ย้อนกลับสู่หน้า ทนายความ แนวการฟ้องคดี สู้คดี ทนายความภาคปฏิบัติ


ชื่อไฟล์ : การบรรยายคำฟ้องนิติบุคคล
หมวด : แนวการฟ้องคดี สู้คดี ทนายความภาคปฏิบัติ
สิทธิใช้งาน : (ดาวน์โหลด ฟรี!) สำหรับสมาชิกเว็บไซต์ (ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ)
ขนาดไฟล์ : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

การบรรยายคำฟ้องคดีแพ่ง

(กรณีนิติบุคคลฟ้องคดี)

----------------------------------------

การเขียนเนื้อหาคำฟ้องแพ่ง สามารถแบ่งเนื้อหาออกได้เป็น 6 ส่วน ได้แก่

  • การบรรยายสถานะคู่ความ เป็นการอธิบายว่าโจทก์และจำเลยคือใคร เป็นบุคคลธรรมดาหรือ
    นิติบุคคล หรือบุคคลใดเป็นผู้ฟ้องคดีแทน
  • การบรรยายนิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลย ในคดีแพ่งที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาต้องอธิบายถึงนิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลย แต่กรณีคดีแพ่งที่เป็นเรื่องละเมิดจะไม่มีการบรรยายถึงนิติสัมพันธ์ เพราะคดีละเมิดไม่ได้เกิดจากความตกลงใจระหว่างโจทก์กับจำเลย จึงไม่มีนิติสัมพันธ์ระหว่างกัน
  • การบรรยายการเกิดการโต้แย้งสิทธิ เป็นการบรรยายให้เห็นถึงสิทธิในการนำคดีขึ้นสู่ศาลของโจทก์ เช่น กรณีละเมิดต้องบรรยายรายละเอียดวันและเวลาในการกระทำความผิด พฤติการณ์ของจำเลยว่าจงใจหรือประมาท ความเสียหายที่เกิดขึ้น และสถานที่เกิดเหตุละเมิด เป็นต้น
  • การบรรยายว่าโจทก์เสียหายจากการกระทำของจำเลยอย่างไรและเพียงใด เช่น กรณีโจทก์บาดเจ็บ สิ่งที่เรียกจากจำเลยได้คือค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียความสามารถในการประกอบอาชีพ ค่าเสียหายอันมิใช่ตัวเงิน และค่าขาดแรงงาน หรือกรณีโจทก์ตายทันที สิ่งที่เรียกจากจำเลยได้คือค่าปลงศพ ค่าใช้จ่ายจำเป็นในการจัดการศพ ค่าขาดไร้อุปการะ และค่าขาดแรงงาน เป็นต้น
  • การบรรยายเรื่องการส่งจดหมายทวงถาม (ถ้ามี) ส่วนใหญ่มักเกิดกับการทำสัญญาเพื่อทวงถามให้อีกฝ่ายชำระหนี้ แต่ในคดีละเมิดอาจมีหนังสือทวงถามหรือไม่ก็ได้
  • การเขียนคำลงท้าย สิ่งที่ต้องเขียนมี 2 ส่วน คือ ส่วนที่หนึ่งเขียนคำว่า “โจทก์ไม่มีทางอื่นใดที่จะบังคับเอากับจำเลยได้ จึงต้องนำคดีมาฟ้องต่อศาลเพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่งบังคับเอากับจำเลยต่อไป” ในย่อหน้าใหม่ และส่วนที่สองเขียนคำว่า “ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด” ที่กึ่งกลางหน้ากระดาษ

 

กรณีการบรรยายคำฟ้องนิติบุคคล เขียนบรรยายได้ดังนี้

1. ส่วนหน้าฟ้อง (คู่ความ)

แบบที่ 1

บริษัท ...................      โจทก์  (ปกติ การทำงานจริง หน้าฟ้อง เขียนเท่านี้ ก็ได้)

นาย   ....................      จำเลย

 

แบบที่ 2

บริษัท ................... โดยนาย.................. ผู้รับมอบอำนาจ  โจทก์    (จุดนี้ หากรับมอบอำนาจ ต้องเขียน)

นาย   ....................      จำเลย

 

