ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายแรงงาน



ชื่อข้อมูล : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง การจัดหางาน / รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายแรงงาน
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 474/2542 

      
 
พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน มาตรา 30, 82, 91 ตรี

 
ป.อ. มาตรา 90, 343

      จำเลยกับพวกไม่ได้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางาน ไปทำงานในต่างประเทศจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง อีกทั้งจำเลยกับพวกไม่สามารถที่จะส่งผู้ใดไปทำงานในต่างประเทศ ดังกล่าวได้ และทั้งไม่มีงานรออยู่ที่ประเทศดังกล่าวตามที่แจ้งแก่ ผู้เสียหายทั้งเจ็ด อันเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงอยู่ในตัวว่า จำเลยไม่มีเจตนาจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายคงมีแต่เจตนาหลอกลวงเพื่อจะได้รับเงินจากผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง,82   การที่จำเลยกับพวกหลอกลวงประชาชนและผู้เสียหายทั้งเจ็ดว่า จำเลยกับพวกสามารถหางานให้แก่คนหางานทั่วไปรวมทั้งผู้เสียหาย ทั้งเจ็ดและส่งคนหางานทั่วไปและผู้เสียหายทั้งเจ็ดไปทำงานที่ ไต้หวัน และเกาหลีได้โดยผู้ที่จะไปทำงานที่เกาหลีต้องเสียเงินค่าบริการจัดการให้แก่จำเลยกับพวกคนละ 80,000 บาท และผู้เสียหายทั้งเจ็ดได้มอบเงินคนละ 80,000 บาท ให้แก่จำเลยกับพวกไปก็เพราะผู้เสียหายทั้งเจ็ดเชื่อตาม ที่จำเลยกับพวกหลอกลวงนั่นเอง การกระทำของจำเลยจึง เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯมาตรา 91 ตรี และเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานฉ้อโกงตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก
 

 
________________________________

  
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91, 341, 343 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 4, 30, 82, 91 ตรี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 283,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายที่ 2 ที่ 3ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 นับโทษของจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1243/2540 ของศาลชั้นต้น

 
จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

 
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองแรงงาน (ที่ถูกพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน) พ.ศ. 2528 มาตรา 4, 30, 82, 91 ตรี เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้จำคุก 3 ปี ฐานฉ้อโกงประชาชน ให้จำคุก 3 ปีรวมจำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 283,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1243/2540 ของศาลชั้นต้นด้วยนั้น เนื่องจากคดีดังกล่าวศาลยังมิได้มีคำพิพากษา จึงให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนนี้

 
จำเลยอุทธรณ์

 
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

 
จำเลยฎีกา

 
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังยุติว่าจำเลยกับพวกไม่ได้รับใบอนุญาตจัดหางานจากนายทะเบียนจัดหางานกลางตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุที่กล่าวในฟ้อง จำเลยกับพวกโดยทุจริตได้หลอกลวงประชาชนและนายโยธิน แสงเย็น นายบำรุง เหล่าพลายนาค นายสัญญา นุ้ยปลี นางสาวบุญเจิด นุ้ยปลีนางสาวทองรวม อัดตะพันธ์ นางสาวสมนึก แสงเย็นและนางสาวประทวน แห้วเพ็ชร ผู้เสียหายทั้งเจ็ดว่าจำเลยกับพวกสามารถหางานให้แก่คนหางานทั่วไปรวมทั้งผู้เสียหายทั้งเจ็ดและสามารถส่งคนหางานทั่วไปรวมทั้งผู้เสียหายทั้งเจ็ดไปทำงานที่ดินแดน ไต้หวัน และประเทศเกาหลี ได้โดยผู้ที่จะไปทำงานที่ประเทศเกาหลีจะต้องเสียเงินค่าบริการจัดการให้แก่จำเลยกับพวกคนละ 80,000 บาท ความจริงแล้วจำเลยกับพวกไม่สามารถที่จะส่งผู้ใดไปทำงานในต่างประเทศได้ ทั้งไม่มีงานรออยู่จากการหลอกลวงดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายทั้งเจ็ดหลงเชื่อว่าเป็นความจริง ได้มอบเงินคนละ 80,000 บาท ให้แก่จำเลยกับพวกรับไป

 
มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำผิดของจำเลยเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวหรือไม่ สำหรับความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82 นั้น เห็นว่า คำฟ้องตอนแรกบรรยายว่าจำเลยกับพวกจัดหางานโดยประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานทั่วไปรวมทั้งผู้เสียหายทั้งเจ็ดซึ่งเป็นคนหางานที่ประสงค์จะไปทำงานที่ดินแดน ไต้หวัน และประเทศเกาหลี โดยเรียกและรับเงินค่าบริการเป็นการตอบแทนการจัดหางานจากคนหางานและผู้เสียหายทั้งเจ็ด โดยจำเลยกับพวกไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง แต่คำฟ้องของโจทก์ตอนหลังที่ว่า จำเลยกับพวกโดยเจตนาทุจริตหลอกลวงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชนโดยแจ้งว่าจำเลยกับพวกได้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศและสามารถจัดส่งคนงานไปทำงานในโรงงานในดินแดนไต้หวันและประเทศเกาหลีได้โดยมีงานรออยู่ที่ดินแดนและประเทศดังกล่าวแล้ว และผู้ไปทำจะได้รับเงินเดือนเป็นค่าจ้างสูง ความจริงแล้วจำเลยกับพวกไม่ได้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศจากนายทะเบียนจัดหางานกลางอีกทั้งจำเลยกับพวกไม่สามารถที่จะส่งผู้ใดไปทำงานในต่างประเทศดังกล่าวได้ และทั้งไม่มีงานรออยู่ที่ดินแดน และประเทศดังกล่าวแต่อย่างใด เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงอยู่ในตัวว่าจำเลยไม่มีเจตนาจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายทั้งเจ็ด คงมีแต่เจตนาหลอกลวงเพื่อจะได้รับเงินจากผู้เสียหายทั้งเจ็ดเท่านั้นการกระทำของจำเลยตามฟ้องจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82ส่วนความผิดตามมาตรา 91 ตรี นั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี บัญญัติว่า"ผู้ใดหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ" จากข้อเท็จจริงที่ฟังยุติดังกล่าวข้างต้นการที่จำเลยกับพวกหลอกลวงประชาชนและผู้เสียหายทั้งเจ็ดว่าจำเลยกับพวกสามารถหางานให้แก่คนหางานทั่วไปรวมทั้งผู้เสียหายทั้งเจ็ดและส่งคนหางานทั่วไปรวมทั้งผู้เสียหายทั้งเจ็ดไปทำงานที่ดินแดน ไต้หวัน และประเทศเกาหลี ได้ โดยผู้ที่จะไปทำงานที่ประเทศเกาหลีจะต้องเสียเงินค่าบริการจัดการให้แก่จำเลยกับพวกคนละ 80,000 บาท และที่ผู้เสียหายทั้งเจ็ดได้มอบเงินคนละ 80,000 บาท ให้แก่จำเลยกับพวกไปก็เพราะผู้เสียหายทั้งเจ็ดเชื่อตามที่จำเลยกับพวกหลอกลวงนั่นเอง การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี และเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรกที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"

 
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528มาตรา 91 ตรี ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือนความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

    
(ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน - วิรัตน์ ลัทธิวงศกร - วินัส เรืองอำพัน)

  
หมายเหตุ

  
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 474/2542 ที่เขียนหมายเหตุนี้วินิจฉัยเกี่ยวกับการจัดหางาน ซึ่งมีข้อพิจารณาดังนี้

 
1. การจัดหางาน หมายความว่า ประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้าง โดยจะเรียกหรือรับค่าบริการตอบแทนหรือไม่ก็ตาม และให้หมายรวมถึงการเรียกเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจัดหางานให้คนหางาน(พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ มาตรา 4)

