "บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้น ต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย" ความปรากฎว่าพระราชบัญญัติ สุขาภิบาล พ.ศ. 2495 ที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำการฝ่าฝืนด้วยการไปใช้สิทธิเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาลพระสมุทรเจดีย์โดยไม่มีสิทธิ มิได้บัญญัติบทกำหนดโทษไว้ในมาตราหนึ่งมาตราใดและตามพระราชบัญญัติสุขาภิบาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 มาตรา 3ซึ่งให้ยกเลิกความใน มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสุขาภิบาลพ.ศ. 2495 และให้ใช้ความใหม่แทน ได้บัญญัติไว้ในวรรคสุดท้ายของมาตรา 7 ว่า "การเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาลตามความใน (4)ให้ใช้วิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลโดยอนุโลม" เมื่อพระราชบัญญัติสุขาภิบาล(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 มาตรา 3 บัญญัติวิธีการเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาล ตามความใน (4) แห่งมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวคือให้ใช้วิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลโดยอนุโลม ก็ต้องตีความโดยเคร่งครัดว่าพระราชบัญญัติสุขาภิบาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 มาตรา 3มีเจตนารมณ์เพียงว่าในการเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาล ตามมาตรา 7(4)ให้นำแต่เฉพาะวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่านั้น ทั้งนี้เพราะตามพระราชบัญญัติสุขาภิบาลไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับวิธีการเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาลไว้ มิได้หมายความว่าให้นำบทบัญญัติของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมาใช้บังคับทั้งหมด ดังนั้นจะนำเอาบทกำหนดโทษผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ. 2482 มาตรา 72ซึ่งอยู่ในหมวด 9 อันเป็นเรื่องบทกำหนดโทษโดยเฉพาะมาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วยดังที่โจทก์ฎีกาหาได้ไม่ ฉะนั้น เมื่อจำเลยไปใช้สิทธิเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาลพระสมุทรเจดีย์ในวันเกิดเหตุโดยไม่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ถือว่าการกระทำของจำเลยในขณะนั้นไม่มีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ โจทก์ฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยตามคำขอท้ายฟ้องไม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว เทียบเคียงได้กับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2531 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดนครพนม โจทก์นายหลับ แสงโสม จำเลย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
(สุรินทร์ นาควิเชียร - ถวิล อินทรักษา - อมร วีรวงศ์)
หมายเหตุ
หลักการลงโทษบุคคลในทางอาญามีอยู่ว่าจะต้องมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษรโดยชัดแจ้ง ระบุว่าการกระทำใดเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ด้วยตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2ส่วนการตีความนั้น ศาสตราจารย์พระยาอรรถการียนิพนธ์ กล่าวไว้ว่า"ทางอาญาการตีความต้องใช้หลักเคร่งครัดไม่ใช่ extensive ต้องตีความโดยเด็ดขาด ไม่ใช่ขยายความ โดยหลักนี้ศาลมีอำนาจจะค้นหาเจตนาของผู้ร่างว่า ผู้ร่างมีความมุ่งหมายอย่างไร แต่ศาลจะตีความให้ฝ่าฝืนลายลักษณ์อักษรที่เขียนไว้ไม่ได้ ต้องตีความภายในลายลักษณ์อักษร "
กรณีนี้เมื่อพิจารณาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2531 จนถึงคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ จะเห็นได้ว่าศาลฎีกาได้ยึดหลักในการตีความแนวเดียวกันมาตลอดว่า ให้นำแต่เฉพาะ "วิธีการเลือกตั้ง"สมาชิกสภาเทศบาล มาบังคับใช้ในการเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาลโดยไม่ให้นำหมวด 9 ว่าด้วยบทกำหนดโทษมาใช้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงลักษณะการตีความกฎหมายอาญาตามลายลักษณ์อักษรโดยเคร่งครัด
อย่างไรก็ตามหากพิจารณาพระราชบัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ. 2495 มาตรา 7 เดิมได้กำหนดให้ "การเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาล อนุโลมใช้วิธีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องที่"ซึ่งไม่ปรากฎว่า พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2497ได้ระบุบทกำหนดโทษใด ๆ ไว้ ต่อมาเมื่อได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ. 2528 มาตรา 3 ได้ยกเลิกความในมาตรา 7 เดิมและกำหนดให้ "การเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาล ใช้วิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลโดยอนุโลม" ซึ่งตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลดังกล่าวได้ระบุบทกำหนดโทษไว้ด้วย การแก้ไขกฎหมายเช่นนี้ จึงมีข้อน่าสังเกตว่าบทบัญญัติของพระราชบัญญัติสุขาภิบาลมีเจตนารมณ์ประสงค์ให้ใช้บทกำหนดโทษในพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลดังกล่าวลงโทษแก่ผู้กระทำความผิดในการเลือกตั้งกรรมการสุขาภิบาลด้วยหรือไม่
ฐิตยาภา เจริญเหรียญ
--------------------------------------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------
จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 569 ครั้ง |