แบบที่ 3

บริษัท ................... โดยนาย.................. กรรมการผู้มีอำนาจ  โจทก์ (ตัวอย่าง สำนักฝึกอบรมว่าความฯ ให้ระบุ) 

นาย   ....................      จำเลย

 

2. ส่วนบรรยายฟ้อง (เนื้อหาคำฟ้อง)  

1. ตัวอย่าง ใช้สอบจากสำนักฝึกอบรมว่าความฯ  จะมีคู่ความบิษัท มีกรรมการผู้มีอำนาจ เพียงคนเดียว มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์ กระทำการแทนโจทก์ได้

2. ในทางปฏิบัติชีวิตจริง  กรรมการผู้มีอำนาจ อาจมีมากกว่า 1 คน เช่น กรรมการ 3 คน/ กรรมการ 10 คน ... ให้กรรมการ 2 คน เป็นผู้มีอำนาจ มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์ กระทำการแทนโจทก์ได้

     ดังนั้น หากมีกรรมการมากกว่า 1 คน จะต้องมีการมอบอำนาจให้บุคคล ใด ผู้มีอำนาจกระทำการแทน นิติบุคคล (มีหนังสือมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์ 30 บาท)

โจทก์ได้มอบอำนาจให้นาย....... กรรมการ (มอบให้ใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกรรมการ) เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทได้ตามกฎหมาย มีอำนาจในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับคนภายนอกและการฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา รายละเอียดปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2

แบบที่ 1

บริษัท ...................      โจทก์  (ปกติ การทำงานจริง หน้าฟ้อง เขียนเท่านี้ ก็ได้)

นาย   ....................      จำเลย

        ข้อ 1. โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียน ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีวัตถุประสงค์ในการค้าขายทุกประเภท มีนายหนึ่ง มกรา เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์ กระทำการแทนโจทก์ได้ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายหนังสือรับรองนิติบุคคล เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1

----------------------- ข้อสังเกต  -----------------------

 1. ตามข้อ 1. กรณีนี้ มี กรรมการเพียงคนเดียว " มีนายหนึ่ง มกรา  เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์" 

2. กรณีจึงไม่ต้องบรรยายคำฟ้อง เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2

              โจทก์ได้มอบอำนาจให้นาย...... กรรมการ เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนสหกรณ์ได้ตามกฎหมาย มีอำนาจในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับคนภายนอกและการฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา รายละเอียดปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2

              เหตุผล เพราะ  กรณีนี้ มีกรรมการเพียงคนเดียว หรือ มีอำนาจคนเดียว

 

1. ตามข้อ 1. ถ้ามีกรรมการ มากว่า 1 คน   " มีนายหนึ่ง มกราายสอง กุมภา และนายสาม มีนา เป็นกรรมการ กรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสําคัญมีผลผูกพันบริษัท  ตามสําเนาหนังสือรับรองบริษัท ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์ ตามสําเนาหนังสือรับรองบริษัท....." 

 

2. กรณีจึงต้องบรรยายคำฟ้อง เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2

              โจทก์ได้มอบอำนาจให้นาย...... กรรมการ (มอบให้ใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกรรมการ)  เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนสหกรณ์ได้ตามกฎหมาย มีอำนาจในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับคนภายนอกและการฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา รายละเอียดปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2

3. ลงชื่อในใบแต่งทนาย คือ ผู้รับมอบอำนาจ...... ตามข้อ 2 (มอบให้ใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกรรมการ)   

** ทำตามข้อบังคับของบริษัท มีอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ***

 

แบบที่ 2

บริษัท ................... โดยนาย.................. ผู้รับมอบอำนาจ  โจทก์    (จุดนี้ หากรับมอบอำนาจ ต้องเขียน)

นาย   ....................      จำเลย

ข้อ 1. โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียน ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีวัตถุประสงค์ในการค้าขายทุกประเภท มีนายหนึ่ง มกรา เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์ กระทำการแทนโจทก์ได้ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายหนังสือรับรองนิติบุคคล เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1

----------------------- ข้อสังเกต  -----------------------

1.  หากกรรมการเพียงคนเดียว กรณีจึงไม่ต้องบรรยายคำฟ้อง เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2    

2. คำว่า โดยนาย.................. ผู้รับมอบอำนาจ ??  โจทก์  คือ มาจากกรรมการ มากกว่า 1 คน

