ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา วิอาญา



ชื่อข้อมูล : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง สิทธิผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธหรือจะไม่ให้การก็ได้ / พรเพชร วิชิตชลชัย
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา วิอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2987/2547     

  
ป.วิ.อ. มาตรา 134

 
ป.อ. มาตรา 265, 268 วรรคแรก

  
          การที่จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมในข้อหาว่ามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต แล้วต่อมาจำเลยแสดงเครื่องหมายทะเบียนและนำสำเนาใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแสดงต่อร้อยตำรวจโท ก. ซึ่งเป็นผู้สอบสวนคดีนี้ การกระทำของจำเลยดังกล่าวเท่ากับจำเลยให้การปฏิเสธในฐานที่จำเลยเป็นผู้ต้องหา ถูกกล่าวหาว่ามีอาวุธปืนของกลางไม่มีเครื่องหมายทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมาย ซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134 ให้สิทธิแก่ผู้ต้องหาที่จะให้การรับหรือปฏิเสธอย่างใดก็ได้ เมื่อกฎหมายให้สิทธิแก่จำเลยในฐานะผู้ต้องหาไว้เช่นนี้ ดังนั้น ถึงแม้ว่าเครื่องหมายทะเบียนและสำเนาใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนที่จำเลยนำมาแสดงต่อร้อยตำรวจโท ก. จะเป็นเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารราชการก็ตาม ก็จะเอาความผิดแก่จำเลยฐานใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารราชการไม่ได้

 
________________________________

  
          โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 91 ริบของกลางและนับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าว

 
          จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

 
          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ริบของกลาง คดีที่ขอให้นับโทษต่อนั้น ศาลรอการลงโทษจำคุกจำเลย จึงไม่มีโทษให้นับต่อ ยกคำขอให้นับโทษต่อและยกฟ้องข้อหาอื่น

 
          จำเลยอุทธรณ์

 
          ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาใช้และอ้างเครื่องหมายทะเบียนอาวุธปืนปลอมด้วย และให้ยกคำขอให้ริบของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

 
          โจทก์ฎีกา

 
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “...พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาเพียงประการเดียวว่า จำเลยได้กระทำความผิดฐานใช้และอ้างเครื่องหมายทะเบียนที่ประทับอยู่ที่อาวุธปืนของกลางซึ่งเป็นเอกสารราชการปลอมหรือไม่ ในข้อนี้คดีปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ข้อ ค. โจทก์ได้บรรยายฟ้องมีใจความว่า จำเลยใช้และอ้างเครื่องหมายทะเบียน พล.6/1189 ที่ประทับอยู่ที่อาวุธปืนของจำเลย และใช้และอ้างสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ใบอนุญาตเลขที่ 3770/2512 ซึ่งเป็นเอกสารราชการที่จำเลยทำปลอมขึ้นต่อร้อยตำรวจโทกิตติพล ช่างสลัก พนักงานสอบสวนเพื่อให้ร้อยตำรวจโทกิตติพลหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อร้อยตำรวจโทกิตติพล นายทะเบียนอาวุธปืน หรือประชาชน และคดีได้ความตามทางพิจารณาว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยโดยสารรถยนต์แท็กซี่ไปตามถนนพระราม 2 ถึงจุดตรวจค้นของพนักงานตำรวจ เจ้าพนักงานตำรวจค้นจำเลยพบอาวุธปืนพกออโตเมติก ขนาด 11 มม. มีเครื่องหมายทะเบียน พ.ล.6/1189 ซองกระสุน (แม็กกาซีน) บรรจุกระสุนปืน 4 นัด จำเลยไม่มีเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับอาวุธปืนดังกล่าวแสดงต่อเจ้าพนักงานตำรวจ เจ้าพนักงานตำรวจจึงจับกุมจำเลยพร้อมกับยึดอาวุธปืนและซองกระสุนดังกล่าวเป็นของกลางกล่าวหาว่าจำเลยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต หลังจากนั้นได้นำตัวจำเลยพร้อมของกลางส่งมอบให้ร้อยตำรวจโทกิตติพลสอบสวนดำเนินคดีต่อไป ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การต่อร้อยตำรวจโทกิตติพลว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธปืนมีทะเบียน จำเลยได้นำสำเนาใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแสดงต่อร้อยตำรวจโทกิตติพล ต่อมาร้อยตำรวจโทกิตติพลส่งอาวุธปืนและสำเนาใบอนุญาตดังกล่าวไปให้ผู้ชำนาญการตรวจพิสูจน์ ผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่าเครื่องหมายทะเบียนที่ประทับอยู่ที่อาวุธปืนของกลางเป็นเครื่องหมายทะเบียนที่ออกให้สำหรับอาวุธปืนลูกซองซึ่งเป็นคนละชนิดกับอาวุธปืนของกลางและออกให้บุคคลอื่นไม่ได้ออกให้แก่จำเลย ส่วนสำเนาใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุปืนที่มีชื่อนายโกวิท จิรา เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตนั้น ร้อยตำรวจโทกิตติพลได้เรียกนายโกวิทมาสอบปากคำแล้ว นายโกวิทแจ้งว่านายโกวิทไม่เคยขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืนแต่อย่างใด เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏเช่นนี้ร้อยตำรวจโทกิตติพลจึงแจ้งข้อหาแก่จำเลยเพิ่มเติมว่า จำเลยใช้และอ้างเอกสารราชการปลอม เห็นว่า การที่จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมในข้อหาว่ามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต แล้วต่อมาจำเลยแสดงเครื่องหมายทะเบียนและนำสำเนาใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแสดงต่อร้อยตำรวจโทกิตติพลซึ่งเป็นผู้สอบสวนคดีนี้ การกระทำของจำเลยดังกล่าวเท่ากับจำเลยให้การปฏิเสธในฐานะที่จำเลยเป็นผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ามีอาวุธปืนของกลางไม่มีเครื่องหมายทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมาย ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 ให้สิทธิแก่ผู้ต้องหาที่จะให้การรับหรือปฏิเสธอย่างใดก็ได้ เมื่อกฎหมายให้สิทธิแก่จำเลยในฐานะผู้ต้องหาไว้เช่นนี้ ดังนั้น ถึงแม้ว่าเครื่องหมายทะเบียนและสำเนาใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนที่จำเลยนำมาแสดงต่อร้อยตำรวจโทกิตติพลจะเป็นเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารราชการก็ตาม ก็จะเอาความผิดแก่จำเลยฐานใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารราชการไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น”