 
 การจัดหางานตามบทวิเคราะห์ศัพท์ดังกล่าว สรุปให้เข้าใจง่าย ๆคือ การจัดให้มีงานทำ โดยจัดหาลูกจ้างให้นายจ้าง หรือจัดหานายจ้างให้ลูกจ้าง ทั้งนี้ไม่ว่าจะเรียกหรือรับค่าตอบแทนหรือไม่ซึ่งปกติมักเรียกค่าตอบแทน

 
2. ประเภทของการจัดหางาน มี 2 ประเภท คือ การจัดหางานในประเทศกับการจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ

 
2.1 การจัดหางานในประเทศ

 
 ผู้ที่จะจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศ ต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานตามมาตรา 8

 
 ผู้ขออนุญาตจัดหางานอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ โดยต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 9

 
2.2 การจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ

 
 ผู้ที่จะจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลางตามมาตรา 30

 
 ผู้ขออนุญาตจัดหางานดังกล่าวต้องเป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชน จำกัด ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 31

 
3. ความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางาน

 
3.1 ผู้ที่จัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานตามมาตรา 8 มีความผิดตามมาตรา 73 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 
3.2 ผู้ที่จัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลางตามมาตรา 30มีความผิดตามมาตรา 82 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 
 ความผิดฐานจัดหางานให้ทำในประเทศหรือให้ทำในต่างประเทศตามข้อ 3.1 และ 3.2 นั้น มีองค์ประกอบที่สำคัญคือ

 
(1) ผู้จัดหางานได้จัดหางานให้คนหางานเพื่อทำงานในประเทศหรือต่างประเทศโดยเจตนา

 
(2) โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางาน

 
 ตัวอย่างที่ 1

 
 นายดำตั้งสำนักงานประกอบธุรกิจจัดหางาน จัดหาลูกจ้างไปทำงานในสถานประกอบการต่าง ๆ หรือจัดหางานให้คนหางานไปทำงานในสถานประกอบการต่าง ๆ และเรียกค่าตอบแทน โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางาน

 
 กรณีนี้ นายดำมีเจตนาจัดหางานและได้จัดหางานแล้ว แต่ไม่ได้รับใบอนุญาตให้จัดหางานจากนายทะเบียนจัดหางาน จึงมีความผิดตามมาตรา 8 ประกอบมาตรา 73

 
 ตัวอย่างที่ 2

 
 บริษัท ก. มีวัตถุประสงค์ในการจัดหางาน จัดตั้งสำนักงานจัดหางานได้จัดส่งคนหางานไปทำงานที่ต่างประเทศ โดยเรียกเก็บค่าตอบแทนแต่ไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง มีความผิดตามมาตรา 30 ประกอบมาตรา 82

 
 ตัวอย่างที่ 3 นายแดงตั้งสำนักงานจัดหางาน อ้างว่าจะจัดส่งคนงานไปทำงานต่างประเทศโดยที่ไม่มีเจตนาจะส่งคนไปทำงานต่างประเทศ เพียงแต่อ้างมาเพื่อหลอกลวงคนหางานเพื่อเรียกเอาเงินหรือทรัพย์สินจากคนหางาน

 
 กรณีนี้ นายแดงไม่ได้มีเจตนาจะจัดหางาน เพียงอ้างการจัดหางานเป็นเครื่องมือเพื่อหลอกลวงเอาเงินหรือทรัพย์สินจากคนหางาน จึงไม่มีความผิดฐานจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลางตามมาตรา 30 ประกอบมาตรา 82

 
 ข้อเท็จจริงในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 474/2542 ที่เขียนหมายเหตุศาลฎีกาพิเคราะห์ว่า จำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศ จึงไม่สามารถส่งคนหางานไปทำงานที่ต่างประเทศได้ และไม่มีงานรออยู่ที่ต่างประเทศที่จะส่งคนหางานไปทำได้ เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่มีเจตนาจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายจึงไม่มีความผิดตามมาตรา 30 วรรคหนึ่งประกอบมาตรา 82