   (สถานะโจทก์ ส่วนที่ 2 )  โจทก์ได้มอบอำนาจให้นาย...... กรรมการ เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนสหกรณ์ได้ตามกฎหมาย มีอำนาจในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับคนภายนอกและการฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา รายละเอียดปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2         

3. แต่ถ้าหน้าฟ้อง บริษัท ................... โดยนาย.................. ผู้รับมอบอำนาจ  โจทก์    (จุดนี้ไม่เขียน  โดยนาย.................. ผู้รับมอบอำนาจ ได้หรือไม่ /ได้)

       แต่  (สถานะโจทก์ ส่วนที่ 2 ก็ต้องบรรยาย เพราะกรรมการ มากกว่า 1 คน ใครจะเป็นผู้ดำเนินคดีนี้ ?)  โจทก์ได้มอบอำนาจให้นาย...... กรรมการ เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนสหกรณ์ได้ตามกฎหมาย มีอำนาจในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับคนภายนอกและการฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา รายละเอียดปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2

          ดังนั้น กรณีนี้ จะมีหนังสือมอบอำนาจ (ติดอากรแสตมป์ 30 บาท) + ใบแต่งทนายความ / ทนายลงชื่อคดีแพ่งได้

          หากมีเพียงแต่มีใบแต่งทนายความ ไม่มีใบมอบอำนาจ ตามประสบการณ์ ทนายความที่มีประบการณ์จะทราบว่า มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น??  แต่ถ้าทำเนียน ๆ ก็อาจจะหลุดได้ แต่ศาลก็จะวินิจฉัยเรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำพิพากษาให้จำเลยต่อสู้ (ถ้าไม่มีการวินิจฉัย ก็ไม่มีประเด็นในเรื่องนี้ ขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ และไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้าม ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225)

 

แบบที่ 3 ตัวอย่าง สำนักฝึกอบรมว่าความฯ (ใช้สอบตั๋วทนาย)

บริษัท ................... โดยนาย.................. กรรมการผู้มีอำนาจ  โจทก์ (ตัวอย่าง สำนักฝึกอบรมว่าความฯ ให้ระบุ) 

นาย   ....................      จำเลย


        ข้อ 1. โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียน ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีวัตถุประสงค์ในการค้าขายทุกประเภท มีนายหนึ่ง มกรา เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์ กระทำการแทนโจทก์ได้ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายหนังสือรับรองนิติบุคคล เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1


----------------------- ข้อสังเกต  -----------------------

1. ตามข้อ 1. กรณีนี้ มี กรรมการเพียงคนเดียว " มีนายหนึ่ง มกรา เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์" 

2. กรณีจึงไม่ต้องบรรยายคำฟ้อง เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2

              โจทก์ได้มอบอำนาจให้นาย...... กรรมการ  (เพราะตัวเองเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ เพียงคนเดียว จะมอบอำนาจให้ตัวเองอีก เพื่อ?) เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนสหกรณ์ได้ตามกฎหมาย มีอำนาจในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับคนภายนอกและการฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา รายละเอียดปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2

              เหตุผล เพราะ  กรณีนี้ มีกรรมการเพียงคนเดียว หรือ มีอำนาจคนเดียว

3. ลงชื่อในใบแต่งทนาย คือ นายหนึ่ง มกรา  ------------- เพียงคนเดียว ประทับตรา

** ทำตามข้อบังคับของบริษัท มีอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ***

 

สรุป

สถานะโจทก์

ข้อ 1. ต้องบรรยายฟ้องเสมอ .... อกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1

    ข้อ 1. โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียน ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีวัตถุประสงค์ในการค้าขายทุกประเภท มีนายหนึ่ง มกรา เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์ กระทำการแทนโจทก์ได้ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายหนังสือรับรองนิติบุคคล เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1

ส่วน จะการมอบอำนาจ หรือไม่  เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 พิจารณาตามระเบียบข้อบังคับบริษัท

      โจทก์ได้มอบอำนาจให้นาย...... กรรมการ เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนสหกรณ์ได้ตามกฎหมาย มีอำนาจในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับคนภายนอกและการฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา รายละเอียดปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2

