ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา ที่น่าสนใจ อื่นๆ



ชื่อข้อมูล : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ความผิดฐานขับรถขณะเมาสุรา / ธนรัตน์ ทั่งทอง
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา ที่น่าสนใจ อื่นๆ
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3055/2551    

   
 
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 43 (2), 157, 160 วรรคสาม (เดิม)

 
ป.อ. มาตรา 90, 291

  
          การที่จำเลยขับรถขณะเมาสุราอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 43 (2), 160 วรรคสาม กับการที่จำเลยขับรถด้วยความเร็วสูงในขณะเมาสุราจนไม่สามารถลดความเร็วของรถลงและหยุดรถเพื่อให้รถยนต์ของผู้ตายเลี้ยวขวาผ่านไปก่อน ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้รถยนต์ของจำเลยพุ่งเข้าเฉี่ยวชนรถยนต์ที่ผู้ตายขับ และผู้ตายถึงแก่ความตาย อันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 291 และ พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 43 (4), 157 นั้น เป็นการกระทำที่เกี่ยวกันและเป็นผลโดยตรงที่ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 291 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90

 
________________________________

  
          โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2549 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ จำเลยขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน กต 9148 ขอนแก่น ไปตามถนนมิตรภาพ จากทางอำเภอเมืองขอนแก่นมุ่งหน้าไปทางจังหวัดอุดรธานี ในขณะเมาสุรา ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ กล่าวคือ จำเลยขับรถด้วยความเร็วสูงน่าหวาดเสียวในขณะที่จำเลยมีอาการเมาสุราโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายและความเดือดร้อนของผู้อื่น เมื่อจำเลยขับรถไปถึงบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันบางจากที่เกิดเหตุ ซึ่งทางเดินรถดังกล่าวได้แบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกัน มุ่งหน้าไปจังหวัดอุดรานีไว้ 2 ช่อง ขณะนั้นมีนายสันทัดขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน กฉ 5847 ขอนแก่น แล่นอยู่ในช่องเดินรถด้านซ้ายและกำลังขับรถเลี้ยวขวาผ่านด้านหน้ารถของจำเลยเพื่อกลับรถไปทางจังหวัดขอนแก่น ในภาวะเช่นนั้น จำเลยควรจะต้องใช้ความระมัดระวังโดยลดความเร็วของรถลง และหยุดรถให้รถของนายสันทัดแล่นผ่านพ้นไปก่อน ซึ่งจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ เป็นเหตุให้รถของจำเลยพุ่งเข้าเฉี่ยวชนรถของนายสันทัดได้รับความเสียหายและนายสันทัดถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43, 157, 160

 
          จำเลยให้การรับสารภาพ

 
          ระหว่างพิจารณา นายสันฐาน บุตรของนายสันทัด ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูกเฉพาะข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291)

 
          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2) (4), 157, 160 วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 4 ปี ปรับ 20,000 บาท ฐานขับรถขณะเมาสุรา ปรับ 2,000 บาท รวมจำคุก 4 ปี ปรับ 22,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี และปรับ 11,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมความประพฤติจำเลย โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง มีกำหนด 1 ปี และให้จำเลยทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควร เป็นเวลา 20 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

 
          โจทก์ร่วมอุทธรณ์

 
          ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 สำหรับโทษในความผิดฐานนี้และนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นกับให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม

 
          โจทก์ฎีกา

 
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐานขับรถขณะเมาสุรากับความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเป็นการกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยขับรถขณะเมาสุราอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2), 160 วรรคสาม กับการที่จำเลยขับรถด้วยความเร็วสูงในขณะเมาสุราจนไม่สามารถลดความเร็วของรถลงและหยุดรถเพื่อให้รถยนต์ของผู้ตายเลี้ยวขวาผ่านไปก่อน ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้รถยนต์ของจำเลยพุ่งเข้าเฉี่ยวชนรถยนต์ที่ผู้ตายขับ และผู้ตายถึงแก่ความตาย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 นั้น เป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกันและเป็นผลโดยตรงที่ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น”