 
4. ความผิดฐานฉ้อโกง

 
 การที่จำเลยไม่มีเจตนาจัดหางาน แต่อ้างการจัดหางานมาหลอกลวงคนหางานเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง จนเป็นเหตุให้คนหางานหลงเชื่อ ยอมจ่ายค่าตอบแทนแก่จำเลย จึงมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 หากจำเลยได้แสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนทั่วไปจะมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343

 
 คดีนี้จำเลยได้หลอกลวงประชาชนและผู้เสียหายทั้งเจ็ดจนได้เงินจากผู้เสียหายคนละ 80,000 บาท จึงมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

 
5. ความผิดฐานหลอกลวงผู้หางาน

 
 ผู้ใดหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้เป็นเหตุให้ได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง มีความผิดตามมาตรา 91 ตรี มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 
 คดีนี้ จำเลยไม่สามารถจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศเพราะไม่มีงานรออยู่ที่ต่างประเทศ แต่หลอกลวงผู้เสียหายทั้งเจ็ดว่าสามารถจัดส่งให้ไปทำงานที่ประเทศไต้หวันและเกาหลีได้โดยมีงานรออยู่แล้ว ทำให้ผู้เสียหายทั้งเจ็ดหลงเชื่อ และมอบเงินให้แก่จำเลยคนละ 80,000 บาท จึงมีความผิดตามมาตรา 91 ตรี ด้วย

 
6. ฟ้องศาลใด

 
 ปัจจุบันศาลแรงงานไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญา คดีฐานจัดหางานเพื่อทำงานในประเทศตามมาตรา 8,73 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับต้องฟ้องต่อศาลแขวงที่มีเขตอำนาจ

 
 ความผิดฐานจัดหางานเพื่อให้ทำงานในต่างประเทศตามมาตรา 30,82 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับต้องฟ้องที่ศาลจังหวัด ศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ หรือศาลอาญาธนบุรี

 
 ความผิดฐานหลอกลวงผู้หางานตามมาตรา 91 ตรีซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ต้องฟ้องที่ศาลจังหวัดศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ หรือศาลอาญาธนบุรี

 
 ความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ฟ้องที่ศาลแขวงที่มีเขตอำนาจ ส่วนความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ต้องฟ้องที่ศาลจังหวัดศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ หรือศาลอาญาธนบุรี

 
 ส่วนศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาพิพากษาเฉพาะคดีแพ่งที่เป็นคดีแรงงาน เช่น ผู้จัดหางานผิดสัญญาจัดส่งไปทำงานที่ต่างประเทศไม่ตรงตามสัญญา ทำงานไม่ครบตามสัญญา หรือไม่ส่งไปทำงานตามสัญญา แล้วคนหางานมาฟ้องเรียกค่าใช้จ่าย ค่าบริการคืนหรือเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญา

 
 สำหรับกรณีที่จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกง หรือฉ้อโกงประชาชนโดยอ้างการจัดหางานมาหลอกลวงคนหางานจนได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินของคนหางานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,343 หรือหลอกลวงว่าจะหางานหรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศจนได้เงินหรือทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน มาตรา 91 ตรี หากผู้เสียหายจะมาฟ้องเรียกเงินหรือทรัพย์สินคืนต้องฟ้องที่ศาลแขวงหรือศาลจังหวัดศาลแพ่ง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ หรือศาลแพ่งธนบุรี แล้วแต่กรณีจะฟ้องที่ศาลแรงงานไม่ได้ เนื่องจากมิใช่มีมูลมาจากคดีแรงงาน

 
  รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 1220 ครั้ง

 


หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง การจัดหางาน / รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายแรงงาน ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  




คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]