 
          พิพากษายืน

  
(ประเสริฐ เขียนนิลศิริ - ชวลิต ยอดเณร - กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ)

  
หมายเหตุ

  
คำพิพากษาฎีกาฉบับนี้นำหลักกฎหมายวิธีสบัญญัติเรื่องสิทธิของผู้ต้องหาในคดีอาญาที่จะให้การต่อพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 มาเป็นข้อวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยที่นำเอกสารปลอมมาใช้แสดงต่อเจ้าพนักงานไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ประกอบมาตรา 268 ซึ่งน่าวิเคราะห์เป็นอย่างยิ่งว่า หลักการเรื่องสิทธิของผู้ต้องหาหรือจำเลยในการให้การต่อสู้คดีอาญานั้นจะมีผลต่อความรับผิดทางอาญาของผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นเพียงใด หากผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นไปกระทำการซึ่งครบองค์ประกอบความผิดทางอาญาขึ้นมาอีก เช่น การใช้เอกสารราชการปลอมดังเช่นในคดีนี้

 
ด้วยความเคารพในคำพิพากษาฎีกาผู้เขียนเห็นว่า หลักการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 ที่ให้สิทธิผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธหรือจะไม่ให้การก็ได้ น่าจะหมายความเพียงว่า ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำความผิด และถึงแม้ว่าต่อมาศาลวินิจฉัยว่าผู้ต้องหานั้นกระทำความผิด ก็จะถือว่าผู้ต้องหานั้นให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานหรือเบิกความเท็จต่อศาลไม่ได้ ดังนั้น การคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาตามมาตรา 134 จึงเป็นเพียงสิทธิเกี่ยวกับการให้ปากคำหรือให้ถ้อยคำเท่านั้น การที่ผู้ต้องหานำเอกสารปลอมมาใช้อ้างอิงต่อพนักงานสอบสวนเช่นในคดีนี้ ผู้เขียนจึงมีความเห็นว่า ผู้ต้องหานั้นจะอ้างสิทธิในเรื่องคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาเป็นข้อยกเว้นความรับผิดฐานใช้เอกสารปลอมหาได้ไม่

 
พรเพชร วิชิตชลชัย


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 817 ครั้ง

 


หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง สิทธิผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธหรือจะไม่ให้การก็ได้ / พรเพชร วิชิตชลชัย |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา วิอาญา ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  




คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]