ในคดีอาญา ไม่ได้ระบุพยาน แต่เพิ่งทราบว่าเป็นพยานสำคัญ ทำอย่างไร?
-------------
เทคนิคในทางปฏิบัติ ในการไต่สวนมูลฟ้องหรือการพิจารณา
๑. โจทก์ได้ยื่นคำร้องของระบุพยาน เช่น นาย.... ประจักษ์พยานคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ เพิ่มเติมก่อนที่โจทก์จะสืบพยานปากสุดท้าย
๒. หลัก เป็นกรณีล่วงเลยระยะเวลาไม่น้อยกว่า สิบห้าวัน ก่อนวันสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๙/๑ วรรคหนึ่ง กำหนดให้ยื่นบัญชีระบุพยานแล้ว
๓. แต่เมื่อโจทก์อ้างว่าเพิ่งสืบทราบว่านาย....เป็นประจักษ์พยานคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ จึงเป็นกรณีที่คู่ความซึ่งได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานไว้แล้วมีเหตุอันสมควรแสดงได้ว่าตนไม่ทราบถึงความีอยู่ของพยานหลักฐาน คือ นาย .... และขอระบุพยานบุคคลปากนาย.... ดังกล่าวเพิ่มเติมก่อนเสร็จการสืบพยานของฝ่ายโจทก์
๔. ซึ่งถ้าศาลเห็นว่าจำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานดังกล่าว เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม ศาลย่อมมีอำนาจอนุญาตให้สืบและรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวได้ ตามมาตรา ๒๒๙/๑ วรรคสาม
๕. เมื่อศาลอนุญาต โจทก์ก็มีสิทธินำพยานปากนาย....ให้ศาลรับฟังได้
สรุปแนวทางแก้ไขปัญหา คือ
๑. ยื่นคำร้องของระบุพยาน
อ้างว่าเพิ่งสืบทราบว่านาย....เป็นประจักษ์พยานคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ จึงเป็นกรณีที่คู่ความซึ่งได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานไว้แล้วมีเหตุอันสมควรแสดงได้ว่าตนไม่ทราบถึงความีอยู่ของพยานหลักฐาน คือ นาย .... และขอระบุพยานบุคคลปากนาย.... ดังกล่าวเพิ่มเติมก่อนเสร็จการสืบพยานของฝ่ายโจทก์
๒. ศาลพิจารณา
ถ้าศาลเห็นว่าจำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานดังกล่าว เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม ศาลย่อมมีอำนาจอนุญาตให้สืบและรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวได้ ตามมาตรา ๒๒๙/๑ วรรคสาม
๓. ทั้งน้ี้ก็อยู่ที่ดุลพินิจของศาล
๔. ดังนั้น จึงเป็นโอกาส หากไม่ยื่นคำร้อง ก็เสียโอกาสในการนำพยานปากสำคัญเข้าสืบ หากโชคดี ศาลท่านเมตตา เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม มีคำสั่งอนุญาต ก็นำพยานเข้าสืบได้)
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา ๒๒๙/๑ ****(ออกสอบ ข้อ ๓ พยานอาญา ปี ๒๕๕๗, ๒๕๖๔ ว.๔) (ออกสอบ สนามเล็ก พยานอาญา ปี ๒๕๖๒) ภายใต้บังคับมาตรา ๑๗๓/๑ ในการไต่สวนมูลฟ้องหรือการพิจารณา โจทก์ต้องยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐาน โดยแสดงถึงประเภทและลักษณะของวัตถุ สถานที่พอสังเขป หรือเอกสารเท่าที่จะระบุได้ รวมทั้งรายชื่อ ที่อยู่ของบุคคลหรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งโจทก์ประสงค์จะนำสืบ หรือขอให้ศาลไปตรวจหรือแต่งตั้งต่อศาลไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยาน พร้อมทั้งสำเนาบัญชีระบุพยานหลักฐานดังกล่าวในจำนวนที่เพียงพอเพื่อให้จำเลยรับไป ส่วนจำเลยให้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานพร้อมสำเนาก่อนวันสืบพยานจำเลย
ในการไต่สวนกรณีร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบหรือกรณีร้องขอให้ศาลริบทรัพย์ ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานต่อศาลไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวันไต่สวนพร้อมทั้งสำเนาบัญชีระบุพยานหลักฐานดังกล่าวในจำนวนที่เพียงพอ เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอื่น ถ้ามี รับไป
