หัวข้อ : กระบวนการตรารัฐธรรมนูญในประเทศไทย ในอดีต
หมวดหมู่ : ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย ประเด็นที่่น่าสนใจ ที่สามารถรวบรวมข้อมูล ของบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์กฎหมาย ครูบาอาจารย์ เพื่อประโยชน์สำหรับนักกฎหมายรุ่นต่อๆไป ให้ทราบถึงแหล่งที่มาของกฎหมาย และระลึกถึง คุณงาม ความดี เชิดชูเกียรติยศ ของท่านผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมายต่างๆ ให้อยู่คู่กับนักกฎหมายไทย ในยุคปัจจุบัน สืบต่อไป.



         กระบวนการตรารัฐธรรมนูญในประเทศไทย ในอดีต เมื่อปฏิวัติสําเร็จแล้ว ก็จัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แล้วหัวหน้าคณะปฏิวัตินําความกราบบังคมทูลถวาย ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ทั้งหัวหน้าคณะปฏิวัติก็ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว จากนั้น จัดทําร่าง รัฐธรรมนูญฉบับถาวร เมื่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรเสร็จแล้ว ประธานสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ ก็นําขึ้นทูลเกล้าถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวร อันปฏิบัติเป็นแนวทางนี้ กระทั่งรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ การยกร่างรัฐธรรมนูญ ริเริ่มจากรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับปี ๒๕๓๙ ซึ่งมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๙๙ คน ดําเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ บุคคลที่ให้ความเห็นชอบ คือ ที่ประชุม รัฐสภา ดังนั้น ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ จึงจัดทําขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไข เพิ่มเติมปี ๒๕๓๙ ที่วางหลักว่า ที่ประชุมร่วมของรัฐสภา มีอํานาจรับ หรือไม่รับรัฐธรรมนูญ เท่านั้น หากไม่รับ จักให้ประชาชนออกเสียงลงประชามติ แล้วหากประชาชนเห็นชอบเกิน ครึ่งหนึ่ง ก็นําถวายทูลเกล้าพระมหากษัตริย์ต่อไป ถ้าประชาชนเกินครึ่งไม่เห็นชอบด้วย จักให้ยุบสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ กําหนดต่อไปว่า ถ้าพระมหากษัตริย์ไม่ทรงลงพระ ปรมาภิไธย รัฐธรรมนูญนั้นย่อมตกไป ทั้งที่ผ่านการลงประชามติแล้ว เช่นนี้ รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ พิจารณาได้ว่า ผู้มีอํานาจสถาปนามี ๔ องค์กร ได้แก่ พระมหากษัตริย์ รัฐสภา สภาร่างรัฐธรรมนูญ และประชาชน สําหรับรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ปี ๒๕๔๙ กําหนดแต่งตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทําแล้วเสร็จ ก็เสนอให้ประชาชนลงประชามติ แล้ว พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ดังนี้ อํานาจสถาปนารัฐธรรมนูญในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ คือ พระมหากษัตริย์ และประชาชน ส่วนรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ๒๕๔๙ กําหนดชัดแจ้งว่า ถ้าพระมหากษัตริย์ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย แม้ผ่านประชามติแล้ว รัฐธรรมนูญย่อมตกไปเช่นกัน นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ บัญญัติ แบบเดียวกัน กับรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ กล่าวคือ อํานาจสถาปนารัฐธรรมนูญกับ กระบวนการตรารัฐธรรมนูญนั้น มีลักษณะเป็นสัญญาประชาคม ที่ต้องกลับไปหาเจ้าของ อํานาจอธิปไตยสูงสุด ศาลรัฐธรรมนูญกล่าวชัดว่า ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดในประเทศไทย ที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย มีความหมายเชิงว่า คณะปฏิวัติมิใช่ผู้มีอํานาจสูง อ้านาจทางกฎหมายอยู่ที่พระมหากษัตริย์ ส่วนคณะปฏิวัติใช้อํานาจปากกระบอกปืน แล้วขอพระราชทานรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว เพื่อแปรเปลี่ยนจากอํานาจที่มิชอบด้วย กฎหมายเป็นอําานาจที่ชอบด้วยกฎหมาย นักรัฐศาสตร์บางท่าน มองว่า รัฐธรรมนูญไทย ไม่เหมือนที่ใดบนโลก เนื่องด้วยเป็นรัฐธรรมนูญที่นําระบอบการปฏิวัติ ที่ฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญฉบับที่ชอบด้วยกฎหมาย

        การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มิใช่อํานาจนิติบัญญัติ สืบเนื่องจากเป็นอํานาจ เปลี่ยนแปลงองค์กรทางการเมือง ที่รับมอบมาจากอํานาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ฉะนั้น ศาลรัฐธรรมนูญมีบทบาทเข้าตรวจตราการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เสมอ

 

วิชา กฏหมายรัฐธรรมนูญ (อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ) เล่มที่ ๘ สมัยที่ ๗๗





กระบวนการตรารัฐธรรมนูญในประเทศไทย ในอดีต | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 249 ครั้ง
ลงวันที่ 30/07/2024 23:50:13


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน