ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา ทรัพย์สินทางปัญญา



ชื่อข้อมูล : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง การวางโทษทวีคูณ / วัส ติงสมิตร
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา ทรัพย์สินทางปัญญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8878/2542    

   
 
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 113

 
ป.อ. มาตรา 18 (4)

  
 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 113 บัญญัติว่า"บุคคลใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปี กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้อีก ให้วางโทษทวีคูณ"ไม่ได้ระบุว่าการพ้นโทษจะต้องเป็นการพ้นโทษจำคุกอย่างเดียว การปรับก็ถือว่าเป็นโทษอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18(4) ดังนั้นแม้คดีก่อนศาลจะลงโทษจำคุกและรอการลงโทษให้จำเลยแต่ปรากฏว่าคดีนั้นศาลก็ได้ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งด้วย เมื่อมีการชำระค่าปรับครบถ้วนในวันเวลาใดย่อมถือว่าจำเลยได้พ้นโทษในวันที่ชำระค่าปรับนั้นแล้ว เมื่อคดีนี้ปรากฏว่าจำเลยเคยถูกศาลลงโทษปรับตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาแล้วและพ้นโทษปรับมายังไม่ครบ 5 ปี จำเลยกลับมากระทำความผิดคดีนี้ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 เช่นเดียวกันจึงต้องวางโทษทวีคูณแก่จำเลย

  
________________________________

  
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2542 เวลากลางวัน จำเลยเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้านาฬิกาข้อมือที่มีตราเครื่องหมายการค้า โรเล็กซ์1 เรือน และโอเมก้า 10 เรือน อันเป็นเครื่องหมายการค้าปลอมที่มีผู้ทำปลอมเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของบริษัทมองเตรส โรเล็กซ์ เอส.เอ. จำกัด ผู้เสียหายที่ 1และบริษัทโอเมก้า เอส.อา. จำกัด ผู้เสียหายที่ 2 ตามลำดับ และผู้เสียหายทั้งสองได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แล้วในราชอาณาจักร โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นสินค้าที่มีการปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายทั้งสอง เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้พร้อมทั้งยึดนาฬิกาข้อมือ 11 เรือน ดังกล่าวเป็นของกลาง เหตุเกิดที่แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดฐานเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมให้จำคุก 3 เดือน และปรับ 9,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 1 ปี และภายในกำหนดเวลาที่ศาลรอการลงโทษไว้และจำเลยพ้นโทษแล้วยังไม่ครบ 5 ปี จำเลยได้กลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีก ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. 2534 มาตรา 4, 108, 110, 113, 116 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33ริบของกลาง และบวกโทษที่รอการลงโทษไว้เข้ากับโทษคดีนี้

 
จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเคยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจริง

 
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110(1)ประกอบมาตรา 108 จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือนและปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ริบของกลาง เนื่องจากการกระทำความผิดของจำเลยครั้งนี้เกิดขึ้นในระหว่างรอการลงโทษ จึงยังไม่ถือว่าจำเลยกระทำความผิดเมื่อพ้นโทษแล้ว ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534มาตรา 113 คำขอให้เพิ่มโทษ (ทวีคูณ) จึงให้ยก ส่วนโทษจำคุกในคดีนี้ให้รอการลงโทษไว้ จึงไม่มีโทษจำคุกที่จะบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ ให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนนี้ด้วย

 
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ขอให้วางโทษทวีคูณแก่จำเลย และขอไม่ให้รอการลงโทษจำคุก

 
ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า"ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 113 บัญญัติไว้ว่า"บุคคลใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปี กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้อีกให้วางโทษทวีคูณ"ตามบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้ระบุการพ้นโทษจะต้องเป็นการพ้นโทษจำคุกอย่างเดียวการปรับก็ถือว่าเป็นโทษอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18(4) ดังนั้นแม้คดีก่อนศาลจะลงโทษจำคุกและรอการลงโทษให้จำเลย แต่ปรากฏว่าคดีนั้นศาลก็ได้ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งด้วย เมื่อมีการชำระค่าปรับครบถ้วนในวันเวลาใดย่อมถือว่าจำเลยได้พ้นโทษในวันที่ชำระค่าปรับนั้นแล้ว เมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำฟ้องและคำรับสารภาพของจำเลยว่า จำเลยเคยถูกศาลลงโทษปรับตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาแล้ว และพ้นโทษปรับมายังไม่ครบกำหนดห้าปี จำเลยกลับมากระทำความผิดคดีนี้ ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 เช่นเดียวกันอีกจึงต้องวางโทษทวีคูณแก่จำเลยตามที่พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534มาตรา 113 บัญญัติไว้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่วางโทษทวีคูณแก่จำเลยตามมาตรานี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น"

