หมวด
3 วิธีการเฉพาะสำหรับเจ้าสำนักโรงแรม
 มาตรา
674 เจ้าสำนักโรงแรมหรือโฮเต็ล หรือสถานที่อื่นทำนอง เช่นว่านั้น
จะต้องรับผิดเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายอย่างใด ๆ อันเกิดแก่ทรัพย์สินซึ่งคนเดินทางหรือแขกอาศัย
หากได้พามา
 มาตรา
675 เจ้าสำนักต้องรับผิดในการที่ทรัพย์สินของคนเดินทาง หรือแขกอาศัยสูญหายหรือบุบสลายไปอย่างใดๆ
แม้ถึงว่าความสูญหาย หรือบุบสลายนั้นจะเกิดขึ้นเพราะผู้คนไปมาเข้าออก
ณ โรงแรม โฮเต็ล หรือสถานที่เช่นนั้นก็คงต้องรับผิด
ความรับผิดนี้
ถ้าเกี่ยวด้วยเงินทองตรา ธนบัตร ตั๋วเงิน พันธบัตร ใบหุ้น ใบหุ้นกู้
ประทวนสินค้า อัญมณี หรือของมีค่าอื่น ๆ ไซร้ ท่านจำกัดไว้เพียงห้าพันบาท
เว้นแต่จะได้ฝากของมีค่าเช่นนี้ไว้แก่ เจ้าสำนักและได้บอกราคาแห่งของนั้นชัดแจ้ง
แต่เจ้าสำนักไม่ต้องรับผิดเพื่อความสูญหายหรือบุบสลาย
อันเกิด แต่เหตุสุดวิสัย หรือแต่สภาพแห่งทรัพย์สินนั้น หรือแต่ความผิดของ
คนเดินทางหรือแขกอาศัยผู้นั้นเอง หรือบริวารของเขา หรือบุคคล ซึ่งเขาได้ต้อนรับ
หมายเหตุ มาตรา
675 วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมปพพ.(ฉบับที่
14) พ.ศ.2548
 มาตรา
676 ทรัพย์สินซึ่งมิได้นำฝากบอกราคาชัดแจ้งนั้น เมื่อพบ เห็นว่าสูญหายหรือบุบสลายขึ้น
คนเดินทางหรือแขกอาศัยต้องแจ้ง ความนั้นต่อเจ้าสำนักโรงแรม โฮเต็ล
หรือสถานที่เช่นนั้นทันที มิฉะนั้น ท่านว่าเจ้าสำนักย่อมพ้นจากความรับผิดดั่งบัญญัติไว้ใน
มาตรา 674 และ
มาตรา 675
 มาตรา
677 ถ้ามีคำแจ้งความปิดไว้ในโรงแรม โฮเต็ล หรือสถานที่ อื่นทำนองเช่นว่านี้
เป็นข้อความยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของ เจ้าสำนักไซร้ท่านว่าความนั้นเป็นโมฆะ
เว้นแต่คนเดินทางหรือแขก อาศัยจะได้ตกลงด้วยชัดแจ้งในการยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดดั่งว่านั้น
 มาตรา
678 ในข้อความรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อทรัพย์สิน ของคนเดินทางหรือของแขกอาศัยสูญหายหรือบุบสลายนั้น
ท่านห้าม มิให้ฟ้องเมื่อพ้นเวลาหกเดือนนับแต่วันที่คนเดินทางหรือแขกอาศัย
ออกไปจากสถานที่นั้น
 มาตรา
679 เจ้าสำนักชอบที่จะยึดหน่วงเครื่องเดินทางหรือ ทรัพย์สินอย่างอื่นของคนเดินทางหรือแขกอาศัยอันเอาไว้ในโรงแรม
โฮเต็ล หรือสถานที่เช่นนั้นได้จนกว่าจะได้รับใช้เงินบรรดาที่ค้างชำระ
แก่ตน เพื่อการพักอาศัยและการอื่นๆ อันได้ทำให้แก่คนเดินทาง หรือแขกอาศัยตามที่เขาพึงต้องการนั้นรวมทั้งการชดใช้เงินทั้งหลาย
ที่ได้ออกแทนไปด้วย
เจ้าสำนักจะเอาทรัพย์สินที่ได้ยึดหน่วงไว้เช่นว่านั้นออกขาย
ทอดตลาดแล้วหักเอาเงินใช้จำนวนที่ค้างชำระแก่ตนรวมทั้งค่าฤชา ธรรมเนียม
และค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาดนั้นจากเงินที่ขาย ทรัพย์สินนั้นก็ได้
แต่ท่านมิให้เจ้าสำนักใช้สิทธิดั่งว่านี้ จนเมื่อ
(1) ทรัพย์สินนั้นตกอยู่แก่ตนเป็นเวลานานถึงหกสัปดาห์
ยังมิ ได้รับชำระหนี้สิน และ
(2) อย่างน้อยเดือนหนึ่งก่อนวันขายทอดตลาด
ตนได้ประกาศ โฆษณาในหนังสือพิมพ์ประจำท้องถิ่นฉบับหนึ่งแจ้งความจำนงที่
จะขายทรัพย์สิน บอกลักษณะแห่งทรัพย์สินที่จะขายโดยย่อ กับถ้า รู้ชื่อเจ้าของก็บอกด้วย
เมื่อขายทอดตลาดหักใช้หนี้ดั่งกล่าวแล้ว
มีเงินเหลืออยู่อีกเท่าใด ต้องคืนให้แก่เจ้าของหรือฝากไว้ ณ สำนักงานฝากทรัพย์ตามบท
บัญญัติใน มาตรา
331 และ มาตรา
333 |
|
|