เมื่อระยะเวลาที่กำหนดให้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี ได้สิ้นสุดลง ถ้าคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานไว้แล้วมีเหตุอันสมควรแสดงได้ว่าตนไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบ หรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานบางอย่างได้มีอยู่ หรือมีเหตุสมควรอื่นใด หรือถ้าคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องฝ่ายใดซึ่งมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานเช่นว่านั้นแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลได้ว่า มีเหตุอันสมควรที่ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานตามกำหนดเวลาดังกล่าวได้ คู่ความหรือบุคคลเช่นว่านั้น อาจร้องขออนุญาตอ้างพยานหลักฐานดังกล่าวต่อศาล พร้อมกับบัญชีระบุพยานหลักฐานและสำเนาบัญชีระบุพยานหลักฐานนั้นไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนเสร็จสิ้นการสืบพยานของฝ่ายนั้นสำหรับกรณีที่คู่ความหรือบุคคลเช่นว่านั้นได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานไว้แล้ว หรือก่อนเสร็จสิ้นการพิจารณาสำหรับกรณีที่คู่ความหรือบุคคลเช่นว่านั้นไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานและถ้าศาลเห็นว่าจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานดังกล่าว เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม ให้ศาลมีอำนาจอนุญาตให้สืบและรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้
**** ห้ามมิให้ศาลอนุญาตให้สืบและรับฟังพยานหลักฐานใดซึ่งคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งอ้างพยานหลักฐานนั้นมิได้แสดงความจำนงจะอ้างอิงพยานหลักฐานนั้นตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม หรือตามมาตรา ๑๗๓/๑ วรรคสองหรือวรรคสาม แต่ถ้าศาลเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องคุ้มครองพยาน หรือจะต้องสืบพยานหลักฐานดังกล่าวเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม หรือเพื่อให้โอกาสแก่จำเลยในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ให้ศาลมีอำนาจอนุญาตให้สืบและรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้ (ออกสอบ ข้อ ๓ ปี ๒๕๖๔ วรรคสี่)
เทียบประเด็นธงคำตอบอัยการผู้ช่วยฯ ปี ๒๕๕๗ สนามใหญ่
๑. คดีนี้พนักงานอัยการโจทก์ได้ยื่นคำร้องของระบุพยาน นาย.... ประจักษ์พยานคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ เพิ่มเติมก่อนที่พนักงานอัยการโจทก์จะสืบพยานปากสุดท้าย
๒. กรณีจึงล่วงเลยระยะเวลาไม่น้อยกว่า สิบห้าวัน ก่อนวันสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๙/๑ วรรคหนึ่ง กำหนดให้ยื่นบัญชีระบุพยานแล้ว
๓. แต่เมื่อโจทก์อ้างว่าเพิ่งสืบทราบว่านาย....เป็นประจักษ์พยานคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ จึงเป็นกรณีที่คู่ความซึ่งได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานไว้แล้วมีเหตุอันสมควรแสดงได้ว่าตนไม่ทราบถึงความีอยู่ของพยานหลักฐาน คือ นาย .... และขอระบุพยานบุคคลปากนาย.... ดังกล่าวเพิ่มเติมก่อนเสร็จการสืบพยานของฝ่ายโจทก์
๔. ซึ่งถ้าศาลเห็นว่าจำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานดังกล่าว เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม ศาลย่อมมีอำนาจอนุญาตให้สืบและรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวได้ ตามมาตรา ๒๒๙/๑ วรรคสาม
๕. แม้นาย...ไม่ได้ถูกสอบปากคำในชั้นสอบสวน แต่เมื่อคดีนี้มีการสอบสวนโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์ก็มีสิทธินำพยานปากนาย....ให้ศาลรับฟังได้
-------------
หากท่านไม่มีเวลาเขียนอุทธรณ์ ฎีกา ยินดีช่วยเหลือ รับเขียนอุทธรณ์ ฎีกา แบบมืออาชีพ
ติดต่อเรา Facebook https://www.facebook.com/lawsiam.official
๑. ส่งสำเนาคำฟ้อง คำให้การ คำเบิกความ พยานหลักฐานแนบท้ายคำฟ้อง เอกสารถามการถามค้าน คำแถลง รายงานกระบวนพิจารณา สรรพเอกสาร (สแกนเป็น pdf)
๒. เสนอความเห็นให้เรา ว่าประสงค์แนวทางใด ทิศทางคดีที่เห็นว่าควรเป็นไปอย่างนั้น อย่างนี้ จุดที่มีปัญหา และ ข้อสังเกต จากท่าน ฯลฯ
๓. กำหนดเวลา แล้วเสร็จ (ติดต่อประสานงาน กันได้24 ชั่วโมง ผ่านแชทข้างต้น จนเสร็จงาน)
๔. ส่งกลับ เป็น เอกสาร pdf
๕. ค่าวิชาชีพ ตามตกลง (เสนอมาก่อนได้)
*** ทีมงาน ทำงานรวด เร็ว ถูกต้อง แม่นยำ เจาะประเด็น เจาะวลีสำคัญ ส่งกลับพร้อมลงชื่อ ยื่นต่อศาล ***
--------------------------------------------------------------------- ข้อมูลความรู้ แบ่งปันสมาชิก เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำบรรยาย ฝึกอบรมตั๋วทนาย ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------
เยี่ยมชม/ดาวน์โหลด : 63 ครั้ง
|