พิจารณาตามระเบียบข้อบังคับบริษัท คือ

1. ถ้ามีกรรมการ 1 คน (ไม่ต้องทำหนังสือมอบอำนาจ ให้ตนเองอีก)

2. ถ้ามีกรรมการมากกว่า 1 คน (ต้องมอบอำนาจให้ใคร ทำการแทนบริษัท บรรยายเป็น เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 เพราะ หากบริษัทมีกรรมการ 10 คน จะมาฟ้องศาล 10 คนเลยหรือ? แล้วใครจะมาเป็นคู่ความ หากไม่มีการมอบอำนาจ ให้บุคคล 1 คน นำคดีมาฟ้องศาล ...(จะเป็นกรรมการ หรือ บุคคลอื่นใดก็ได้) 

      2.1  การมอบอำนาจ ต้องทำหนังสือมอบอำนาจ + ติดอากรแสตมป์ 30 บาท

      2.2  เมื่อมอบอำนาจ เรียบร้อย บุคคลนั้นก็มีสิทธิ แต่งตั้งทนายความ (ลงชื่อใบแต่ง)

      2.3 หากบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจ เป็นทนายความ "ก็ว่าความแทนได้"

*** บริษัท ไม่มีขา ที่จะเดินทางมาศาลเองได้ ต้องกระทำการผ่านตัวแทน คือ ผู้รับมอบอำนาจ ***

 

ปัญหา หรือ เทคนิคทางคดี

           บริษัทฟ้องคดีเอง กรรมการมากกว่า 1 คน / ไม่บรรยายสถานะการมอบอำนาจ / ไม่มีหนังสือมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์ 30 บาท / มีเพียงใบแต่งทนายความ

           บริษัท ...................  โจทก์

           ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยไม่โต้แย้งว่าการมอบอำนาจไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร เห็นว่ามีอำนาจฟ้อง เพราะใบแต่งลงชื่อกรรมการ 2 คน หรือ 3 คน แล้วแต่ข้อบังคับบริษัท แล้ว ....

 

เทคนิคทางคดี  ทนายความฝ่ายโจทก์ใชเทคนิคตีเนียน ชนะคดีในศาลชั้นต้น

ปัญหา ถ้าจำเลยไม่อุทธรณ์ หรือไม่สู้ หรือ สู้ไม่ถูกประเด็น..... โจทก์ชนะคดี (จำเลยแพ้คดี)

            ดังนั้น (ชี้จุดตาย หัวใจสำคัญ) โจทก์ได้มอบอำนาจให้นาย...... กรรมการ  (ให้ใครก็ได้ ทนายความก็ได้) เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนสหกรณ์ได้ตามกฎหมาย มีอำนาจในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับคนภายนอกและการฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา (ดูอำนาจบริษัท หากำหนดให้กรรมการ กรรมการ 2 คน หรือ 3 คน (มากกว่า 1 คน ให้ ตัวตัวแทน โดยการบรรยายคำฟ้อง ให้แจ้งชัด ก็จะเข้าหลักนี้) / หากกรรมการคนเดียวมีอำนาจ ก็จบ ไม่มีปํญหาอะไรต้องคิด ไม่บรรยายในส่วนนี้ ก็ได้

            สรุปมีแต่ใบแต่งทนาย แต่ไม่มีหนังสือมอบอำนาจากบริษัท (แล้วทนายได้รับมอบอำนาจจากนิติบุคคล ในฐานะอะไร อากรแสตมป์ ก็ไม่ได้ติดที่ใบแต่งทนายความ)

           สในประการสำคัญ ลำพังเพียง "หนังสือมอบอำนาจ" ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย

 

ทางปฏิบัติจริง

1. หนังสือมอบอำนาจ ไม่จำเป็นต้องติดมาท้ายฟ้อง

2. เมื่อคู่ความอีกฝ่าย เห็นว่าการมอบอำนาจไม่ถูก (มีใบมอบอำนาจ)  ทนายบางท่าน ก็อาจจะต่อสู้  (แต่ตามประสบการณ์เห็นว่าไม่เป็นประโยชน์)  เพราะศาลยกฟ้อง หรือ อีกฝ่ายแถลงต่อศาลขอเลื่อน ฯลฯ ทางเทคนิค  ... หากศาลยกฟ้อง ก็ฟ้องใหม่ได้ เพราะไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นแห่งคดี