 
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้วางโทษทวีคูณแก่จำเลยตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 113 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาทเมื่อลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้วคงจำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

    
(สุรชาติ บุญศิริพันธ์ - สมคิด ไตรโสรัส - พินิจ เพชรรุ่ง)

  
หมายเหตุ

  
1. การวางโทษทวีคูณ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534มาตรา 113 น่าจะมีเหตุผลทำนองเดียวกับการเพิ่มโทษแก่ผู้กระทำความผิดอีกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 และ 93 คือเพิ่มโทษแก่ผู้กระทำความผิดฐานไม่เข็ดหลาบมากระทำความผิดซ้ำอีกภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตามหลักเกณฑ์ในการลงโทษนั้นแตกต่างกัน กล่าวคือ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 113 กฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าการพ้นโทษไม่ครบ 5 ปีจะต้องเป็นการพ้นโทษจำคุกอย่างเดียวดังประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 และ 93 จึงย่อมนำหลักเกณฑ์การเพิ่มโทษดังกล่าวตามประมวลกฎหมายอาญา มาใช้บังคับแก่การวางโทษทวีคูณตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ไม่ได้

 
2. เดิมศาลฎีกามีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1027/2538 ไม่วางโทษทวีคูณแก่จำเลยที่กระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ เมื่อปรากฏว่าคดีก่อนศาลลงโทษจำเลยฐานละเมิดลิขสิทธิ์โดยปรับและจำคุก แต่รอการลงโทษจำคุก คงปรับสถานเดียว ศาลฎีกาให้เหตุผลว่าแม้จำเลยจะพ้นโทษปรับ แต่คดีก่อนมีทั้งโทษปรับและจำคุก ถือไม่ได้ว่ามีการพ้นโทษจำคุก จึงวางโทษทวีคูณในคดีหลังไม่ได้คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้มีข้อน่าสงสัยในปัญหาข้อกฎหมายอยู่ไม่น้อย

 
3. ต่อมาศาลฎีกามีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 409/2542 วินิจฉัยว่า คดีก่อนจำเลยกระทำความผิดในข้อหาเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมและศาลลงโทษปรับจำเลยสถานเดียว จำเลยมากระทำความผิดในข้อหาเดียวกันอีกเมื่อพ้นโทษยังไม่ครบ 5 ปี คดีหลังศาลวางโทษทวีคูณโดยทั้งจำคุกและปรับด้วยได้ไม่ใช่ทวีคูณได้เฉพาะโทษปรับอย่างเดียวในคดีดังกล่าวผู้บันทึกได้เขียนหมายเหตุท้ายฎีกาไว้โดยละเอียดไว้ว่า แม้คดีก่อนศาลจะลงโทษปรับและจำคุก แต่รอการลงโทษจำคุกคงปรับสถานเดียวคดีหลังศาลก็วางโทษทวีคูณได้

 
4. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8878/2542 ที่บันทึกอยู่นี้ให้วางโทษทวีคูณแก่จำเลยแม้คดีก่อนศาลจะลงโทษปรับและจำคุก แต่ให้รอการลงโทษจำคุกจึงกลับหลักในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1027/2538 ที่ไม่ให้วางโทษทวีคูณและนับว่าเป็นคำวินิจฉัยที่ชอบด้วยเหตุผลแล้ว

 
วัส ติงสมิตร


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 897 ครั้ง

 


หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง การวางโทษทวีคูณ / วัส ติงสมิตร |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา ทรัพย์สินทางปัญญา ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  




คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]