 
          พิพากษายืน

  
(ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ - มานัส เหลืองประเสริฐ - เกรียงศักดิ์ คงผล)

  
หมายเหตุ

  
คดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3055/2551 นี้ เป็นคดีที่จำเลยกระทำความผิดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2549 ในส่วนของความผิดฐานขับรถขณะเมาสุรา ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 43 (2) กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด ต้องระวางโทษตามมาตรา 160 วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2535 ซึ่งบัญญัติว่า "ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 43 (1) (2) (5) หรือ (8) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

 
แต่หลังจากจำเลยกระทำความผิดแล้ว ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มี พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2550 มาตรา 10 และ 11 มีผลบังคับใช้วันที่ 30 ธันวาคม 2550 ให้ยกเลิกความในมาตรา 160 วรรคสาม (เดิม) และให้ใช้ความใหม่แทนซึ่งบัญญัติว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 (1) (5) หรือ (8) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" กับให้เพิ่มความใหม่เป็นมาตรา 160 ตรี ซึ่งบัญญัติว่า "ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 (2) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

 
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาทและให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งปีหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

 
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงหกปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสองหมื่นบาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าสองปีหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

 
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาทและให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่"

 
ผู้เขียนเห็นว่า บทบัญญัติมาตรา 160 ตรี ที่แก้ไขใหม่ ระวางโทษสูงกว่าระวางโทษที่บัญญัติไว้ตามมาตรา  160 วรรคสาม (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะจำเลยกระทำความผิด เมื่อกฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย ศาลฎีกาจึงไม่ได้แก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ในส่วนที่ปรับบทลงโทษความผิดฐานขับรถขณะเมาสุราตามมาตรา 160 วรรคสาม (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลย ทั้งนี้ เป็นไปตาม ป.อ. มาตรา 3 และตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2551, 5345/2550 และ 6894/2548 เป็นต้น

 
นอกจากนี้ผู้เขียนยังเห็นว่า เมื่อเปรียบเทียบความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.อ. มาตรา 291 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองหมื่นบาท กับความผิดฐานขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 160 ตรี วรรคสี่ที่แก้ไขใหม่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาทและให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ แม้บทกฎหมายที่ระวางโทษในความผิดทั้งสองฐานจำคุกขั้นสูงเท่ากันคือจำคุกไม่เกินสิบปี แต่ความผิดฐานขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 160 ตรี วรรคสี่ ที่แก้ไขใหม่ มีระวางโทษจำคุกขั้นต่ำจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไปไว้ด้วยความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 160 ตรี วรรคสี่ ที่แก้ไขใหม่ จึงมีบทลงโทษหนักกว่าความผิดตาม ป.อ. มาตรา 291 ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7925/2538 และ 1445/2530 เป็นต้น ดังนั้น หากมีการกระทำความผิดฐานขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายอันเป็นการกระทำกรรมเดียวกับการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2550 ซึ่งเป็นวันที่กฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้เป็นต้นมาคำพิพากษาน่าจะแตกต่างไปจากคำพิพากษาในคดีที่จัดทำหมายเหตุนี้ โดยนอกจากจะต้องปรับบทลงโทษตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ เป็นมาตรา 160 ตรี วรรคสี่ ที่แก้ไขใหม่ ในความผิดฐานขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายแล้วศาลน่าจะต้องพิพากษาให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 160 ตรี วรรคสี่ ที่แก้ไขใหม่ ซึ่งเป็นบทกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 เพราะความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 160 ตรี วรรคสี่ ที่แก้ไขใหม่ มีบทลงโทษหนักกว่าความผิดตาม ป.อ. มาตรา 291 ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น

 
ธนรัตน์  ทั่งทอง


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม : 977 ครั้ง

 


หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ความผิดฐานขับรถขณะเมาสุรา / ธนรัตน์ ทั่งทอง |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา ที่น่าสนใจ อื่นๆ ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  




คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]