3.แต่ถ้า คำฟ้อง ไม่ได้บรรยายให้ชัดแจ้ง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง  

 3.1 คือ มีการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแทน คือ มีทนายความฟ้อง ลงชื่อ แทน (ดูผิวเผิน เหมือนปกติ ไม่มีปัญหา ทำได้) เนียนๆ

 3.2 แต่ถ้าดูคำบรรยายฟ้อง ข้อ 1  ส่วนแรก หากไม่ใช่กรรมการเพียงคนเดียว (โดยหลักต้อง บรรยายในส่วนที่ 2 คือ การมอบหมายให้ใครเป็นผู้มีอำนาจ ฟ้องคดีนี้ (คือ เซ็นใบแต่ง+ประทับตราบริษัท) 

             - หลังจากนั้น ทนาย ก็ลงชื่อในคำฟ้องแพ่งได้เอง

 3.3  ดังนั้น การตีเนียน คือ  บรรยายคำฟ้องส่วนเดียว คือ สถานะบริษัท แต่ไม่บรรยายการมอบอำนาจ เช่นนี้ เป็นฟ้องไม่ชอบ เพราะไม่ได้บรรยายคำฟ้อง  ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง   + ไม่มีหนังสือมอบอำนาจ ติดอากร 30 บาท

 

ข้อสังเกต 

1. ทางคดีไม่นิยมที่จะยกข้อต่อสู้ในคำให้การ  หาก ไม่มีหนังสือมอบอำนาจ ติดอากร 30 บาท (เพราะไม่จำต้องแนบมาท้ายฟ้อง แต่เอาตัวจริงมาแสดง พับไว้ในสำนวน) 

2. ทางปฏิบัติ หากจะสู้เรื่องอำนาจฟ้อง จะทำคำให้การในเรื่องการบรรยายคำฟ้องไม่ชัดแจ้ง ไม่ต้องด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง  (คือ ไม่บรรยายฟ้องในส่วนการมอบอำนาจ และ ไม่มีหนังสือมอบอำนาจ = ต้องไม่มี2 อย่าง) ขอให้ยกฟ้อง

3. ถ้าล่วงเลย จนมีคำพิพากษาแล้วให้โจทก์ชนะคดี หากศาลท่านเมตตา วินิจฉัยเรื่อง มอบอำนาจไว้ เป็นประเด็น ก็ต้องยกข้อกฎหมายความสงบเรียบร้อยของประชาชน กล่าวไว้ในอุทธรณ์  ประเด็นหนึ่ง ว่า 

           "โจทก์ไม่ได้บรรยายคำฟ้องให้ชัดแจ้ง ไม่ต้องด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง  (คือ ไม่บรรยายฟ้องในส่วนการสอบอำนาจ และ ไม่มีหนังสือมอบอำนาจ) ขอให้ยกฟ้อง"    *** ศาลชั้นต้นต้องกำหนดประเด็น และพิพากษาในเรื่องนี้ไว้ด้วย  

 

      ขัอสังเกต ตามตัวอย่างทั่วไป เอกสารประกอบ ในการสอบวิชาว่าควาาม (ตั๋วทนาย) หรือที่โพส กันทั่วไป ถ้าสังเกตดีๆ ในการสอบจะมีแค่ กรรมการเพียง 1 คน แบบง่าย ๆ  ติวเตอร์ทั่วไปก็เอาเอกสารจากสภาฯมาอ่านให้ฟัง ไม่ได้กล่าวถึง กรรมการ 2 คน 3 คน  4 คน จะทำอย่างไร?  ซึ่งเป็นเรื่องยากในทางปฏิบัติ ท่านอาจารย์ผู้สอนเคยชี้แนะว่า ต้องไปหาประสบการณ์จริง  "ทนายผู้มีประสบการณ์ในทางคดี"  ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ และจุดสังเกต ชิงไหว ชิงพริบ ในทางคดี

 

 

ตัวอย่าง

หนังสือมอบอำนำจให้ดำเนินคดี

 ทำที่…………………………………………


 วันที่………เดือน………………พ.ศ.………………….


                  โดยหนังสือฉบับนี้ข้าพเจ้า……………………………………โดย………………………………….กรรมการ/หุ้นส่วนผู้จัดการผู้มีอำนาจขอมอบอำนาจให้……………………………… เป็นผู้มีอำนาจ เป็นโจทก์ดำเนินการฟ้องคดีต่อศาล……………………………ในคดี…………………. ข้อหา (ถ้ามี)……………………………………โดยดำเนินคดีกับ…………………………………..ให้ถึงที่สุด
เพื่อการนี้ใหผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจดำเนินกระบวนพจิารณาใด ๆ ไปในทางจำหน่ายสิทธิเช่นการยอมรับตามที่คู่ความอีกฝ่ายหน่ึงเรียกร้องการถอนฟ้องการประนีประนอมยอมความ การใชสิทธิหรือการสละสิทธิในการอุทธรณ์ฎีกา หรือการขอใหพิจิารณาคดีใหม่การร้องสอด การร้องขัดทรัพย์การร้อง ขอกันส่วน การร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตลอดจนเขา้เป็นคู่ความร่วมในคดีรับหรือส่งเอกสารหรือเงินจากคู่ความหรือแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง/บุคคลภายนอก/ศาล/เจ้าพนักงานบงัคบัคดีและดำเนินกระบวนการในชั้นบังคับ
คดีจนถึงที่สุด
           ให้ผู้รับบมอบมีอำนาจในการแต่งต้งัทนายความหรือตวัแทนช่วงโดยให้มีหน้าที่ดังกล่าวทั้งปวงด้วย การใดที่ผู้รับมอบอำนาจได้กระทำลงในขอบอำนาจของหนังสือฉบับนี้ย่อมมีผลผูกพันผู้มอบอำนาจตามกฎหมายทุกประการ
เพื่อเป็นหลักฐานจึงลงลายมือชื่อพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) ไว้ต่อหน้าพยานเป็นสำคัญ


ลงชื่อ………………………………….ผู้มอบอำนาจ
 (………………………………….)
ลงชื่อ………………………………….ผู้รับมอบอำนาจ
 (………………………………….)
ลงชื่อ………………………………….พยาน
 (………………………………….)
ลงชื่อ………………………………….พยาน
 (………………………………….)

 

 

 ข้อสังเกต แนวคดี ภาคปฏิบัติ

1.   เมื่อทำหนังสือมอบอำนาจเสร็จ ก็ เซ็นใบแต่งทนายความให้ฟ้องคดีได้ ถ้ามอบอำนาจให้ทนายความฟ้องคดี ทนายแต่งตัวเองเป็นทนายได้ (ไม่ใช่เอาใบแต่งทนาย เป็นหนังสือมอบอำนาจ) เพราะ ชื่อ เอกสาร 2 อย่างนี้ก็คนละชื่อ วัตถุประสงค์คนละอย่าง ดังนั้น หนังสือมอบอำนาจ ต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับของนิติบุคคล ด้วย

              *** เน้น นิติบุคคล ไม่มีแขน ไม่มีขา ไปศาลเองไม่ได้ ต้องมีคนทำแทน ตามกฎหมาย คือ ผ่านหนังสือมอบอำนาจ  *** เว้นแต่กรรมการ จะฟ้องคดีเอง ถ้ากรรมการมีอำนาจ

                *** หาก บริษัท สู้คดี ถูกฟ้องคดี --- กรรรมการ ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สู้คดี แต่งทนายเองได้

 

2. ถ้าการฟ้องคดีเพียงแค่บอกพร่องผิดพลาด เรื่องเล็กน้อยๆ ใบมอบอำนาจ ก็แก้ไขได้ ก็แก้ไข เพราะอย่างไรก็ฟ้องใหม่ได้ภายในอายุความ

3. แต่ถ้ามีข้อเท็จจริงซ่อนเงื่อนฟ้องเพื่อหวังผลบางประการ ถึงขนาดเป็นนิติบุคคล ให้ทนายฟ้องคดี แต่ไม่บรรยายสถานะผู้่รับมอบอำนาจ  และ ไม่มีหนังสือมอบอำนาจ ....

          "โจทก์ได้มอบอำนาจให้นาย...... กรรมการ เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนสหกรณ์ได้ตามกฎหมาย มีอำนาจในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับคนภายนอกและการฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา รายละเอียดปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2"

           ใช้เทคนิค ความเก๋า ความเก่ง แบบดร์ากๆ นำคดีมาฟ้อง เอาเปรียบจำเลย เพราะเรื่องส่วนบุคคล หรือด้วยเหตุผลส่วนตัว .... โดยไม่บรรยายคำฟ้องว่าได้รับมอบอำนาจ และไม่มีใบมอบอำนาจ มีเพียงใบแต่งทนาย แบบนี้  ในฐานะทนายจำเลยก็ต้องตั้งประเด็นในคำให้การและต่อสู้ตามประเด็น เพื่อให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีด้วยจะได้ฟ้องใหม่ไม่ได้ (ฟ้องบกพร่อง) หากศาลไม่กำหนดประเด็น แถลงศาลขอให้กำหนดประเด็นข้อพาท ได้

*** การฟ้องคดีเช่นนี้อาจจะเป็นการกระทำโดยจงใจ ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย โดยฝ่าฝืนกฎหมาย = เป็นละเมิด / จำเลยเสียหายอย่างไร ชอบที่จะใช้สิทธิของตน เรียกค่าสินไหมทดแทน เช่น เรียกค่าเสียหาย ในการว่าจ้างค่าทนายความสู้คดี หรือทำให้เสียหายอย่างไรก็ บรรยายในคำฟ้อง (แล้วต้องนำสืบถึงความเสียหายให้ได้ ว่าเสียหายอย่างไร)

4. เอกสารใบมอบอำนาจ ตรวจได้จากที่ไหน ก็ดู บัญชีระบุพยาน ต้องระบุไว้ (หาไม่ระบุ) ก็ชัดเจน ว่าไม่มี

5. ดังที่กล่าวมา ทั้งหมด แต่ละท่านอาจจะเจอคนละรูปแบบ ตามสถานะการณ์ (ไม่เป็นแบบเดียวกัน) เป็นส่วนน้อยที่จะเจอ เพราะปกตินิติบุคคลก็ฟ้องแบบปกติ ดังที่ได้ยกตัวอย่างข้างต้น

 

----

คำถาม

หากไม่เป็นไปตามที่กล่าวข้างต้น ทำไมศาลรับฟ้อง?

- ก็รับไว้เพื่อพิจารณาได้ หากอีกจำเลยไม่สู้ ไม่มีประเด็น โจทก์ก็ชนะคดีได้

- หากศาลวันสืบ นิติบุคคลไม่มีหนังสือมอบอำนาจ ทนายความถอดครุย เป็นผู้รับมอบอำนาจฟ้องคดีแทน เข้าคอกพยาน ศาลตรวจไม่มีหนังสือ (สถานะการณ์ ต้องไปพบ ประสบเจอด้วยตนเอง) 

-  ต้องไปเรียนรู้กัน เรียนถูกพบในตำรา ...เรียนผิดจากประสบการณ์ ทำให้รู้ลึก รู้จริง จะได้รู้จริง ฯลฯ

 


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ แบ่งปันสมาชิก เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำบรรยาย ฝึกอบรมตั๋วทนาย ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------


เยี่ยมชม/ดาวน์โหลด : 260 ครั้ง
 




การบรรยายคำฟ้องนิติบุคคล | ทนายความ ฟ้องคดี สู้คดี เขียนอุทธรณ์ เขียนฎีกา LawSiam.com :- การบรรยายคำฟ้องนิติบุคคล , ตัวอย่างการบรรยายคำฟ้องนิติบุคคล , เอกสาร การบรรยายคำฟ้องนิติบุคคล อัพเดท

 
 
 
 
 

ดาวน์โหลด ข้อมูลเตรียมสอบเนติ กลุ่ม แพ่งฯ ภาค1 ทั้งหมด...

 
 
 
 
 

ดาวน์โหลด ข้อมูลเตรียมสอบเนติ กลุ่ม อาญา ภาค1 ทั้งหมด...

คำแนะนำ

ศูนย์รวม ข้อมูล เอกสาร แบ่งปันเพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา (ฟรี) สำหรับสมาชิกกลุ่ม ลอว์สยาม
1. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
2. ติดต่อสอบถามการใช้งาน /พบปัญหา ประการใดๆ ติดต่อทีมงานได้ ที่ [email protected]